BenzOwner.NET 421 Forever

Go Back   BenzOwner.NET > หมวดทั่วไป > บาร์เบียร์

Reply
 
Thread Tools Search this Thread Display Modes
Old 03-10-2018, 09:42:07 PM   #61
Mr.Lo
 
Join Date: Sep 2010
Posts: 1,105
Thanks: 2,217
Thanked 1,168 Times in 526 Posts
Default สกรูสำหรับล้อ W211 CDI

สกรูสำหรับล้อ W211 CDI

สกรูเดิมใช้กับล้อรถ W124 เป็นแบบ Ball Seat R12 ขนาด 12 x 1.5 มม.
แต่สกรูเดิมล้อ W211 CDI เป็นแบบ Ball Seat R14 ขนาด 14 x 1.5 มม.
ดังนั้นบ่ารับสกรูของล้อ CDI จะเป็นขนาด R14 แต่หน้าแปลนดุมล้อ W124 ใช้สกรู M12
หากนำสกรู M14 มากลึงเป็นขนาด M12 ก็ไม่แน่ใจว่ามันจะเสียความแข็งแรงหรือเปล่า
หากนำสกรู M12 มาตัดให้สั้นลง และกลึงเกลียวเพิ่ม แต่บ่าสกรูของ M12 เป็นขนาด R12
เมื่อนำมานั่งบนบ่าของล้อ CDI ซึ่งเป็นขนาด R14 จะรับน้ำหนักไม่เต็มบ่าดังรูปข้างล่าง




สกรูที่เหมาะสม นำมาใช้กับล้อ CDI ในรถ W124 ควรเป็นสกรู Ball Seat R14 12 x 1.5 mm.
ความยาว 25 – 27 มม. ซึ่งถ้าจะดัดแปลงจากสกรูในท้องตลาดทั่วไปก็ทำยากอยู่ มีหลายท่านก็ใช้
สกรู Ball Seat R12 12 x 1.5 นำมาตัดให้สั้นลง และกลึงเกลียวเพิ่ม กล้อมแกล้มใช้กันไป
หรือจะเจาะรูเพิ่มที่หน้าแปลนเดิม เป็นขนาด 14 มม. อาจเสียค่าใช้จ่ายสูงกว่า
แต่มีสมาชิก BON คุณ mob133 แนะนำเว๊ปให้สั่งซื้อจากต่างประเทศ มีสเป็คสกรูตามที่ต้องการ
ค่าใช้จ่ายรวม สกรูทั้งชุดตกสามพันกว่าบาท รายละเอียดข้างกล่องตามภาพข้างล่าง










บ่าสกรู R12 ในรูปล่างจะแคบกว่าบ่าสกรู R14 ในรูปบน





การจัดล้อ CDI ใส่แทนล้อเดิมเพื่อลด Unsprung Weight เป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้นในราคาไม่แพง
ท่านสามารถหาล้อที่ลายถูกใจ น้ำหนักเบามากๆ สกรูยึดล้อ ได้ง่ายกว่าหากเลือกล้อฟอร์จญี่ปุ่น
แบบมาตรฐาน PCD ล้อ และประเภทสกรู หรือน๊อตยึดล้อ ที่ใช้กันทั่วไปจะเขียนตอนต่อไปครับ


Last edited by Mr.Lo; 11-03-2019 at 10:32:37 PM.
Mr.Lo is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 11-03-2019, 11:01:02 PM   #62
Mr.Lo
 
Join Date: Sep 2010
Posts: 1,105
Thanks: 2,217
Thanked 1,168 Times in 526 Posts
Default มาตรฐานล้อ

ล้อรถยนต์




การวัดขนาดล้อ จากรูปข้างบน
1.ขนาดล้อ (Wheel Diameter) หน่วยวัดเป็น “นิ้ว”
2.หน้ากว้างล้อ (Rim Width) หน่วยวัดเป็น “นิ้ว”
3.อ๊อฟเซ็ตล้อเป็นบวก (Positive Offset) หน่วยวัดเป็น “มิลลิเมตร”
4.รูแกนดุมล้อ (Center Bore) หน่วยวัดเป็น “มิลลิเมตร”



ค่า Offset หรือค่า ET



ค่า Offset หรือ ET จะวัดจากจุดกึ่งกลางล้อ (Center Line) ถึงหน้าแปลนดุมล้อ
ค่าเป็น 0 (Zero Offset) หน้าแปลนดุมล้ออยู่แนวกึ่งกลางล้อพอดี
ค่าเป็น + (Positive Offset) หน้าแปลนดุมล้ออยู่เลยแนวกึ่งกลางล้อออกนอกตัวรถ
ค่าเป็น – (Negative Offset) หน้าแปลนดุมล้ออยู่เลยแนวกึ่งกลางล้อเข้าในตัวรถ
ดังนั้นหากเราเปลี่ยนล้อและยางใหม่ โดยใช้ขนาดเดิม แต่ค่า Offset ล้อเปลี่ยนไป
เช่นค่า Offset เดิม 44 เปลี่ยนเป็น 33 ค่า Offset ลดลง 11 ล้อจะขยับออกนอกตัวรถเพิ่มขึ้น 11 มม.
ในทางกลับกันหากค่า Offset เปลี่ยนเป็น 49 เพิ่มขึ้น 5 ล้อจะขยับเข้าด้านในตัวรถ 5 มม.
แต่โดยปกติเมื่อเปลี่ยนล้อส่วนใหญ่จะเปลี่ยนขนาดหน้า ยางด้วย ดังน้นการคำนวณว่าล้อและยาง
ใส่เข้าไปใหม่จะหุบเข้าออกมากแค่ไหน จะเบียดซุ้มล้อหรือโช๊คไหม ใช้โปรแกรมคำนวณจะง่ายขึ้น
โดยคลิ๊กลิ้งค์ด้านล่างใส่ข้อมูลล้อ-ยางเดิม และของใหม่ โปรแกรมจะคำนวณให้เลย

https://www.willtheyfit.com/



รูแกนดุมล้อ (Center Bore) ปกติถ้าใช้ล้อต่างสายพันธ์ รูดุมล้ออาจไม่เท่าของเดิม
แต่สามารถให้ช่างแก้ไขไม่ยาก โดยเฉพาะล้อ After Market ส่วนมากจะทำขนาดใหญ่กว่าของเดิม
ถ้าใส่ไปเลยอาจเกิดอาการล้อสั่น แต่แก้ไขง่ายมากโดยการซื้อ ปลอกกันสั่น (Hub Centric Ring)
เพื่อแสริมช่องว่างเดิมกับรูดุมล้อใหม่ ซึ่งหาซื้อไม่ยาก หรือให้ช่างกลึงปลอกอลูมิเนียมก็ได้
ส่วนใหญ่ล้อ After Market จะทำรูดุมล้อให้ใส่รถได้หลายรุ่นส่วนใหญ่จะเป็นรูดุม ขนาด 73 มม.
ดังนั้น Hub Centric Ring มาใช้กับ W124 จะเป็นขนาดวงนอก 73 มม.- วงใน 66.6 มม.









จากรูปบน PCD (Pitch Circle Diameter)
PCD คือระยะเส้นผ่า ศ.ก.ของวงกลม ที่เส้นรอบวงต้องผ่านจุด ศ.ก. ทุกรูน๊อตของล้อ
เราสามารถคำนวณ PCD ได้โดยวัดระยะจุด ศ.ก. ระหว่างรูน๊อต และนำไปคำนวณตามสูตร
โดยใช้ค่าแปรผันตามจำนวณรูน๊อตของล้อ
PCD ที่นิยมใช้กันแพร่หลายคือ
ล้อ 4 รู PCD 100.0 มม.(4x100)
ล้อ 5 รู PCD 114.3 มม.(5x114.3)
ล้อ 6 รู PCD 114.3 มม.( 6x114.3)
สำหรับ W124 ใช้ล้อ 5 รู PCD 112 มม.(5x112)
ดังนั้นหากต้องการเปลี่ยนล้อ ควรเลือกล้อที่มีรูน๊อต และ PCD เท่าของเดิมติดรถ
หากผิดไปจากเดิมจะต้องแก้ไขดัดแปลง ซึ่งทำได้โดยช่างให้คำแนะนำดีที่สุด
หลายท่านเปลี่ยนล้อโดยนำล้อ PCD 114.3 มม. ไปใส่แทนล้อเดิม PCD 112 มม.
โดยวิธีสวมแทน แล้วค่อยๆฝืนขันด้วยประแจขันล้อ ให้เข้าไปพร้อมๆกัน มีโอกาสสูงที่
รูน๊อตมันจะบานไม่เท่ากัน ดีที่สุดให้ช่างใช้เครื่องมือจัดการให้จะแม่นยำกว่าค รับ

วิธีเลือกเปลี่ยนในแบบที่เข้าใจง่ายที่สุด
1.ต้องรู้ค่าล้อเดิมติดรถมาจากโรงงานขนาดกี่นิ้ว, หน้ากว้างกี่นิ้ว, Offset เท่าไหร่, PCD เท่าไหร่
หน้ากว้างยาง และซีรี่ย์ เพื่อเป็นแนวทางเลือกล้อมาใส่แทน
2.ส่วนใหญ่เราเลือกเปลี่ยนล้อใหญ่ขึ้น ยางหน้ากว้างขึ้น ซีรี่ย์ยางต่ำลง ควรเลือกขนาดล้อ
ให้เหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับของเดิมติดรถ ทั้งขนาด, น้ำหนัก, PCD, Offset, และยาง
3.การเปลี่ยนล้อใหญ่ขึ้นทำให้รถหล่อขึ้น การยึดเกาะยางกับถนนดีขึ้น แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกันหากล้อและยางที่เลือกไม่เหมา ะสม ผลที่ตามมาคือ
-PCD หากผิดจากเดิม ต้องทำการแก้ไขดัดแปลงก่อน
-น๊อตล้ออาจต้องแก้ไขดัดแปลง (รายละเอียดจะเขียนในตอนหน้า)
-ล้อใหญ่เกินไป หรือ Offset ไม่เหมาะสม แก้ไขด้วยการเสริม Spacer หรือตีโป่งซุ้มล้อ
-รถกระด้างมากขึ้น รถอืดมากกว่าเดิม ช่วงล่างทำงานหนัก หากเลือกล้อที่หนักกว่าเดิมมาก
-มาตรวัดความเร็วคลาดเคลื่อนเมื่อเทียบกับของเดิมมาก หากเลือกซีรี่ย์ยางไม่ถูกต้อง
Mr.Lo is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 15-03-2019, 02:59:33 PM   #63
Mr.Lo
 
Join Date: Sep 2010
Posts: 1,105
Thanks: 2,217
Thanked 1,168 Times in 526 Posts
Default มาตรฐานน๊อตล้อ

.

1.หมวกจานเบรค





จากรูปบน หมวกจานเบรค หรือหน้าแปลนยึดล้อ จะมีสองลักษณะคือ
หมายเลข 1 หน้าแปลนเป็นแบบเจาะรู ใช้น๊อตล้อแบบสกรูยึด W124 ใช้แบบนี้
หมายเลข 2 หน้าแปลนเป็นแบบสตัดโผล่ออกมาจากหน้าแปลน



2.บ่ารับน๊อตล้อ





บ่ารับน๊อตล้อ มีอยู่ 3 แบบที่พบทั่วไปคือ
1. Tapered Seat Type
2. Flat Seat Type
3. Ball Seat Type ( Benz ใช้แบบนี้ )



3.น๊อตล้อมีสองแบบ คือแบบตัวเมียแสดงในหัวข้อที่ 2 (รูปบน) และ
แบบตัวผู้ที่นิยมใช้อยู่ในรูปล่าง และรถ Benz ใช้เป็นแบบ Ball Seat






4.สรุปลำดับขั้นตอนการเลือกน๊อตล้อ







5.ไม่ควรนำน๊อตล้อ และล้อที่มีบ่ารับต่างกันไปใช้ร่วมกัน






วิธีหาความยาวสกรูที่เหมาะสมกับล้อ

BORKED


จากวีดีโอข้างบนค่าแนะนำความยาวเหมาะสมที่ปลอดภัย เมื่อใส่ในรูน๊อตดันสุด
ควรมีความยาวพ้นจากหน้าแปลนอย่างน้อย 17 มม. ใช้ค่านี้ได้เลย
แต่ไม่ควรยาวมากไป เพราะอาจติดเบรคมือ
วิธีหาความยาวสรูที่เหมาะสมแบบง่ายๆ
สมมุติเรามีน๊อตล้อสกรูยาว 40 มม.ใส่เข้ารูล้อเกลียวโผล่ออกมา 30 มม.
แสดงว่าความหนารูล้อคือ 10 มม. + 17 มม. = 27 มม.
ความยาวสกรูที่เหมาะสมของล้อนี้คือ 27 มม.
อ้างอิงข้อมูลจาก:

https://blog.moddedeuros.com/how-to-...-or-volkswagen



ขนาดสกรูในรถยี่ห้อเดียวกัน อาจมีหลายขนาด หลายความยาว ขึ้นอยู่กับรุ่น







เช่น W124 เอาล้อ CDI W211 มาใส่แทน
การนำน๊อตล้อจาก W211 ไปกลึงจาก 14 มม. เป็น 12 มม. แล้วกลึงเกลียวใหม่
อาจยุ่งยาก และเสียความแข็งแรง หรือนำน๊อตล้อจาก W124 ไปตัดให้สั้นลง
แต่บ่าของล้อ CDI เป็น Ball Seat R14 ขณะที่ W124 บ่าเป็น Ball Seat R12
แต่ถ้าจัดซื้อสกรูลูกผสมขนาด 12 มม. แต่บ่ารับเป็น Ball Seat R14 จะง่ายที่สุด


สำหรับรถยุโรป มาตรฐานน๊อตล้อแต่ละยี้ห้อ ท่านสามารถคลิ๊กเข้าไปดูเป็นข้อมูล
เบื้องต้นทั้งขนาด, เกลียว, บ่ารับ, ขนาด จากลิ้งค์ด้านล่าง

http://www.mcgard.com/automotive/lug...lts/lug-bolts/

http://www.etebg.com/autospares/bolten-mb.html

.

Last edited by Mr.Lo; 15-03-2019 at 04:12:09 PM.
Mr.Lo is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 01-04-2019, 09:16:33 PM   #64
Mr.Lo
 
Join Date: Sep 2010
Posts: 1,105
Thanks: 2,217
Thanked 1,168 Times in 526 Posts
Default น้ำมันคอมเพรสเซอร์แอร์รถยนต์ ต้องเปลี่ยนถ่ายไหม

.
เป็นคำถามที่หลายๆคนต้องการคำตอบ รวมถึงผมด้วย มีโอกาสได้อ่านบทความ
ที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงคัดลอกมาให้สมาชิกได้อ่านกัน

ศุกร์ที่ 6 เมษายน 2561 เวลา 08.00 น.
'น้ำมันคอมเพรสเซอร์แอร์' จำเป็นแค่ไหนต้องถ่ายออก?
รู้จัก “น้ำมันคอมเพรสเซอร์แอร์” อีกหนึ่งสิ่งสำคัญในระบบแอร์รถยนต์ แต่การเปลี่ยนถ่ายออกเป็นเรื่องสำคัญมากน้อยเพียงไร?
เชื่อว่าหลายๆคนคงจะเคยได้ยินคำว่า “น้ำมันคอมเพรสเซอร์แอร์” กันมาบ้าง ซึ่งหน้าที่หลักของมันก็คือ “หล่อลื่น-เพิ่มกำลังอัด-ระบายความร้อนภายในคอมเพรสเซอร์” โดยจะจำแนกตามชนิดของน้ำยาแอร์เป็นหลัก หรือพูดง่ายๆก็คือ “ถ้าระบบแอร์ใช้น้ำยาชนิดไหน น้ำมันคอมเพรสเซอร์ก็จะต้องเป็นชนิดเดียวกัน” เพราะในระบบแอร์นั้น น้ำมันคอมเพรสเซอร์จะต้องผสมเข้ากับน้ำยาแอร์ในการทำ งาน จึงเป็นจุดสังเกตได้ง่ายๆว่า หากเกิดการรั่วซึมของระบบตรงจุดไหนก็จะพบคราบน้ำมันค อมเพรสเซอร์ออกมาอยู่ด้วยเสมอ

ชนิดของน้ำยาแอร์
-R12 ใช้น้ำมันประเภทน้ำมันแร่ เหมาะสำหรับเครื่องทำความเย็นประเภทตู้เย็น
-R22 เป็นน้ำมันประเภทน้ำมันแร่ เหมาะสำหรับเครื่องทำความเย็นประเภทเครื่องปรับอากาศ ปัจจุบันกำลังเลิกผลิตแล้ว เพราะมีการผลิตชนิดR140A ขึ้นมาทดแทนมีประสิทธิภาพทำความเย็นได้มากกว่าและไม่ ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน
-R32 และ R410A เป็นน้ำมันประเภทน้ำมันสังเคราะห์ เหมาะสำหรับเครื่องทำความเย็นประเภทเครื่องปรับอากาศ
-R134A เป็นน้ำมันประเภทน้ำมันสังเคราะห์เหมาะสำหรับเครื่อง ทำความเย็นประเภทรถยนต์และตู้เย็น

เทคนิคที่ควรรู้
-แอร์รถยนต์เป็นระบบปิด หากยังเย็นปกติ ไม่มีจุดรั่วซึม อย่าว่าแต่จะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันคอมเพรสเซอร์เลย เติมยังไม่ต้องเลยครับ เพราะการทำงานทั้งน้ำมันคอมเพรสเซอร์และน้ำยาแอร์จะผ สมกันหมุนเวียนอยู่ในระบบไม่หายไปไหน
-หากระบบแอร์เกิดการรั่วซึม แน่นอนเลยว่าย่อมจะต้องมีน้ำมันคอมเพรสเซอร์ขาดหายไป ด้วย แต่จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับรั่วที่บริเวณใด และมีขนาดรั่วมากน้อยแค่ไหน แต่หากช่างซ่อมจุดรั่วซึมแล้ว ก็จะเติมน้ำมันคอมเพรสเซอร์ ก่อนเติมน้ำยาแอร์ ย้ำ! “แค่เติมไม่ได้เปลี่ยนถ่าย”
- การเติมน้ำมันคอมเพรสเซอร์ โดยไม่ปล่อยน้ำยาแอร์ทิ้งสามารถทำได้ โดยช่างจะเอาน้ำมันคอมเพรสเซอร์ใส่ในสายเกจ แล้วก็ใช้น้ำยาดันน้ำมันคอมเพรสเซอร์เข้าไป
-น้ำมันคอมเพรสเซอร์แอร์ ควรเปลี่ยนถ่ายก็ต่อเมื่อ ต้องยกคอมเพรสเซอร์ลงมาซ่อมจุดรั่วซึม ซื้อคอมเพรสเซอร์จากเชียงกง มาเปลี่ยนแทนลูกเก่า

ฉะนั้น หากพูดถึงเรื่อง “การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันคอมเพรสเซอร์แอร์” แล้ว ให้ลองนึกภาพง่ายอย่างตู้เย็นหรือที่แอร์ที่บ้านเรา ก็ใช้กันมาเป็น 10 ปีโดย ไม่เคยต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันคอมเพรสเซอร์เลย ซึ่งแอร์รถยนต์ก็เหมือนกัน หากไม่มีการรั่ว ไม่มีการซึมออกมาแล้ น้ำมันไม่มีวันพร่องแน่นอนครับ..


.........................................

คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ

โดย “ช่างเอก”

ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com

.............................

ขอบคุณข้อมูลจาก

-บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด / www.mmsboschcarservice.com
……………………………
คัดลอกจาก : https://www.dailynews.co.th/article/636620
…………………………..

หากถามความเห็นผมระบบแอร์รถยนต์ ต้องดูแลรักษาอย่างไรบ้าง
เจ้าของรถควรการล้างทำความสะอาดแผงคอยล์ร้อนสม่ำเสมอ โดยใช้น้ำฉีด
ไล่ฝุ่น ตัวแมลง และเศษใบไม้ หรือสิ่งสกปรกที่เกาะติด
การดูแลคอยล์เย็น ก่อนขับรถเข้าบ้านจะปิดการทำงานคอมเพรสเซอร์
เปิดเฉพาะพัดลมเพื่อไล่ความชื้น หมั่นดูดฝุ่นภายในรถ
สำหรับคอยล์เย็นหากใช้งานมานาน หรือมีกลิ่นอับชื้น ก็เปลี่ยนตัวใหม่ไปเลย
ตอนนี้จะต้องเติมน้ำมันคอมฯแน่นอน อาจต้องเปลี่ยน Dryer และ Expasion Valve
หรือ ชิ้นส่วนอื่นหากพบว่ารั่วซึม
ดังนั้นผมจะพบช่างแอร์ตอนแอร์ไม่เย็นแล้วเท่านั้น
.
Mr.Lo is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 17-04-2019, 10:14:07 PM   #65
Mr.Lo
 
Join Date: Sep 2010
Posts: 1,105
Thanks: 2,217
Thanked 1,168 Times in 526 Posts
Default ป้องกันไฟไหม้รถยนต์ทั้งคัน จากไฟฟ้าลัดวงจร

.
วันที่ 05 เม.ย. 62
ไฟไหม้ลานจอดรถกองบัญชาการกองทัพบกเผาวอด 5 คัน

BORKED



วันที่ 31 ม.ค. 2562
นายวรธน ทองศรี เล่าว่าในขณะที่ตนเองขับรถออกจากบ้าน มาถึงที่เกิดเหตุ
ได้ยินเสียงคล้ายไฟชอร์ตบริเวณห้องเครื่อง จึงจอดรถและเปิดฝากระโปรง
พบจุดเกิดเหตุไฟเริ่มชอร์ตที่ด้านขวาใกล้แบตเตอรี่
ตนเองพยายามจะถอดขั้วแบตเตอรี่แต่ถอดไม่ทัน
จากนั้นไฟได้ลุกท่วมบริเวณห้องเครื่องยนต์หน้ารถอย่า งรวดเร็ว

https://www.m2fnews.com/news/thainew...thailand/25842



วันที่ 24 ม.ค. 62
ไฟไหม้รถยนต์ ลุงวัย 59 ไหวพริบดี ตั้งสติถอดสายขั้วแบตเตอรี่ออกก่อนวอดทั้งคัน

https://www.sanook.com/news/7656602/



จากข่าวไฟไหม้รถที่เกิดขึ้นบ่อยๆ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร
หลายๆท่านประสบเหตุใช้ถังดับเพลิงฉีด หากแบตเตอรี่ยังมีไฟอยู่
สักพักไฟจะกลับมาลุกไหม้ฉนวนสายไฟใหม่ เพราะไฟฟ้ายังลัดวงจรอยู่
วิธีเดียวที่จะหยุดการลุกไหม้ของฉนวน คือถอดขั้วแบตฯขั้วใดขั้วหนึ่งออก

หลายท่านเข้าใจดี แต่เมื่อเกิดเหตุจริงกว่าจะหาประแจเจอ กว่าจะถอดออก
อาจไม่ทันการครับ แต่ถ้าติดอุปกรณ์ Quick Battery Disconnect หรือ
Quick Power Battery Connector ที่สามารถถอดขั้วลบออกได้ทันที
จะช่วยท่านได้จากสถาณการณ์นี้
นอกจากนี้ในบางท่าน อาจไม่ได้ใช้รถเป็นเวลานาน เพื่อให้แบตเตอรี่เก็บไฟนานขึ้น
เราอาจถอดขั้วลบออก และใส่กลับเมื่อจะใช้งาน โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆ

อุปกรณ์ตัดการจ่ายไฟแบตเตอรี่ มีหลายแบบสามารถค้นหาใน Google
แต่แนะนำให้ติดตั้งแบบตัดไฟที่ขั้วลบแบตฯ หรือแบบติดตั้งที่ขั้วแบตฯ บวก-ลบ
เพื่อสะดวกในการยกแบตฯเข้าออกได้อย่างรวดเร็ว



แบบติดตั้งที่ขั้วลบ












แบบติดตั้งที่ขั้วบวก-ลบ







วีดีโอติดตั้งเฉพาะขั้วลบ สำหรับตัดการจ่ายไฟ


BORKED




วีดีโอติดตั้งทั้งขั้วบวก-ลบ เพิ่มความสะดวกในการยกแบตฯเข้า-ออก

BORKED



.

Last edited by Mr.Lo; 17-04-2019 at 10:18:53 PM.
Mr.Lo is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 24-05-2019, 11:55:50 PM   #66
Mr.Lo
 
Join Date: Sep 2010
Posts: 1,105
Thanks: 2,217
Thanked 1,168 Times in 526 Posts
Default วิธีคำนวณความเร็วรถ สัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์ ในแต่ละเกียร์

.
หลายๆท่านสงสัยกับความเร็วของรถ กับรอบของเครื่องยนต์ถูกต้องไหม
เมื่อเปรียบเทียบกับรถรุ่นเดียวกัน โดยเฉพาะรถที่ไม่ได้ใช้เป็นมือแรก

กร๊าฟความสัมพันธ์ ระหว่างความเร็วกับรอบเครื่องยนต์ ในแต่ละเกียร์
หากหามาดูได้ก็จะสะดวกมาก แต่บางครั้งรถเมื่อใช้งานอาจมีการเปลี่ยนเฟืองท้าย
เปลี่ยนเกียร์ หากต้องการทราบความเร็วรถ ที่รอบเครื่องยนต์ รอบใดรอบหนึ่ง
ในแต่ละเกียร์ เราสามารถคำนวณได้โดยใช้สูตรต่อไปนี้


Vk.m. = Vm.m. / 1,000,000
Vk.m. = ความเร็วรถยนต์ (ก.ม./ช.ม.)
Vm.m. = ความเร็วรถยนต์ ( ม.ม./ช.ม.)

Vm.m. = ( Tc x rpm x 60 ) / ( gr x gd )
Tc = เส้นรอบวงยาง (ม.ม.)
rpm = รอบเครื่องยนต์ (รอบ/นาที)
gr = อัตราทดเกียร์
gd = อัตราทดเฟืองท้าย

Tc = D x 22 / 7
D = ( W x S x 2 ) / 100 + ( d x 25.4 )
D = เส้นผ่าศูนย์กลางยางรถยนต์ (ม.ม.)
W = หน้ากว้างยาง (ม.ม.)
S = ซีรี่ยส์ยาง
D = ขนาดล้อ (นิ้ว)






ตัวอย่าง หาเส้นผ่าศูนย์กลางยาง ยางขนาด 205/55 R16
D = ( 205 x 55 x 2 ) / 100 + ( 16 x 25.4 ) = 631.90 mm.

ตัวอย่าง หาเส้นผ่าศูนย์กลางยาง ในรถ W140 S280 ปี 1996
ใช้ยางมาตรฐานขนาด 235/60 R16

D = ( 235 x 60 x 2 ) / 100 + ( 16 x 25.4 ) = 688.40 mm.

ต้องการหาความเร็วรถที่ 2,500 รอบ/นาที ของเกียร์ 4 และเกียร์ 5
อัตราทดเกียร์ 4 = 1.0
อัตราทดเกียร์ 5 = 0.831
อัตราทดเฟืองท้าย = 3.45

เส้นรอบวงยาง (Tc) = 688.40 x 22 / 7 = 2,163.54 ม.ม.


Vm.m. @2500 rpm เกียร์ 4 .......= ( 2163.54 x 2500 x 60 ) / ( 1.0 x 3.45 )
............................................= 94,066,956.52 ม.ม./ช.ม.
Vk.m. @2500 rpm เกียร์ 4 .........= 94,066,956.52 / 1,000,000.00
ความเร็วรถ @2500 รอบ/นาที เกียร์ 4 = 94.06 ก.ม./ช.ม.

Vm.m. @2500 รอบ/นาที เกียร์ 5 ..= ( 2163.54 x 2500 x 60 ) / ( 0.831 x 3.45 )
............................................= 113,197,300.26 / 1,000,000.00
ความเร็วรถ @2500 รอบ/นาที เกียร์ 5 = 113.19 ก.ม./ช.ม.

ดังนั้นเราสามารถคำนวณหาความเร็ว ในแต่ละเกียร์ ที่รอบหนึ่งรอบใดของรถ
มาพล๊อตเป็นกร๊าฟได้ ถ้ารู้อัตราทดเกียร์, เฟืองท้าย, ขนาดล้อและยาง

.
Mr.Lo is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 05-06-2019, 09:58:00 PM   #67
Mr.Lo
 
Join Date: Sep 2010
Posts: 1,105
Thanks: 2,217
Thanked 1,168 Times in 526 Posts
Default อัตราทดเกียร์และเฟืองท้าย สำหรับ W124

.
เนื่องจาก Mercedes Benz เฉพาะรุ่น W124 มีรุ่นย่อยหลายรุ่นด้วยกัน
จึงรวบรวมรายละอียดเฉพาะซีดานสี่ประตูบางรุ่นที่นิยม ใช้กันมาเปรียบเทียบ





จากตารางข้างบน อัตราทดเกียร์รถรุ่น 4 สปีด จะเท่ากันทุกรุ่นยกเว้นรุ่น E320
เมื่อมาดูอัตราทดเกียร์รถ E280 รุ่นเกียร์ 5 สปีด อัตราทดเกียร์จะเหมือนกับรุ่น E320
ยกเว้น E320 รุ่นที่มี 4 สปีด ที่ไม่มีเกียร์ 5 ให้ใช้
จะเห็นว่ารถ 4 สูบใช้เกียร์ทดชุดเดียวกับรถ 6 สูบ ( 4 สปีด ) แต่อัตราทดเฟืองท้าย
จะต่างกันตามกำลังเครื่องยนต์

ข้อมูลข้างบนอาจไม่ครบทุกรุ่นย่อย แต่ท่านสามารถนำไปคำนวณความเร็วที่สัมพันธ์
กับรอบเครื่องยนต์ หรือเป็นข้อมูลเพื่อ เปลี่ยนเกียร์หรือเฟืองท้ายทดแทนของเดิม
เช่นชุดเกียร์ 5 สปีด + เฟืองท้าย 3.69 หากจัดหามาใส่ E280 เกียร์ .4
หรือลงใน E220 อัตราเร่งในเกียร์ 1-4 ดีขึ้นแน่นอน (กินน้ำมันมากขึ้น)
แต่ในเกียร์ 5 จะประหยัดน้ำมันกว่าเดิม

ข้อมูลเบ้นซ์รุ่นอื่นสามาหาได้จาก

https://www.automobile-catalog.com/l...edes-benz.html



จะหากร๊าฟแสดงความเร็วสัมพันธ์กับรอบของ W124 มาลงในโพสหน้า

.
Mr.Lo is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 13-06-2019, 06:09:13 PM   #68
Mr.Lo
 
Join Date: Sep 2010
Posts: 1,105
Thanks: 2,217
Thanked 1,168 Times in 526 Posts
Default กร๊าฟแสดง Speed vs Rpm. รถ W124

.
เนื่องจาก W124 มีรุ่นย่อยหลายรุ่น ช่วงเวลาผลิตต่างกัน ( Phase 1 – Phase 2 )
แต่ละรุ่นย่อยยังแยกออกไปอีก เช่น 2 ประตู – 4 ประตู, ขับ 2 ล้อ – 4 ล้อ,
เกียร์แมนนวล – อัตโนมัติ, 4 สปีด – 5 สปีด เป็นต้น
ดังนั้นจะแสดงเฉพาะรุ่นที่อยู่ในโพสที่ 67 ( ตารางอัตราทดเกียร์แลเฟืองท้าย )



1991 W124 230E




1995 W124 E200




1995 W124 E220




1995 W124 E280 4 speed




1995 W124 E280 5 speed




1994 W124 E320 4 speed




1995 W124 E320 5 speed




รายละเอียด W124 ทุกรุ่นสามารถเข้าไปดูได้จากลิ้งค์ข้างล่าง
https://www.automobile-catalog.com/m...enz/w-124.html

สำหรับ Mercedes Benz รุ่นอื่นๆ สามารถดูรายละเอียดได้จากลิ้งค์
https://www.automobile-catalog.com/l...edes-benz.html

.
Mr.Lo is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Reply

Thread Tools Search this Thread
Search this Thread:

Advanced Search
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +7. The time now is 08:58:33 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2019, vBulletin Solutions, Inc.