PDA

View Full Version : ขอถามเกี่ยวกับการโอนรถครับ


CX1Benz
28-03-2010, 09:15:48 AM
ขอถามพี่ๆชาว BON ครับว่า การโอนรถเบนซ์ต้องไปโอนเองที่ขนส่งไหมครับ แล้วเจ้าของเก่าต้องไปด้วยหรือว่าเซ็นใหก๋พอ แล้วเราไปโอนเองครับ แล้วเวลาโอนพนักงานจะต้องเช็คเลขเครื่องและก็อื่นๆด้ วยใช่ไหมครับ และก็ พอดีเจ้าของเดิมเขามีคนที่เคยฝากต่อทะเบียน เห็นบอกว่าฝากคนนี้ก็ได้ ไม่รู้ไปโอนเองดีกว่าหรือว่ายังไงดีครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ

ขอบคุณครับ

air
28-03-2010, 09:21:06 AM
เคยทำทั้ง 2 แบบ
มอบอำนาจก็ต้องไว้วางใจได้ละครับ

Eak1971
28-03-2010, 09:29:27 AM
ถ้าคนที่รับดำเนินการ เป้นคนที่เรารู้จักก็ไม่เป็นไร ให้เขาดำเนินการให้ได้ แต่ถ้าไม่รู้จักกันไม่เคยใช้บริการกัน หาเวลาไปดำเนินการด้วยตนเองดีที่สุดคับ ซื้อรถเก่า เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่ารถคันนี้ทะเบียนข้อมูลทุกอย ่างที่จดทะเบียนตรงกะตัวรถหรือไม่ เล่มทะเบียนจริง หรือสวม มีการอายัดทะเบียนหรือไม่ ผมเอง ถ้าซื้อรถมือสอง ทุกๆครั้งจะไปดำเนินการโอนด้วยตัวเอง บางคัน ผมต้องไปขนส่งถึงสองครั้งก็ยอม (ย้ายออก - ย้ายเข้าพร้อมโอน) รถคันนึงหลายตังค์คับ เอาสบายใจดีกว่า

421
28-03-2010, 10:17:04 AM
อย่ายืมจมูกคนอื่นหายใจ คับ :nono:

phorhank
28-03-2010, 11:51:23 AM
ปัจจุบัน งานทะเบียนที่ขนส่ง รวดเร็วดี ไม่ยุ่งยาก ขั้นตอนแรกขับรถเข้าไปตรวจสภาพก่อนเลยครับ แล้วค่อยหาที่จอด แล้วไปที่โต๊ะประชาสัมพันธ์เขาจะตรวจดูว่าเอกสารครบใ หม่ ง่ายๆครับ ถ้าทำที่ขนส่งแถวหมอชิตเก่าจะี่ลำบากมากเรื่องหาที่จ อดรถครับ

CX1Benz
28-03-2010, 04:01:24 PM
มีอย่างที่ว่าเจ้าของเดิมเซ็นเอกสรเดิมให้เสร็จเลยแล ้วเราไปยื่นหรือครับ หรือว่าไปด้วยกันทั้งสองคนครับ

em
28-03-2010, 04:43:01 PM
ถ้าเจ้าของเก่าโอนลอยมา

เอกสารต้องมี

-ใบมอบอำนาจจากเจ้าของเก่าให้ทำการโอนแทนได้
-ใบcopy บัตรประชาชน,สำเนาทะเบียนบ้านเจ้าของเก่า เซ็นสำเนาถูกต้อง
-ใบโอนรถ



นำรถไปขนส่ง หาที่จอด นำเอกสารไปยื่นที่โต๊ะเจ้าหน้าที่

รับใบหมายเลขคิวและใบตรวจรถ

นำรถเข้าตรวจยื่นใบตรวจที่รับมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจรถ

เจ้าหน้าที่ตรวจดูเลขเครื่อง เลขตัวถัง

นำรถไปจอด

รอรับเอกสารกลับจากช่องรับตรวจในอาคาร

รับเอกสารแล้วไปติดต่อแผนกโอนรถ

ยื่นเอกสารทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่รวมถึงสมุดทะเบียนรถ

รอเอกสารคืน

แล้วรถก็เป็นของเรา หุหุหุ:n17:

Coffee Cup
28-03-2010, 04:50:48 PM
ขั้นตอนการโอนรถที่กรมขนส่งเท่าที่นึกได้

1.กรอกเอกสารใบคำร้องว่าจะซื้อขายรถคันนี้ ซึ่งเจ้าของรถและผู้ซื้อรถเซ็นชื่อไว้แล้ว(ใบนี้คือใ บโอนลอยหรือใบโอนเป็นใบเดียวกัน)
2.ยื่นเอกสารคำร้องพร้อมเล่มทะเบียนรถให้เจ้าหน้าที่ ตรวจสภาพรถ
3.เจ้าหน้าที่ดุคำร้อง ถามเราว่าขายรถคันนี้ราคาเท่าไร(ถามโดยเจ้าหน้าที่คน ที่1)
4.เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพ เอาไฟฉายส่องเลขตัวถังรถ กะเลขที่เครื่องยนต์ ขูดใส่กระดาษกาว(แบบที่อู่ซ่อมรถปะกระดาษ) เอามาแปะที่ใบคำร้อง
5.เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเลขตัวถัง/ที่เครื่องยนต์ เทียบกะที่เขียนอยู่ในเล่มทะเบียน พร้อมทั้งประเมินราคาตัวรถว่าราคาเท่าไร ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 15 นาที(ผมใช้เวลาเปรียบเทียบสำนักงานขนส่งตลิ่งชัน)
6.เจ้าหน้าที่แผนกตรวจสภาพ ยื่นคืนเอกสารให้ผู้ดำเนินการ พร้อมบอกให้ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ช่องไหนต่อไป ในกระดาษจะบอกว่าตรวจสภาพแล้วข้อมูลถูกต้อง และประเมินราคารถคันนี้เป็นเงินเท่าไร ค่าตรวจสภาพรถ 105.-บาท
7.เจ้าหน้าที่ช่องใหม่รับเรื่อง เราก็รอเรียก
8.เจ้าหน้าที่เรียกให้ผู้ซื้อ และผู้ขายมาสอบถาม (ในขึ้นตอนนี้ถ้าผู้ขายมอบอำนาจให้คนอื่นไปทำแทน จะต้องมอบเล่มทะเบียนและบัตรประชาชนพร้อมถ่ายเอกสารใ ห่้ไปด้วย)ว่ารถขายกันราคาเท่าไร(ถามโดยเจ้าหน้าที่ค น/ครั้งที่ 2)เขาจะเอาไปประเมินราคา ค่าโอน 10,000 ละ 50 บาท เช่นรถราคา(เขาประเมินหรือเราบอกอะไรสูงกว่า 100,000 บาท ค่าโอน 500 บาท)และเสียค่าธรรมเนียม
9.ถ้าลายเซ็นต์/เอกสารอื่นถูกต้อง รอประมาณ 15 นาทีก็เรียบร้อย
10.ถ้าใกล้ต่อทะเบียนประจำปี ต่อไปเลย จะประหยัดเงินไป 165.-บาท ค่าไม่ต้องตรวจสภาพอีกรอบตอนต่อทะเบียนรถ
11.ถ้าผู้ซื้ออยู่ต่างจังหวัด ขอใช้ทะเบียน กทม.ต่อไป มีคำร้องให้เขียนเพิ่มอีก 1 ใบ ไม่เสียค่าธรรมเนียม

เอกสารที่ต้องใช้ในการโอนรถที่สำนักงานขนส่ง
1.สำเนาบัตรประชาชนผุ้ซื้อและผู้ขายมอบอำนาจได้ ผู้รับมอบก็ต้องมีสำเนาบัตรประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องให้เรียบร้อย
2.เอกสารคำขอ ซึ่งเป็นแบบฟอร์มซื้อขายรถนั่นเอง
3.ผู้ขายมอบให้ผู้ซื้อไปดำเนินการโอนได้(ที่เรียกว่า โอนลอย)
4.เล่มทะเบียนรถตัวจริง

ขบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 45 นาที ไม่เกิน 1 ชม.(ขนส่งตลิ่งชัน)

CX1Benz
28-03-2010, 04:58:59 PM
ขั้นตอนการโอนรถที่กรมขนส่งเท่าที่นึกได้

1.กรอกเอกสารใบคำร้องว่าจะซื้อขายรถคันนี้
2.ยื่นเอกสารคำร้องพร้อมเล่มทะเบียนรถให้เจ้าหน้าที่ ตรวจสภาพรถ
3.เจ้าหน้าที่ดุคำร้อง ถามเราว่าขายรถคันนี้ราคาเท่าไร(ถามโดยเจ้าหน้าที่คน ที่1)
4.เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพ เอาไฟฉายส่องเลขตัวถังรถ กะเลขที่เครื่องยนต์ ขูดใส่กระดาษกาว(แบบที่อู่ซ่อมรถปะกระดาษ) เอามาแปะที่ใบคำร้อง
5.เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเลขตัวถัง/ที่เครื่องยนต์ เทียบกะที่เขียนอยู่ในเล่มทะเบียน พร้อมทั้งประเมินราคาตัวรถว่าราคาเท่าไร ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 15 นาที(ผมใช้เวลาเปรียบเทียบสำนักงานขนส่งตลิ่งชัน)
6.เจ้าหน้าที่แผนกตรวจสภาพ ยื่นคืนเอกสารให้ผู้ดำเนินการ พร้อมบอกให้ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ช่องไหนต่อไป ในกระดาษจะบอกว่าตรวจสภาพแล้วข้อมูลถูกต้อง และประเมินราคารถคันนี้เป็นเงินเท่าไร ค่าตรวจสภาพรถ 105.-บาท
7.เจ้าหน้าที่ช่องใหม่รับเรื่อง เราก็รอเรียก
8.เจ้าหน้าที่เรียกให้ผู้ซื้อ และผู้ขายมาสอบถาม (ในขึ้นตอนนี้ถ้าผู้ขายมอบอำนาจให้คนอื่นไปทำแทน จะต้องมอบเล่มทะเบียนและบัตรประชาชนพร้อมถ่ายเอกสารใ ห่้ไปด้วย)ว่ารถขายกันราคาเท่าไร(ถามโดยเจ้าหน้าที่ค น/ครั้งที่ 2)เขาจะเอาไปประเมินราคา ค่าโอน 10,000 ละ 5 บาท เช่นรถราคา(เขาประเมินหรือเราบอกอะไรสูงกว่า 100,000 บาท ค่าโอน 500 บาท)และเสียค่าธรรมเนียม
9.ถ้าลายเซ็นต์/เอกสารอื่นถูกต้อง รอประมาณ 15 นาทีก็เรียบร้อย
10.ถ้าใกล้ต่อทะเบียนประจำปี ต่อไปเลย จะประหยัดเงินไป 165.-บาท ค่าไม่ต้องตรวจสภาพอีกรอบตอนต่อทะเบียนรถ
11.ถ้าผู้ซื้ออยู่ต่างจังหวัด ขอใช้ทะเบียน กทม.ต่อไป มีคำร้องให้เขียนเพิ่มอีก 1 ใบ ไม่เสียค่าธรรมเนียม

เอกสารที่ต้องใช้ในการโอนรถที่สำนักงานขนส่ง
1.สำเนาบัตรประชาชนผุ้ซื้อและผู้ขายมอบอำนาจได้ ผู้รับมอบก็ต้องมีสำเนาบัตรประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องให้เรียบร้อย
2.เอกสารคำขอ ซึ่งเป็นแบบฟอร์มซื้อขายรถนั่นเอง
3.ผู้ขายมอบให้ผู้ซื้อไปดำเนินการโอนได้(ที่เรียกว่า โอนลอย)
4.เล่มทะเบียนรถตัวจริง

ขบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 45 นาที ไม่เกิน 1 ชม.(ขนส่งตลิ่งชัน)
พอดีเจ้าของเดิมพึ่งจะต่อทะเบียนมาเดือนที่แล้ว งั้นแปลว่า เลขเครื่องและตัวถัง โอเชใช่ไหมครับ

Coffee Cup
28-03-2010, 05:07:43 PM
พอดีเจ้าของเดิมพึ่งจะต่อทะเบียนมาเดือนที่แล้ว งั้นแปลว่า เลขเครื่องและตัวถัง โอเชใช่ไหมครับ


ถ้ามีการตรวจจริงจัง น่าพอเชื่อถือได้บ้าง แต่ในความเป็๋นจริงเชื่อได้ครึ่งเดียว เพราะสำนักงานตรวจสภาพรถเอกชนไม่ได้ตรวจจริงจัง ตรวจพอเป็นพิธีเสียเป็นส่วนใหญ่ บางแห่งไม่ได้ตรวจเลย(จากประสบการณ์ที่เคยเห็นของจริ งมา)

CX1Benz
28-03-2010, 05:19:20 PM
ถ้ามีการตรวจจริงจัง น่าพอเชื่อถือได้บ้าง แต่ในความเป็๋นจริงเชื่อได้ครึ่งเดียว เพราะสำนักงานตรวจสภาพรถเอกชนไม่ได้ตรวจจริงจัง ตรวจพอเป็นพิธีเสียเป็นส่วนใหญ่ บางแห่งไม่ได้ตรวจเลย(จากประสบการณ์ที่เคยเห็นของจริ งมา)

อืม ถ้างั้น สรุปว่า วันโอน ผมควรไปเอง แล้วก็ดูผล กันที่ สนง.ขนส่ง เลย ใช่ไหมครับ
ขอบคุณมากครับ

NP6116
28-03-2010, 07:05:24 PM
ปกติมอบอำนาจให้ใครเป็นผู้ดำเนินการก็ได้ครับ แต่เช็คก่อนว่ารถขึ้นกับพื้นที่ไหนครับดูจากที่อยู่ใ นเล่มทะเบียนก่อน จะได้ไม่ผิดสาขา.. ส่วนคนไหนจะไปโอนก็อยู่ที่ไว้ใจหรือรู้จักกันแค่ไหนค รับ

CX1Benz
28-03-2010, 08:53:29 PM
ปกติมอบอำนาจให้ใครเป็นผู้ดำเนินการก็ได้ครับ แต่เช็คก่อนว่ารถขึ้นกับพื้นที่ไหนครับดูจากที่อยู่ใ นเล่มทะเบียนก่อน จะได้ไม่ผิดสาขา.. ส่วนคนไหนจะไปโอนก็อยู่ที่ไว้ใจหรือรู้จักกันแค่ไหนค รับ

ถ้างั้น โอนรถให้เสร็จเรียบร้อย ถ้าไม่มีปัญหาอะไร แล้วค่อยไปจ่ายเงินที่เหลือใช่ไหมครับ

Coffee Cup
28-03-2010, 09:01:36 PM
ถ้างั้น โอนรถให้เสร็จเรียบร้อย ถ้าไม่มีปัญหาอะไร แล้วค่อยไปจ่ายเงินที่เหลือใช่ไหมครับ

เจ้าของรถเค้าจะยอมเหรอ

CX1Benz
28-03-2010, 09:04:18 PM
เจ้าของรถเค้าจะยอมเหรอ

หรือว่่าไปด้วยกัน แตรถเขายังไม่ได้ให้เรา ก็เย็นนั้นไปจ่ายตังค์ส่วนที่เหลือ ดีไหมครับ

Coffee Cup
28-03-2010, 09:14:35 PM
หรือว่่าไปด้วยกัน แตรถเขายังไม่ได้ให้เรา ก็เย็นนั้นไปจ่ายตังค์ส่วนที่เหลือ ดีไหมครับ

ยื่นหมูยื่นแมวดีที่สุด
พอเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจสภาพเสร็จก็ถือว่าเสร็จไป 50%
ยุติธรรมดี พอเจ้าหน้าที่ช่องที่ 2 บอกเอกสารถูกต้องเรียบร้อย
ก็เสร็จไปอีก 45 % เราก็จ่ายตังค์ ให้เขาได้
พอสมุดคู่มือจดทะเบียนรถเป็นของเรา 100%
ยกเว้นว่า
คนขายเป็นญาติหรือคนสนิทของเราแล้วยังไงก็ได้
แต่ถ้าไม่รู้สนิทสนมกัน มันต้องยื่นหมูยื่นแมว
จ่ายเงินเสร็จรถเป็นของเราแล้ว

ที่ผมเคยขายๆมา ก็เอาเงินก่อนไปโอนทุกคัน
โดยเราเซ็นหนังสือว่าเรารับเงินจากเขามาแล้ว
พร้อมเราก็ส่งมอบรถให้เขาไป ส่วนเรื่องโอน
ผมก็ไปโอนด้วยตนเองให้เขาทุกที แต่ส่วนใหญ่
ที่ผมทำจะทำให้เสร็จในวันเดียวกัน ตอนเช้าเขา
มาจ่ายตังค์ให้ผม (ที่ว่าทำหนังสือว่ารับเงินแล้ว)
ให้เขาขับรถไปกรมขนส่ง ผมก็ขับรถของผมอีกคัน
ตามไปเซ็นเอกสารให้เขา พอถามเจ้าหน้าที่ว่าถูก
ต้องเรียบร้อยใช่ไหม ถ้าเจ้าหน้าที่เขายืนยันว่าใช่
ผมก็ไปไหนๆ ของผม คนซื้อคนใหม่ก็รอเอาเล่ม
ทะเบียนไป ส่วนรถน่ะผมส่งมอบให้เขาไปตอน
เขาจ่ายเงินให้ผมตอนเช้าแล้วไง จริงๆผมจะโอน
ลอยให้ก็ได้ แต่ผมเคยพลาด รับเงินแล้วโอนลอย
ให้เขาไป อีก2ปีต่อมาเขาติดต่อกลับมาหาผมว่า
เขาทำเอกสารหาย ยังไม่ได้ไปโอนรถเลย มาขอ
เอกสารของผมใหม่ ผมละมึนเลย ตั้งแต่นั้นมาผม
ต้องไปโอนให้เสร็จด้วยตนเองทุกครั้ง เพราะระหว่าง
ที่เขายังไม่ได้ไปโอนทะเบียน เกิดรถไปชนใครตาย
แล้วเขาทิ้งรถหนี้ ผมเดือดร้อนอีกแน่ๆ เลยแม้ว่าจะ
ทำหนังสือส่งมอบรถไว้ก็จริง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
เขาก็ต้องทำงานน่ะ แล้วเราจะเดือดร้อนจากการทำงาน
ของตำรวจไหมล่ะ


เรื่องกุญแจส่วนใหญ่จะมี 2ชุด และจะมีกุญแจแบบไข
ได้บางจุด เช่นไขได้แต่เก๊ะ หรือไขได้แต่ฝาท้าย รวม
จะมีสัก 4 ดอก (ถ้าเขาเก็บไว้ดีมาแต่แรก
แต่ในความเป็นจริง เป็นรถมือ 2 3 4 อาจจะเหลือ 2 ดอก
เป็นอย่างมาก ยากนักที่จะเหลือครบ
บางทีอาจจะเหลือดอกเดียวเสียด้วยซ้ำไป
ถ้าเป็นกุญแจรีโมท(เบนซ์) มันแพงมาก ดอกละเป็นหมื่น
เกือบ 2 หมื่น
ถ้าเสียไปแล้วกำลังจะขายรถ ไม่มีใครทำใหม่แน่ๆ ดังนั้น
ควรตรวจสอบเสียให้ดีก่อนจ่ายเงินครับ

จบนะ

CX1Benz
28-03-2010, 09:21:02 PM
ยื่นหมูยื่นแมวดีที่สุด
พอเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจสภาพเสร็จก็ถือว่าเสร็จไป 50%
ยุติธรรมดี พอเจ้าหน้าที่ช่องที่ 2 บอกเอกสารถูกต้องเรียบร้อย
ก็เสร็จไปอีก 45 % เราก็จ่ายตังค์ ให้เขาได้
พอสมุดคู่มือจดทะเบียนรถเป็นของเรา ยกเว้นว่า
คนขายเป็นญาติหรือคนสนิทของเราแล้วยังไงก็ได้
แต่ถ้าไม่รู้สนิทสนมกัน มันต้องยื่นหมูยื่นแมว

จบ

อืม
แล้ว กุญแจรถ นี่ยังไงดีครับ จะมีกี่ชุด แล้วเราจะชัวได้ยังไงครับ ว่าได้มาครบแล้ว
ขอบคุณครับ พอดีมือใหม่ครับ รถคันแรก