BenzOwner.NET 421 Forever

Go Back   BenzOwner.NET > หมวดทั่วไป > สนทนาปัญหารถ

Reply
 
Thread Tools Search this Thread Display Modes
Old 31-05-2020, 09:44:20 PM   #1
Bomberman2299
 
Bomberman2299's Avatar
 
Join Date: Jun 2009
Posts: 1,505
Thanks: 788
Thanked 280 Times in 143 Posts
Default m111 เหมือนจะกินน้ำมันมากกว่าปกติ

m111 เหมือนจะกินน้ำมันมากกว่าปกติ เริ่มต้นตรวจเช็คที่ไหนครับ
เติมเบนซิน 95 มาตลอด
Bomberman2299 is offline   Reply With Quote
Old 01-06-2020, 07:36:50 AM   #2
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,274
Thanks: 3,510
Thanked 9,288 Times in 2,615 Posts
Default

อาการนี้เป็นเรื่องที่ยืดยาวมากกกกกก
เพราะการกินน้ำมันมากกว่าปกติ
สาเหตุที่เป็นไปได้มันเยอะมาก
แต่ว่ากินเยอะ เยอะขนาดไหน
รถผม ซีคลาส W202 C220
ใช้น้ำมันกินในเมืองไม่เกิน 7 กม./ลิตร
เคยวิ่ง ตจว.เมื่อนานแล้ว ได้ 10-11 กม./ลิตร
แต่ก็ลองพิจารณาดู อาจจะเป็นข้อเดียว
หรือโอกาศเป็นหลายข้อร่วมกันมีมาก
สำหรับรถอายุ กว่า 20 ปี อย่าง M111



1.ปลายท่อไอเสียดำและมีกลิ่นน้ำมันเหม็นผิดปกติ ก็เป็นไปได้ว่าวาล์วกักแรงดันที่รางหัวฉีด
และ/หรือ หัวเทียน/สายหัวเทียน หมดอายุ(ถ้าหัวเทียนหมดอายุถอดออกมาก็เห็นดำปี๋)
ถ้าวาล์วกักแรงดันหมดอายุ มันจะปล่อยน้ำมันเบ็นซินเข้าไปรั่วที่หัวฉีดตลอดเวลา มากโดยไม่จำเป็น
อาการประกอบคือเครื่องเดินเบาไม่ค่อยเรียบด้วย

2.อ๊อกซิเจนเซ็นเซอร์/หรือเซ็นเซอร์อากาศ หมดอายุ ทำให้มันส่งสัญญาณไปบอกกล่องว่าส่วน
ผสมอ่อน หรืออากาศเย็นเกินไป จึงสั่งให้
หัวฉีดปล่อยน้ำมันเพิ่มมากเกินความจำเป็น ส่วนใหญ่คนใช้รถอายุเยอะๆ เกิน 15-20 ปี
มักลืมข้อนี้ ไม่ค่อยได้เปลี่ยนกัน ปกติอ๊อกซิเจนเซ็นเซอร์จะมีอายุประมาณ 1-1.3 แสนกิโล
หัวฉีดรั่ว ปิดไม่สนิท ทำให้น้ำมันไหลออกไปห้องเผาไหม้ตลอดเวลา อันนี้จะมีอาการเผาไหมไม่
สมบูรณ์ คล้าย ๆ กับอ๊อกซิเจนเซ็นเซอร์เสียเหมือนกัน

3.กรองอากาศตันหรือสกปรก ถ้าใช้มาเกิน 2-3 หมื่นกิโลก็ควรเปลี่ยนได้ได้แล้ว ตัวนี้เป็นสาเหตุ
สำคัญของการกินน้ำมันผิดปกติมากเช่นกัน

4.ลมยางอ่อนเกิน ปกติลมยางถ้าล้อยางปกติ ก็น่าจะอยู่ระดับ 30-35 ปอนด์ต่อลบ.ซม.
ถ้าอ่อนต่ำกว่า 30 มาก ๆ โอกาศกินน้ำมันผิดปกติมีมาก บางทีเผลอลมอ่อนๆ นานๆ
ระดับ 20 ปอนด์กว่า ๆ มันก็เป็นสาเหตุหลักในการกินน้ำมัน

5.มีของน้ำหนักมาก บันทุกอยู่ในรถมากเกินความจำเป็น

5.เครื่องยนต์หลวม หรือมีกำลังอัดไม่เท่ากัน ทำให้เครื่องสั่นและกินน้ำมันมากด้วย

7.น้ำมันเครื่องข้นหรือใช้น้ำมันเบอร์สูงเกินไป เช่น เบอร์ 50

8.ใช้ความเร็วไม่เหมาะสม หรือ รถติดมากเกินไป

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นสาเหตุทั่วไปของรถยนต์ครับ

8.น้ำมันหล่อลื่น/น้ำมันเกียร์/น้ำมันเฟืองท้าย สกปรก เก่าไม่ได้เปลี่ยนมานานมากๆ
หรือหลายปีทำให้มียางเหนียวเกาะชิ้นส่วนฟันเฟือง

9.ท่อไอเสียตัน หรือ แคท(ถ้ายังมีอยู่) ตัน ไม่โล่ง ก็เป็นสาเหตุให้กินน้ำมันดุเดือดได้
เช่นเดียวกัน อาการที่ชัดเจนคือเร่งไม่ขึ้น เวลาเร่งมาก ตื้อ ๆ แต่รถไม่วิ่งบางที
มีเสียงกราวๆ ในท่อแคท หรือ หม้อพักท่อไอเสีย

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ที่ผมเจอะมาแล้วท ุกข้อครับสำหรับการใช้รถ
ซีคลาส C220 อายุ 26ปี ของผมมีข้อเดียวที่ไม่เจอะคือข้อ 5 เพราะ
เครื่องยนต์ยังไม่หลวม
ทั้งหมดที่ว่ามาอาจจะไม่ใช่สักข้อก็ได้ พิจารณาเป็นแนวคิดเล่น ๆ ก็ละกันครับ
เขียนมายืดยาวเพราะเห็นเวปบอร์ดเงียบ ๆ ก็เลยพูดมากหน่อย ขออภัย
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 01-06-2020, 09:31:02 AM   #3
Bomberman2299
 
Bomberman2299's Avatar
 
Join Date: Jun 2009
Posts: 1,505
Thanks: 788
Thanked 280 Times in 143 Posts
Default

อาจเป็นข้อ 1 ได้ครับ
เวลาเดินไปท้ายรถแล้ว กลิ่นไม่หอมเหมือนรถคันอื่น เป็นไปได้ไหม เกี่ยวกับระบบท่อไอเสียอะไรพวกนี่อีก
Bomberman2299 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 01-06-2020, 10:48:04 AM   #4
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,274
Thanks: 3,510
Thanked 9,288 Times in 2,615 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Bomberman2299 View Post
อาจเป็นข้อ 1 ได้ครับ
เวลาเดินไปท้ายรถแล้ว กลิ่นไม่หอมเหมือนรถคันอื่น เป็นไปได้ไหม
เกี่ยวกับระบบท่อไอเสียอะไรพวกนี่อีก
ความเห็นเหมือนเดิม ลองอ่านไล่จากข้อ 1.ไปเรื่อยๆ อีกครั้งครับ
ทุกอย่างเป็นไปได้หมดครับ เช่นข้อ 9.
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 02-06-2020, 10:30:41 AM   #5
se278
 
Join Date: Sep 2011
Location: ขอนแก่น
Posts: 1,952
Thanks: 474
Thanked 2,378 Times in 1,001 Posts
Default

เครื่องยนต์หัวฉีดที่กินน้ำมันมากกว่าปกติ(แบบรูสึกไ ด้) ส่วนมากก็มาจากท่านถ้วยกาแฟว่ามาคือECUสั่งให้น้ำมัน ฉีดมากกว่าปกติ(ยกนาน) เดาสาเหตุว่ามันได้รับสัญญานจากเซนเซอร์ท่อไอเสียว่า จ่ายน้ำมันน้อย มันจึงจ่ายเพิ่ม

ผมขออนุญาตเดาเพิ่มเติมคือ
แอร์โฟลว์มิเตอร์มิเตอร์สกปรก
มีการรั่วของอากาศหลังลิ้นปีกผีเสื้อ
ท่อทางอากาศตีบตันตั้งแต่ใส้กรองอากาศจนถึงท่อไอเสีย
อากาศภายนอกร้อน/เย็นก็มีผล อากาศร้อนรถจะกินน้ำมันมากเพราะอากาศเบาบางกว่า แอร์ทำงานหนัก พวกรถวิ่งทางไกลเขาถึงชอบวิ่งกลางคืนกันครับ
อีกอันที่เราไม่ค่อยเชคกันคือจังหวะจุดระเบิดเคลื่อน อันนี้ต้องลองใช้ไทม์มิ่งไลท์ส่องดูครับ

ผมเคยเจอเรื่องแปลกๆคือแบตเตอรี่ไฟอ่อนหรือแบตเสื่อม ก็ทำให้รถอืดกินน้ำมันมาก โดยเฉพาะรถที่ใช้ไดชร้าจสแตนดาร์ดชร้าจไฟปริ่มๆ พอเรามาติดเครื่องเสียงหรือมีการรั่วของระบบ พอไฟอ่อนไฟจุดระเบิดก็อ่อนตามการเผาไหม้เลยพลอยไม่สม บูรณ์ไปด้วย พอชร้าจไฟเต็มรถวิ่งลื่นกว่าเดิมครับ

เล่าสู่กันฟังครับ
se278 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 04-06-2020, 08:42:47 AM   #6
weiwei
 
Join Date: Jul 2006
Posts: 647
Thanks: 230
Thanked 165 Times in 96 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Bomberman2299 View Post
อาจเป็นข้อ 1 ได้ครับ
เวลาเดินไปท้ายรถแล้ว กลิ่นไม่หอมเหมือนรถคันอื่น เป็นไปได้ไหม เกี่ยวกับระบบท่อไอเสียอะไรพวกนี่อีก
ข้อสังเกตเพิ่มเติมครับ รถอายุมากๆ เจ้าของเก่าอาจตัดแคทออกไปแล้วนะครับ กลิ่นไอเสียก็จะฉุนๆ เหม็นน้ำมันหน่อย
ถ้ายกรถขึ้นดูก็อาจจะดูออกครับ แต่บางครั้งร้านก็ใช้เปลือกแคทเดิมที่ข้างในไม่มีไส้ แล้ว เชื่อมเข้าจุดเดิม ก็อาจจะดูไม่ออกครับ
weiwei is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 04-06-2020, 11:17:24 AM   #7
Bomberman2299
 
Bomberman2299's Avatar
 
Join Date: Jun 2009
Posts: 1,505
Thanks: 788
Thanked 280 Times in 143 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by weiwei View Post
ข้อสังเกตเพิ่มเติมครับ รถอายุมากๆ เจ้าของเก่าอาจตัดแคทออกไปแล้วนะครับ กลิ่นไอเสียก็จะฉุนๆ เหม็นน้ำมันหน่อย
ถ้ายกรถขึ้นดูก็อาจจะดูออกครับ แต่บางครั้งร้านก็ใช้เปลือกแคทเดิมที่ข้างในไม่มีไส้ แล้ว เชื่อมเข้าจุดเดิม ก็อาจจะดูไม่ออกครับ
ถ้าไม่มีแคทแล้ว การกินน้ำมันเพิ่มหรือลดลง ไหม
Bomberman2299 is offline   Reply With Quote
Old 04-06-2020, 01:22:05 PM   #8
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 429
Thanks: 250
Thanked 1,088 Times in 332 Posts
Default

ขออนุญาติแชร์ประสบการณ์ที่ทดลองกับรถหลายๆคัน และจะพยายามตอบให้รอบด้านที่สุด


>>> รถกินน้ำมันมากขึ้น เกิดขึ้นได้จากหลายๆสาเหตุ แต่ขอแบ่งเป็น 2ประภทใหญ่ๆ

1. เกิดจาก hardware เช่น บล๊อคเครื่องหลวม น้ำมันเครื่องหนืดเกินไป เครื่องรับ

ภาระload เยอะโดยไม่จำเป็น หัวฉีดตันหรือฉีดไม่เป็นฝอย โดนตัด cat

ระบบระบายความร้อนทำงานไม่ได้ตามspec (เครื่องเย็นเกินไป) purge valve

Idle speed control หัวเทียน คอยล์ และ ฯลฯ

2. เกิดจาก Software อันนี้ผมหมายถึง sensor ต่างๆที่ส่งค่าไปให้ ECU ประมวล

ผลเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานตามspec ที่ผู้ออกแบบวางไว้ sensor ที่เกี่ยวข้อง

ก็จะมี 1.MAF 2.O2 sensor 3.Coolant Temp sensor 4. Air temp sensor

5. Crankshaft Sensor 6.Camshaft sensor 7. Knock sensor


ทั้ง software และ hardware ที่ว่ามาข้างต้นทำงานรับส่งและสัมพันธ์กัน หากตัวนึงตัวใดผิด

พลาด ก็มีแนวโน้มที่จะทำให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนนั้นถูกส่ งต่อไปเป็นทอดๆ ทำให้เครื่องยนต์นั้นๆ

ทำงานไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ ถ้าpinpointไม่ตรงจุดก็จะกลายเป็นปัญหาที่ทับซ้อนอยู ่บนปัญหา

และโดยมากก็ทำให้กินน้ำมันมากขึ้นในที่สุด ที่นี้ก็อะไรที่แก้ยาก แม้แต่การใช้เครื่อง OBD ช่วย

ก็ไม่ได้มีความแม่นยำนักในเครื่องยนต์ในยุคนี้ (นอกจากถึงขั้นไฟเครื่องโชว์)


>>>> แม้จะเป็นเรื่องยากแต่ก็ไม่เกินความสามารถเราๆท่านๆแ ต่อย่างใดครับ ผมแนะนำให้ลอง

สังเกตุอาการเบื้องต้น หรืออาการผิดปกติที่เจอเพื่อจะได้ scope ปัญหาให้แคบลงและจะได้เจาะ

ไปที่จำเลยในที่สุด ผมสรุปจากปัญหาที่พบบ่อย และที่เจอกับตัวเอง อาการที่ว่ามีประมาณนี้ครับ

1. เริ่มจากตาร์ทเย็นตอนเช้าๆดูว่าเครื่องมีดึงรอบเพื่อ การwarm upเครื่องยนต์หรือไม่

ถ้าไม่มี >> MAF กับ O2 sensor น่าจะเป็นจำเลยหลัก


2. อุณหภูมิน้ำขณะที่เครื่องยนต์ทำงานปกติได้ตาม spec หรือไม่ ทั่วๆไปอยู่ที่ 93องศา

ถ้าไม่ได้ตามspec หรือเครื่องเย็นเกินไป >> เชคดูวาล์วน้ำ ดูสภาพโดยรวม (ควรเป็น

วาล์วน้ำ 87องศา)ตรงนี้สำคัญ ถ้าอุณภูมิไม่ถึง operating tempตัวO2 sensor จะ

ไม่เข้าสู่โหมด close loop (คือการที่เครื่องยนต์ปรับจูนการจ่ายน้ำมันอัตโนมัติ โดย

อิงตามข้อมูลที่ได้รับจาก sensor ต่างๆที่รับส่งกันผ่านการประมวลโดยECU) พูดง่ายๆ

คือถ้าอยู่ใน open loop (เจอบ่อยมากในรถที่อายุเยอะๆ) ECU จะสั่งจ่ายน้ำมันหนาๆ

ไว้ก่อน ทำให้กินน้ำมันมากกว่าปกติ

อย่างไรก็ตาม การปรับจูนของเครื่องยนต์จะทำได้สมบูรณ์ก็ต่อเมื่ออุ ปกรณ์ sensorต่างๆ

ต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ด้วย ที่บอกว่าเป็นปัญหาซ้อนปัญหาก็ตรงนี้แหละครับ หลายคน

ซ่อมไม่จบ ถอดใจก็เพราะอย่างนี้


3. สตาร์ทใหม่ๆ มีอาการเครื่องเดินเบาไม่นิ่ง เดินหอบ สะดุด สำลัก

ถ้ามี >>> จริงๆข้อนี้ปราบเซียนมากครับ แต่ผมเน้นจากที่เคยเจอ โดยมากก็คอยล์กับ

หัวเทียนเริ่มเสื่อม หรือปั้มติ้กออ่นแรง กรองตัน ไปจนถึงหัวฉีดมีปัญหา ตัน ฉีดไม่เป็น

ฝอย หรือปิด/เปิดไม่สนิท (อาจจะเป็นหัวใดหัวนึง หรือหลายหัว) หรือ idle speed

สกปรก หรือเสื่อม คือต้องไล่ระบบ fuel delivery กับคอยล์และหัวเทียน ให้ดีควรจะ

วัดแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงขณะเครื่องยนต์ทำงาน ดูความสมบูรณ์ของปั้มติ้กและวาล์วกัก

แรงดันด้วยก็จะดีมากๆ


4. เวลาขับเร่งออกตัวแรงๆ มี back fire

อันนี้ก็พุ่งไปที่ MAF กับ O2 อาจจะเพราะจ่ายน้ำมันหนาเกิน ไหม้ไม่หมด เจอแรงอัด

และความร้อนเลยไประเบิดต่อในท่อไอเสีย


5. ข้อนี้อิงจากพี่ Coffee cup สังเกตุปลายท่อ ถ้าดำหรือน้ำมันเยิ้ม

ถึงขั้นน้ำมันเยิ้ม ปลายท่อดำผมว่า เครื่องยนต์อาจจะหลวมแล้วล่ะครับ เพราะอาจะมีน้ำมัน

เครื่องเล็ดลอดเข้าไปในห้องเผาใหม้เยอะเกินไปทำให้อา การออกมาเด่นชัดขนาดนั้น


คร่าวๆแค่นี้ก็ก่อนละกันครับ ขนาดพิมยังเหนื่อย ซ่อมจริงคงเหนื่อยกว่าหลายเท่า ไม่แปลกที่หลาย

คนถอดใจไม่คิดซ่อม สำหรับผมเป็นคนชอบเรื่องเครื่องยนต์กลไกอยู่แล้ว ทุกชิ้นที่ว่ามา(รวมทั้งที่

ยังไม่ได้กล่าวถึง)ผมไล่เปลี่ยนมาทุกชิ้นแล้ว เห็นถึงพัฒนาการต่างที่ดีขึ้น เลยมีกะจิตกะใจที่จะทำ

จริงๆก็ไม่ได้ใช้งานบ่อย ทำแล้วจอด เป็นรถเก็บเลยอยากให้มันนออกมาเหมือนเดิมมากที่สุด หวัง

ข้อมูลจะเป้นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ รายละเอียดมีอีกเยอะ เอาเท่าที่เวลามีก่อนละกันครับ
LeMans24 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 11-06-2020, 07:02:55 AM   #9
harm_c220
 
harm_c220's Avatar
 
Join Date: Jun 2014
Location: bkk
Posts: 1,189
Thanks: 1,568
Thanked 735 Times in 505 Posts
Default

M111 เติมได้ตั้งแต่ เบนซิล95/ โซออล95 /e20 (e85ไม่แนะนำ ถ้าจะใช้ต้องติดกล่อง) ติดแกสlpg

กินน้ำมันน่าจะ
>> MAF กับ O2 sensor //ตามสมาชิกท่านอื่นครับ
harm_c220 is offline   Reply With Quote
Old 11-06-2020, 09:56:52 AM   #10
Bomberman2299
 
Bomberman2299's Avatar
 
Join Date: Jun 2009
Posts: 1,505
Thanks: 788
Thanked 280 Times in 143 Posts
Default

m111 ของเพื่อนสมาชิก กินประมาณกี่โล/ลิตร ครับ

เดีวจะลองจับตัวเลขดูบ้าง
Bomberman2299 is offline   Reply With Quote
Old 13-06-2020, 03:42:12 PM   #11
James1956
 
Join Date: Aug 2013
Posts: 100
Thanks: 11
Thanked 11 Times in 7 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Bomberman2299 View Post
m111 ของเพื่อนสมาชิก กินประมาณกี่โล/ลิตร ครับ

เดีวจะลองจับตัวเลขดูบ้าง

ทั่วๆไป 8-9 กม/ลิตร ครับ ขับแบบทั่วไป
James1956 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 24-06-2020, 11:19:03 PM   #12
tee11185
 
Join Date: Apr 2015
Posts: 16
Thanks: 2
Thanked 4 Times in 3 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by harm_c220 View Post
M111 เติมได้ตั้งแต่ เบนซิล95/ โซออล95 /e20 (e85ไม่แนะนำ ถ้าจะใช้ต้องติดกล่อง) ติดแกสlpg

กินน้ำมันน่าจะ
>> MAF กับ O2 sensor //ตามสมาชิกท่านอื่นครับ
ขอโทษนะครับ
รถผมตอนนี้ 190e m111 สามารถเติม e20 ได้หรอครับ
tee11185 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 25-06-2020, 07:51:51 AM   #13
weiwei
 
Join Date: Jul 2006
Posts: 647
Thanks: 230
Thanked 165 Times in 96 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Bomberman2299 View Post
m111 ของเพื่อนสมาชิก กินประมาณกี่โล/ลิตร ครับ

เดีวจะลองจับตัวเลขดูบ้าง
ตอนที่ใช้ e220 w124 เครื่อง m111 เกียร์ออโต้ 4 speed ยาง 215/45/17 ปกติเติมแกสโซฮอล์ 95 กับหลังๆ ตอนมี e20 ขายก็เติม e20 วิ่งทางยาวๆ เข้าเมืองนิดเดียว ความเร็วไม่เกิน 120 ทำได้ 10-10.5 กม./ลิตร ครับ (น้ำมัน 1 ถังวิ่งได้ 600+ กม.) แต่ใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ตลอดและเปลี่ยนที่ไม่เ กิน 10,000 กม.

Last edited by weiwei; 26-06-2020 at 08:37:42 AM.
weiwei is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 26-06-2020, 10:53:50 PM   #14
tee11185
 
Join Date: Apr 2015
Posts: 16
Thanks: 2
Thanked 4 Times in 3 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by weiwei View Post
ตอนที่ใช้ e220 w124 เครื่อง m111 เกียร์ออโต้ 4 speed ยาง 215/45/17 ปกติเติมแกสโซฮอล์ 95 กับหลังๆ ตอนมี e20 ขายก็เติม e20 วิ่งทางยาวๆ เข้าเมืองนิดเดียว ความเร็วไม่เกิน 120 ทำได้ 10-10.5 กม./ลิตร ครับ (น้ำมัน 1 ถังวิ่งได้ 600+ กม.) แต่ใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ตลอดและเปลี่ยนที่ไม่เ กิน 10,000 กม.

เครื่องเดิมๆเลยไม่ทำไรเลยใช่ไหมครับ
เติม e20 หรอครับ ผมจะได้ลองเติมดูบาง
tee11185 is offline   Reply With Quote
Old 27-06-2020, 08:52:18 AM   #15
weiwei
 
Join Date: Jul 2006
Posts: 647
Thanks: 230
Thanked 165 Times in 96 Posts
Default

[QUOTE=tee11185;931704]เครื่องเดิมๆเลยไม่ทำไรเลยใช่ไหมครับ
เติม e20 หรอครับ ผมจะได้ลองเติมดูบาง[/QUOTE

ผมเปลี่ยนแค่ท่อน้ำมันสองเส้นที่เข้าออกจากรางหัวฉีด ตรงห้องเครื่องครับ ใช้รุ่นที่รองรับได้ถึง e85 ไม่กี่ร้อยบาท เปลี่ยนตามอายุการใช้งานพอดีครับ

ด้วยความที่ผมใช้รถเยอะ ตอน e20 ออกใหม่ๆ ราคาก็ถูกกว่าโซฮอล95 (e10) และก็เห็นว่าออคเทนไม่ต่ำกว่าที่รถต้องการใช้ เลยทดลองด้วยการเติมที่ปั้มอย่างละประมาณครึ่งๆ ผสมในถังเดียวกัน แล้วก็ใช้จนหมด ซัก 2-3 ถัง ก็ปกติเลย เลยลองเปลี่ยนมาใช้ e20 ล้วนเลย

ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าคุณ tee11185 จะทดลองเติมก็คอยจับอาการรถดูด้วยนะครับว่าเติมแล้วม ีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

Last edited by weiwei; 27-06-2020 at 08:58:16 AM.
weiwei is offline   Reply With Quote
Old 27-06-2020, 12:17:19 PM   #16
ืnusorn
 
ืnusorn's Avatar
 
Join Date: Jan 2014
Location: Ladproa, BKK
Posts: 5,127
Thanks: 3,215
Thanked 1,453 Times in 1,085 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by LeMans24 View Post
ขออนุญาติแชร์ประสบการณ์ที่ทดลองกับรถหลายๆคัน และจะพยายามตอบให้รอบด้านที่สุด


>>> รถกินน้ำมันมากขึ้น เกิดขึ้นได้จากหลายๆสาเหตุ แต่ขอแบ่งเป็น 2ประภทใหญ่ๆ

1. เกิดจาก hardware เช่น บล๊อคเครื่องหลวม น้ำมันเครื่องหนืดเกินไป เครื่องรับ

ภาระload เยอะโดยไม่จำเป็น หัวฉีดตันหรือฉีดไม่เป็นฝอย โดนตัด cat

ระบบระบายความร้อนทำงานไม่ได้ตามspec (เครื่องเย็นเกินไป) purge valve

Idle speed control หัวเทียน คอยล์ และ ฯลฯ

2. เกิดจาก Software อันนี้ผมหมายถึง sensor ต่างๆที่ส่งค่าไปให้ ECU ประมวล

ผลเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานตามspec ที่ผู้ออกแบบวางไว้ sensor ที่เกี่ยวข้อง

ก็จะมี 1.MAF 2.O2 sensor 3.Coolant Temp sensor 4. Air temp sensor

5. Crankshaft Sensor 6.Camshaft sensor 7. Knock sensor


ทั้ง software และ hardware ที่ว่ามาข้างต้นทำงานรับส่งและสัมพันธ์กัน หากตัวนึงตัวใดผิด

พลาด ก็มีแนวโน้มที่จะทำให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนนั้นถูกส่ งต่อไปเป็นทอดๆ ทำให้เครื่องยนต์นั้นๆ

ทำงานไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ ถ้าpinpointไม่ตรงจุดก็จะกลายเป็นปัญหาที่ทับซ้อนอยู ่บนปัญหา

และโดยมากก็ทำให้กินน้ำมันมากขึ้นในที่สุด ที่นี้ก็อะไรที่แก้ยาก แม้แต่การใช้เครื่อง OBD ช่วย

ก็ไม่ได้มีความแม่นยำนักในเครื่องยนต์ในยุคนี้ (นอกจากถึงขั้นไฟเครื่องโชว์)


>>>> แม้จะเป็นเรื่องยากแต่ก็ไม่เกินความสามารถเราๆท่านๆแ ต่อย่างใดครับ ผมแนะนำให้ลอง

สังเกตุอาการเบื้องต้น หรืออาการผิดปกติที่เจอเพื่อจะได้ scope ปัญหาให้แคบลงและจะได้เจาะ

ไปที่จำเลยในที่สุด ผมสรุปจากปัญหาที่พบบ่อย และที่เจอกับตัวเอง อาการที่ว่ามีประมาณนี้ครับ

1. เริ่มจากตาร์ทเย็นตอนเช้าๆดูว่าเครื่องมีดึงรอบเพื่อ การwarm upเครื่องยนต์หรือไม่

ถ้าไม่มี >> MAF กับ O2 sensor น่าจะเป็นจำเลยหลัก


2. อุณหภูมิน้ำขณะที่เครื่องยนต์ทำงานปกติได้ตาม spec หรือไม่ ทั่วๆไปอยู่ที่ 93องศา

ถ้าไม่ได้ตามspec หรือเครื่องเย็นเกินไป >> เชคดูวาล์วน้ำ ดูสภาพโดยรวม (ควรเป็น

วาล์วน้ำ 87องศา)ตรงนี้สำคัญ ถ้าอุณภูมิไม่ถึง operating tempตัวO2 sensor จะ

ไม่เข้าสู่โหมด close loop (คือการที่เครื่องยนต์ปรับจูนการจ่ายน้ำมันอัตโนมัติ โดย

อิงตามข้อมูลที่ได้รับจาก sensor ต่างๆที่รับส่งกันผ่านการประมวลโดยECU) พูดง่ายๆ

คือถ้าอยู่ใน open loop (เจอบ่อยมากในรถที่อายุเยอะๆ) ECU จะสั่งจ่ายน้ำมันหนาๆ

ไว้ก่อน ทำให้กินน้ำมันมากกว่าปกติ

อย่างไรก็ตาม การปรับจูนของเครื่องยนต์จะทำได้สมบูรณ์ก็ต่อเมื่ออุ ปกรณ์ sensorต่างๆ

ต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ด้วย ที่บอกว่าเป็นปัญหาซ้อนปัญหาก็ตรงนี้แหละครับ หลายคน

ซ่อมไม่จบ ถอดใจก็เพราะอย่างนี้


3. สตาร์ทใหม่ๆ มีอาการเครื่องเดินเบาไม่นิ่ง เดินหอบ สะดุด สำลัก

ถ้ามี >>> จริงๆข้อนี้ปราบเซียนมากครับ แต่ผมเน้นจากที่เคยเจอ โดยมากก็คอยล์กับ

หัวเทียนเริ่มเสื่อม หรือปั้มติ้กออ่นแรง กรองตัน ไปจนถึงหัวฉีดมีปัญหา ตัน ฉีดไม่เป็น

ฝอย หรือปิด/เปิดไม่สนิท (อาจจะเป็นหัวใดหัวนึง หรือหลายหัว) หรือ idle speed

สกปรก หรือเสื่อม คือต้องไล่ระบบ fuel delivery กับคอยล์และหัวเทียน ให้ดีควรจะ

วัดแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงขณะเครื่องยนต์ทำงาน ดูความสมบูรณ์ของปั้มติ้กและวาล์วกัก

แรงดันด้วยก็จะดีมากๆ


4. เวลาขับเร่งออกตัวแรงๆ มี back fire

อันนี้ก็พุ่งไปที่ MAF กับ O2 อาจจะเพราะจ่ายน้ำมันหนาเกิน ไหม้ไม่หมด เจอแรงอัด

และความร้อนเลยไประเบิดต่อในท่อไอเสีย


5. ข้อนี้อิงจากพี่ Coffee cup สังเกตุปลายท่อ ถ้าดำหรือน้ำมันเยิ้ม

ถึงขั้นน้ำมันเยิ้ม ปลายท่อดำผมว่า เครื่องยนต์อาจจะหลวมแล้วล่ะครับ เพราะอาจะมีน้ำมัน

เครื่องเล็ดลอดเข้าไปในห้องเผาใหม้เยอะเกินไปทำให้อา การออกมาเด่นชัดขนาดนั้น


คร่าวๆแค่นี้ก็ก่อนละกันครับ ขนาดพิมยังเหนื่อย ซ่อมจริงคงเหนื่อยกว่าหลายเท่า ไม่แปลกที่หลาย

คนถอดใจไม่คิดซ่อม สำหรับผมเป็นคนชอบเรื่องเครื่องยนต์กลไกอยู่แล้ว ทุกชิ้นที่ว่ามา(รวมทั้งที่

ยังไม่ได้กล่าวถึง)ผมไล่เปลี่ยนมาทุกชิ้นแล้ว เห็นถึงพัฒนาการต่างที่ดีขึ้น เลยมีกะจิตกะใจที่จะทำ

จริงๆก็ไม่ได้ใช้งานบ่อย ทำแล้วจอด เป็นรถเก็บเลยอยากให้มันนออกมาเหมือนเดิมมากที่สุด หวัง

ข้อมูลจะเป้นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ รายละเอียดมีอีกเยอะ เอาเท่าที่เวลามีก่อนละกันครับ
เพิ่งเทสรถสมาชิกจากเบตง
ใช้น้ำมันเพียวๆ
ทั้งเดินเบา/รถติดๆ/วิ่งร้อยกว่าๆ
เบ็มน้ำมันไม่ลดลงเลย
เค​รื่อง3200
ปลาวาฬตัวยาวด้วยนะ
ใหญ่กว่าคันผมอีก

กลิ่นท่อก็ไม่เหม็น
พอเห็นช่วงล่างแล้วถึงอ๋อ
แคทฯแท้.. ครบๆ

จึงพอสรุปได้ว่า
ถ้าน้องแคทฯไม่อยู่
O2 มรโอกาสส่งสัญญาณเพี้ยนแน่ๆครับ
ืnusorn is offline   Reply With Quote
Reply

Thread Tools Search this Thread
Search this Thread:

Advanced Search
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +7. The time now is 05:34:11 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2020, vBulletin Solutions, Inc.