BenzOwner.NET 421 Forever

Go Back   BenzOwner.NET > หมวดทั่วไป > บาร์เบียร์

Reply
 
Thread Tools Search this Thread Display Modes
Old 06-07-2015, 10:23:52 PM   #31
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

ขั้นตอนการทำครับ






เอาเหล็กประกอบกันเข้าแล้วก็เชื่อมครับ จากนั้นเอาไปขันต่อกับซีเควนเชียล(ท่อเทอร์โบ)แล้วเอ าท่อไปเชื่อมต่อตามต้องการ





เจาะรูใส่ออกซิเจนเซนเซอร์ แล้วก็เชื่อมพอกแล้วเจียร์หน้าแปลนรูให้เสมอครับ

Last edited by Cobra4971; 06-07-2015 at 10:27:03 PM.
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 06-07-2015, 10:38:05 PM   #32
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

ติดตั้งกับเครื่องได้แบบนี้ครับ







เอาแคทที่ได้มาใส่เข้าไปโดยใส่หน้าแปลนเพื่อให้ถอดได ้ตามภาพข้างล่าง



Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 06-07-2015, 11:57:32 PM   #33
tui_makawan
 
tui_makawan's Avatar
 
Join Date: Jun 2012
Location: Chiangmai/Bangkok
Posts: 550
Thanks: 1,981
Thanked 494 Times in 206 Posts
Default

ขอเสริมเรื่องงานตัดเหล็ก เพื่อเป็นไอเดียสำหรับท่านที่ต้องการชิ้นงานจากการตั ดเหล็กแผ่นให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการครับ

จากประสบการณ์ในการใช้บริการโรงกลึงในเชียงใหม่ และลำพูน เพื่อตัดเหล็กให้ได้รูปตามแบบที่ต้องการนั้น ผมเจออยู่ 3-4 แบบ

- แบบแรก งานตัดหยาบด้วยหัวตัดแก๊ส ผิวที่ตัดออกมาจะไม่เรียบ ยิ่งเจอช่างตัดที่มือไม่นิ่ง ปรับแก๊สไม่แม่น รอยตัดถือว่าไม่สวยเอาซะเลย ต้องเอามาแต่งเอง หรือให้โรงกลึงแต่งชิ้นงานให้

- แบบที่สอง ตัดด้วยเครื่องตัดพลาสม่า ปัจจุบันมีขนาดเล็กกะทัดรัด แบบเดียวกับตู้เชื่อมไฟฟ้า Inverter ราคาก็พอๆกับตู้เชื่อมเลยครับ รอยตัดละเอียดขึ้นมาหน่อย แต่ก็ได้รูปร่างชิ้นงานที่ใกล้เคียงกับความต้องการมา กขึ้น เสียเวลาปรับแต่งน้อยกว่าแบบแรก งานตัดหน้าแปลนให้แบบนี้จะสวยกว่า

- แบบที่สาม ตัดด้วยน้ำแรงดันสูง ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุม ชิ้นงานออกมาคมกริบ ตัดแผ่นเหล็กได้หนาเป็นเซ็นต์เลยครับ ทำลวดลายได้สารพัด ที่จริงเครื่องตัดด้วยน้ำแรงดันสูง มีใช้กันมานานหลายสิบปีแล้วครับ ใช้ตัดหินเป็นแผ่นๆนี่ก็ใช่เลย แต่สมัยก่อน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ยังไม่แพร่หลายมาก แต่ก็ทำงานได้ละเอียด ขนาดตัดหินให้บางพอๆกับแผ่นกระดาษ เพื่อเอาไปส่องกล้องจุลทรรศน์ ดูรายละเอียดของเนื้อหินได้ก็แล้วกัน

- แบบที่สี่ ตัดด้วยแสงเลเซอร์ สามารถตัดชิ้นงานได้ละเอียด และให้เป็นลวดลายได้ตามแบบที่เขียนด้วยโปรแกรมคอมพิว เตอร์ หรือ CNC ชิ้นงานถูกตัดขาดจากกันด้วยรอยตัดบางกว่าเส้นผม บนวัสดุที่ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นแผ่นเหล็ก หรือพลาสติก ผมเคยจ้างเจาะรูขนาด 0.5mm. ห่างกันรูละ 5cm. บนท่อไอน้ำสเตนเลสขนาด 1/2" หนา 3mm. เป็นแถวยาวตลอดเส้น 4.5M. งานออกมาสวย เท่ากันทุกรู ในราคาที่ไม่แพงด้วย

นอกเหนือไปจากนี้ น่าจะมีเครื่องตัดสำหรับงานละเอียด และเฉพาะงานอีกหลากหลายแบบ ที่ผมยังไม่เคยใช้บริการ เลยไม่มีข้อมูลมาเล่าให้ฟัง เอาเฉพาะแค่นี้ก็คิดว่า หลายท่านอาจจะพอปิ๊งไอเดียว่า โปรเจคท์อะไรที่คิดแล้ว อยากหาแหล่งที่ทำ ก็ลองมองหาโรงกลึง โรงตัดพับม้วนเชื่อม เหล็ก โลหะ ฯลฯ พวกนี้ละครับ ช่วยได้เยอะเลย ราคาก็ไม่โหดขนาดต้องเลิกล้มความตั้งใจ

ถ้าเป็นแถวเชียงใหม่ ลำพูน จะมีอยู่หลายที่ครับ ยิ่งแถวใกล้นิคมอุตสาหกรรมลำพูนฯ จะมีโรงกลึง โรงพับพวกนี้อยู่นับสิบๆแห่ง ที่ทำงานส่งป้อนให้กับโรงงานในนิคมฯ หลายแห่งก็ไม่เกี่ยงงานเล็กๆด้วยครับ

เล่าให้ฟังพอเป็นไอเดียครับ..




ขอชื่นชมจขกท.ครับ ที่ลงมือเอง และยังมีเวลามานั่งเขียนแนะนำ ทิปและเทคนิคการแก้ปัญหาหน้างานออกมาให้ได้อ่านกัน ขอติดตามเอาใจช่วยครับ

tui_makawan is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 07-07-2015, 07:52:17 AM   #34
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

ขอบคุณพี่ตุ้ยและพี่คอฟฟี่ที่ติดตามและแชร์ความรู้คร ับ งานพวกนี้ถ้าเราไม่มีประสบการณ์ก็นึกไม่ออก ถ้าทำแล้วได้ผลก็ขอเสนอเป็นแนวทาง คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่อยากทำเองครับ

เรื่องของการต่อท่อรวมไอเสียและแคทฯนี่ไม่ง่ายเลยครั บ จะเชื่อมตอนเครื่องอยู่ข้างนอกเลยไม่ได้เพราะไม่รูว่ าจะติดอะไรไหม ผมต้องยกเครื่องขึ้นวาง พอได้ที่แล้วค่อยเอาท่อเข้าไปวางเทียบและก็มาร์คทำจุ ดสังเกตไว้ จากนั้นก็ยกเครื่องลงมาเชื่อมพออยู่แล้วค่อยยกขึ้นไป วางใหม่ สังเกตดูว่าพอดีไหม ถ้าไม่พอดีก็ดูว่าจะขยัยไปทางไหน เอาจนได้พอดี จึงค่อยเชื่อมให้แน่น งานนี้ผมยกเครื่องขึ้นลงเป็นสิบครั้งจึงทำได้พอดี ไม่ง่ายเลยครับ



ภาพข้างบนนี้เป็นภาพท่อและหน้าแปลนที่จะต่อแคทฯ ถ่ายจากข้างล่าง ท่อห่างจากแผ่นกันความร้อนกระปุกพวงมาลัยประมาณ ๑ เซนติเมตร ขนาดนี้ก็นับว่าดีแล้ว ตรงนี้ไม่เท่าไหร่่ ข้างบนขึ้นไปหน่อยจะมีท่อน้ำมันเลี้ยงเทอร์โบซึ่งมัน แทบจะเกยกระปุกพวงมาลัยเลย ผมเลยเอาเหล็กแผ่นเจาะรูมารองแท่นเครื่องขึ้นอีก ๑.๒ เซนติเมตร จึงได้ระยะที่พอดี แสดงให้เห็นว่า เราจะต้องทำแท่นเครื่องข้างขวาให้ต่ำกว่าข้างซ้ายประ มาณ ๑ เซนติเมตร เพื่อยกเครื่องให้สูงขึ้นประมาณ ๑ เซนติเมตร จึงจะทำให้ไม่ติดกระปุกพวงมาลัย



ออกซิเจนเซนเซอร์ผมติดแบหันชี้เข้าไปหาตัวเครื่องเพื ่อหลบกระปุกพวงมาลัย บิเวณนั้นเป็นที่ว่าง สามารถถอดออกซิเจนเซนเซอร์เข้าออกได้ แต่เมื่อทำอย่างนี้มันก็ติดกับแท่นเครื่อง ผมต้องแก้โดยปาดแท่นเครื่องแล้วเชื่อมใหม่ให้แข็งแรง นี่เป็นข้อดีของการทำเอง เราสามารถตรวจสอบและแก้ไขจนมั่นใจได้ครับ
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 07-07-2015, 08:21:02 AM   #35
sawetlisani
 
sawetlisani's Avatar
 
Join Date: Jul 2012
Location: kanchanaburi
Posts: 1,001
Thanks: 615
Thanked 983 Times in 317 Posts
Default

พี่ อย่าว่ากันนะแค่แค่พี่ยกออกใส่เข้ามันก็ยากแล้ว แต่พี่เล่นถ่ายรูปบรรยายด้วย นี้ซิ ได้ใจมากๆเลยครับ ลูกหลานเห็นเป็นตัวอย่างถึงความ มุ่งมั่นและไม่เลิกรา หรือล้มเลิก แค่นี้ก็คุ้ม แล้วพี่ สอนด้วยการทำให้เห็น มั่นคงที่สุดครับพี่ และกว่าจะได้มาซึ่งส่วนประกอบต่างๆ ไม่ง่ายครับ ถ้าไม่ทำจะไม่มีวันรู้ จะบอกว่า เจ๋งมาก
นับถือ
จากใจจริง
ช้าง
sawetlisani is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 07-07-2015, 09:58:56 AM   #36
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

ขอบคุณครับพี่ช้าง ผมโพสต์เรื่องนี้เป็นการตอบแทนทุกท่านที่แชร์ความรู้ ไว้บนเน็ท เผื่อจะเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่คิดจะทำเอง สำหรับเด็กที่บ้านถ้าเรียกให้ช่วยก็พอได้ ผบ.ทบ.ก็มาช่วยด้วย

แต่ถ้าไม่เรียกเขาก็จะก้มหน้า แบบที่เรียกว่า "สังคมก้มหน้า" น่ะครับ เฮ้อ!
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 07-07-2015, 07:38:57 PM   #37
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

หลังจากวางเครื่องได้ที่ และมั่นใจว่าจะไม่ต้องยกเครื่องลงอีกแล้ว ก็จัดการต่อท่อน้ำมัน เอาแผงคอนเดนเซอร์แอร์และหม้อน้ำติดตั้งเข้าที่ จัดการเกี่ยวกับท่อต่างๆ โดยจัดการท่อที่อยู่ข้างในก่อน จากท่อน้ำมันก็มาท่อน้ำมันเพาเวอร์ ทำท่อแอร์ ท่อน้ำหล่อเย็น ท่ออากาศของเทอร์โบ สุดท้ายคือวางกรองอากาศ

ท่อน้ำมันเพาเวอร์และท่อแอร์วัดระยะและวัดมุมให้ดีแล ้วไปให้ร้านอัดสายไฮโดรลิคและร้านซ่อมแอร์ทำท่อให้ ส่วนท่อน้ำหล่อเย็นหาท่อตามร้านอะไหล่ทั่วไป เลือกที่มีลักษณะเหมือนกัน บางส่วนอาจเอาท่อโลหะมาตัดสวมเอาเพราะบางทีเราอาจฝัง เซนเซอร์ความร้อนที่ท่อนั้น







Last edited by Cobra4971; 07-07-2015 at 09:05:57 PM.
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 07-07-2015, 08:09:59 PM   #38
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

กรองอากาศส่วนมากต้องใช้กรองเปลือยเพราะมีขนาดเล็กเข ้าพื้นที่ว่างพอดี การวางกรองอากาศมีข้อสังเกตคือต้องวางในจุดที่สามารถ ดูดเอาอากาศเย็นได้ดีที่สุด ดังนั้นจึงต้องซุกเข้าบริเวณหลังไฟหน้าขวา บริเวณนั้นจะมีรูอากาศจากข้างแก้ม ผมเอาแผ่นเปิดรูใต้ไฟหน้าขวาออก และทำสกู๊ปให้อากาศเข้ามาตรงนั้น ส่วนข้างบนก็อะไรมาทำครอบกรองอากาศไว้ ไม่ให้อากาศร้อนเข้าไปได้
ทำไมถึงต้องทำเช่นนั้น ลองสังเกตดูนะครับรถที่ออกมาจากโรงงานเขาทำรูให้อากา ศเข้ากรองอากาศจากนอกรถ อากาศข้างในห้องเครื่องมันร้อน ถ้าดูดเข้าไปจุดระเบิดเครื่องก็จะร้อนมากขึ้นแต่กำลั งรถจะตกลงเพราะอากาศร้อนมันขยายตัวเกือบเต็มที่อยู่แ ล้ว พอนำไปสันดาปในห้องเผาไหม้มันก็ขยายตัวได้อีกไม่มาก จึงได้แรงดันน้อย








Last edited by Cobra4971; 07-07-2015 at 08:36:34 PM.
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 07-07-2015, 08:47:24 PM   #39
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ ท่อไอเสียครับ ก่อนเราจะสตาร์ทเครื่องควรทำตรงนี้ก่อน ไม่งั้นเครื่องยนต์เราจะแผดเสียงลั่นหมู่บ้าน

ข้างล่างนี้คือ ปากท่อไอเสียที่ผมต่อจากท่อรวมไอดีและเชื่อมหน้าแปลน ต่อแคทฯ ไว้ เป็นภาพที่ถ่ายจากข้าล่างขึ้นมา ตอนจะยกเครื่องขึ้นผมต้องถอดแคทฯ ออกก่อน ถ้าไม่เอาออกมันจะติดกระปุกพวงมาลัย หลังจากยกเครื่องได้ที่แล้วค่อยเอาแคทฯไปขันใส่ใหม่



เพื่อความสะดวกต่อการขันน็อตผมเอาน็อตัวผู้ไปเชื่อมต ิดรูหน้าแปลนไว้ข้างที่ขันน็อตยาก ส่วนอีกข้างเชื่อมติดหน้าแปลนที่ติดกับแคทฯ
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 07-07-2015, 09:02:08 PM   #40
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

ขันแคทเรียบร้อย ก็เอาท่อมาวางแผนต่อ ตรงนี้ยากมาก โดยเฉพาะการตัดให้ปากท่อชนกันสนิทมันแทบเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น ผมพยายามให้ปากท่อชนกันให้สนิทด้านหนึ่งก่อน ส่วนอีกด้านถ้าไม่ชิดกันสนิทผมก็เอาท่อมาผ่าตัดแปะแล ้วพยายามเช่ือมให้ไม่มีรูรั่ว

การเชื่อมปากท่อที่ชนกันไม่สนิททำได้ยากและโอกาศที่จ ะเกิดรูโบ๋ง่ายมาก กรณีอย่างนี้ถ้าช่องห่างไม่มากผมจะทุบเอาลวดเชื่อมวา งในช่องว่างแล้วเชื่อมปิดรอยดังกล่าว ถ้ารอยชนห่างมากผมจะตัดท่อผ่าครึ่งมาทาบแล้วเชื่อมปิ ดให้สนิท ข้างล่างคือภาพท่อไอเสียที่ต่อจากแคทฯ บริเวณที่วางเท้าคนขับครับ

ภาพนี้ถ่ายจากข้างขวา



ภาพนี้ถ่ายจากข้างซ้าย


มองในแนวระดับจากด้านขวาจะเห็นท่อประมาณนี้ครับ

Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 07-07-2015, 09:20:32 PM   #41
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

สำหรับท่อไอเสีย ตามสูตร 2J ใช้ท่อ 2.5 ถึง 3 นิ้ว แต่รถผมใช้ท่อขนาด 2.5 อยู่แล้วเลยใช้ 2.5 ต่อไป แต่ที่น่าสนใจคือท่อพักไอเสีย ผมใส่ท่อพักกลางไส้ตรงจิ๊กเกลียวเรียงกัน ๒ ตัว ท่อพักปลายใส่เยื้องใบใหญ่ยาว ๒๔ นิ้ว เสียงท่อไม่ได้ยินเลย ทุกคนชอบมากครับ นี่ครับท่อผม



นี่ช่วงต่อจากแคทฯ



นี่หม้อพักกลางตัวแรก



นี่หม้อพักกลางตัวที่ ๒



นี่หม้อพักปลายครับ



ท่อที่ผมใช้บางช่วงเป็นท่อเดิม บางช่วงเป็นท่อสแตนเลสกันชนหน้ารถปิกอัพ (ของเก่า) เอามาตัดต่อใส่ได้พอดีเลย ประหยัดดีครับ

Last edited by Cobra4971; 08-07-2015 at 08:52:35 AM.
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 08-07-2015, 09:05:53 AM   #42
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

เรื่องแอร์ พอผมได้เครื่องมา ผมรีบถอดคอมแอร์ออกมาตรวจสอบ เทน้ำมันเดิมออก ส่องดูข้างในพบว่า สะอาดดีมาก เลยประกอบกลับเข้าที่เดิม ถ้ามันสกปรกเราต้องถอดแยกชิ้นส่วนออกมาล้างแล้วค่อยป ระกอบเข้าใหม่ หลังจากนั้นก็เติมน้ำมันคอมฯ ให้เรียบร้อย ปริมาณที่เติมอย่าให้เกิน ๑๕๐ c.c. นะครับ ไม่งั้นแอร์จะไม่เย็นฉ่ำ แล้วเอาจุกหรือถุงพลาสติกปิดรูท่อไว้

หลังจากที่ต่อท่อแอร์เรียบร้อยเราต้องรีบทำสุญญากาศแ ละตรวจสอบว่ารั่วหรือไม่ ถ้ารั่วต้องจัดการแก้ไขให้เรียบร้อย ส่วนมากจะรั่วที่ข้อต่อต่างซึ่งมีโอริงกันรั่ว ตรวจสอบดูครับ ถ้าไม่รั่วก็เอาน้ำยาแอร์มาปล่อยเข้าไปจนหมดแรงดันขอ งถัง ตอนนี้ยังเติมไม่ได้เครื่องเรายังสตาร์ทไม่ได้

เหตุที่ต้องปล่อยน้ำยาเข้าไปไว้เพื่อกันไม่ให้ข้างใน เกิดสนิมครับ
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
Old 08-07-2015, 05:47:32 PM   #43
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

หลังจากทำท่อเสร็จ ก็เข้าสู่ระบบไฟครับ

ECU ของเครื่อง 2JZ GTE VVTI ETCS-i มีปลักสายไฟ ๕ ปลั๊ก สามปลั๊กแรก คือ ปลั๊ก B1, B2 และ ฺB3 ไม่มีการตัด ปลั๊กเหล่านี้เป็นส่วนควบคุมเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็นหัวฉีด เกียร์ หรือเซนเซอร์ต่าง เราจึงหมดภาระที่จะต้องต่อสายส่วนนี้ คงเหลือเฉพาะปลั๊ก F59 และ F60 ที่จะต้องต่อ ๒ ปลั๊กนี้ ส่วนหนึ่งจะต่อกับสายที่มาจากเครื่องยนต์ซึ่งต่อผ่าน ปลั๊ก BF1,BF2 หรือ BF3 อีกบางส่วนต่อกับรีเลย์และสวิทซ์เกียร์ของรถ ที่เหลือเป็นสายที่จะต่อกับระบบ ABS TRC VCS และ กล่อง MPX หากรถเราไม่มีสิ่งเหล่านี้ก็ปล่อยมันไป

การต่อสายที่ผ่านปลั๊ก BF1,BF2 หรือ BF3 นั้นไม่ยากเลยครับ เคล็ดลับคือต้องดูให้รูว่า ปลั๊กไหนเป็น BF1,BF2 หรือ BF3 แล้วไล่สายเอา โดยดูรายละเอียดจากเว็บ wilbo666 ตรงนี้ครับ http://wilbo666.pbworks.com/w/page/4...ngine%20Wiring

ข้อสำคัญคือ ตอนยกเครื่องเก่าออกเราต้องรู้ว่าสายที่ตัดออกแต่ละเ ส้นคือสายอะไร ถ้าไม่รู้ต้องไล่สายให้รู้ก่อนไม่งั้นต่อไม่ถูกครับ

ตอนผมทำผมเอาคอมพิวเตอร์วางบนเครื่องยนต์ เปิด wilbo ๓ หน้า คือ หน้าที่เป็นภาพปลั๊ก หน้าที่เป็นคำอธิบาย และหน้าที่เป็นไดอะแกรมไวริ่ง บางครั้งก็ต้องเปิดภาพไวริ่งของ W124 ไล่สายด้วย




นี่คือสภาพตอนต่อสายไฟครับ มันยุ่งน่าดู



ในการต่อสายไฟเมื่อต่อระบบน้ำมัน ระบบสตาร์ทเสร็จแล้วควรสตาร์ทดูครับ ในการทำงานผมจะยกแบตเตอร์รี่ลงมาวางข้างล่าง เมื่อจะสตาร์ทก็ต่อสายพ่วงแบตเตอร์รี่เข้ากับสายไฟรถ เมื่อสตาร์ทติดแล้วต่อไปถ้าไม่แน่ใจในการต่อสายเส้นใ ดก็จะทดลองสตาร์ทดูว่ามีปัญหาอะไรไหม ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนหมดทุกเส้นครับ

Last edited by Cobra4971; 08-07-2015 at 09:30:42 PM.
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
Old 08-07-2015, 06:37:29 PM   #44
Naturalism
 
Join Date: Oct 2011
Posts: 4
Thanks: 5
Thanked 3 Times in 1 Post
Default

ตั้งแต่ดูคนทำรถเองมาจนถึงบัดนาว
เพิ่งเจอของจริง ตัวจริง
ยกให้เป็นเบอร์หนึ่งได้เลย
ใครที่คิดจะทำรถเอง อย่าได้ท้อ ดูพี่ท่านนี้ไว้

นับถือ นับถือครับ

Last edited by Naturalism; 08-07-2015 at 06:40:53 PM.
Naturalism is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 08-07-2015, 06:46:40 PM   #45
K_AMG
 
K_AMG's Avatar
 
Join Date: Oct 2007
Posts: 287
Thanks: 253
Thanked 78 Times in 30 Posts
Thumbs up

สุดยอด นับถือ ครับ
K_AMG is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 09-07-2015, 08:18:22 PM   #46
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

การไวริ่งหรือต่อสายไฟ ช่างไวริ่งมักจะไม่ต่อสาย STP และสาย ST1 ให้ นะครับ ผมทำเองเลยหาต่อจนครบ

สาย STP เป็นสายไฟเบรคจะมีไฟมาตอนเหยียบเบรค การต่อก็ต่อจากสายไฟที่ไปหลอดไปเบรคเข้าขั้ว STP ของ ECU ส่วน ST1 เป็นขั้วที่ต่อไฟเมื่อปล่อยเบรค เรียกว่า ๒ ขั้วนี้สลับกัน

ขั้ว STP และ ST1 เป็นขั้วที่ลดแรงกระตุกตอนเข้าเกียร์ ถ้าไม่ต่อตอนเลื่อนด้ามเกียร์จาก N ไป D เครื่องจะกระตุกแรงครับ

การต่อขั้ว STP ไม่มีอะไรยากเพราะต่อเข้าตรงๆ แต่การต่อ ST1 ยากขึ้นมาหน่อย ผมใช้รีเลย์ตัวเล็กๆมาต่อ วิธีการก็คือต่อไฟจากกุญแจเข้าขา NC ของรีเลย์ ต่อขา Com ของรีเลย์ไปที่ขั้ว ST1 ของ ECU ส่วนไฟที่ใช้เลี้ยง(Trig) รีเลย์ ต่อจากสายไฟเบรคที่ต่อมาเข้าขั้ว STP นั่นแหละ ถ้าเหยียบเบรคไฟเข้า STP รีเลย์ก็จะตัดไฟที่เข้า ST1 แต่เมื่อปล่อยเบรครีเลย์ก็จะกลับไปต่อ NC ให้ไฟเข้า ST1 ถ้าเราไม่เหยียบเบรคไฟจะไม่เข้ารีเลย์ ก็ไม่เปลืองไฟครับ
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 09-07-2015, 11:56:53 PM   #47
Felixzixma
 
Join Date: Aug 2007
Posts: 1,494
Thanks: 3
Thanked 2,054 Times in 758 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Cobra4971 View Post
ขอบคุณครับพี่ช้าง ผมโพสต์เรื่องนี้เป็นการตอบแทนทุกท่านที่แชร์ความรู้ ไว้บนเน็ท เผื่อจะเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่คิดจะทำเอง สำหรับเด็กที่บ้านถ้าเรียกให้ช่วยก็พอได้ ผบ.ทบ.ก็มาช่วยด้วย

แต่ถ้าไม่เรียกเขาก็จะก้มหน้า แบบที่เรียกว่า "สังคมก้มหน้า" น่ะครับ เฮ้อ!
เด็กนี่พอใจว่าเป็นลูกหลาน เห็นจากในรูป แต่กล้าเรียก ผบ.ทบ. ด้วยหรือครับ

ซักผ้า ล้างจาน ยัง ไปและฟิ้ว #พ่อบ้านใจกล้า
Felixzixma is offline   Reply With Quote
Old 10-07-2015, 07:08:02 AM   #48
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

ผบ.ทบ คือ ผบ.ที่บ้าน ครับ ส่วนเเด็กที่เห็นในรูป คือ ลูกชายครับ
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
Old 10-07-2015, 07:48:31 AM   #49
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

หลังจากต่อสายไฟเสร็จแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือ ระบบแอร์ครับ รถที่วางเครื่องมักมีปัญหาเรื่องการชดเชยรอบเมื่อแอร ์ทำงาน ถ้าเป็นเครื่องรุ่นเก่า เช่น 1j 2j ที่ไม่มี vvti สามารถต่อสัญญาณชุดควบคุมความเย็นเข้าขั้ว AC ของแอร์ แล้วต่อ ขั้ว ACMG ไปที่รีเลย์คอมแอร์โดยตรง เวลาแอร์ทำงาน ECU จะชดเชยรอบให้

แต่เครื่อง 2j gte vvti etcs-i ไม่สามารถต่อแบบนั้นได้ ที่ ECU ไม่มีขั้ว AC มีแต่ขั้ว TAM ซึ่งเป็นขั้วที่ต่อ ECU แอร์ หมายความว่าต้องมี ECU แอร์ จึงจะชดเชยรอบให้ แต่ส่วนมากหาซื้อไม่ได้ ดังนั้น ผมจึงต้องหาวิธีชดเชยรอบด้วยวิธีอื่น

ผมนึกถึงรถคันแรกของผมเมื่อปี ๒๕๓๘ เป็นรถกระบะ แอร์มีระบบชดเชยรอบโดยใช้แว็คคั่มดึงคันเร่ง เลยไปหาชุดแว็คคั่มดังกล่าวจากร้านติดแอร์รถยนต์ในรา คา ๔๐๐ บาท แต่เป็นคนละแบบกับที่ผมเคยเห็น ที่ซื้อมามันเป็นแบบกดคันเร่งไม่ใช่แบบดึง ผมหาวิธีดัดแปลงใส่ตั้งนานกว่าจะสำเร็จ ในที่สุดก็ทำได้ตามรูปข้างล่าง



ที่เห็นเป็นถ้วยนั่นเป็นตัวดูดแว็คคั่ม พอมันดูมันจะกดกระเดื่องด้านหนึ่งลงไป ผมเอากระเดื่องที่กดลงไปนี้ไปกดคันเร่ง ตรงปลายกระเดื่องมันมีเกลียวปรับระยะกดได้

ส่วนที่เห็นเป็นก้อนโลหะ ๒ อันนั่นคือ แว็คคั่มวาล์ว ตัวแรกที่ต่อกับถ้วยแว็คคั่มเป็นตัวที่ใช้ดูด ตัวนี้เวลาไม่มีไฟมามันจะปล่อยอากาศให้เข้าไปได้ ซึ่งจะทำให้ถ้วยแว็คคั่มหยุดดึง ส่วนอีกตัวจะเป็นวาล์วปิดเปิดแว็คคั่ม เวลาแอร์ทำงานมันจะเปิดให้แว็คคั่มดูดได้ เวลาแอร์หยุดทำงานมันจะปิดไม่ให้แว็คคั่มของเครื่องร ั่ว ต้องใช้ ๒ ตัว ใส่ตัวเดียวไม่ได้นะครับ

ไฟที่ใช้เลี้ยงแว็คคั่มวาล์วต่อมาจากรีเลย์คอมแอร์คร ับ ปกติรอบเครื่องเดินเบารถผมอยู่ประมาณ ๕๐๐ เวลาแอร์ทำงานผมปรับให้ขึ้นไปประมาณ ๖๐๐ เอาพอเครื่องเดินเรียบ ใช้ได้ดีมากครับ
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
Old 10-07-2015, 08:54:32 AM   #50
sawetlisani
 
sawetlisani's Avatar
 
Join Date: Jul 2012
Location: kanchanaburi
Posts: 1,001
Thanks: 615
Thanked 983 Times in 317 Posts
Default

สุดยอด เมคคาทรอนิค เฉพาะค่าเรียนการเดินสายไฟต่าง เคยถามคร่าวๆ คอทร์ละ 2แสน แถวๆโพธาราม ราชบุรี
sawetlisani is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 10-07-2015, 09:59:30 AM   #51
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

หลังจากนี้ตรวจดูว่าต่อพัดลมหม้อน้ำหรือยัง เวลาแอร์ทำงานพัดลมหมุนไหม ถ้าทำงานต่อไปก็เติมน้ำยาแอร์

การเติมน้ำยาแอร์ต้องมีเกจ์และสายเติมน้ำยา ต่อสายเติมน้ำยาให้ถูก สตาร์ทเครื่องเปิดแอร์ให้สุด เปิดพัดลมให้สุด แล้วค่อยปล่อยน้ำยาเข้าทางด้านความดันต่ำจนความดันคง ที่จึงเปิดเต็มที่ ห้ามเปิดทางด้านความดันสูงนะครับ ไม่งั้นมันจะไหลกลับเข้าถัง ถังเติมอาจระเบิดได้

เติมน้ำยาแอร์ให้ทางความดันสูงได้ ๒๐๐ - ๒๕๐ PSI ระหว่างเติมความดันต่ำจะลดลงไปเรื่อย ๆ ด้านความดันต่ำให้ได้ความดันประมาณ ๓๕ - ๔๐ PSI ถ้ามากหรือน้อยกว่านี้แอร์จะไม่เย็นเต็มร้อย

มีข้อสังเกต ถ้าความดันสูงพุ่งขึ้นโดยความดันต่ำไม่ลด แสดงว่าการระบายความร้อนของแอร์ไม่ดี พัดลมอาจไม่หมุน รีบปิดน้ำยา ปิดแอร์ ดับเครื่อง แก้ไขให้เสร็จแล้วค่อยทำต่อครับ
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
Old 11-07-2015, 08:04:04 PM   #52
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

เรื่องแอร์เห็นหลายคนบ่นกันว่า แอร์ไม่ตัดช่างต่อคอมแอร์ไว้ตลอด รถบางคันเทอร์มิสเตอร์เซนเซอร์ความเย็นก็เสีย วิธีแก้ง่ายๆ (ยากพอสมควร) ให้หาเทอร์โมสตัทตามภาพข้างล่างมาต่อ มันต้องรื้อคอนโทรลแอร์ออกมาแล้วจึงจะติดตั้งได้ ผมเจาะแผงคอนโซลตรงนั้นเลยแล้วทำให้ดี ก็โอเคครับ




เทอร์โมสตัทแบบนี้เรียกว่าเทอร์โมสตัทแบบหางหนู เอาสว่านดอกเล็กๆเจาะตู้แอร์แล้วเอาหางหนูสอดเข้าไป ถ้าต้องการให้ตัดเร็วก็สอดเข้าไปจนถึงแผงคอยล์เย็น



ไฟ LED สีเขียวที่เห็นผมต่อให้มันติดเวลาแอร์ติด คอมตัดมันก็ดับ จะได้รู้ว่าแอร์เราทำงานดีหรือไม่



เทอร์โมสตัทอยู่หลังปุ่มปรับที่อยู่ตรงกลางนั่นครับ ผมเจาะแผงคอนโซลสอดขาปรับความเย็นออกมา และต่อ LED เรืองแสงตอนกลางคืนจะได้มองเห็น

เทอร์โมสตัท ๒ ขา ข้างหนึ่งต่อไปที่ไฟกุญแจ อีกต่อข้างต่อไปเลี้ยงรีเลย์คอมแอร์ จากรีเลย์ต่อผ่านสวิทซ์ความดันบนดรายเออร์ไปลงกราวด์ จะต่อตัวเดียวหรือ ๒ ตัวก็ได้ เวลาความดันน้ำยาต่ำหรือสูงเกินไปมันจะตัดตามการทำงา นสวิทซ์ครับ ของผมตามภาพต่อตัวเดียว ตอนนี้ต่อ ๒ ตัวแล้วครับ

Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 11-07-2015, 08:56:36 PM   #53
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

หลังจากต่อแอร์เสร็จ ก็เหลือเพียงไม่กี่อย่างแล้ว แต่ตอนนี้รถยังวิ่งไม่ได้นะครับเพราะมันยังไม่มีเพลา กลางและยังไม่ได้ต่อท่อลมเบรค

เพลากลางต้องมีการตัดต่อใหม่เพราะท้ายเกียร์เครื่องเ ก่ากับเครื่องใหม่ยาวไม่เท่ากัน และการสวมต่อเพลาไม่เหมือนกัน

นี่ท้ายเกียร์ 1J เครื่องเก่า




ส่วนนี่คือท้ายเกียร์ 2J เครื่องใหม่ครับ



ท้ายเกียร์ 1J มันยาวกว่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเพลากลางที่ผมใช้อยู่มันสั้น ยาวไม่ถึงท้ายเกียร์เครื่องใหม่ จึงต้องมีต่อเพลา

การตัดต่อเพลาเป็นงานที่ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะและต้ องมีการถ่วงเพลาให้สมดูล ผมจึงต้องไปถ่วงเพลาที่ชลบุรีอีกครั้ง ก่อนไปก็วัดความยาวของเพลาให้พอดีอย่าให้ยาวเกินนะคร ับ สั้นนิดหน่อยไม่เป็นไร ตรงที่สวมมันเลื่อนเข้าออกได้

ตัดต่อเพลามาแล้วทดลองใส่เพลาเข้าไป ติดเครื่องเข้าเกียร์ให้ล้อหมุนบนขาหยั่ง รถนิ่งเงียบไม่สั่นเหมือนก่อนไปถ่วงเพลา แต่ตอนนี้รถยังวิ่งไม่ได้นะครับ ยังไม่ได้ต่อท่อลมเบรค

Last edited by Cobra4971; 11-07-2015 at 09:08:34 PM.
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 12-07-2015, 09:18:20 PM   #54
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

ทำไมถึงต้องไปทำเพลาที่ชลบุรี แถวกรุงเทพก็มีครับ แต่ที่ไปชลบุรีเพราะราคาน่าคบมาก ครั้งก่อนผมถ่วงเพลาอย่างเดียวคิด ๖๐๐ บาท ร้านนี้คิดราคานี้มาหลายปีแล้วตอนนี้ก็ยังไม่ขึ้น ครั้งนี้ผมให้ตัดต่อเพลาซึ่งทางร้านต้องหาเพลามาต่อใ ห้ หลังจากนั้นก็ถ่วงเพลาราคาเพียง ๑,๒๐๐ บาท ครับ ที่กรุงเทพเห็ในเน็ทบอกว่าต้องจ่ายใบสีเทาหลายใบทีเด ียว ให้เป็นข้อมูลนะครับคงไม่เป็นการโฆษณา

ทุกอย่างพร้อมแล้วครับ คงเหลือเฉพาะท่อลมเบรค ความจริงผมหาที่ต่อมาตลอด ก้มดูตรงไหนก็ไม่เห็นมีท่อแว็คคั่มให้ต่อ ที่ท้ายท่อร่วมไอดี มีท่อต่อสายยางที่ต่อกับกะเปาะพลาสติกสีดำ ผมเข้าใจว่าเป็นท่อที่จะต่อหม้อลมเบรค ลองต่อดูแล้วไม่ใช่ เบรคแข็งเหยียบไม่ลง ต้องกระทืบเอาถึงจะอยู่

ที่ด้านบนท่อร่วมไอดีมีน็อตตัวใหญ่ขันไว้ตัวหนึ่ง ตอนแรกนึกว่าเป็นน็อตขันท่อร่วมไอดีติดเครื่องยนต์ ดูไปดูมาก็คิดว่าไม่ใช่จึงลองขันออกมาดู จึงพบว่าเป็นเพียงน็อตปิดรูท่อแว็คคั่ม จึงไปหาน็อตมาต่อท่อลมเบรคตามรูปข้างล่าง





ตอนนี้เบรคใช้งานได้ดีแล้ว ผมจัดการเจียร์จานเบรคล้อหลังและเปลี่ยนผ้าเบรคใหม่ห มดทั้ง ๔ ล้อ ค่าเจียร์ ๓๐๐ บาท ผ้าเบรคทั้งสี่ล้อ ๑,๘๐๐ บาท สั่งทางโทรศัพท์จากเชียงใหม่ครับ
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 12-07-2015, 09:29:58 PM   #55
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

เท่าที่ใช้ตอนนี้ รถแรงดีมาก มีปัญหาอยู่นิดหน่อย คือ พวงมาลัยหนักขึ้น ถ้าใครเคยขับฟอร์จูนเนอร์ เทียบดูพอๆกันครับ

หลังจากรถวิ่งได้แล้วก่อนจะนำไปจดลงในสมุดคู่มือการจ ดทะเบียน ต้องเอาถังแก๊สออกก่อน ปรากฏว่า ท้ายโด่งขึ้น ข้างหน้าต่ำลงพอสมควร ผมเลยจัดการเอายางรองสปริงที่ถอดออกไปใส่ล้อหน้าคืน

นี่ตอนยังไม่ใส่ครับ








Last edited by Cobra4971; 14-07-2015 at 07:23:27 AM.
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 12-07-2015, 09:43:36 PM   #56
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

ท่อตรงท้ายท่อร่วมไอดีไม่รู้ว่าต้องต่อไปที่ไหน เห็นในเน็ทบางคนต่อไปที่หม้อลมเบรค อันนี้บอกได้เลยว่าผิด ตามคำอธิบายของ Wilbo บอกว่าตรงนี้เป็นท่อบายพาสอากาศเข้ามาเพื่อช่วยเลี้ย งเครื่องยนต์ เท่าที่สังเกตมันจะดูดอากาศเข้าตอนเครื่องเดินเบา ทำงานเปิดปิดเป็นจังหวะไปเรื่อยๆ ผมเลยต่อไปที่หลังกรองอากาศ ตรงนั้นมีรูให้ต่อพอดี หลังต่อแล้วเครื่องเดินเรียบ เวลาเปิดแอร์หรือใช้ไฟมากก็ไม่มีอาการกระตุก คิดว่าน่าจะถูกน่ะครับ



Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 23-07-2015, 07:53:29 PM   #57
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

มาอัพเดทการใช้งานหน่อยครับ เท่าที่ใช้มา ๒ - ๓ สัปดาห์ พบปัญหานิดหน่อยคือการเปลี่ยนเกียร์ไม่นิ่ม ตอนเข้าเกียร์ จาก N ไป D หรือจาก N ไป R อันนี้นิ่มดี ไม่กระตุก แต่จะกระตุกตอนเกียร์ 1 > 2 > 3 > 4 ไม่แน่ใจว่าเป็นกับอะไร เท่าที่สังเกตุถ้าเหยียบแรงก็กระตุกแรง น่าจะเกี่ยวกับรอบเครื่อง ลองโทรไปถามช่างฝีมือดีแถวลาดพร้าว ๑๐๑ ให้คำแนะนำดี อัธยาศัยดี แต่ผมแก้ตามแล้วไม่มีผล ยังไงก็ต้องขอบคุณในน้ำใจมากครับ (เคยโทรไปถามหาอะไหล่บางที่พูดยังกับเราเป็นขอทาน)

จากการคุยกับช่างแล้วผมได้ความรู้ใหม่ว่าที่พวงมาลัย หนักผิดปกติเกิดจากไม่ได้ต่อ ECU พวงมาลัยเพาเวอร์ ผมไปส่องดูที่ท่อน้ำมันเพาเวอร์ด้านความดันสูง บริเวณด้านล่างปั๊มน้ำมันเพาเวอร์มันมีโซลินอยด์วาล์ วติดอยู่ ช่างแนะนำว่าต้องหา ECU พวงมาลัยเพาเวอร์มาต่อ ผมเลยไปไล่ปลั๊กสายไฟจากเว็บไซต์ Wilbo พบว่าที่ปลั๊ก BF1 ขั้วที่ 8 เป็นสายที่ต่อไปยังโซลินอยด์ดังกล่าว ขั้ว + กินไฟ 12 v. และขั้วที่ 9 ต่อไปยังโซลินอยด์ขั้ว - ผมก็จัดการต่อไฟ + 12 v. ไปที่ขั้วที่ 8 ขั้วที่ 9 ต่อลงกราวน์ ผลคือโซลินอยด์เปิดเต็มที่ พวงมาลัยเบา แล้วเวลารถวิ่งเร็วจะทำอย่างไร ผมก็จัดการเอารีเลย์มาต่อ และเอาไฟที่ผมทำระบบล็อกประตูอัตโนมัติมาต่อเลี้ยงรี เลย์

การทำงานของรีเลย์ตัวนี้ เมื่อความเร็วขึ้นประมาณ ๔๐ ก.ม.ต่อ ช.ม. รีเลย์จะต่อให้ล็อกประตู ในจังหวะนี้มันจะตัดไฟที่เปิดโซลินอยด์ปั๊มพวงมาลัยเ พาเวอร์ พวงมาลัยก็จะหนักขึ้น แต่ถ้าความเร็วต่ำลงกว่านี้มันจะต่อให้โซลินอยด์ปั๊ม พวงมาลัยเพาเวอร์เปิด พวงมาลัยก็จะเบา ส่วนประตูเมื่อล็อกแล้วจะล็อกอยู่อย่างนั้น เว้นแต่ถ้าเราเปิดแล้วแล่นเร็วขึ้นถึง ๔๐ มันก็จะล็อกอีก

ที่ผมทำนี่ไม่ได้เสียเงินเลย เพียงแต่ต่อสายไฟใหม่จากอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อ ECU พวงมาลัย ถ้าสนใจโพสต์ขึ้นมาครับวันหลังผมจะเขียนแปลนให้ดู

ส่วนเรื่องเกียร์คงต้องทดสอบต่อไป แต่เรื่องอื่น OK ครับ
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 24-07-2015, 07:42:08 AM   #58
yeetrue
 
yeetrue's Avatar
 
Join Date: Jun 2012
Location: Bangkok
Posts: 238
Thanks: 120
Thanked 347 Times in 135 Posts
Default

อ.งูดิน เครื่องบินรถกระป๋อง ผมมีเครื่องบินลำแรกเล่นก็เพราะเห็นแกในหนังสือ RCF นี่แหละครับ
yeetrue is offline   Reply With Quote
Old 24-07-2015, 09:17:29 AM   #59
sawetlisani
 
sawetlisani's Avatar
 
Join Date: Jul 2012
Location: kanchanaburi
Posts: 1,001
Thanks: 615
Thanked 983 Times in 317 Posts
Default

(เคยโทรไปถามหาอะไหล่บางที่พูดยังกับเราเป็นขอทาน) เจอแบบนี้ ก็เซ้งห่านซิครับ ใครทำใครได้พี่
sawetlisani is offline   Reply With Quote
Old 24-07-2015, 08:12:27 PM   #60
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,417
Thanks: 384
Thanked 2,609 Times in 980 Posts
Default

ขอบคุณครับพี่ช้าง ร้านทางอีสานนี่เขาใหญ่น่าดูนะครับ เวลาเราไปหาซื้ออะไหล่การพูดจาเขาไม่ไหวเลย เขาคงคิดว่าเราใช้รถเก่าๆ ครับ เมื่อปีก่อนรถผมใช้น้ำยาแอร์ R-12 น้ำยาตัวนี้เขาเลิกผลิตแล้วแต่บางร้านยังมีเหลือ บางร้านก็เอาของเก่าจากจีนมาขาย แต่น้ำยาเก่ามันไม่ดีมันไม่ค่อยเย็น ผมก็เลยหาน้ำยามาเปลี่ยนอาศัยว่าทำเอง ผมกลับบ้านที่ขอนแก่นไปขอซื้อน้ำยาที่ร้านใหญ่แห่งหน ึ่ง น้ำยาที่ร้านนี้มีแบบถังเล็ก ผมเคยช้ำใจกับน้ำยายี่ห้อนี้เลยบอกว่าน้ำยายี่ห้อนี้ ผมใช้มาแล้วไม่ค่อยเย็น เขาก็พูดกับผมว่า "คุณจะเอาแบไหน เอาถังละหมื่นไหม ยี่ห้อนี่เขาขายทั่วโลก และอีกมากมายที่เขาอบรมผม สุดท้ายเขาพูดกับผมว่า มีแต่รถฮ่างๆ (รถพังๆ เก่าๆ)เท่านั้นแหละที่ใช้น้ำยานี้ ผมก็ทนฟังและหาโอกาสปลีกตัวออกมา

วันก่อนหลังจากคุยกับช่างลาดพร้าว ๑๐๑ แล้ว ผมก็หาเบอร์แล้วโทร.ไปเซียงกงร้านหนึ่งในโคราช ถามหา ECU พวงมาลัยของ AE100 จะเอามาใส่ 2j gte vvti ตามที่ช่างบอก เจ้าของร้านบอกว่า AE มันใช้แร็ก ผมก็บอกว่า ผมจะเอา ECU ของแร็ก เขาบอกว่ามันไม่มี ECU ผมอธิบายว่ามันเป็นตัวควบคุมการไหลของน้ำมันเพาเวอร์ พูดแค่นี้เขาก็บอกว่า "เออ จะเอาอะไรก็รีบมา ผมจะรับสายญี่ปุ่น" นี่ก็อีกร้านครับ ก็เลยน้อยใจนิดหน่อยว่าเราขอซื้อหรือว่าเราขอทานกันแ น่หว่า

ผมเพียงแต่เล่าประสบการณ์ให้ฟัง คงไม่เป็นเสียมารยาทนะครับ
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Reply

Thread Tools Search this Thread
Search this Thread:

Advanced Search
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +7. The time now is 10:32:52 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2020, vBulletin Solutions, Inc.