BenzOwner.NET 421 Forever

Go Back   BenzOwner.NET > หมวดทั่วไป > สนทนาปัญหารถ

Reply
 
Thread Tools Search this Thread Display Modes
Old 25-12-2019, 03:04:38 PM   #1
harm_c220
 
harm_c220's Avatar
 
Join Date: Jun 2014
Location: bkk
Posts: 1,189
Thanks: 1,568
Thanked 735 Times in 505 Posts
Default พัดลมไฟฟ้ากับวาวล์น้ำ

ท่านที่ติดพัดลมไฟฟ้าเพิ่ม
จากเดิมคันที่เป็นพัดลมใบลาน

ติดตั้งวาวล์น้ำ71หรือ87องศากันหรือครับ
จะสอบถามเรื่อง ping-pong effects
harm_c220 is offline   Reply With Quote
Old 25-12-2019, 06:16:00 PM   #2
harm_c220
 
harm_c220's Avatar
 
Join Date: Jun 2014
Location: bkk
Posts: 1,189
Thanks: 1,568
Thanked 735 Times in 505 Posts
Default

วาวล์น้ำเบอร์71,,มันจะรันความร้อนให้นิ่งที่85ตลอดเ วลา
วาวล์น้ำเบอร์87,,มันจะรันึวามร้อนให้นิ่งที่93ตลอดเ วลา

เซรเซอรสีเทาเริ่มทำที่93ตัดที่86
เลข93มันจะคาบเกี่ยวกัน,ปัญหามันจะมีตอนใช้วาวล์น้ำเ บอร์87หรือเปล่า?
harm_c220 is offline   Reply With Quote
Old 25-12-2019, 06:31:09 PM   #3
harm_c220
 
harm_c220's Avatar
 
Join Date: Jun 2014
Location: bkk
Posts: 1,189
Thanks: 1,568
Thanked 735 Times in 505 Posts
Default

สำรวจรถท่านกันบ้างหรือเปล่าว่า
ความร้อนมันนิ่งอยู่ที่เท่าไร?

จะได้รุ้ว่ารถท่านใช้วาวล์น้ำเบอรไหนกัน?
harm_c220 is offline   Reply With Quote
Old 26-12-2019, 07:40:32 AM   #4
chonchungya
 
Join Date: Jun 2016
Location: BANGNA
Posts: 46
Thanks: 0
Thanked 6 Times in 4 Posts
Default

ใช่ครับ ผมใช้อยู่ 71 นิ่งที่ 85 แต่ถ้าเกิน 87 พัดลมไฟฟ้า step 2 ทำงาน แล้วยังมีอีกถ้าเกิน 105 พัดลมไฟฟ้าหน้าหม้อน้ำทำงานจุดนี้ของเดิมเครื่อง M104 ไม่ได้ตัดออก ปล่อยไว้เผื่อพัดลมไฟฟ้าเสีย ปิดแอร์ขับกลับได้ครับ ตั้งแต่ติดพัดลมไฟฟ้ามาเกิน 105 ไม่เคยทำงานเลยครับ
chonchungya is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 26-12-2019, 10:03:10 AM   #5
harm_c220
 
harm_c220's Avatar
 
Join Date: Jun 2014
Location: bkk
Posts: 1,189
Thanks: 1,568
Thanked 735 Times in 505 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by chonchungya View Post
ใช่ครับ ผมใช้อยู่ 71 นิ่งที่ 85 แต่ถ้าเกิน 87 พัดลมไฟฟ้า step 2 ทำงาน แล้วยังมีอีกถ้าเกิน 105 พัดลมไฟฟ้าหน้าหม้อน้ำทำงานจุดนี้ของเดิมเครื่อง M104 ไม่ได้ตัดออก ปล่อยไว้เผื่อพัดลมไฟฟ้าเสีย ปิดแอร์ขับกลับได้ครับ ตั้งแต่ติดพัดลมไฟฟ้ามาเกิน 105 ไม่เคยทำงานเลยครับ
ที่ว่าเกิน87,,ใช้Senserตัวไหนครับ
เพราะว่าสีเทามัน93
harm_c220 is offline   Reply With Quote
Old 26-12-2019, 12:47:34 PM   #6
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 429
Thanks: 250
Thanked 1,088 Times in 332 Posts
Default

ขออนุญาตแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากอีกมุมนึงครับ อาจจะยาวไป ก็อภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ


เครื่องBenzในยุค90-00(ปีอื่นไม่แน่ใจ)จะเซทค่าoperating tempไว้คอ่นข้างสูงที่ 93องศา

ทั้งนี้ก็เพื่อให้ระบบได้จ่ายเชื้อเพลิงในอัตราส่วน 14.7:1 (อากาศ/เชื้อเพลิง)


>>> ตรงนี้จึงเป็นที่มาของการเซทค่าวาล์วน้ำมาตรฐานอยู่ท ี่ 87องศา เพื่อให้สอดคล้องลักษณะ

การทำงานข้างต้น ให้เครื่องwarm ไปถึงจุด optimum (93 องศา)โดยเร็วที่สุด ถ้าไม่ถึงระบบ

ก็จะสั่งจ่ายน้ำมันหนาอยู่ตลอด (อุณภูมิต่ำ =มวลอากาศหนา/อุณภูมิสูง=มวลอากาศบาง) ตรงนี้

ปัญหาอื่นจะตามมา มลพิษ แคทตัน กำลังเครื่องลดลง ฯลฯ ฉนั้นกรณีเครื่องเย็นเกินไปในขณะใช้

งานประจำวันปกติจึงอันตรายต่อเครื่องยนต์ในระยะยาว


>>> ผมอยากแนะนำแบบนี้ ถ้าเครื่องยนต์อยู่ในสภาพสมบูรณ์วาล์ว 87 เหมาะสมด้วยประการ

ทั้งปวง (ย้ำนะครับเป็นloopทำงานของเครื่องยนต์ ส่วนเรื่องสภาพอากาศ เมื่องร้อน/เมืองหนาว

อันนี้ไม่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด) ผมเปลี่ยนถ่ายน้ำหล่อเย็นทุกปี เคยเปลี่ยนหม้อน้ำมา1ครั้ง และ

ใช้น้ำกลั่นเติม(แทนน้ำเปล่า) จึงไม่เคยมีปัญหาเรื่องน้ำขุ่นข้น ตะกรัน หม้อน้ำตัน พัดลมเสีย ฯลฯ


>>> นอกเสียจากว่า เครื่องมีปัญหาความร้อนแบบเรื้อรัง อาจจะเพราะตะกรันเกาะภายในช่องทาง

เดินน้ำ หรือหม้อไม่สะอาด อันนี้ช่างบางท่านแนะนำว่าวาล์วน้ำ 71 อาจจะพอให้ใช้ แต่ก็เป็นการแก้

ปัญหาที่ปลายเหตุละครับ (อันนี้เป็นความเห็นของช่างบางท่านนะครับ)


>>> ส่วนตัวเคยทดสอบกับปลาวาฬสองคัน (เครื่องM104) สภาพเครื่องสมบูรณ์พอกัน คันนึงใช้

วาล์ว 87 อีกคันใช้ 71 การขับขี่ต่างเลยครับ (สองคันนี้ดูแลอย่างดีเหมือนกัน เปลี่ยนเซนเซอแทบ

จะทุกตัวทั้งสองคัน) คัน 87 เร่งสู้สึกเบาเท้ามาก เครื่องเดินนิ่งกว่า กำลังมาเร็วกว่า ประยัดน้ำมัน

ส่วนคันที่ใช้วาล์ว 71 ก็ตรงกันข้ามเลยครับ เลยเปลี่ยนกลับเป็นวาล์ว87


>>> ผมเองก็เคยหลงคิดไปว่าเครื่องวิ่งอุณหภูมิเย็นๆ (เช่น 85)จะดี เนื่องจากตอนนั้นยังไม่เคย

รู้ว่าเครื่องเบนซ์เค้า fix อุณภูมิการทำงาน (operating temp)ไว้ที่ 93 อันนี้เราจะไปแก้ไขอะไร

ไม่ได้เพราะเป็นค่า default โรงงาน ตอนนั้นดูแลทุกอย่างดี (ตั้งแต่สิบกว่าปีก่อนตอนเพิ่งได้รถ)

เปลี่ยนวาล์วน้ำ71 อุณภูมิอยู่ที่ 80 ต้นๆตลอด แต่กำลังเครื่องจะอืดๆ ขับไม่สนุก (w140 มันเห็น

อาการชัดเพราะรถน้ำหนักเยอะ) สุดท้ายไปเจอบทความใน benzworld.com เลยพบว่าวาล์ว71

ตัวนี้เป็นจำเลย เปลี่ยนแล้วขับเหมือนคนละคันเลยครับ


>>> เขียนมาซะยาว ไม่ได้จะตำหนิคนใช้วาล์ว 71 มันอาจเป็นทางออกในบางกรณี แต่กับรถที่

ทุกอย่าง(หรือเกือบทุกอย่าง)ยังทำงานสมบูรณ์ วาล์ว87 คือสิ่งที่ดีที่สุดครับ
LeMans24 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 26-12-2019, 03:18:28 PM   #7
harm_c220
 
harm_c220's Avatar
 
Join Date: Jun 2014
Location: bkk
Posts: 1,189
Thanks: 1,568
Thanked 735 Times in 505 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by harm_c220 View Post
ท่านที่ติดพัดลมไฟฟ้าเพิ่ม
จากเดิมคันที่เป็นพัดลมใบลาน

ติดตั้งวาวล์น้ำ71หรือ87องศากันหรือครับ
จะสอบถามเรื่อง ping-pong effects
ถามต่อเลยเรื่อง ping--pong effect
การเพิ่มพัดลมไฟฟ้า,,โดยใช้สวิทสีเทาเป็นตัวตัดต่อพั ดลม
มันจะมีผลเรื่อง ระยะคาบเกี่ยวกับ การเปิดของวาวล์น้ำเบอร์87หรือไม่?
harm_c220 is offline   Reply With Quote
Old 26-12-2019, 04:26:05 PM   #8
harm_c220
 
harm_c220's Avatar
 
Join Date: Jun 2014
Location: bkk
Posts: 1,189
Thanks: 1,568
Thanked 735 Times in 505 Posts
Default

ใครใช้วาวล์น้ำเบอร์87
กับสวิทความร้อนสีเทาบ้าง

มี effect อย่างผมว่าป่าว?
harm_c220 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 26-12-2019, 05:36:33 PM   #9
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 429
Thanks: 250
Thanked 1,088 Times in 332 Posts
Default

ขอถามเป็นความรู้นะครับ

พัดลมใบลานหมายถึงพัดลมฟรีคลัชหรือเปล่าครับ?? หรือคือพัดลมหน้ารถ (aux fan)?

เข้าใจว่าพี่ harm_c220 คงถอดฟรีคลัชออกแล้วโมฯใส่พัดลมไฟฟ้าแทน ถูกต้แงมั้ยครับ?
LeMans24 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 26-12-2019, 07:29:23 PM   #10
Kris
Moderator
 
Kris's Avatar
 
Join Date: Dec 2005
Location: Cheongju, North Chungcheong
Posts: 12,159
Thanks: 1,510
Thanked 9,017 Times in 3,419 Posts
Default

ผมใช้วาล์วน้ำ 80 องศา เครื่อง M104
สวิทช์ความร้อนสีเทา
__________________
Multi-VALVE DOHC VVC Kompressor Tiptronic ASR SRS ASD ESP ETS BAS SBC 4MATIC คืออะไร ? ... ไม่รู้จัก
Kris is online now   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 26-12-2019, 07:36:46 PM   #11
harm_c220
 
harm_c220's Avatar
 
Join Date: Jun 2014
Location: bkk
Posts: 1,189
Thanks: 1,568
Thanked 735 Times in 505 Posts
Default

พัดลมใบลาน หมายถึงพัดลมฟรีคลัชครับ

ยังไม่ได้ใส่พัดลมไฟฟ้าครับ
อยากทราบว่าคนใช้วาวล์น้ำ87
เจอปัญหา,,ปิงปอง,, effect,,หรือเปล่า?

วาวล์น้ำ80,,คงมาจากฝั่ง,,bmw
แปลงใส่,,ซีคลาสน่าจะยาก
harm_c220 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 27-12-2019, 07:12:57 PM   #12
det2514
 
Join Date: Aug 2007
Posts: 250
Thanks: 95
Thanked 35 Times in 19 Posts
Default

w140 s280 ใชัพัดลมไฟฟ้าคู่หน้าเดิม ถ้าติด สวิทช์สีเทาเพิ่ม

จะใช้ stage 1 หรือ stage 2 ถึงจะพอดีครับ
det2514 is offline   Reply With Quote
Old 29-12-2019, 03:25:42 PM   #13
chui
 
chui's Avatar
 
Join Date: Dec 2005
Location: ฐานทัพอากาศดอนเมือง
Posts: 9,085
Thanks: 173
Thanked 3,189 Times in 1,086 Posts
Default

จะเลือกใช้วาล์วน้ำ เท่าไหร่ ต้องมาดูรถเราครับ เพราะมาถึงวันนี้ประสิทธิภาพการหล่อเย็นแต่ละคันได้ไ ม่เท่าเทียมกัน วาล์วน้ำนั้น มีหน้าที่ block น้ำ หรือไม่เปิดให้น้ำวนจนถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ เช่นใช้วาล์วน้ำ 71 มันจะเปิดก็ต่อเมื่อน้ำร้อนถึง 71 หากเลือก วาล์ว 87 มันจะเปิดที่ 87 ทีนี้ต้องมาดูรถเรา หากความร้อนอยู่เหนือ 87C ตลอดเวลา จะมาเลือกวาล์ว 71 ก็ไร้ประโยชน์
รถผมทำพัดลมไฟฟ้า เต็มรูปแบบแล้ว ใช้ใน กทม วิ่งทางยาว วงแหวนตะวันออก หน้าหนาว ความร้อนมันต่ำเกิน 80 จะลงมาถึง 75 ด้วยซ้ำไป ผมเลือกใช้วาล์วน้ำ 80C ความร้อนเครื่องยนต์จะลงต่ำสุดได้แค่ 80C พอเข้าเมืองหน้าร้อน + รถติด มันจะอยู่แถวๆ 95C ซึ่งความร้อนราวๆ 90-95 รถจะวิ่งลื่นมาก เล่าจากประสบการณ์ล้วนๆครับ
ข้อดีการทำพัดลมไฟฟ้า คงไม่ต้องเล่า เอาข้อเสียละกัน engine brake จะหายไปเยอะเลย ทางแก้คือ หาเบรคใหญ่มาลง ช่วยได้ 100% ส่วนคำถาม ping pong effect คืออะไรครับ ผมไม่เข้าใจคำถาม
__________________
Standards Make No Differences
chui is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 29-12-2019, 03:30:11 PM   #14
chui
 
chui's Avatar
 
Join Date: Dec 2005
Location: ฐานทัพอากาศดอนเมือง
Posts: 9,085
Thanks: 173
Thanked 3,189 Times in 1,086 Posts
Default

พัดลมไฟฟ้า 80C พอหาได้ครับ


https://www.picz.in.th/image/RWtDzq
https://www.picz.in.th/image/RWtlXa
__________________
Standards Make No Differences
chui is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 01-01-2020, 12:00:47 AM   #15
harm_c220
 
harm_c220's Avatar
 
Join Date: Jun 2014
Location: bkk
Posts: 1,189
Thanks: 1,568
Thanked 735 Times in 505 Posts
Default

เรียนพี่Chui
Cคลาสปี94,,วาวล์น้ำมันมาพร้อมเสื้อครับ

Ping--pong effect คือ สวิทสีเทาใช้ร่วมกับวาวล์น้ำ87องศา

สวิทสีเทาทำที่93ตัดที่87องศา
,,,,วาล์วน้ำ87เริ่มเปิดที่87,,,,,

พอสวิทสีเทาตัด--วาวล์น้ำก็เริ่เปิดอีกที
มันจะร้อนขึ้นจนถึง93,,สวิทก็ทำต่อ,,วนไปเรื่อยๆครับ
harm_c220 is offline   Reply With Quote
Old 02-01-2020, 12:37:12 AM   #16
chui
 
chui's Avatar
 
Join Date: Dec 2005
Location: ฐานทัพอากาศดอนเมือง
Posts: 9,085
Thanks: 173
Thanked 3,189 Times in 1,086 Posts
Default

ใช่ๆๆๆ ครับ ของ C220 หรือ E220 วาล์วน้ำกับเสื้อติดกันขายเป็นชิ้นเดียว
ของ E280 ขายวาล์วน้ำเป็นตัวเดี่ยว
ผมไม่ใช้วาล์วน้ำ 87C เพราะอย่างที่คุณบอก น้ำร้อนจนพัดลมไฟฟ้าทำงานไม่หยุด
__________________
Standards Make No Differences
chui is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 02-01-2020, 12:44:19 PM   #17
ืnusorn
 
ืnusorn's Avatar
 
Join Date: Jan 2014
Location: Ladproa, BKK
Posts: 5,127
Thanks: 3,215
Thanked 1,453 Times in 1,085 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by chui View Post
จะเลือกใช้วาล์วน้ำ เท่าไหร่ ต้องมาดูรถเราครับ เพราะมาถึงวันนี้ประสิทธิภาพการหล่อเย็นแต่ละคันได้ไ ม่เท่าเทียมกัน วาล์วน้ำนั้น มีหน้าที่ block น้ำ หรือไม่เปิดให้น้ำวนจนถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ เช่นใช้วาล์วน้ำ 71 มันจะเปิดก็ต่อเมื่อน้ำร้อนถึง 71 หากเลือก วาล์ว 87 มันจะเปิดที่ 87 ทีนี้ต้องมาดูรถเรา หากความร้อนอยู่เหนือ 87C ตลอดเวลา จะมาเลือกวาล์ว 71 ก็ไร้ประโยชน์
รถผมทำพัดลมไฟฟ้า เต็มรูปแบบแล้ว ใช้ใน กทม วิ่งทางยาว วงแหวนตะวันออก หน้าหนาว ความร้อนมันต่ำเกิน 80 จะลงมาถึง 75 ด้วยซ้ำไป ผมเลือกใช้วาล์วน้ำ 80C ความร้อนเครื่องยนต์จะลงต่ำสุดได้แค่ 80C พอเข้าเมืองหน้าร้อน + รถติด มันจะอยู่แถวๆ 95C ซึ่งความร้อนราวๆ 90-95 รถจะวิ่งลื่นมาก เล่าจากประสบการณ์ล้วนๆครับ
สวัสดีปีใหม่ครับ
ไม่ได้เจอพี่ฉุยนานเลย
55ได้แต่แนะสมาชิกไปซื้อPOSI

M104ผม..ร้อนเหมือนที่พี่ฉุยกล่าว
ลุ้นตลอดเมื่อต้องไปย่านถนนอโศก
ตัดสินใจDIYเองเลย
โดยใช้วาวล์น้ำ82C
ใหม่กิ๊กจากแบรนด์ฝาหรั่ง
แต่ประกอบในไทย

โดยแกะเสื้อฯจากวาวล์เก่า
http://www.benzowner.net/forum/showt...C5%EC%B9%E9%D3
ไม่ได้ฟรีจากใครนะ ไม่รู้มีHidden Agendaอะไร แต่ไม่มาตอบ

ผมเลยแชร์DIYให้เลย ไม่ต้องไปซื้อใคร
สำคัญแค่จานล่าง
เจียร์รีเวตที่ล๊อคทิ้ง

ใส่วาวล์82C ยาวเท่าเบนซ์
รองWasherแล้วใช้แหวนเกือกม้าล็อค
ขอบด้านบน อุดร่องเสื้อด้วยมหาอุต
วางให้แห้ง1คืน..แข็งแรงด้่งเนื้อเดียวกันเชียว

ทดสอบโหดๆมาหลายรอบแล้ว
ติด3ชม.ถนนสาธร
สรุปว่าไม่มีความเครียด.ดีที่สุดครับ

สเปกเบนซ์รถใหม่87Cไม่เถียง
มีสปริงอ่อน/แข็ง..ก็เปิดไม่เท่ากันอีก

เส้นเลือดคนเราอุดตันยังไม่เท่ากันเลย
ลอกการบ้านทั้งหมดไม่ได้ครับ.
ยินดีให้เอาไอเดียไปDIY

เคยโชว์ภาพในไลน์DIY ALL BENZ
ตั้งแต่สมัยตั้งกลุ่มๆปีก่อน
ทริคเด็ดๆผม/และเพื่อนๆปล่อยของบอกกันชนิดไม่หวง

เสียดายก็แต่วัตถุดิบมีน้อย
ไม่งั้นล่ะก็..
ผมสละเวลา
ทำได้ผล..จะมาแชร์อีกหลายเรื่องครับ

Last edited by ืnusorn; 02-01-2020 at 04:28:01 PM.
ืnusorn is offline   Reply With Quote
Old 02-01-2020, 01:57:38 PM   #18
Niroj3536
 
Join Date: Oct 2012
Location: Hometown : Sukhothai Family Home : Korat
Posts: 1,145
Thanks: 4,389
Thanked 773 Times in 422 Posts
Default

ขออนุญาตแลกเปลี่ยนประเด็นวาล์วน้ำ 71 และ 87 แต่ขอเน้นไปที่วาล์วน้ำ 82 ซี
ในรถฟอร์ด เฟียสต้า ก่อนนะครับ ฟอร์ดเฟียสต้าเป็นรถกลุ่มเดียวกับ วีออส และ ซิตี้
ที่ปัจจุบันล้วนไม่มีเกจความร้อนเป็นแบบเข็มอนาล็อค เฟียสต้า (รวมทั้งฟอร์ดโฟกัส)
มีเมนูลับให้เปิดดูค่าต่างๆ ได้ รวมทั้งค่าระดับความร้อนเครื่องยนต์ (Engine Temp)
ทั้งนี้เป็นแบบครั้งคราวได้ เพราะต้องจัดการเซ็ทก่อนการสตาร์ทเครื่องยนต์ (ทั้งนี้มี
ตัวเลขระดับความร้อนภายนอกรถแสดงตลอดเวลา คาดเดาคงเป็นเพราะรถฟอร์ดถูก
ออกแบบเป็นรถใช้งานเมืองหนาว ซึ่งมีความจำเป็น) เฟียสต้าเมื่อใช้งานไประยะเวลา
หนึ่งมักมีภาวะเครื่องยนต์ความร้อนขึ้นสูง จากสาเหตุพัดลมหม้อน้ำไ่ม่ทำงาน หรือ
มีภาวะน้ำหล่อเย็นรั่วออกมาก (หรือเพราะวาล์วน้ำตายปิดหรือเปิดน้อย) และมักจบ
ด้วยต้องมีการแก้ไขฟื้นฟูความเสียหายมากๆ จากปัญหาฝาสูบโก่งผิดรูป ในการแก้ไข
ในศูนย์บริการมักต้องเปลี่ยนฝาสูบใหม่ หากเป็นที่อู่นอกฟอร์ดก็มักจบด้วยการเปลี่ยน
ฝาสูบใหม่หรือฝาสูบมือสอง (ช่างอู่นอกฟอร์ดมักเป็นช่างรุ่นหนุ่มๆ ที่เคยเป็นช่างศูนย์
จึงมักรับแนวทางมาจากศูนย์) แต่ก็ยังมีช่างอีกจำนวนหนึ่งที่เลือกใช้แนวทางนำฝาสู บ
ไปจัดการไสปาดรวมทั้งให้จัดการกับวาล์วและบ่าวาล์วด้ วยเลยที่โรงกลึงครับ
ผลพวงจากเฟียสต้ามีภาวะเครื่องยนต์ความร้อนขึ้นสูงแล ะเกิดความเสียหายกันมาก
ช่างอู่นอกฟอร์ดกลุ่มหนึ่งไปปิ๊งไอเดียว่าเฟียสต้าถู กออกแบบให้ใช้ในเมืองหนาวระดับ
ความร้อนโดยรวมจึงสูง (คงหมายถึง Operating Temp.ตามที่ท่าน LeMans24
แจ้งไว้) ตามข้อเท็จจริงทราบว่าตั้งแต่รถใหม่ป้ายแดงและที่ใช้ งานมาระยะหนึ่งระดับ
ความร้อนโดยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 92 -97 ซี ครับ ช่างกลุ่มนี้ได้ทดลองนำวาล์วน้ำ
จากรถโตโยต้า AE111 หรือจากโตโยต้าโซลูน่า ชนิด 76.5 ซี มาดัดแปลงใช้แทน
วาล์วน้ำ 82 ซี เดิมๆ ผลลัพท์โดยรวมระดับความร้อนเป็นที่พอใจของช่างกลุ่มน ี้คือที่
ระดับ 82 - 87 ซี และมีการแนะนำให้จัดการกันอย่างแพร่หลายในคลับฟอร์ดเ ฟียสต้า
ครับ แม้จะมีสมาชิกจำนวนหนึ่งที่แสดงความเห็นที่ยังยืนยัน ใช้วาล์วน้ำ 82 ซี เดิมๆ
เพราะเห็นว่าระดับความร้อนจากวาล์วน้ำ 76.5 ซี ต่ำเกินไปและจะเกิดความเสียหาย
ต่อเครื่องยนต์ในระยะยาวครับ ผมเองไม่ใช่ช่างตัวจริงทั้งใช้งานฟอร์ดโฟกัสโดยไม่ได ้
ใช้งานเฟียสต้า เข้าไปเป็นสมาชิกในคลับเฟียสต้าภายหลัง พยายามศึกษาข้อมูลทั้ง
สอบถามผู้รู้เพื่อหาคำตอบว่าทำไมเมื่อเปลี่ยนเป็นวาล ์วน้ำโตโยต้า 76.5 ซี แล้วระดับ
ความร้อนโดยรวมจึงลดลงได้ดังกล่าว ในสุดท้ายช่างท่านหนึ่งที่เป็นเจ้าของไอเดียร่วม
นั้นเองก็ออกมายอมรับการแลกเปลี่ยนโดยชี้แจงมีข้อสรุ ปในสาระสำคัญคือโครงสร้างวาล์ว
น้ำโตโยต้า 76.5 ซี มีตูดวาล์วยาวกว่าของเดิมฟอร์ด 82 ซี ฉะนั้น เมื่อกลไกของวาล์ว
เปิดอ้ามากสุดแล้ว ช่องว่างที่มากขึ้นจึงย่อมมีผลให้น้ำยาหล่อเย็นในระบ บสามารถหมุน
เวียนตามการหมุนกวักของปั๊มน้ำได้มากกว่าเดิม ระดับความร้อนจึงย่อมลดลงได้
ทั้งนี้ในภาวะอื่นๆ เดียวกัน ได้แก่ พัดลมเดิม หม้อน้ำ (รังผึ้ง) เดิม (เฟียสต้ามีพัดลม
หม้อน้ำตัวเดียว สเต็ปแรกเริ่มทำงานทันที่ที่หนัาคลัชคอมแอร์จับ หากไม่เปิดแอร์เลย
พัดลมสเต็ปแรกเริ่มทำงานที่ระดับความร้อนประมาณ 105 ซี หยุดเมื่อระดับความร้อน
ลดลงเหลือ 99 ซี ส่วนสเต็ป 2 เริ่มทำงานที่ 108 ซี และ หยุดทำงานที่ 99 ซี ครับ)

ขออภัยที่เขียนมาเสียยาวเกี่ยวกับรถฟอร์ดเฟียสต้า สิ่งที่ผมต้องการขอแลกเปลี่ยนคือ
หลักการและเหตุผลของวาล์วน้ำ MB 71 และ 87 ซี ว่าแท้จริงแล้วต่างกันอย่างไร
การเริ่มเปิดที่ 71 หรือ 87 ซี นั้นเราล้วนเข้าใจดี แต่ในส่วนโครงสร้างของวาล์วน้ำทั้ง
สองแบบมีข้อแตกต่างกันที่โครงสร้างเช่นเดียวกับเคสขอ งรถฟอร์ดเฟียสต้าข้างต้นด้วย
ใช่ไหม ทั้งระดับความร้อนเมื่อเป็นวาวล์น้ำเบอร์ 71 ที่แจ้งว่าจะรันความร้อนให้นิ่งที่
85 ซี และเมื่อเป็นวาวล์น้ำเบอร์ 87 จะรันความร้อนให้นิ่งที่ 93 ซี ตลอดเวลา นั้น
เป็นตัวเลขทั้งที่เปิดแอร์ และไม่เปิดแอร์ หรือไม่อย่างไรไหมครับ ขอบพระคุณยิ่งครับ

(ผมเคยเห็นของจริงชุดเสื้อวาล์วน้ำของรถมาสด้า 2 SkyActive ที่เสียหลังหมดระยะ
ประกัน ต้องเปลี่ยนใหม่ที่ราคา 2 หมื่นบาทเศษ ชุดเสื้อวาล์วน้ำออกแบบเป็นกล่อง
พลาสติกแข็งสีดำ มีช่องทางน้ำหล่อเย็นเข้า/ออก หลักการทำงานน้ำหล่อเย็นวิ่งไหล
ผ่านลิ้นเปิด/ปิด ช่องทางเดินให้น้ำหล่อเย็นผ่านกว้างหรือแคบมากน้อยเท ่าไหร่ กล่อง
ควบคุมจะสั่งผ่านตัวมอร์เตอร์ไฟฟ้าครับ เคสนี้ผมได้รับอะไหล่มาทั้งชุดเมื่อรื้อแล้ววัดค่า
ด้วยมัลติมิเตอ์แล้วพบว่ามอร์เตอร์เสียครับ อนึ่งใน MB รุ่นใหม่ๆ อาจมีวิวัฒนาการออก
แบบวาล์วน้ำลักษณะนี้แล้วก็ได้ครับ)

Last edited by Niroj3536; 02-01-2020 at 02:00:04 PM.
Niroj3536 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 02-01-2020, 02:31:50 PM   #19
Kris
Moderator
 
Kris's Avatar
 
Join Date: Dec 2005
Location: Cheongju, North Chungcheong
Posts: 12,159
Thanks: 1,510
Thanked 9,017 Times in 3,419 Posts
Default

W126 เครื่อง M103 ที่ยังเป็นพัดลมแบบเดิม ตอนนี้ใช้ 71 องศา เท่าที่สังเกตุ ต่อให้อากาศภายนอกช่วงเช้าๆ , พัดลมแอร์ทำงานต่อเนื่อง หรือ วิ่งยาวๆ ยังไงความร้อนก็ไม่ต่ำกว่า 82 องศา (โดยประมาณ) ซึ่งไม่ว่า วาล์วน้ำ 71 หรือ 87 ของ Benz ปริมาณน้ำไหลผ่านก็เท่ากัน (เมื่อเปิดสุดแล้ว) คหสต. ต่อให้ใช้ 71 แต่อากาศบ้านเราถือว่าเป็นเมืองร้อน เครื่องก็ไม่เย็นเกินไป [ แต่ถ้าหน้าหนาว บนดอย ก็น่าทดสอบดูผล ] อยากลองเปลี่ยนเป็น 87 เหมือนกัน แต่รถไม่ค่อยได้ใช้ก็เฉยๆ ไม่รีบ
__________________
Multi-VALVE DOHC VVC Kompressor Tiptronic ASR SRS ASD ESP ETS BAS SBC 4MATIC คืออะไร ? ... ไม่รู้จัก
Kris is online now   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 03-01-2020, 04:26:49 PM   #20
321
 
321's Avatar
 
Join Date: Jan 2008
Posts: 2,789
Thanks: 200
Thanked 2,832 Times in 1,164 Posts
Default

ปัญหาปิงปองมาจากความร้อน M104 ติดวาล์วน้ำ 87 °C
ทำพัดลมไฟฟ้าทำงานสเต็จ 1.5 หรือ 2 ที่ 93 °C
ต่อมาใช้วิธีแก้โดยลงวาล์วน้ำ 80 °C มาลงแทน

สำหรับสี่สูบความร้อนไม่มาก จะติดวาล์วน้ำ 87 °C มีหนทางทำได้
พัดลมไฟฟ้าจะคู่กันกับการขยายหม้อใบใหญ่ขึ้น
เมื่อใช้กับ C220 ปัญหาความร้อนไม่มีแน่
ทางแก้ไข คือการตัดหรือไม่ต่อพัดลมไฟฟ้ากับสวิทช์สีเทาที่ 93 °C
เข้าใจง่าย คือระบบไฟฟ้าของรถเบ็นซ์เดิมๆ กับระบบพัดลมไฟฟ้าเพียงพอแล้ว
สเต็จแรก => แรกดันน้ำยาแอร์
สเต็จสอง => เครื่องร้อน 107 °C

ถ้าติดสวิทช์สีเทาแล้วทำให้ดีขึ้นเพื่อไว้เวลาปิดแอร ์ขับรถ
สเต็จแรก => แรกดันน้ำยาแอร์ และที่ 93 °C ต่อกับสวิทช์สีเทา

ถ้าคิดว่าสเต็จสอง 107 °C ร้อนไปเปลี่ยนลงมา 100 °C ได้ด้วย
สเต็จสอง => เครื่องร้อน 107 °C และที่ 100 °C ต่อกับสวิทช์สีเทาขาที่สาม
321 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 04-01-2020, 06:15:36 AM   #21
ืnusorn
 
ืnusorn's Avatar
 
Join Date: Jan 2014
Location: Ladproa, BKK
Posts: 5,127
Thanks: 3,215
Thanked 1,453 Times in 1,085 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by ืnusorn View Post
สวัสดีปีใหม่ครับ
ไม่ได้เจอพี่ฉุยนานเลย
55ได้แต่แนะสมาชิกไปซื้อPOSI

M104ผม..ร้อนเหมือนที่พี่ฉุยกล่าว
ลุ้นตลอดเมื่อต้องไปย่านถนนอโศก
ตัดสินใจDIYเองเลย
โดยใช้วาวล์น้ำ82C
ใหม่กิ๊กจากแบรนด์ฝาหรั่ง
แต่ประกอบในไทย

โดยแกะเสื้อฯจากวาวล์เก่า
http://www.benzowner.net/forum/showt...C5%EC%B9%E9%D3
ไม่ได้ฟรีจากใครนะ ไม่รู้มีHidden Agendaอะไร แต่ไม่มาตอบ

ผมเลยแชร์DIYให้เลย ไม่ต้องไปซื้อใคร
สำคัญแค่จานล่าง
เจียร์รีเวตที่ล๊อคทิ้ง

ใส่วาวล์82C ยาวเท่าเบนซ์
รองWasherแล้วใช้แหวนเกือกม้าล็อค
ขอบด้านบน อุดร่องเสื้อด้วยมหาอุต
วางให้แห้ง1คืน..แข็งแรงด้่งเนื้อเดียวกันเชียว

ทดสอบโหดๆมาหลายรอบแล้ว
ติด3ชม.ถนนสาธร
สรุปว่าไม่มีความเครียด.ดีที่สุดครับ

สเปกเบนซ์รถใหม่87Cไม่เถียง
มีสปริงอ่อน/แข็ง..ก็เปิดไม่เท่ากันอีก

เส้นเลือดคนเราอุดตันยังไม่เท่ากันเลย
ลอกการบ้านทั้งหมดไม่ได้ครับ.
ยินดีให้เอาไอเดียไปDIY

เคยโชว์ภาพในไลน์DIY ALL BENZ
ตั้งแต่สมัยตั้งกลุ่มๆปีก่อน
ทริคเด็ดๆผม/และเพื่อนๆปล่อยของบอกกันชนิดไม่หวง

เสียดายก็แต่วัตถุดิบมีน้อย
ไม่งั้นล่ะก็..
ผมสละเวลา
ทำได้ผล..จะมาแชร์อีกหลายเรื่องครับ
วานนี้มีสมาชิกไลน์มาถาม
ขอตอบที่พร้อมๆกันทีเดียว
วาวล์ของมาสด้าCronosครับ
ในshoppee เห็นขายอยู่4-500

(เด๋วนี้ผมสั่งท่อGATESก็ที่นี่
Benzเส้นละ1100ใช้2เส้น
ไม่ไหวครับ)

เพราะไปร้านอะไหล่ญี่ปุ่น
เด๋วจะเขว
คนขายบอกใช้กับเบนซ์ไม่ได้!!!
ท่านๆอ่านที่นุ่ม ผมแชร์หมดแล้ว
อยู่ที่จะทำหรือไม่เท่านั้นครับ

Last edited by ืnusorn; 04-01-2020 at 06:20:20 AM.
ืnusorn is offline   Reply With Quote
Old 04-01-2020, 05:53:50 PM   #22
harm_c220
 
harm_c220's Avatar
 
Join Date: Jun 2014
Location: bkk
Posts: 1,189
Thanks: 1,568
Thanked 735 Times in 505 Posts
Default

กระทู้ผม,มีคนสนใจเยอะนะครับ
(แม้แต่คนที่ไม่ค่อยอยากจะคุยกับผมก็มา)
55555

Last edited by harm_c220; 04-01-2020 at 05:58:41 PM.
harm_c220 is offline   Reply With Quote
Old 04-01-2020, 06:02:22 PM   #23
harm_c220
 
harm_c220's Avatar
 
Join Date: Jun 2014
Location: bkk
Posts: 1,189
Thanks: 1,568
Thanked 735 Times in 505 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by 321 View Post
ปัญหาปิงปองมาจากความร้อน M104 ติดวาล์วน้ำ 87 °C
ทำพัดลมไฟฟ้าทำงานสเต็จ 1.5 หรือ 2 ที่ 93 °C
ต่อมาใช้วิธีแก้โดยลงวาล์วน้ำ 80 °C มาลงแทน

สำหรับสี่สูบความร้อนไม่มาก จะติดวาล์วน้ำ 87 °C มีหนทางทำได้
พัดลมไฟฟ้าจะคู่กันกับการขยายหม้อใบใหญ่ขึ้น
เมื่อใช้กับ C220 ปัญหาความร้อนไม่มีแน่
ทางแก้ไข คือการตัดหรือไม่ต่อพัดลมไฟฟ้ากับสวิทช์สีเทาที่ 93 °C
เข้าใจง่าย คือระบบไฟฟ้าของรถเบ็นซ์เดิมๆ กับระบบพัดลมไฟฟ้าเพียงพอแล้ว
สเต็จแรก => แรกดันน้ำยาแอร์
สเต็จสอง => เครื่องร้อน 107 °C

ถ้าติดสวิทช์สีเทาแล้วทำให้ดีขึ้นเพื่อไว้เวลาปิดแอร ์ขับรถ
สเต็จแรก => แรกดันน้ำยาแอร์ และที่ 93 °C ต่อกับสวิทช์สีเทา

ถ้าคิดว่าสเต็จสอง 107 °C ร้อนไปเปลี่ยนลงมา 100 °C ได้ด้วย
สเต็จสอง => เครื่องร้อน 107 °C และที่ 100 °C ต่อกับสวิทช์สีเทาขาที่สาม
ลืมไปว่าสวิทสีเทา มีอีกขาคือขา99องศา
หนีมาใช้ขานี้ได้แฮะ
harm_c220 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 04-01-2020, 06:34:43 PM   #24
harm_c220
 
harm_c220's Avatar
 
Join Date: Jun 2014
Location: bkk
Posts: 1,189
Thanks: 1,568
Thanked 735 Times in 505 Posts
Default

สรุปคร่าว (ถ้าจะใช้วาวล์น้ำ87)
st1 แรงดันน้ำยาแอร์
st2 สวิทสีเทาขา99(ไม่ใช้ขา93เพื่อหลีกเลี่ยงping-pong)
st2 อีกตัวคือ สวิทสีฟ้าเดิมๆของรถคือร้อน107(จริงไปโดนขา99ของสีเท าตัดไปทำก่อนแล้ว)
harm_c220 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 04-05-2020, 10:22:04 PM   #25
benzweiler
 
Join Date: Aug 2012
Posts: 128
Thanks: 8
Thanked 2 Times in 2 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by LeMans24 View Post
ขออนุญาตแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากอีกมุมนึงครับ อาจจะยาวไป ก็อภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ


เครื่องBenzในยุค90-00(ปีอื่นไม่แน่ใจ)จะเซทค่าoperating tempไว้คอ่นข้างสูงที่ 93องศา

ทั้งนี้ก็เพื่อให้ระบบได้จ่ายเชื้อเพลิงในอัตราส่วน 14.7:1 (อากาศ/เชื้อเพลิง)


>>> ตรงนี้จึงเป็นที่มาของการเซทค่าวาล์วน้ำมาตรฐานอยู่ท ี่ 87องศา เพื่อให้สอดคล้องลักษณะ

การทำงานข้างต้น ให้เครื่องwarm ไปถึงจุด optimum (93 องศา)โดยเร็วที่สุด ถ้าไม่ถึงระบบ

ก็จะสั่งจ่ายน้ำมันหนาอยู่ตลอด (อุณภูมิต่ำ =มวลอากาศหนา/อุณภูมิสูง=มวลอากาศบาง) ตรงนี้

ปัญหาอื่นจะตามมา มลพิษ แคทตัน กำลังเครื่องลดลง ฯลฯ ฉนั้นกรณีเครื่องเย็นเกินไปในขณะใช้

งานประจำวันปกติจึงอันตรายต่อเครื่องยนต์ในระยะยาว


>>> ผมอยากแนะนำแบบนี้ ถ้าเครื่องยนต์อยู่ในสภาพสมบูรณ์วาล์ว 87 เหมาะสมด้วยประการ

ทั้งปวง (ย้ำนะครับเป็นloopทำงานของเครื่องยนต์ ส่วนเรื่องสภาพอากาศ เมื่องร้อน/เมืองหนาว

อันนี้ไม่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด) ผมเปลี่ยนถ่ายน้ำหล่อเย็นทุกปี เคยเปลี่ยนหม้อน้ำมา1ครั้ง และ

ใช้น้ำกลั่นเติม(แทนน้ำเปล่า) จึงไม่เคยมีปัญหาเรื่องน้ำขุ่นข้น ตะกรัน หม้อน้ำตัน พัดลมเสีย ฯลฯ


>>> นอกเสียจากว่า เครื่องมีปัญหาความร้อนแบบเรื้อรัง อาจจะเพราะตะกรันเกาะภายในช่องทาง

เดินน้ำ หรือหม้อไม่สะอาด อันนี้ช่างบางท่านแนะนำว่าวาล์วน้ำ 71 อาจจะพอให้ใช้ แต่ก็เป็นการแก้

ปัญหาที่ปลายเหตุละครับ (อันนี้เป็นความเห็นของช่างบางท่านนะครับ)


>>> ส่วนตัวเคยทดสอบกับปลาวาฬสองคัน (เครื่องM104) สภาพเครื่องสมบูรณ์พอกัน คันนึงใช้

วาล์ว 87 อีกคันใช้ 71 การขับขี่ต่างเลยครับ (สองคันนี้ดูแลอย่างดีเหมือนกัน เปลี่ยนเซนเซอแทบ

จะทุกตัวทั้งสองคัน) คัน 87 เร่งสู้สึกเบาเท้ามาก เครื่องเดินนิ่งกว่า กำลังมาเร็วกว่า ประยัดน้ำมัน

ส่วนคันที่ใช้วาล์ว 71 ก็ตรงกันข้ามเลยครับ เลยเปลี่ยนกลับเป็นวาล์ว87


>>> ผมเองก็เคยหลงคิดไปว่าเครื่องวิ่งอุณหภูมิเย็นๆ (เช่น 85)จะดี เนื่องจากตอนนั้นยังไม่เคย

รู้ว่าเครื่องเบนซ์เค้า fix อุณภูมิการทำงาน (operating temp)ไว้ที่ 93 อันนี้เราจะไปแก้ไขอะไร

ไม่ได้เพราะเป็นค่า default โรงงาน ตอนนั้นดูแลทุกอย่างดี (ตั้งแต่สิบกว่าปีก่อนตอนเพิ่งได้รถ)

เปลี่ยนวาล์วน้ำ71 อุณภูมิอยู่ที่ 80 ต้นๆตลอด แต่กำลังเครื่องจะอืดๆ ขับไม่สนุก (w140 มันเห็น

อาการชัดเพราะรถน้ำหนักเยอะ) สุดท้ายไปเจอบทความใน benzworld.com เลยพบว่าวาล์ว71

ตัวนี้เป็นจำเลย เปลี่ยนแล้วขับเหมือนคนละคันเลยครับ


>>> เขียนมาซะยาว ไม่ได้จะตำหนิคนใช้วาล์ว 71 มันอาจเป็นทางออกในบางกรณี แต่กับรถที่

ทุกอย่าง(หรือเกือบทุกอย่าง)ยังทำงานสมบูรณ์ วาล์ว87 คือสิ่งที่ดีที่สุดครับ
ขอเสริมนิดนึงครับ ที่ทางผู้ผลิตเซ็ตอุณหภูมิการทำงานของเครื่องยนต์ไว้ ที่ 93องศาซี เพราะเป็นอุณหภมิที่เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิ ภาพและสึกหรอน้อยที่สุด เพราะที่อุณภูมิที่ว่ามานั้น สัมประสิทธิ์การขยายตัวของลูกสูบและกระบอกสูบจะพอดีก ัน มีผลให้ระยะclearanceกระบอกสูบได้ตามสเปก จึงได้กำลังอัดที่ดี อัตราเร่งที่ดี ส่วนผสมไอดีได้ตามทฤษฎี 14.7ต่อ1 อะไรๆดีๆก็จะตามมา และอีกอย่างเมื่อclearanceน้อยเวลากดคันเร่งรอบก็จะม าเลย ลูกสูบก็ไม่เสียเวลาตั้งท่าจนขาสั่นเขกกระบอกสูบและย ังทำให้น้ำมันเบนซินมีโอกาศเล็ดลอดไปผสมกับ นมค. ได้น้อย มีผลต่อความทนทานของเครื่องยนต์ในระยะยาว ทางบริษัทผู้ผลิตจึงยึดเอาจุดนี้ไว้เป็นหลัก
แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานี้คืออุดมคติของเครื่องยน ต์ที่ใช้ในเมืองหนาว พอข้ามน้ำข้ามทะเลมาใช้ชีวิตในเอเซียตะวันออกเฉียงใต ้ ก็ต้องหาวิธีปรับตัวเช่นที่บักสีดาตาน้ำข้าวทำกัน

Last edited by benzweiler; 04-05-2020 at 10:24:07 PM.
benzweiler is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 05-05-2020, 11:41:15 AM   #26
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 429
Thanks: 250
Thanked 1,088 Times in 332 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by benzweiler View Post
ขอเสริมนิดนึงครับ ที่ทางผู้ผลิตเซ็ตอุณหภูมิการทำงานของเครื่องยนต์ไว้ ที่ 93องศาซี เพราะเป็นอุณหภมิที่เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิ ภาพและสึกหรอน้อยที่สุด เพราะที่อุณภูมิที่ว่ามานั้น สัมประสิทธิ์การขยายตัวของลูกสูบและกระบอกสูบจะพอดีก ัน มีผลให้ระยะclearanceกระบอกสูบได้ตามสเปก จึงได้กำลังอัดที่ดี อัตราเร่งที่ดี ส่วนผสมไอดีได้ตามทฤษฎี 14.7ต่อ1 อะไรๆดีๆก็จะตามมา และอีกอย่างเมื่อclearanceน้อยเวลากดคันเร่งรอบก็จะม าเลย ลูกสูบก็ไม่เสียเวลาตั้งท่าจนขาสั่นเขกกระบอกสูบและย ังทำให้น้ำมันเบนซินมีโอกาศเล็ดลอดไปผสมกับ นมค. ได้น้อย มีผลต่อความทนทานของเครื่องยนต์ในระยะยาว ทางบริษัทผู้ผลิตจึงยึดเอาจุดนี้ไว้เป็นหลัก
แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานี้คืออุดมคติของเครื่องยน ต์ที่ใช้ในเมืองหนาว พอข้ามน้ำข้ามทะเลมาใช้ชีวิตในเอเซียตะวันออกเฉียงใต ้ ก็ต้องหาวิธีปรับตัวเช่นที่บักสีดาตาน้ำข้าวทำกัน

>>> ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ ผมเข้าใจเลยที่พี่สื่อครับ เมื่อก่อนผมก็คิดแบบพี่นี่แหละ ซึงบาง

ประเด็นผมก็เห็นด้วยนะครับ แต่ในบางประเด็นมันยังไม่เคลียร์ ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ

อาจจะต้องแยกย่อยไป เพราะเด๋วคนจะเข้าใจผิด


1. เรื่องทฤษฎีที่พูดมานั้นถูกต้องครับ เพราะมันเป็นกฏทางฟิสิก"ภายใน"ของเครื่องยนต์ครับ

มันก็เป็นอย่างนี้ทุกทีทุกเวลาไม่เกี่ยงสถานที่ครับ (และผมย้ำเสมอครับว่าหมายถึงเครื่องที่

มีการทำงานที่สมบูรณ์ด้วยนะ) อุณหภูมิภายนอก(เมืองร้อน/หนาว)จะเกี่ยวก็แค่ไม่กี่อย่าง

เช่น ตอน cold start การวอร์มเครื่องเพื่อที่จะไปให้ถึงจุด operating temp จะต่างกัน

เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว คนออกเบนซ์ใหม่ป้ายแดงมาคงต้องแห่กันไปเปลี่ยนโมวาล์ วน้ำกันใหญ่

หรือไม่ก็บริษัทแม่ของ benz คงต้องออกระบบระบายความร้อนversionเมืองร้อนมาให้เลื อก

เป็นแน่ครับ แต่เค้าไม่ทำ เรื่องengineeringแค่นี้ benzคงไม่ตกม้าตายหรอกครับ เช่นใน

อเมริกาซึ่งbenzก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และเป็นประเทศที่มีความต่างของอุณหภูมิค่อนข้างมาก

เวลาร้อนก็เอาๆมาก ส่วนเมืองที่หนาวก็หนาวติดลบ ที่ก็เคยมีการหยิบยกเรื่องวาล์ว71มาพูด

คุยก็อยู่พักใหญ่ (ลองหาอ่านได้ครับใน benzworld.comหรือmbclub.co.uk)แต่สุดท้าย

ประเด็นนี้ก็ตกไปเพราะมีคนเข้ามาแย้ง/ชี้แจงทำความเข้าใจและทำสำคัญคือทางBenzไม่ได้

approve ตรงนี้ ก็ยังมีคนใช้อยู่บ้างครับด้วยเหตุผลตามข้อถัดไป


2. วาล์วนี้เป็นตัว"รักษา"ความเสถียรของอุณภูมิน้ำไม่ให ้แกว่งขึ้นลงมากไป ไม่ได้ทำให้ระบาย

ความร้อนได้ดีขึ้น/แย่ลงแต่อย่างใด และที่สำคัญอีกอย่างเป็นตัวที่ทำให้เครื่องwarmไปถึง

จุด operating temp เร็วที่สุด (คือร้อนเร็วขึ้น) ผมเข้าใจว่าตรงนี้คงเป็นสิ่งที่ทำให้หลายๆ

คนกลัว ยิ่งกับรถที่มีปัญหาความร้อนอยู่แล้วก็ยิ่งดูเลวร้าย ขึ้นไปอีก เข้าใจว่าตรงนี้จึงเป็นที่มา

ความแพร่หลายของวาล์วนี้ 71 ในบ้านเรา ก็อาจเป็นการแก้ปัญหาที่ดีก็ได้ครับ เพราะอย่างที่

ผมบอก ถ้ารถเริ่มเก่าแล้ว ปัญหามาแล้วไล่หาสาเหตุแล้วก็ไม่จบ วาล์วนี้ 71 ก็อาจเป็นทาง

เลือกที่ดีที่สุดก็ได้ครับ



>> ถือเป็นการแลกเปลี่ยนนะครับพี่ ช่วง COVID เลยมีเวลาเขียนเยอะ ผมอาจจะผิดก็ได้ครับ

ใครเห็นต่างก็มาแลกเปลี่ยนเป็นความรู้/ประสบการณ์กันครับ ผมเองโชคดีหน่อยตอนนั้นได้รถมา

สภาพดี (W140 S280 ME ได้มาเมื่อปี2007 สิบกว่าปีแล้ว) ก็เริ่มดูแลอย่างที่ว่าตั้งแต่ตอนนั้น

ทำให้เครื่องค่อนข้างสมบูรณ์ (รถไม่ค่อยใช้งานครับ ทำเก็บซะมากกว่า ปกติใช้งานรถยุ่นอีกคัน)

ตอนนี้รถอยู่สตูลติดมาเลเซีย ภูมิอากาศ southeast แท้ๆเลย แต่ไม่เคยมีปัญหาความร้อนเลยครับ


>> อย่างที่ผมบอกในสภาพเครื่องยนต์ที่สมบูรณ์ ผมเคยใส่วาล์ว 71แล้วขับไม่สนุกครับแถมกิน

น้ำมัน (ตอนนั้นใช้งานในกทม. ตอนหลังเน้นทางไกล สตูล-กทม-สตูล) และขอบอกเลยว่าขืนใช้

วาล์ว 71 ต่อไปปัญหาในระยะยาวจะตามมา อุณภูมิแกว่ง เครื่องร้อนช้า อุณภูมิเฉลี่ยเย็นกว่าspec

ทำให้ต้องจ่ายน้ำมันหนา >> รถอืดลง(ถ้าเครื่องสมบูรณ์จะเห็นความต่างชัด)>> มลภาวะ >>

แคทตันเร็วขึ้น >> frictionในเครื่องยนต์มากขึ้น (หลวมง่ายและเร็วขึ้น) ซึ่งมันก็ย้อนกลับไปที่

ทฤษฎีที่พี่ว่า benzweiler นั่นแหละครับ


สุดท้าย ขอสรุปที่ว่าดังนี้ครับ จะพูดเรื่องวาล์วน้ำ 71/87 มันต้องแยกประเด็นให้ชัด

>>>> เรื่องกฏทษฎี ทางฟิสิกภายในเครื่องยนต์ อันนี้เป็น universal ครับเหมือนกันทั่วโลก

ไม่งั้นคงจะมี"Benzเขตร้อน"มาจำหน่ายให้เห็นกันแล้ว เรื่องengineeringแค่นี้ไม่ได้

เกินความสารมารถ Mercedes-Benz หรอกครับ

>>>> ถ้าทุกอย่างสมบูรณ์ แต่แรกผมแนะนำว่าให้ยึดวาล์ว 87 ไว้แล้วจะไม่มีปัญหาตามใน

ระยะยาว (หรือมีน้อย) เช่น เครื่องสึกหรอง่าย > จ่ายน้ำมันหนา > แคทตันเร็ว>

กำลังหด > สร้างมลภาวะ > สุดท้ายเปลืงเงินและเวลามาไล่ซ่อมเนื่องจากเป็นปัญหา

เรื้อรังที่สืบเนื่องมาจากปัญหาก่อนหน้า (บ้านเราที่เจอกันบ่อยซ่อมไม่จบก็เพราะสาเหตุ

นี้แหละครับ เป็นปัญหาสืบเนื่อง+บวกกับการขาดการเอาใจใส่และการดู แลที่ถูกต้อง

เลยต้องเข้าออกอู่เป็นประจำ)

>>>> ถ้าได้รถมาสภาพต้องสงสัย ระบายความร้อนไม่ดี ไล่หาสาเหตุไม่จบ อันนี้วาล์ว 71อาจ

จะพอทำให้ใช้งานต่อไปได้ หรือใส่แล้วไปจบอีก อาจต้องไล่เปลี่ยนรายชิ้นตามอาการ

ฉนั้นสำหรับผม วาล์วน้ำ71 จะจอบโจทย์แค่คนกลุ่มหลังนี้เท่านั้นครับ


สุดท้ายนี้ถ้าผิดพลาดประการใดก็ต้องขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ยินดีรับฟังความคิดเห็นของพี่ๆทุก

ท่านครับ เขี่ยนมาซะยาวเพราะต้องการแยกประเด็นให้ชัด กลัวเกิดการเข้าใจผิดและหลงประเด็น

จริงๆอยากให้ท่านที่สนใจและสงสัยในสิ่งที่ผมพูดและทำ มาลองรถผมได้เลย แต่ติดที่อยู่ไกลไปแต่

ถ้ามาได้ก็ยินดีครับ รถอายุ 23 ปี ขับดีขับสนุกในแบบเครื่อง M104 (ที่สมรรถนะใกล้เคียงรถใหม่)

มันมีอยู่จริงและท่านก็สามารถทำได้ครับ

Last edited by LeMans24; 05-05-2020 at 11:46:08 AM.
LeMans24 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 08-05-2020, 08:50:32 PM   #27
peerawatpra
 
Join Date: Jan 2010
Location: Bangkok
Posts: 2,007
Thanks: 6
Thanked 166 Times in 87 Posts
Default วาวล์น้ำ / thermostat..... ที่เหมาะสม

ขออนุญาตครับ

ทั้งหมดทั้งปวงตามประสาบ้านๆ.... ผิด/ถูก ขึ้นกับดุลยพินิจ​ของท่านครับ

ใช้/ ทำรถตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เกือบ 100 % ใช้วาวล์น้ำ 87 องศา ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่ดีถึงดีมากมาโดยตลอด spec ถูกกำหนดขึ้นโดยวิศวกรของ Mercedes Benz​ ชัดเจนโดยตัวเอง

ทั้งนี้มีเงื่อนไขประกอบ

1.หม้อน้ำมีสภาพสมบูรณ์ดี เปลี่ยนใหม่เป็นระยะๆเสมอ ใช้ coolant/ น้ำสะอาด
2.พัดลมไฟฟ้า/ ฟรีคลัชสภาพสมบูรณ์ดี....เปลี่ยนเป็นระยะ
3.ปั๊มน้ำสภาพดี
4.sensor/ ตัวควบคุม ตรวจเช็ค ตรวจสอบ/ เปลี่ยนเป็นระยะ

ข้อกำหนดดังกล่าวเป็นกระบวนการ การทำงานที่เป็นเหตุ เป็นผลธรรมดา

เห็นด้วยกับแนวทางของคุณ LeMans24

การรักษาสภาพตามข้อ 1. 2.3. และ 4 อย่างถูกต้อง น่าจะเป็นเหตุที่นำไปสู่ผลซึ่งวิทยาศาสตร์สามารถอธิบ าย ตอบขั้นตอนต่างๆได้

อย่างไรก็ตาม.... เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ

ขอขอบคุณ
ช่าง​วันหยุด​
peerawatpra is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 09-05-2020, 09:31:19 AM   #28
Niroj3536
 
Join Date: Oct 2012
Location: Hometown : Sukhothai Family Home : Korat
Posts: 1,145
Thanks: 4,389
Thanked 773 Times in 422 Posts
Default

ขออนุญาตแจมกับประเด็นวาล์วน้ำ 71 และ 87 ซี แต่ขอไปเน้นที่วาล์วน้ำ
82 ซี ของรถฟอร์ดรุ่นเฟียสต้านะครับ ตัวผมเองใช้รถฟอร์ดโฟกัสรุ่นที่ 2
ปี 2007 จึงเป็นจุดเริ่มเข้าไปคลุกคลีในคลับรถฟอร์ดหลายๆ คลับครับ
โฟกัสรุ่นที่ผมใช้โดยรวมมีปัญหาน้อยมาก เพราะยังใช้เกียร์ออโต้แบบเดิม
คือ Torque Converter รถฟอร์ดที่มีปัญหามากมายคือรุ่นใหม่ที่ฟอร์ด
นำเกียร์ที่ตนเองอวดอ้างว่าเป็นเกียร์อัจฉริยะที่เรี ยกว่าเกียร์ Power Shift
คลัชคู่ ครับ

เฟียสต้าไม่มีเกจความร้อนเป็นแบบเข็ม ก็เช่นเดียวกับรถรถใหม่เล็กๆ เช่น
วีออส ยาริส หรือซิตี้ (รวมทั้งมาสด้า CX5) ที่ล้วนไม่มีเกจความร้อนให้
เป็นจุดสังเกตเลย คนขับจะมารู้ตัวอีกทีก็มีไฟเตือนความร้อนติดฟ้อง นั่นก็
หมายถึงความร้อนสูงระดับประมาณ 120 ซี ที่บางเคสโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เกิดความร้อนสูงจากปัญหาจากน้ำหล่อเย็นรั่วออก และยังมีการขับลากยาว
อาจเพราะคนใช้รถไม่ทราบปัญหา หรือไม่ทราบว่าจะเกิดผลร้ายมากๆ ครับ
โดยปกติระดับความร้อนของเฟียสต้า เมื่อเปิดดูตัวเลขผ่านฟังชั่นเมนูลับ
จะอยู่ที่ประมาณ 95-100 ซี ด้วยมีช่างฟอร์ดในคลับจำนวนหนึ่งคิดว่าระดับ
ความร้อนดังกล่าวสูงมากไป มีผลให้วัสดุภายในเสื่อมสภาพเร็วขึ้นทั้งสุ่มเสียง
ที่จะมีภาวะความร้อนสูงจนฮีทเสียหายมากๆ ได้ (มีหลายท่านใช้เหตุผลเชิง
ตำหนิวิศวกรฟอร์ดเองนั่นแหละผิดพลาดที่เอารถออกแบบสำ หรับเมืองหนาว
มาขายในเมืองร้อนด้วยครับ)

นวัตกรรมหนึ่งที่เป็นผลพวงการคิดค้นทดลองและมีผลออกม าใช้กันคือต้อง
เปลี่ยนวาล์วน้ำเป็นของโตโยต้า เช่นจากรุ่นโซลูน่า 76.5 ซี มีการขยายผล
กันมากในคลับเฟียสต้า เพราะเมื่อเปลี่ยนวาล์วน้ำรุ่นนี้ที่มีขนาดพอดีกับวา ล์ว
น้ำเดิมฟอร์ด 82 ซี แล้วระดับความร้อนโดยรวมลดลงได้จริง อยู่ระหว่าง
85-90 ซี ครับ ผมเองไม่ใช่ช่างไม่ได้อยู่หน้างานตรงๆ แบบที่ช่างอาชีพเขา
ก็ข้องใจมากและตามไปถามเขาอยู่หลายครั้ง ในสาระสำคัญว่าระดับความร้อน
ลดลงได้อย่างไรหากแค่วาล์วน้ำ 76.5 ซี ที่ย่อมต้องเปิดอ้าเร็วขึ้นกว่าเดิมแน่ๆ
สุดท้ายก็มีทีมงานที่คิดค้นท่านหนึ่งออกมาเฉลยว่าวาล ์วน้ำโตโยต้า 76.5 ซี
มีตูดวาล์วยาวกว่าของฟอร์ดเดิม 82 ซี แค่นี้ผมก็จบหายข้องใจแล้ว คือเมื่อ
ตูดวาล์วยาวกว่าขณะที่วาล์วเปิดอ้าสุด ช่องว่างมากกว่าเดิม น้ำหล่อเย็นย่อม
ไหลเวียนไประบายเอาความร้อนออกที่รังผึ้งหม้อน้ำได้ม ากกว่าเร็วกว่าเดิม
ในภาวะอย่างอื่นๆ เท่าเดิม ระดับความร้อนย่อมลดลงได้อยู่แล้วนี่ครับ ในคลับ
มีสมาชิกมากปัจจุบันกว่า 2 หมื่นคน ก็ยังดีที่มีหลายท่านที่ทักท้วงว่า
ระดับความร้อน 85-90 ซี เย็นเกินไปกว่าที่วิศวกรเขาออกแบบไว้ไหม
ทั้งจะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วขึ้นไหม อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
มากไปไหม...ก็คงเข้าใจแหละ แต่ขอเย็นๆ ไว้ก่อนเถอะ

ขออนุญาตปิดด้วยคำถามว่า แล้ววาล์วน้ำ MB ที่เราทราบดีมาตลอดคือ
วาล์วน้ำ 71 หรือ 87 ซี นั้น ขนาดมิติเท่ากันเปะๆ ไหม หรือวาล์ว 71
เมื่อเปิดอ้าสุดมีช่องว่างมากกว่าวาล์ว 87 ซี น้ำหล่อเย็นจึงไหลเวียนได้
มากกว่าไหม เมื่อเทียบเคียงหลักการและเหตุผลตามประเด็นของรถฟอร์ ด
เฟียสต้า

ขอบพระคุณยิ่งครับ
Niroj3536 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 12-05-2020, 08:41:16 PM   #29
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 429
Thanks: 250
Thanked 1,088 Times in 332 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Niroj3536 View Post
ขออนุญาตแจมกับประเด็นวาล์วน้ำ 71 และ 87 ซี แต่ขอไปเน้นที่วาล์วน้ำ
82 ซี ของรถฟอร์ดรุ่นเฟียสต้านะครับ ตัวผมเองใช้รถฟอร์ดโฟกัสรุ่นที่ 2
ปี 2007 จึงเป็นจุดเริ่มเข้าไปคลุกคลีในคลับรถฟอร์ดหลายๆ คลับครับ
โฟกัสรุ่นที่ผมใช้โดยรวมมีปัญหาน้อยมาก เพราะยังใช้เกียร์ออโต้แบบเดิม
คือ Torque Converter รถฟอร์ดที่มีปัญหามากมายคือรุ่นใหม่ที่ฟอร์ด
นำเกียร์ที่ตนเองอวดอ้างว่าเป็นเกียร์อัจฉริยะที่เรี ยกว่าเกียร์ Power Shift
คลัชคู่ ครับ

เฟียสต้าไม่มีเกจความร้อนเป็นแบบเข็ม ก็เช่นเดียวกับรถรถใหม่เล็กๆ เช่น
วีออส ยาริส หรือซิตี้ (รวมทั้งมาสด้า CX5) ที่ล้วนไม่มีเกจความร้อนให้
เป็นจุดสังเกตเลย คนขับจะมารู้ตัวอีกทีก็มีไฟเตือนความร้อนติดฟ้อง นั่นก็
หมายถึงความร้อนสูงระดับประมาณ 120 ซี ที่บางเคสโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เกิดความร้อนสูงจากปัญหาจากน้ำหล่อเย็นรั่วออก และยังมีการขับลากยาว
อาจเพราะคนใช้รถไม่ทราบปัญหา หรือไม่ทราบว่าจะเกิดผลร้ายมากๆ ครับ
โดยปกติระดับความร้อนของเฟียสต้า เมื่อเปิดดูตัวเลขผ่านฟังชั่นเมนูลับ
จะอยู่ที่ประมาณ 95-100 ซี ด้วยมีช่างฟอร์ดในคลับจำนวนหนึ่งคิดว่าระดับ
ความร้อนดังกล่าวสูงมากไป มีผลให้วัสดุภายในเสื่อมสภาพเร็วขึ้นทั้งสุ่มเสียง
ที่จะมีภาวะความร้อนสูงจนฮีทเสียหายมากๆ ได้ (มีหลายท่านใช้เหตุผลเชิง
ตำหนิวิศวกรฟอร์ดเองนั่นแหละผิดพลาดที่เอารถออกแบบสำ หรับเมืองหนาว
มาขายในเมืองร้อนด้วยครับ)

นวัตกรรมหนึ่งที่เป็นผลพวงการคิดค้นทดลองและมีผลออกม าใช้กันคือต้อง
เปลี่ยนวาล์วน้ำเป็นของโตโยต้า เช่นจากรุ่นโซลูน่า 76.5 ซี มีการขยายผล
กันมากในคลับเฟียสต้า เพราะเมื่อเปลี่ยนวาล์วน้ำรุ่นนี้ที่มีขนาดพอดีกับวา ล์ว
น้ำเดิมฟอร์ด 82 ซี แล้วระดับความร้อนโดยรวมลดลงได้จริง อยู่ระหว่าง
85-90 ซี ครับ ผมเองไม่ใช่ช่างไม่ได้อยู่หน้างานตรงๆ แบบที่ช่างอาชีพเขา
ก็ข้องใจมากและตามไปถามเขาอยู่หลายครั้ง ในสาระสำคัญว่าระดับความร้อน
ลดลงได้อย่างไรหากแค่วาล์วน้ำ 76.5 ซี ที่ย่อมต้องเปิดอ้าเร็วขึ้นกว่าเดิมแน่ๆ
สุดท้ายก็มีทีมงานที่คิดค้นท่านหนึ่งออกมาเฉลยว่าวาล ์วน้ำโตโยต้า 76.5 ซี
มีตูดวาล์วยาวกว่าของฟอร์ดเดิม 82 ซี แค่นี้ผมก็จบหายข้องใจแล้ว คือเมื่อ
ตูดวาล์วยาวกว่าขณะที่วาล์วเปิดอ้าสุด ช่องว่างมากกว่าเดิม น้ำหล่อเย็นย่อม
ไหลเวียนไประบายเอาความร้อนออกที่รังผึ้งหม้อน้ำได้ม ากกว่าเร็วกว่าเดิม
ในภาวะอย่างอื่นๆ เท่าเดิม ระดับความร้อนย่อมลดลงได้อยู่แล้วนี่ครับ ในคลับ
มีสมาชิกมากปัจจุบันกว่า 2 หมื่นคน ก็ยังดีที่มีหลายท่านที่ทักท้วงว่า
ระดับความร้อน 85-90 ซี เย็นเกินไปกว่าที่วิศวกรเขาออกแบบไว้ไหม
ทั้งจะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วขึ้นไหม อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
มากไปไหม...ก็คงเข้าใจแหละ แต่ขอเย็นๆ ไว้ก่อนเถอะ

ขออนุญาตปิดด้วยคำถามว่า แล้ววาล์วน้ำ MB ที่เราทราบดีมาตลอดคือ
วาล์วน้ำ 71 หรือ 87 ซี นั้น ขนาดมิติเท่ากันเปะๆ ไหม หรือวาล์ว 71
เมื่อเปิดอ้าสุดมีช่องว่างมากกว่าวาล์ว 87 ซี น้ำหล่อเย็นจึงไหลเวียนได้
มากกว่าไหม เมื่อเทียบเคียงหลักการและเหตุผลตามประเด็นของรถฟอร์ ด
เฟียสต้า

ขอบพระคุณยิ่งครับ
เรื่องฟอร์ดเฟียสตร้านี่ถือเป้นความรู้ใหม่ของผมจริง ๆ ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

>>> ส่วนเรื่องมิติของวาล์วน้ำ 71 กับ 87 เท่าที่ดูจากสายตาก็แทบจะเหมือนกันทุกอย่าง

แต่ก็ขึ้นอยู่กับยี่ห้อด้วยครับ วาล์วน้ำ 87ต่างยี่ห้อก็ยังมีข้อแตกต่างในรูปแบบที่พอสังเกตุไ ด้

>>> แต่มิติภายนอกก็ไม่สำคัญเท่าระยะการเปิดของรูระบายน้ ำหลังจากที่โดนความร้อน

อันนี้ก็คงเอามาต้มเพื่อเทียบกันดู ซึ่งผมก็ไม่เคยทำเหมือนกันครับ แต่คิดว่าวิศกรเค้าคงออกแบบ

ให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านต้องสัมพันธ์ขนาดของรูระบายน้ ำเพื่อเลี้ยงให้อุณหภูมิคงที่ตามสเปคมาก

กว่า

>>>> ผมเคยเจอเคสในปลาวาฬดมแก๊สของเพื่อนสนิทท่านนึง ขับมาจากกทม.ไปภูเก็ต อัดไป

แค่ไหนความร้อนก็ไม่เคยเกินขีด 80 ตอนนั้นแปลกใจมาก แต่มีจุดสังเกตอยู่อย่าง เวลาออกตัว

แรงๆ หรือคิกดาวน์ทีไรมักจะมีเสียงแบคไฟร์มากจากท่อไอเสีย ด้านล่างตามมาบ่อยจนผมรู้สึกกลัว

พอถึงที่หมายจัดการให้ช่างรื้อระบบระบายความร้อนออกม าดู ปรากฏว่าเป็นวาล์วน้ำ71 แถมโดน

ช่างที่ไหนไม่ทราบเจาะรูมาให้เสร็จสรรพ เคสนี้เป็นอะไนที่แปลกสำหรับผม ตอนนั้นเลยพยายาม

ประติดประต่อเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป้น อุณภูมิเฉลี่ยเย็นที่สุดที่เจอมา รถอืดๆ แบคไฟร์บ่อย

น่าจะมาจากอุณภูมิที่เย็นเกินไป (วิ่งสลับน้ำมัน/แก๊ส)

>>>> สรุปจากเหตุการ์ตรงนี้ผมเลยพอเข้าใจได้ว่า ระยะความกว้างการเปิดมาก/น้อย อาจะสำ

คัญน้อยกว่าเปิดช้า/เร็ว เพราะยังไงๆจะเปิดกว้างมาก/น้อยต้องสัมพันธ์กับปริมาณน้ำที่เคลื่อนที่

ผ่าน (เปิดมากเกินก็เป็น loss /เปิดน้อยไปก็คงส่งผ่านความร้อนได้ไม่ดี) ดังนั้นผมจึงมองว่าการ

เปิดช้าหรือเร็วนั้นจึงมีผลมากกว่าในเเง่ของการฉุดอุ ณภูมิให้ต่ำลง ดังเช่นเคสของปลาวาฬที่โดน

เจอาะวาล์วน้ำเป็นต้น ซ้ำร้ายคันนี้จะเรียกว่าเปิดตลอดก็ว่าได้เพราะโดนเจา ะแบบถาวรจนอุณหภูมิ

ไปอยู่ในแดนที่เป็นอัตรายต่อเครื่องยนต์



ส่วนถ้าถามว่าเค้าเจาะวาล์วยังไง อันนี้ผมจำไม่ได้จริงๆเพราะไม่ได้ถ่ายรูปไว้และเรื่อ งมันก็นานมาก

แล้วครับ (ปี2009) จำได้แค่ว่าเค้าทำมาเป็นชุดคู่กับหม้อน้ำทองแดงที่เค ้าตีขึ้นมาเอง ถ้าคนชอบ

เย็นๆน่าจะตอบโจทย์เพราะเหยียบให้ตายยังไงหรือรถติดแ ค่ไหนก็ไม่เกิน 80
LeMans24 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 17-05-2020, 06:58:21 AM   #30
ืnusorn
 
ืnusorn's Avatar
 
Join Date: Jan 2014
Location: Ladproa, BKK
Posts: 5,127
Thanks: 3,215
Thanked 1,453 Times in 1,085 Posts
Red face

อ้างถึง:
Originally Posted by harm_c220 View Post
กระทู้ผม,มีคนสนใจเยอะนะครับ
(แม้แต่คนที่ไม่ค่อยอยากจะคุยกับผมก็มา)
55555
Benzuserหรือคนขับเบนซ์
คงไม่วัดเรตติ้งตรงคนมาออกความเห็นเยอะมั้งครับ​
น่าจะดูพัฒนาการ​ ศึกษา​แล้วลงมือทำ
เก่งขึ้นทุกวัน​ จนรู้จริงจึงมาตอบ
เฉพาะในกระทู้สาธารณะ
ด้วยว่ากล้ารับผิดชอบคำพูดทุกคำ

แต่ถ้าในกลุ่มไลน์
ขอเป็นผู้อ่านพอแล้ว
ในนั้นมีคนคอยช่วยเหลือแล้ว

ผมเลือกบริการคนใช้รถอีกกลุ่ม
ที่ขับอย่างเดียว
จะได้ไม่ถูกฟัน
ทุกคนต่องระวังกระเป๋าตัวเองครับ

เจอฟันมาแล้วแหย๊งๆ​
กลัวทุกคนที่มาช่วยอย่างจริงใจ
จะเป็นแบบนั้น

ในด้านคนช่วย
ก็กลัวเจอแบบ
http://www.asasappakij.com/index.php...how&No=1452949
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
ปัญหาคนละส่วน​
หาเหตุ โทษคนนี้คนนั้น

ถ้าเอาเวลาเถียงกัน
ไม่โทษใคร
หาเหตุจุดที่เสีย
แป๊บเดียวก็ซ่อมเสร็จแล้ว​ จริงม่ะ

Last edited by ืnusorn; 17-05-2020 at 07:19:49 AM.
ืnusorn is offline   Reply With Quote
Reply

Thread Tools Search this Thread
Search this Thread:

Advanced Search
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +7. The time now is 05:20:11 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2020, vBulletin Solutions, Inc.