Go Back   BenzOwner.NET > หมวดทั่วไป > บาร์เบียร์

Reply
 
Thread Tools Search this Thread Display Modes
Old 17-11-2016, 11:26:34 AM   #121
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 3,897
Thanks: 3,054
Thanked 8,649 Times in 2,328 Posts
Default เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกะรถเบนซ์ แต่อยากจะเล่าครับ

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกะรถเบนซ์ แต่อยากจะเล่าครับ

ผมไม่รู้ว่าทรัมป์จะแก้ปัญหาประท้วงการเป็นประธานาธิ บดีของเขายังไง
ผมไม่รู้หรอกว่า กลิน เดวี่ส์ จะสงสัยว่ารัฐบาลไทยห่วงอะไรสถานทูต
อเมริกาในไทยจนต้องส่งตำรวจไปเพิ่มการอารักษขา นั่นเป็นเรื่องของ
เขา ผมไม่อาจจะเป็นห่วงหรือช่วยอะไรเขาได้

แต่ปัญหาของผมคือบ้านผมมันเคยใหม่มากเมื่อเกือบ 30 ปี ก่อน
ตอนนั้นน้ำไฟอะไรมันก็ดีหมด แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ไฟใหญ่ส่องสนาม
และถนนหน้าบ้านหลอดก็ขาดเพราะมันรับใช้มานาน
ปกติเวลาหมาเห่า ผมจะเปิดไฟดวงนี้ดูจะเห็นสภาพสนามและ
ถนนหน้าบ้านชัดเจน พอมันไม่มี ก็รู้สึกถึงความกังวล
มันสูงผมกลัวๆ กล้า ๆที่จะขึ้นไปเปลี่ยนหลอด


แต่ในที่สุดก็ถอดออกมาได้ มันเก่าเกินเปลี่ยนหลอด
ก็ต้องเปลี่ยนทั้งโคม มันยากเสียนี่กระไรเจ้าความสูงนี้่
บรรใดก็ไม่มี นั่งร้านก็ไม่มี ตอนติดตั้งช่างทีมที่สร้าง
เขามีนั่งร้านมีบรรใดครบเครื่อง พี่ข้างบ้านเพิ่งบอกว่า
พี่สาวขึ้นไปดูเสาอากาศโทรทัศน์ชั้นสองบ้านเค้า
ตกลงมาตายเมื่อ 2-3 อาทิตย์ที่แล้ว ได้ฟังยิ่งเสียว
จริงๆผมเปลี่ยนผมซ่อมอุปกรณ์ของใช้ในบ้านเองมาตามลำด ับไป
มากมายหลายอย่างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นปั้ม น้ำ
เปลี่ยนหลอดไฟในห้องต่างๆ ซ่อมรถ ซ่อม
แบบสาระพัดช่างไปทุกอย่าง ที่พอทำได้
นับรายการไม่ถ้วนแล้ว เพราะไม่มีใครมาทำให้ผม
แต่มันก็ยังระดมกันชำรุดอยู่ไม่ขาดสาย คงเป็นเพราะมันเก่า
ชราเหมือนเจ้าของบ้านที่มันรับใช้มาแล้วหลายสิบปี
ก็ต้องชำรุดเสื่อมไปบ้างเป็นธรรมดาของโลก



น้ำประปาในบ้านไม่รู้ว่ารั่วตรงไหน บิลล์ค่าน้ำขึ้นมาเป็น
2 เท่ามา 3 เดือนติด ๆ กันแล้ว จนประปาเขามีหมาย
เหตุมาในบิลล์ว่าค่าน้ำสูงมากผิดปกติ ผมก็หารอบบ้านใต้
บ้านใต้แท็งค์น้ำใต้ดิน หาหมดแล้ว ก็หาไม่เจอะ
ไม่รู้มันไปแอบรั่วตรงไหน วันนี้หาจุดรั่วทั้งวัน
พร้อมทั้งซ่อมเปลี่ยนวาล์วน้ำก๊อกน้ำที่ไหลงถัง
ใต้ดิน ฯลฯ ยอมรับว่าวันนี้หมดปัญญาแล้ว
วันหลังจะสู้ใหม่ครับ


นั่นเป็นปัญหาของผมระดับบ้านครับ ไม่ใช่ระดับชาติ
ระดับประเทศ ระดับนั้นปล่อยให้นักวิชาการเขา
ระดมสมองกันไปละกัน ผมทำของผมได้แค่นี้ละครับพี่น้อง
แถมยังไม่สำเร็จอีกตะหาก ปั้มน้ำทำงานทุก ๆ 5 นาที
มันต้องมีที่รั่วแน่ๆ แต่ยังหาไม่เจอะจริงๆ
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 17-11-2016, 11:51:48 AM   #122
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,356
Thanks: 331
Thanked 2,484 Times in 930 Posts
Default

ผมก็ฝังถังสำรองน้ำใต้ดิน ๓/๔ ถ้าคิดว่ามันรั่วที่ถังผมแนะนำให้ตัดต่อใส่วาล์ว เอาแบบเปิดให้น้ำเข้าบ้านโดยไม่ผ่านถัง และแบบปล่อยลงไปในถังก่อนก็ได้ จากนั้นลองแบบแรกดูสัก ๒ วัน แล้วตรวจดูระดับน้ำในถังว่าลดลงไหม ถ้าไม่ใช่ก็ตัดประเด็นไปครับ
Cobra4971 is online now   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 17-11-2016, 04:02:53 PM   #123
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 3,897
Thanks: 3,054
Thanked 8,649 Times in 2,328 Posts
Default












แท๊งค์น้ำใต้ดินบรรจุน้ำได้ประมาณ 5 คิว ตอนสร้างบ้านท่อประปา
ซอยที่ผ่านหน้าเล็กนิดเดียว มีปัญหาในการใช้น้ำตลอด
จึงแก้ปัญหาโดยการสร้างถังน้ำใต้ดิน บรรจุได้มากใช้เป็นอาทิตย์
ต่อมาประปาวางท่อใหม่ท่อโต 8 นิ้ว หมดปัญหาเรื่องน้ำไม่ไหล
หมดความจำเป็นเรื่องน้ำสำรอง แต่สร้างไปแล้วก็ต้องใช้ต่อไป
ไม่ขอบถังวางบนดินเกะกะสายตา

การทำท่อในผนังเป็นสิ่งที่ดูสวยงาม แต่ปัญหาที่เกิดก็ยังแก้ไม่ตก
เพราะมันหาที่รั่วไม่เจอะ สิ่งที่กลัวมากตอนนี้คือการต้องทุบผนัง

ลองเข้าไปใต้ถุนบ้านทั้งมืดและตุ๊กแกเยอะมาก เอาไฟฉายไปส่อง
หลายรอบแล้ว ก็ยังไม่เห็นคราบน้ำที่รั่ว ลองปิดน้ำใช้ในบ้าน
ที่ทำวาล์วเป็นช่วง ๆ ห้องน้ำทุกห้องมีวาล์ว ก็ยังหาสาเหตุไม่เจอะ
แต่การที่ปั้มน้ำทำงานทุก 3-5 นาที แสดงว่ามันต้องมีที่รั่ว
และบิลล์ค่าน้ำสูงขึ้นเป็นเท่าตัว ก็ต้องรั่วแน่นอน หาต่อไปครับ
พื้นที่วางท่อมันใหญ่กว่ารถยนต์ หาที่รั่วได้ยากกว่า

Last edited by Coffee Cup; 17-11-2016 at 04:27:57 PM..
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 18-11-2016, 09:47:48 AM   #124
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,356
Thanks: 331
Thanked 2,484 Times in 930 Posts
Default

ลองปิดวาล์วหมายเลข ๒ สัก ๑๐ นาที แล้วสังเกตุว่าปั๊มทำงานไหม ถ้าทำปั๊มรั่ว ถ้าไมทำต้องรั่วข้างในบ้าน

ไม่ทราบว่าได้ดูโถน้ำชักโครกหมดทุกอันไหมครับ คนทั่วไปมักมองข้าม ผมเคยเจอวาล์วในโถมันเสีย น้ำซึมหรือน้ำล้นท่วมปากท่อไหลลงชักโครก ปั๊มก็ทำงานเป็นระยะ วาล์นี้ใช้งานทุกวันเลยนะครับ

ขอให้พบต้นเหตุปัญหาและแก้ไขได้ไม่ยากนะครับ
Cobra4971 is online now   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 18-11-2016, 10:23:08 AM   #125
ืnusorn
 
ืnusorn's Avatar
 
Join Date: Jan 2014
Location: ฺBKK
Posts: 3,890
Thanks: 2,896
Thanked 1,220 Times in 872 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by mr.pas View Post
เปลี่ยนกรองลูกติดถังก่อนเข้าปั้ม ต้องถ่ายนำ้มันออกให้หมดถังก่อนไหมครับ
ผ่านมาหลายเดือนแล้ว
ไม่ทราบท่านไปให้ช่างทำป่าว?
มาแชร์วิธีของอู่ด้วยจะเป็นประโยชน์

หรือถ้าจะDIYไม่อยากรอ
หาถังเปล่าพวกใสน้ำส้มสายชู95%
คว่ำให้แห้ง..มารองน้ำมัน

เดี๋ยวนี้หาถังพลาสติกหนาๆ
กันกัดกร่อนได้ที่ไหน
ผมก็อยากซื้อมาตรียมไว้

หรือดีสุดขับให้เหลือน้อยๆ
แบบท่านถ้วยกาแฟ..ปลอดภัยดีครับ
ืnusorn is online now   Reply With Quote
Old 18-11-2016, 01:36:42 PM   #126
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 3,897
Thanks: 3,054
Thanked 8,649 Times in 2,328 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Cobra4971 View Post
ลองปิดวาล์วหมายเลข ๒ สัก ๑๐ นาที แล้วสังเกตุว่าปั๊มทำงานไหม ถ้าทำปั๊มรั่ว ถ้าไมทำต้องรั่วข้างในบ้าน

ไม่ทราบว่าได้ดูโถน้ำชักโครกหมดทุกอันไหมครับ คนทั่วไปมักมองข้าม ผมเคยเจอวาล์วในโถมันเสีย น้ำซึมหรือน้ำล้นท่วมปากท่อไหลลงชักโครก ปั๊มก็ทำงานเป็นระยะ วาล์นี้ใช้งานทุกวันเลยนะครับ

ขอให้พบต้นเหตุปัญหาและแก้ไขได้ไม่ยากนะครับ

ตอนนี้ผมตัดระบบปั้มออกไปก่อนให้น้ำต่อตรงเข้าบ้านเล ยเพื่อจะ
ดูการหมุนของมิเตอร์ เพราะก่อนหน้านี้ปั้มมันจะทำงานเอง
ทุก ๆ 3-5 นาที สตาร์ททีนึง



ท่อน้ำมาจากมิเตอร์เช็กแล้ว ปิดวาล์วลงถังปิดวาล์วเข้าบ้าน น้ำไม่รั่ว
มิเตอร์ไม่หมุน


ปิดวาล์วน้ำเข้าบ้าน เปิดน้ำเข้าโถส้วมชั่นล่าง มิเตอร์ไม่หมุน
แสดงว่าไม่รั่ว

รั่วจากท่อน้ำที่ผ่านบ้านแน่ๆ เพราะเปิดวาล์วเฉพาะเข้าบ้านมิเตอร์หมุน

ปิดวาล์วห้องน้ำแต่ละห้อง(ผมทำวาล์วน้ำเฉพาะแต่ละห้อ งๆ) ไม่รั่ว

มันต้องรั่วท่อที่อยู่้ใต้บ้านหรือท่อที่เข้าบ้านนี่ แหละครับ
แต่ปัญหามันอยู่ที่หารอยรั่ว ยังไม่เจอะครับ เอาไฟฉายไปส่อง
น่าจะ 4-5 รอบแล้ว ยังไม่เจอะทีท่าของมันเลยครับ
ต้องหาต่อไป
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 18-11-2016, 01:38:24 PM   #127
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 3,897
Thanks: 3,054
Thanked 8,649 Times in 2,328 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by ืnusorn View Post
ผ่านมาหลายเดือนแล้ว
ไม่ทราบท่านไปให้ช่างทำป่าว?
มาแชร์วิธีของอู่ด้วยจะเป็นประโยชน์

หรือถ้าจะDIYไม่อยากรอ
หาถังเปล่าพวกใสน้ำส้มสายชู95%
คว่ำให้แห้ง..มารองน้ำมัน

เดี๋ยวนี้หาถังพลาสติกหนาๆ
กันกัดกร่อนได้ที่ไหน
ผมก็อยากซื้อมาตรียมไว้

หรือดีสุดขับให้เหลือน้อยๆ
แบบท่านถ้วยกาแฟ..ปลอดภัยดีครับ
เฉพาะกรองมุ้งตัวติดถังก่อนเข้าปั้มผมเปลี่ยนแล้วครั บ
ตอนน้ำมันเหลือน้อย
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 18-11-2016, 05:43:58 PM   #128
ืnusorn
 
ืnusorn's Avatar
 
Join Date: Jan 2014
Location: ฺBKK
Posts: 3,890
Thanks: 2,896
Thanked 1,220 Times in 872 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Coffee Cup View Post
รถกำลังจะครบกำหนดต่อภาษีประจำปี

รถคันนี้ติดแก๊ส LPG มาครบ 10 ปีพอดีปีนี้
ทุกปีที่ผ่านมาก็เอารถไปตรวจ ตรอ.
แล้วก็ไปต่อภาษีที่สำนักงานทะเบียนเป็นปกติ
ปีนี้ก็เอาไปตรวจสภาพแล้วเอาเอกสารไปต่อ
เหมือนทุกปี

เจ้าหน้าที่ ไม่ทำให้ บอกว่าต้องไปให้วิศวกรตรวจถังแก๊สก่อน
เพราะติดมาเกิน 5 ปีแล้ว

เข้าไปอู่ตรวจ ตรอ.(แก๊ส) แถวๆขนส่งอุ่ที่ แรก พนักงานบอกว่า
ถังแก๊สอายุครบ 10 ปีแล้ว ต้องถอดทิ้งอย่างเดียว ตรวจไม่ผ่าน

อ้าว ทำไงดีล่ะ ไปคุยกับร้านติดแก๊สแถวบ้าน เขาบอกว่าถังใหม่
เป็นถังโดนัท 42 ลิตรรวมค่าติดตั้งและค่าใบวิศวกร 7,500.-บาทเน็ท


แต่เนื่องจากเพิ่งเติมแก๊สเต็มถังก็ยังทำอะไรไม่ได้ ต้องไปวิ่งให้แก๊สหมดก่อน

จึงถอยออกมา ขณะเดียวกันก็โทรไปถามอีกอู่หนึ่งที่เคยซ่อมรถ(อีกคั น)
กันประจำ เขาบอกว่าถังแก๊สโดนัท 42 ลิตร ค่าถัง 4,500.-บาท
ค่าติดตั้ง 1,000.-บาท ค่าอุปกรณ์ตามที่ใช้จริง ค่าใบวิศวกร 700.-บาท
รวม ๆ ไม่เกิน 6,000-6,500 บาท

โทรคุยกับเพื่อนที่ใช้รถเก่า ๆ ติดแก๊สเกิน 10 ปี เหมือนๆ กันเขาบอกว่าลองไป ตรอ.
อีกที่หนึ่ง ก็ลองไปตามที่เขาแนะนำ ปรากฏว่า ตรวจผ่าน ไม่ต้องเปลี่ยนถังอะไร
ค่าตรวจ 500.-บาท

วันนี้เอารถไปต่อทะเบียนได้เรียบร้อยแล้วก็แปลกดี ใบตรวจอายุ 5 ปี ถ่ายเอกสาร
ส่งให้เจ้าหน้าที่พร้อมกับเอกสารอื่น ๆ ตัวจริงเก็บไว้ถ่ายเอกสารอีก 4 ครั้งใช้ได้
อีก 4 หน

จึงเรียนให้เพื่อนๆที่ติดแก๊สเกิน 5 ปีทราบ เผื่อว่าจะไม่ต้องเสียเวลาไปเข้าแถวฟรีๆ
เสียเวลาไปเปล่าๆ หลายชั่วโมงเหมือนผมเมื่อวานนี้
ตรอ.จ้าวที่ตรวจแกสด้วย
500ใช้ได้5ปี..อยู่ที่ไหนครับ

แล้วไม่ต้องเปลี่ยนถังแกสหรือครับ
พอดีชินกับการขับแบบมีถังแคปซูลแล้ว
ขี้เกียจเปลี่ยน...แคปซูลเดิมยังใหม่มาก
ที่เพลทระบุปีไว้..ปีหน้า10ปีเหมือนกันครับ
ืnusorn is online now   Reply With Quote
Old 21-11-2016, 07:29:35 PM   #129
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 3,897
Thanks: 3,054
Thanked 8,649 Times in 2,328 Posts
Default



โปรดสังเกตุท่อน้ำถูกยึดด้วยแคล้มป์ติดกับกำแพงด้วยพ ุกขันสกรู
เมื่อกำแพงพลิก พาให้ท่อบิดตัว ทำให้ข้อต่อ 90 องศาที่ทำด้วย
PVC แตกแยกออกจากกันน้ำรั่วใต้ดิน


หลังจากที่ใช้เวลาหาผิดที่มาหลายวัน ในที่สุดก็หาพบจุดที่น้ำรั่ว
มันเป็นก๊อกน้ำนอกตัวบ้าน แต่อยู่ในรั้ว ท่อที่มาผ่านใต้บ้านแล้ว
มาโผล่ข้างบ้านไปเป็นก๊อกอยู่ริมกำแพงรั้วบ้าน จุดนี้ไม่ค่อยได้
ใช้น้ำจึงไม่ค่อยได้นึกถึง




ตอนขุดไปแล้วเจอะตาน้ำพุ่งขึ้นมาดีใจมาก เพราะแสดงว่าหา
จุดรั่วพบแล้ว หลงไปหาในบ้านใต้บ้านเสียตั้งหลายวัน แถมยัง
หาไม่พบอีกต่างหาก



ดินที่ขุดขึ้นมาฉ่ำเละนิ่มเป็นโคลนแสดงว่าน้ำรั่วมาผ สมกับดินนาน
จนเหลวเป็นขี้โคลน

สาเหตุก็คือช่างที่ติดตั้งก๊อกเขายึดท่อก๊อกไว้กับรั ้ว ต่อมารั้วเอนไป
มาก แต่ท่อที่อยู่ใต้ดินไม่บิดตัวตาม จึงเกิดการแตกแยกขึ้นทำให้
น้ำรั่วดังที่เล่ามา



การซ่อมก็เป็นเรื่องง่ายๆ แค่เปลี่ยนข้อต่ออันที่แตกออกเปลี่ยนใหม่
ไม่ยาก ค่า 90 องศา 10 กว่าบาท กับกาวเล็กน้อยงานก็จบปิดจ๊อป
เคยได้ยินคำบอกเล่าของเพื่อนๆ บางคนบอกค่าจ้างช่างมาซ่อมเค้า
คิดค่าจ้างกันเป็นพัน ก็ยังงง กับงานแบบนี้แต่ก็เข้าใจว่าเขาเสียเวลา
และเดินทาง ก็ต้องคิดหนัก ๆ เป็นธรรมดา



ซ่อมเสร็จแล้ว กลับสู่สภาพเดิมแล้ว ไม่ยึดท่อไว้กับกำแพงรั้วแล้วกลัว
มีปัญหาอีก

แต่ความยากของงานนี้อยู่ตรงการหาจุดรั่ว ถ้าหาพบแล้วการซ่อม
ก็ง่ายนิดเดียว แต่กว่าจะหาเจอะก็ใช้เวลาไปหลายวัน
ผมไม่ยึดท่อกับกำแพงบ้านแล้ว ปักหลักยึดด้วยแหวนรัดแน่น
ฝังไว้ใต้ดิน แข็งแรงพอ ๆ กับการยึดด้านบนด้วยแคล้มป์
ฝังพุกติดกำแพงรั้วแบบเดิมๆ

Last edited by Coffee Cup; 22-11-2016 at 01:17:17 PM..
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 22-11-2016, 06:55:29 AM   #130
papaped
 
Join Date: Dec 2014
Posts: 71
Thanks: 298
Thanked 35 Times in 23 Posts
Default

เย้ ดีใจด้วยครับ
ปิดจ้อบไปอีกหนึ่งอย่าง
papaped is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 22-11-2016, 08:59:05 AM   #131
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,356
Thanks: 331
Thanked 2,484 Times in 930 Posts
Default

ดีใจด้วยครับ
Cobra4971 is online now   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 22-11-2016, 05:30:22 PM   #132
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 3,897
Thanks: 3,054
Thanked 8,649 Times in 2,328 Posts
Default Car Camcorder

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปคลองถมซื้อโคมไฟส่องสนามเดินไป เดินมา
เจอะร้านขายกล้องติดรถยนต์มากมายหลายเจ้า มีราคาตั้งแต่ไม่ถึง
พันบาท จนหลายๆ พัน แต่ราคาแบบนั้นเกินความจำเป็นสำหรับผม
ผมตั้งเป้าไว้ที่ไม่เกิน 2 พันบาท ราคาแพงแม้จะดีแต่คิดว่าเสียเงิน
โดยไม่จำเป็นเอาไว้ซื้ออย่างอื่นด้วยดีกว่า ส่วนราคาถูกเกินก็อาจจะ
ได้ของตามคุณภาพ ซึ่งอาจจะไม่ดีพอจะเสียน้อยเสียยากและจะมา
พูดทีหลังว่ารู้งี้ยอมเสียเงินเพิ่มอีกหน่อยดีกว่า

ลองเข้าไปถามพูดคุยกับคนขาย จริงๆ อยากลองซื้อมาติดนานแล้ว
แต่ยังไม่ได้ไปดูอย่างจริงๆจัง ๆ วันนั้นมีเวลาเลยลองไปดู ดูอยู่
2-3 ร้านสรุปว่าสนใจเจ้ากล้องตัวนี้ เห็นโฆษณาในเวปอยู่
มากมาย คุณสมบัตินับว่าพอตัว กับราคาที่เขาบอกว่า ไม่ถึง 2 พัน
บาท เลยซื้อมา1 ตัว 1,500.- บาท กับเมมโมรี่ 32 GB อีก 300 บาท สำหรับการ
ถ่ายคลิปวน 3 นาทีต่อคลิป ได้ประมาณ 4 ชั่วโมง รวม 1,800.-บาท
เอามาติดตั้งตรงหลังกระจกมองหลังด้านซ้าย ตรงเหนือแดชบอร์ด
ฝั่งคนนั่ง จริงๆ ใครจะติดตรงไหนก็แล้วแต่อัธยาศัย แต่ผมเห็นว่า
เหมาะสำหรับผมตรงนี้ ก็เลยติดตรงนี้ การติดตั้งก็ง่าย ๆ มีขายึด
ศูนยากาศเหมือนๆกับ GPS หรืออะไรที่ต้องติดกระจกรถทั้งหลาย
สำหรับ file ภาพ เป็นไฟล์นามสกุล .mov เอามาลงยูทูปหรือ
ลงใน facebook ตรง ๆ ไม่ได้ ต้องแปลง file เป็นไฟล์นามสกุล
ที่เฟชบุคหรือยูทูปรองรับก่อน แต่สามารถเอาไฟล์มาลงในเครื่อง
คอมพิวเตอร์เหมือนกับการถ่ายโอนไฟล์คอมพิวเตอร์อื่น ๆ ทั่วไป
ไฟล์นามสกุล .mov สามารถดูในคอมพิวเตอร์ได้ด้วยโปรแกรม
ดูหนังทั่วๆไป ภาพและเสียงชัดเจนดี ถ้าจะแปลงไฟล์ให้ลงยูทูป
หรือเฟชบุ๊คได้ ผมใช้โปรแกรม vlc ที่หาโหลดได้ฟรีจากอินเตอร์เน็ท
เป็นไฟล์เล็กๆ แต่การแปลงไฟใช้เวลานานค่อนข้างมาก คลิป 3 นาที
ใช้เวลาแปลงไฟล์เกือบ 1 ชม.แต่เวลาเอาภาพไปลงในยูทูปหรือ
เฟชบุ๊คต้องยอมรับว่าภาพดรอป ความคมชัดลงไปมากกว่าดูภาพ
จากไฟล์ตรง ๆ จากคอมพิวเตอร์ แต่ก็จัดว่าชัดเจนน่าพอใจสำหรับผม
กับเงินที่เสียไปไม่ถึง 2 พันบาท







ด้านหน้าของกล้อง



แหล่งจ่ายไฟจากที่จุดบุหรี่



แต่เนื่องจากผมใช้ GPS อยู่แล้ว ใช้ไฟจากแหล่งเดียวกัน เลยซื้อตัว
แยกปลั๊กเสียบจุดบุหรี่มาเพิ่ม 1 อัน 150.-บาท มีสวิทช์ปุ่มปิดเปิด
แยกแต่ละอัน

การใช้งานก็ง่ายไม่ยาก เสียบค้างไว้เลย พอสตาร์ทรถมันจะติดขึ้น
ทำงานเอง และปิดเครื่องเองเมื่อดับเครื่อง

ภาพที่ได้ยามกลางวัน ชัดเจนดีเมื่อขับรถมีตะวันอยู่ด้านหลัง ถ้าขับ
รถย้อนตะวัน มีเงาของแดชบอร์ดรถเราขึ้นไปบนกระจกหน้ารถทำให้
เงาสะท้อน ทางแก้ไขน่าจะหาแผ่นผ้าหรือยางดำ ดำมาวางบน
แดชบอร์ด ลดเงาสะท้อน ภาพที่ได้ชัดเจนดี ในยามกลางวัน ส่วน
กลางคืนยังไม่ได้ลองวิ่งรถจึงยืนยันไม่ได้ครับ แต่ดูภาพจากโฆษณา
ของเขา ก็นับว่าดีพอสมควร ภาพที่ได้ระดับ Full HD 1080

ลองดูภาพจากโฆษณาของเขาดูครับ ถ้าสนใจก็ลองไปหามาติดดูบ้าง
ก็ไม่เสียหายเพราะราคากล้องติดรถยนต์วันนี้มันถูกจนน ่าลองครับ

BORKED

ภาพจาก ยูทูป


BORKED

ภาพจาก ยูทูป


https://www.google.co.th/search?q=an...anytek+a100%2B

การกล่าวถึงกล้องติดรถยนต์รุ่นนี้ในเวปต่างๆ ในอินเตอร์เน็ท

Last edited by Coffee Cup; 22-11-2016 at 05:51:05 PM..
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 28-02-2017, 06:13:51 PM   #133
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 3,897
Thanks: 3,054
Thanked 8,649 Times in 2,328 Posts
Default ความจำเดิมๆ บางทีก็ไม่ใช่ และ การเปลี่ยนอะไหล่ผิดมาตรฐานทำให้เกิดผลเสีย

ความจำเดิมๆ บางทีก็ใช้ไม่ได้ และ การเปลี่ยนอะไหล่ผิดมาตรฐานทำให้เกิดผลเสีย






วันนี้ผมเอารถไปธุระใน กทม.ยามบ่ายอากาศร้อนจัดพอสมควร
สังเกตุว่า ความร้อนมันขึ้นไปประมาณ 90 กว่า ๆจริงๆความร้อนเท่านี้
ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพียงแต่ผมสังเกตุเห็นว่ามันผิดไปจากปกติ
ของมันเท่านั้น ความร้อนไม่ได้สูงปรี๊ดลิบลิ่วจากที่เคยประมาณ
ไม่ถึง 90 จึงจอดรถข้างทางลงไปเปิดฝากระโปรงรถดู
ก็เห็นว่าพัดลมแอร์หน้ารถมันทำงานประหลาด ๆ หมุนวูบนึงแล้ว
ก็หยุด แล้วก็หมุนใหม่อีกวูบหนึ่ง แล้วก็หยุดเป็นช่วงๆ
ไม่ต่อเนื่อง

ผมจำได้ว่าอาการนี้เคยเป็นเมื่อ 2 ปีก่อนแต่คราวนั้นพัดลม
มันไม่หมุนเลย จำได้ว่าพัดลมแอร์หน้ารถมันหมุนเพราะแรงดัน
น้ำยาแอร์ และ ความร้อนถึงกำหนด เมื่อ 2 ปีก่อนพบสาเหตุว่า
น้ำยาแอร์พร่อง เติมน้ำยาแอร์เข้าไปหน่อยหนึ่งก็กลับมาทำงาน
เหมือนเดิม

ดังนั้นคราวนี้ สัญญา หรือ ความทรงจำเดิมจึง


บอกให้ผมเข้าไปร้านแอร์ ให้เค้าวัดแรงดันน้ำยาแอร์ดู สงสัยว่า
ช่างมือใหม่ วัดเสร็จเขาก็ทำท่างง งง ไม่ได้ทำอะไรต่อไป ถามว่า
น้ำยาแอร์พร่องไม๊ เขาก็อ้ำ อ้ำ อึ้ง ๆ ไม่ตอบอะไรชัดเจน ผมก็เลย
บอกเค้าว่าเติมน้ำยาลงไปหน่อยก็แล้วกัน เค้าทำท่าว่าเติมน้ำยาแอร์
ให้หน่อยหนึ่ง กับค่าเสียเวลา 200 บาท

เมื่อผมออกจากร้านแอร์ อาการพัดลมพัดวูบ หยุด วูบหยุด
ก็เป็นเหมือนเดิม จนกระทั่งไปถึงจุดหมายที่มาทำธุระแห่งหนึ่ง
ซึ่งแม่บ้านผมลงไปทำธุระพักใหญ่ ผมก็เลยเอาไขควงถอดฝาครอบ
กล่องฟิวส์ที่ใกล้แม่ปั้มเบรคดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับ รีเลย์ หรือฟิวส์
หรือเปล่า ก็พบว่า ฟิวส์บนหัวรีเลย์พัดลมแอร์ละลายทำให้ฝาครอบ
รีเลย์ละลายไปด้วย ฟิวส์ตัวนี้จริงๆ ต้องใช้ฟิวส์ 15 แอมป์ แต่ฟิวส์
อันที่ใส่นี้น่าจะเป็นฟิวส์ 30 แอมป์ และสาเหตุที่มันละลาย แล้วไม่
ขาดทันทีทันใด ก็เพราะขาเสียบมันคงหลวมทำให้เกิดสปาร์ค ส่วน
ที่เป็นพลาสติกจึงละลาย และฝาครอบรีเลย์ไหม้ส่วนที่เป็นพลาสติก
บางส่วนละลายลงไปถึงขารีเลย์




รีเลย์พัดลมแอร์คือตัวสีฟ้า ๆ ที่นิ้วชี้อยู่ในกล่องฟิวส์ใกล้หม้อลมเบรค
ภาพนี้ผมนำมาจากอินเตอร์เน็ต เป็นรถเบนซ์ W202 ตรงรุ่น แต่เนื่อง
จากเป็นรถฝรั่งพวงมาลัยซ้าย ตำแหน่งที่วางฟิวส์และรีเลย์จึงกลับทาง
กับรถพวงมาลัยขวาที่มีขายในประเทศไทย






จึงคิดว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนรีเลย์ใหม่ ซื้อหลังวัดโสม รีเลย์
15 แอมป์สีฟ้า ทำในฮังการี ราคา 1300 บาท เปลี่ยนแล้วพัดลม
แอร์กลับมาทำงานเหมือนเดิม หมุนเป็นช่วงยาว ๆ จึงหยุด

สำหรับผมคิดว่านำมาเล่าให้เพื่อนๆ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์
ว่าการจะเปลี่ยนฟิวส์ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าใด ๆ ในรถ ควรเปลี่ยนของ
ดีได้มาตรฐาน มันจะได้ทำงานตามหน้าที่ของมันได้ อย่างฟิวส์ตัวนี้
ไม่ได้มาตรฐาน ควรเป็นฟิวส์ 15 แอมป์ แต่ไม่รู้ว่าใครใส่ฟิวส์ 30
แอมป์ ทำให้เมื่อขาของมันหลวมสปาร์คควรจะขาด ก็ไม่ขาด ทำให้
ไหม้พลาสติกละลาย หรือฟิวส์ไม่ได้มาตรฐาน ก็เป็นได้

และสัญญา หรือความจำเดิมๆ ว่าเคยเสียอย่างนี้แล้วแก้ไข
อย่างนี้บางทีมันก็ไม่ใช่ ทำให้เสียเงินเปล่า ๆค่าเติมน้ำยาแอร์ ควร
หาสาเหตุที่แท้จริงก่อนแก้ไข จะทำให้แก้ได้ตรงจุด ประหยัดเงิน


ว่าจะไม่ดัดแปลง แต่ราคารีเลย์สีฟ้า 15 แอมป์ แพงกว่ารีเรย์สีเขียว
30 แอมป์ อยากทาบว่าวงจรข้างในมันเหมือนกันหรือเปล่า แทนกัน
ได้หรือเปล่า ราคาของฮังการี่เหมือนกัน แต่ราคาต่างกันถ้าเหมือนกัน
จะได้ซื้อรีเลย์ 30 แอมป์มาเอาฟิวส์ 15 แอมป์ใส่แทนประหยัดคาตัว

Last edited by Coffee Cup; 28-02-2017 at 09:21:44 PM..
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 28-02-2017, 09:07:24 PM   #134
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,356
Thanks: 331
Thanked 2,484 Times in 930 Posts
Default

ผมเคยเจอรถของผู้ใหญ่ที่ทำงานด้วยกัน BMW e36 ใช้ฟิวส์เสียบแบบนี้แหละ พลิกแผงฟิวส์ดูข้างล่างแล้วต้องส่ายหัว พลาสติกมีรอยไหม้บิดงอหลายตัว มีตัวหนึ่งที่อาการหนัก มีรอยไหม้และเป็นคราบสนิมทองแดง ไฟแทบจะเดินไม่ได้เลยครับ
Cobra4971 is online now   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 02-07-2017, 06:02:59 AM   #135
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 3,897
Thanks: 3,054
Thanked 8,649 Times in 2,328 Posts
Default

รถซีคลาสเก่า ๆ ของผมคันนี้ได้รับการติดตั้งระบบแก๊สหัวฉีดของ

EMME 03 ถังเป็นถังแคปซูลเนื่องจากสมัยนั้นถังโดนัทกรมขนส่ง
ไม่ให้จดทะเบียน







ตามคำแนะนำของเวปเบนซฺ์แห่งนี้โดยลุง 421 ติดตั้งที่ร้านดังแห่งยุค
ของ 10 ปีที่แล้วคือร้าน สหเฮง ลาดปลาเค้า ราคาติดตั้งตอนนั้น 4 หมื่น
เป็นถังแคปซุล 74 หรือ 76 ลิตร จำไม่ได้ชัดเจน



ติดถังแก๊สแคปซูลข้อดีคือยางอะไหล่ยังอยู่ แต่ที่ผ่านมาตั้งแต่ใช้รถ
คันนี้ยังไม่เคยได้ใช้งานยางอะไหล่เลยแม้แต่ครั้้งเด ียว






เวลาผ่านไป 10 ปีเศษ การใช้งานดีประทับใจ เปลี่ยนหม้อต้ม EMME 03 ที่ราชบุรี ไป 1 ครั้ง รวมเปลี่ยนสายแก๊สต่าง ๆ 8,500 บาท เมื่อ
ประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา เหตุผลที่เปลี่ยนไม่มีอะไร เพียงคิดว่าจะใช้
ต่อไปก็เลยเปลี่ยนของเดิมยังใช้งานได้ปกติ กินแก๊สประมาณ 6 กม.
ต่อลิตรวิ่งในกทม.

ปีนี้ต้องต่อทะเบียนปีที่ 11 ต่อไม่ได้เนื่องจากถังแก๊สครบ 10 ปีแล้ว

มีความคิดว่าจะใช้รถนี้ต่อไปจึงได้โทรไปสอบถามร้านแก ๊สที่รู้จักกัน

เนื่องจากอยากได้ถังโดนัทสอบถามได้ความว่า ใส่ได้ถังขนาด 51 หรือ
52 ลิตร เหมาะสมที่สุด ราคาถัง 42-52 ลิตร ราคาต่างกันหลักร้อย
ขึ้นต้นที่ 5,000.-บาท จึงตกลงกันที่ถังขนาด 51 ลิตร ยี่ห้อ MAGNATE ของ Metalmate ราคา 5,500.-บาท


การติดตั้งใช้เวลา 1 วันเต็ม ๆ แต่ทิ้งรถไว้ 2 วันเนื่องจากให้เขาเอาไป
ให้วิศวกรตรวจออกใบรับรอง



ช่างรื้อถังแก๊สเก่าออก ถังเก่าหนัก 28 กิโล บวกขาอีกราว ๆ 5-6 กิโล








ถอดออกแล้วก็โล่งและรกด้วยสายไฟจำพวกสายวิทยุและแอมป ์









ถังโดนัทขนาด 51 ลิตร หนัก 30.5 กิโล รวมอุปกรณ์พวกวาล์วและ
แผ่นยึดน๊อตต่างๆ แล้วคาดว่าไม่เกิน 32 กิโล ติดตั้งลงไปแล้วเสมอ
พื้นรถพอดี ไม่นูนขึ้นมา



เอาแผ่นโฟมวางลงไปท้ายรถเสมอ ดี ได้พื้นที่เก็บของท้ายรถคืนมา
หลังจากถังแคปซูลยึดพื้นที่ไป 10 ปี เติมแก๊สครั้งแรกได้ 38.40 ลิตร
เอาแค่ตัด ไม่อัด ตามทฤษฏี สำหรับการตัดที่ 85 เปอร์เซ็นต์
ถัง 51.-ลิตรควรเติมได้ 43.35 ลิตร แต่ความเป็นจริงที่ผมเติม
ได้เพียง 38.40 ลิตร (ถังเติมครั้งแรก 200 บาท ใช้จนแก๊สตัด
เป็นน้ำมันจึงเติม)

ถังและอุปกรณ์เก่า ใช้งานมาได้ 1 แสน กม.พอดี เฉลี่ยประหยัดค่า
เชื้อเพลิงไปได้ ประมาณ 2-250,000 บาท กับการติดตั้งไป
4 หมื่นบาท รถคันนี้กินน้ำมัีนเบนซินประมาณ 7-8 กม.ต่อลิตร
เฉลี่ยน้ำมันเบนซินที่ผ่านมา ลิตรละ ราว 30-35 บาท กินประ
มาณ 7-8 กม./ลิตร ถ้าวิ่งน้ำมันตก กม.ละ 4-5 บาท
ใช้แก๊ส กม.ละประมาณ 1.25-2.00 บาท เฉลี่ยประหยัด
ไป กม.ละ 2-3 บาท

สิ่งที่ได้มาคือพื้นที่ท้ายรถเพิ่ม สิ่งที่เสียไปคือที่วางยางอะไหล่และ
ที่เก็บของเครื่องมือประจำรถ แก้ไขโดยเอาเครื่องมือจำเป็นและ
อุปกรณ์อะไหล่จำเป็นใส่กระเป๋าเก็บไว้ท้ายรถ ยางอะไหล่
หนัก 16 กิโล อุปกรณ์ติดรถหนักประมาณ 8-10 กิโล ยังอยู่แต่
เปลี่ยนรูปไปอยู่ในกระเป๋าแทน หักกลบกันหมดแล้วก็ไม่ต่างกัน
เท่าไร ความรู้สึกยามขับรถ ก็ไม่รู้สึกแตกต่างเท่าไร ท้ายไม่แกว่ง
ให้รู้สึกแตกต่าง

สรุปค่าใช้จ่าย ค่าถังรวมอุปกรณ์ 5,500.-บาท ค่าแรงถอดและติดตั้งใหม่

1,500.-บาท ค่าใบวิศวกร 1,000.-บาท ค่าตรวจสภาพและแก้
จดทะเบียนเลขถังใหม่ที่กรมขนส่ง 105.-บาท ถ้ายังมีชีวิตอยู่
ก็ใช้รถคันนี้กับแก๊สต่อไปได้อีก 10 ปี แต่ไม่รู้ว่าจะใช้ได้จริงขนาด
นั้นหรือเปล่า

นำเสนอเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับสมาชิกที่ใช้รถ C Class W202

Last edited by Coffee Cup; 02-07-2017 at 06:23:28 PM..
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 02-07-2017, 10:08:53 AM   #136
harm_c220
 
harm_c220's Avatar
 
Join Date: Jun 2014
Location: bkk
Posts: 791
Thanks: 1,065
Thanked 496 Times in 336 Posts
Default

พี่ถ้วยกาแฟครับรถผมรุ่นเดียวกับพี่เหมือนกัน
ติดแกสมา5ปีแล้วถัง54ลิตรเติมจนเต็ม37ลิตร
แล้วตัดวิ่งทางไกลได้ประมาน370กิโลเมตร

ถังโดนัทยี่ห้อMAGNATEเหมือนกัน
ผมว่ารถรุ่นเราถัง51-54ลิตรเหมาะสมที่สุดแล้ว

หากเป็นรถใหญ่กว่านี้เช่น เช่นW210หรือ6สูบ
ถังที่เหมาะสมตามคหสต.คือ 61-64ลิตรเป็นอัน
เหมาะสมท้ายไม่ห้อยอะไรวิ่งสบายๆ

แต่ถ้าบอดี้ใหญ่พวกW140ขึ้นไปน่าจะเหมาะที่
70ลิตรโน้นเลยครับ เติมที่วิ่งกันจนลืมเลย

ถามนิดครับถังแคปซูลที่ถอดนำไปใว้ไหน

Last edited by harm_c220; 02-07-2017 at 10:10:59 AM..
harm_c220 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 02-07-2017, 10:16:44 AM   #137
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 3,897
Thanks: 3,054
Thanked 8,649 Times in 2,328 Posts
Default

ผมไม่ค่อยมีโอกาศวิ่งทางไกลเป็น ร้อย กม.สักเท่าไร
ใช้แต่ชานเมือง กทม.ตอนติดแก๊สใหม่ จูนรอบที่
2-3 วิ่งได้ 8.5 ใน กทม.11 ++ ตจว.แต่ปัจจุบัน
ได้ไม่เกิน 7 กม./ลิตร ส่วนใหญ่จะ 6 กม.หน่อยๆ/ลิตร
ตก กม.ละ 2 บาท ผมก็พอใจเพราะประหยัดกว่าขึ้น
แท๊กซี่ตั้งเยอะ แท๊กซี่ตอนนี้พอขึ้น ก็ 35 แล้ว
ยังไม่ได้ไปไหน ไกลสักเท่าไร ก็เป็น ร้อยแล้ว

ผมเติมเต็มถังได้ 38.4 ลิตร 450.-บาท ลิตรละ 11.73 บาท
เป็นถัง 51 ลิตรนะครับ
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 09-09-2017, 11:58:55 AM   #138
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 3,897
Thanks: 3,054
Thanked 8,649 Times in 2,328 Posts
Default ไฟรั่วในรถ ปัญหาโลกแตกของคนใช้รถเก่า ๆ

ไฟรั่วในรถ ปัญหาโลกแตกของคนใช้รถเก่า ๆ

หน้าบ้านผมเป็นเพื่อนบ้านที่ดีสนิท่สนมกัน
เค้ามีรถฮอนด้าแอ๊คคอร์ด 2 คัน ใหม่คันเก่าคัน
ทั้งสองคันติดแก๊ส และมีวิทยุ มีแอมป์เล็กๆตาม
ประสาคนใช้รถ

ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา เค้ามีปัญหากับรถคันเก่า
ที่ให้ลูกชายเค้าใช้มาตลอด กับเรื่องจอดไว้ข้ามคืน
ข้ามวัน(เกิน 24 ชม-36 ชม)จะสตาร์ทไม่ได้ได
ไม่หมุน เค้าก็ไปเปลี่ยนแบต มาใหม่แล้ว ก็ยังมี
ปัญหาอีก เรียกผมไปดู ผมก็วัดโวลต์ไดชาร์จ มันก็
ได้ 12.8-13.6 โวลต์ ก็ดูไม่น่ามีปัญหาจากได
แบตก็เปลี่ยนใหม่ ทำไมยังมีปัญหาอีก ผมก็ช่วยเค้า
แบบบ้าน ๆ คือเอากระดาษทรายขัดขั้วแบต กับขั้วต่อ
แบต รวมทั้งเปลี่ยนสายดินแบตให้เขาใหม่ เพราะของ
เก่ามันต่อ 2 ท่อนและมีขี้เกลือขึ้น

เหตุการณ์มันก็ดีขึ้นพักใหญ่ หายอาการไปประมาณ 1 เดือน
คงเป็นเพราะเค้าไม่ได้ขับรถกลางอื่นมากกว่า ตอนนี้กลับมา
เป็นอีกแล้ว (จริงๆ เค้าเอารถไปให้ร้านไดนาโมตรวจแล้ว
ร้านบอกว่าแบตปกติไดชาร์จปกติ แต่เรื่องสายไฟรั่วหาไม่เจอะ)

วันนี้เค้ามายืมเครื่องชาร์จไฟของผมอีก ผมก็เลยดูให้เขาอีกรอบ
ลองทดสอบแบบบ้าน ๆ คือเอาหลอดไฟ 12 โวลต์ธรรมดาๆ
ต่อสายไฟ 2 เส้น ถอด เอาขั้ว - ของแบตเตอรี่ออก แล้วต่อ
สายหลอดไฟที่ขัี้ว - เส้นหนึ่ง กับต่อลงตัวถังรถเส้นหนึ่ง

ปรากฏว่ามีแสงไฟริบหรี่ ๆ แต่ พอเปิดประตูรถ แสงจะสว่างจ้า
(ยังไม่จ้ามาก แต่สว่างกว่าปิดประตู) และมีเสียงแก๊ก
กกกกกกกกกกกกก ยาวที่ท้ายรถ พอปิดประตู เสียงแก๊กกกกก ก็หายไป

ผมลองไปเปิดฝากระโปรงรถดูหาที่มาของเสียง ก็พบว่ามันมาจาก
เสาอากาศวิทยุของรถ มันไม่ขึ้น หรือขึ้นไม่สุด เป็นบางครั้ง ไม่ได้
เป็นตลอดเวลา

ผมไม่อยากรื้อรถของเค้า ก็เลยหยุดเพียงแค่นี้ บอกว่าช่วยได้แค่นี้
ผมแก้ปัญหาชั่วคราวให้เขาโดยเปิดวิทยุให้เสาอากาศขึ้ นสุดแล้ว
ถอดสายไฟ(3 เส้น) ที่เสาอากาศออก ให้เสาอากาศมันค้างไว้
ตลอดเวลา จนกว่าเค้าไปจะเปลี่ยนเสาอากาศ หรือ(รีเรย์) ถ้ามี
นั่นมันเกินปัญหาของผม ให้เค้าไปแก้ปัญหาของเค้าเองครับ
มันมีอุปกรณ์อีนุงตุงนังเยอะ ขี้เกียจไปแก้ปัญหาที่ตามมาให้เขา
ต่อครับ มาเล่าให้อ่านเฉยๆ ครับ ผมเดาว่า ถ้าไม่สายรีโมทเสีย
หรือรีเลย์(ถ้ามี)เสีย หรือตัวเสาอากาศเสีย อย่างใดอย่างหนึ่ง
ครับ

เมื่อจัดการดังที่ว่าข้างต้นแล้ว ตอนนี้ไฟเทสต์แลมป์ มันก็ดับสนิท
แล้วเมื่อปิดประตูรถ และปิดวิทยุ ถ้าเปิดวิทยุค้างไว้(ไม่ดับ)เมื่อ
ออกจากรถ ก็จะมีแสงไฟที่หลอดเทสต์แลมป์เรื่อ ๆ แต่ถ้าถอด
กุญแจ และปิดประตูสนิททุกบาน หลอดเทสต์แลมป์ดับสนิท
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 09-09-2017, 07:19:57 PM   #139
se278
 
Join Date: Sep 2011
Location: ขอนแก่น
Posts: 1,832
Thanks: 448
Thanked 2,134 Times in 910 Posts
Default

ขออนุญาตครับ ไฟประตูรถญี่ปุ่น ส่วนมากเอาไฟ + มารอที่หลอด รอกราวด์จากสวิทช์ไฟประตูครับ
se278 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 09-09-2017, 07:32:39 PM   #140
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 3,897
Thanks: 3,054
Thanked 8,649 Times in 2,328 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by se278 View Post
ขออนุญาตครับ ไฟประตูรถญี่ปุ่น ส่วนมากเอาไฟ + มารอที่หลอด รอกราวด์จากสวิทช์ไฟประตูครับ
ขอบคุณครับ ผมไม่มีความรู้จริงๆ
มันต่างกับเบนซ์เหรอครับ
ผมเคยใช้รถโตโยต้าแต่ไม่
เคยซ่อมมันเลย เพราะมัน
ไม่ใช่รถของผม ใช้อย่างเดียว
แล้วไอ้ที่มอเตอร์เสาอากาศมันหมุน
แกร๊ก ๆ ในบางครั้ง นั่นมันมีรีเลย์
หรือตัวเสาอากาศมันเสียกันแน่ครับ
ช่วยฟันธงหน่อยครับ ขอบคุณครับ
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 09-09-2017, 07:40:20 PM   #141
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,356
Thanks: 331
Thanked 2,484 Times in 930 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Coffee Cup View Post
ขอบคุณครับ ผมไม่มีความรู้จริงๆ
มันต่างกับเบนซ์เหรอครับ
ผมเคยใช้รถโตโยต้าแต่ไม่
เคยซ่อมมันเลย เพราะมัน
ไม่ใช่รถของผม ใช้อย่างเดียว
แล้วไอ้ที่มอเตอร์เสาอากาศมันหมุน
แกร๊ก ๆ ในบางครั้ง นั่นมันมีรีเลย์
หรือตัวเสาอากาศมันเสียกันแน่ครับ
ช่วยฟันธงหน่อยครับ ขอบคุณครับ
เฟืองมอเตอร์มันขาดครับพี่ถ้วยกาแฟ ของรถญี่ปุ่นมีขายในเน็ท ร้านอยู่แถวพระราม ๒ ราคาประมาณ ๗๐๐ ผมเคยซื้อมาแปลงใส่ 300E ของผม ก็ใช้ได้ประมาณ ๑ ปีครับ ตอนหลังผมตัดออกไม่ใช้ครับ

ในเน็ทมีหลายร้านครับ ลองค้นดูครับ
Cobra4971 is online now   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 09-09-2017, 07:58:45 PM   #142
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 3,897
Thanks: 3,054
Thanked 8,649 Times in 2,328 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Cobra4971 View Post
เฟืองมอเตอร์มันขาดครับพี่ถ้วยกาแฟ ของรถญี่ปุ่นมีขายในเน็ท ร้านอยู่แถวพระราม ๒ ราคาประมาณ ๗๐๐ ผมเคยซื้อมาแปลงใส่ 300E ของผม ก็ใช้ได้ประมาณ ๑ ปีครับ ตอนหลังผมตัดออกไม่ใช้ครับ

ในเน็ทมีหลายร้านครับ ลองค้นดูครับ
ขอบคุณครับ ผมจะบอกเจ้าของรถครับ
ที่มันดังแกร๊ก ๆ ผมสังเกตุว่ามันพยายามจะขึ้น
แต่เสามันก็ไม่ขึ้น เหมือนมีอะไรมาขัดมันไว้คงเป็น
เพราะเฟืองแตกขาดจริงๆ ของรถฮอนด้าถ้าเสียจริง
เปลี่ยนทั้งตัวของเก่าไม่น่าจะแพงเหมือนของเบนซ์
กระมังครับ ใกล้ๆบ้านมีเชียงกงญี่ปุ่น
ถ้ารู้แน่ว่าอะไรเสียเค้าอาจจะไปหา
ของแท้มือสองมาใส่ครับ
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 09-09-2017, 08:08:56 PM   #143
se278
 
Join Date: Sep 2011
Location: ขอนแก่น
Posts: 1,832
Thanks: 448
Thanked 2,134 Times in 910 Posts
Default

เท่าที่สังเกตุ

รถญีปุ่นจะใช้กราวด์ตัวถัง เวลาจะใช้ไฟตรงไหนก็ไปหากราวด์จากตัวถังแถวๆนั้น

ส่วนรถฝรั่งส่วนมากจะใช้กราวด์ลอย คือมีสายดินกับสาย + คู่กันไป
รถญี่ปุ่นจึงมักเจอปัญหาแย่งกราวด์ เหยียบเบรค ไฟถอยติด เพราะสายกราวด์ที่พ่วงระหว่างแบตเตอรี่กับตัวถังหลุด

เล่าสู่กันฟังครับ
se278 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 09-09-2017, 08:53:41 PM   #144
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 3,897
Thanks: 3,054
Thanked 8,649 Times in 2,328 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by se278 View Post
เท่าที่สังเกตุ

รถญีปุ่นจะใช้กราวด์ตัวถัง เวลาจะใช้ไฟตรงไหนก็ไปหากราวด์จากตัวถังแถวๆนั้น

ส่วนรถฝรั่งส่วนมากจะใช้กราวด์ลอย คือมีสายดินกับสาย + คู่กันไป
รถญี่ปุ่นจึงมักเจอปัญหาแย่งกราวด์ เหยียบเบรค ไฟถอยติด เพราะสายกราวด์ที่พ่วงระหว่างแบตเตอรี่กับตัวถังหลุด

เล่าสู่กันฟังครับ
เป็นความรู้ใหม่
ขอบพระคุณครับที่แบ่งปันความรู้
ผมยอมรับว่าไม่เคยสังเกตุจริงๆ
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 10-09-2017, 09:46:46 AM   #145
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 3,897
Thanks: 3,054
Thanked 8,649 Times in 2,328 Posts
Default น้ำมันเครื่องกับน้ำมันวิเศษผสมน้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องกับน้ำมันวิเศษผสมน้ำมันเครื่อง
เล่าโดยมาร์ค พิทบูล



https://www.youtube.com/watch?time_c...&v=3HbRDsSCEN4

BORKED

Last edited by Coffee Cup; 10-09-2017 at 09:49:11 AM..
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 10-09-2017, 06:48:29 PM   #146
se278
 
Join Date: Sep 2011
Location: ขอนแก่น
Posts: 1,832
Thanks: 448
Thanked 2,134 Times in 910 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Coffee Cup View Post
เป็นความรู้ใหม่
ขอบพระคุณครับที่แบ่งปันความรู้
ผมยอมรับว่าไม่เคยสังเกตุจริงๆ
ต่ออีกหน่อยครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมเก่งกว่าวิศวกรเขา
คืออย่างนี้ครับ ตอนที่เขาคำนวณเรื่องสายดินมาแม้จะใช้กราวด์ลงตัวถัง
เขาคงออกแบบมาดีแล้ว

แต่ทีนี้พอเราไปใส่อุปกรณ์ หรือซ่อมดัดแปลง เครื่องเสียง กันขโมย เปลี่ยนโคมไฟ ฯลฯ
ช่าง(หรือเรา)มักพ่วงเอาจากของเดิมที่เขาต่อใว้แล้ว ที่หนักหน่อยและเจอประจำคือรถที่ไปทำสีมา หรือยกเครื่องออกจากตัวรถ
เพราะช่างมักง่ายไม่ต่อสายกราวด์ลงตัวถังให้ หรือจุดที่ต่อลงตัวถังไม่สะอาด ซึ่งรถทั่วๆไป จะมีที่ต่อพ่วงสายกราวด์มากกว่าหนึ่งแห่ง ทำให้เกิดอาการกราวด์ไม่พอ ผมขี่รถเก่ารถผมทุกคันจะเอาสายไฟสำหรับสายพ่วงแบตหรื อสายเชื่อม พ่วงกราวด์จากแบตไปหาเครื่องยนต์และตัวถัง เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของเก่าไปทำอะไรมา

อีกอันหนึ่งที่เจอกันมากคือติดเครื่องเสียง สาย+ ทำเสียอย่างดี สีสรรแพรวพราว ฟิวส์อันเท่ากำปั้น หมดไปหลายบาท แต่กับสายกราวด์กลับพ่วงเอาแถวๆคอนโซล

เล่าสู่กันฟังครับ ขออภัยที่ทำให้กระทู้ออกทะเลครับ
se278 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 10-09-2017, 06:53:33 PM   #147
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 3,897
Thanks: 3,054
Thanked 8,649 Times in 2,328 Posts
Default

ยินดีครับทีึ่มีเพื่อนมาคุยด้วย
จะออกทะเลออกมหาสมุทร
ก็ถือว่าแบ่งปันความคิดเห็นกัน
ขอบคุณครับ ว่างๆ ก็คุยกันมา
อีกนะครับ
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 13-03-2018, 09:26:37 AM   #148
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 3,897
Thanks: 3,054
Thanked 8,649 Times in 2,328 Posts
Default

ขอเล่าประสบการณ์การใช้งานเบนซ์ C Class W202C220
เทียบกับ Toyota Camry 2.0 G Extremo

พอดีคนในครอบครัวผมเค้าซื้อรถโตโยต้าคัมรี่ 2.0 G Extremo
มาใช้ ส่วนหนึ่งจะให้ผมใช้แทนคันเบนซ์ซีคลาสของผมที่เก่าอา ยุ
กว่า 20 ปี ขอเล่าเปรียบเทียบการใช้เคร่า ๆ อีกแง่มุมหนึ่งครับ
ไม่ใช่เล่าแบบการทดสอบรถ นั่นมีคนเค้าทดสอบมาเยอะแล้ว
แต่ผมจะเล่าเปรียบเทียบในแง่ใช้งานทั่วไป
เอาว่าโตโยต้าคัมรี 2.0 G Extremo คันนี้มันใหม่ล่าสุด
ของรุ่นนี้แล้ว เกียร 6 สปีด อัตโนมัติ เครื่องยนต์ 8 หัวฉีด
สูบละ 2 หัว ความเร็วต่ำ ฉีดหัวเดียว ความเร็วสูง
ช่วยกันฉีด 2 หัว เพื่อเน้นประหยัด น้ำมัน และแรงพร้อมๆกัน
ในแง่ประหยัดน้ำมัน ยอมรับว่ามันประหยัดกว่า
เบนซ์ซีคลาส 2200 CC คันนี้จริง ขับในเมืองได้
ไม่ต่ำกว่า 10 กม./ลิตร
ผมไม่เคยขับไป ตจว.เลยไม่รู้ ในเวปวิจารณ์รถเค้าว่า
ได้เกิน 14-15 กม/ลิตร ยังไม่เคยลองจริงๆ
ไม่กล้ายืนยัน

เรื่องเบรค คนที่ขับรถเบนซ์มาจนชิน อาจจะต้องเปลี่ยนความ
รุ้สึกใหม่ เพราะแตะเบรคนิดเดียว เบรคจึ๊กเลย เบรคมันนิ่ม
มากๆ อาจจะเป็นเพราะหม้อลมมันใหญ่หรือระบบมันดีก็ไม่รุ้
กดพรวดคนนั่งหัวทิ่มบ่นสรรเสริญคนขับแน่ๆ

ความนิ่มนวล เนื่องจากคัมรี่ใช้ล้อ 17 ความนิ่มนวล
สู้เบนซ์คันนี้ของผมไม่ได้เลย มันดุกดิก ๆ ยิ่งทางขรุขระ
ยิ่งไม่นิ่ม อันนี้ผมว่าสู้เบนซ์ซีคลาสของผมไม่ได้
การซึมซับแรงจากถนนทำได้ไม่ดีอย่างที่หวัง
การออกตัว ทิ้งเบนซ์ขาด ออกตัวเร็วกว่ามาก
แต่เนื่องจากรถมันหนักแล้วเครื่องเล็ก
เค้าต้องการออกตัวตีนต้นดี ตีนปลายประหยัด
เค้าจึงออกแบบเกียร็ให้ทด 6 สปีด
เพื่อให้ได้ทั้งต้น กลาง ปลาย
จึงทำให้ตีนต้นรอบเครื่องสูงปรี๊ดเลย แตะคันเร่งแรงไปนิดเดียวว่าไป
3-4 พันรอบทันทีทันใด(เกียร์มันลดลงแบบคิ๊กดาวน์)เปลี่ยน เกียร์นิ่ม
มากแต่ตีนปลายที่ 100 กม./ชม รอบอยู่ไม่ถึง 2000 รอบ
เพื่อประหยัด พอแตะคันเร่งลึกหน่อย รอบพุ่งไป 4-5 พันรอบโน่นเพื่อให้รถพุ่ง
ฟิลลิ่งนี้หลายคนและตัวผมอาจจะไม่ขอบก็ได้ อื่น ๆ
พวกครุ๊ยส์คอลโทรล มีเหมือนกัน บลูทู๊ช มีมา ด้วย
ใครใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนสบายเลย
GPS มีติดมาเป็นมาตรฐาน แต่ใช้ยาก ฯลฯ
เสียงเครื่องตอนเดินเบานั่งอยุ่ในรถแทบไม่ได้ยิน
รถใหม่ ๆ มันก็แบบนี้ทุกคันไม่ใช่เหรอ
แต่ระบบเครื่องเสียงผมว่าจัดว่าสมตัวดีแค่เอาไว้
ฟังข่าว จุดนี้บางคนบอกว่าห่วย แต่ผมเฉยๆ
เครื่องเสียงเดิมเบนซ์ดีกว่าแล้วทุกกรณี
แต่ส่วนใหญ่ของเบนซ์ตอนนี้มันไม่เดิมๆแล้ว
เบาะคัมรี่ปรับได้เหมือนเบนซ์ซีคลาด อาจจะ
มีลูกเล่นเยอะกว่าหน่อยเช่นคนข้างหลัง
ปรับเบาะคนนั่งหน้าซ้ายได้ ก็แปลกดี
แต่นั่นมันก็แค่ของเล่น ๆ เบาะไม่มีเม็มโมรี่
เบาะเป็นแค่หนังเทียมบาง ๆ ไม่หรูหราเหมือน
เบาะหนังแท้เบนซ์หรอก

พวงมาลัย เบากว่าเบนซ์มาก เบามาก ๆเบาหวิวก็ได้
ความนิ่มนวลการนั่ง เบนซ์กินขาด มากด้วย
คันเร่ง เบามาก แตะนิดเดียวรถพุ่ง
บางคนชอบบางคนไม่ชอบ ขับในเมืองสบายจริงๆ
เซ็นเซอร์รอบคัน ใครเข้าใกล้ มันบอกหมด
ซ้าย ขวา หน้า หลัง ฯลฯ สาระพัดเตือน
กล้องถอยหลัง อันนี้ผมชอบมาก เบนซ์เก่าไม่มี
ช่วยให้การขับรถเข้าซองง่ายมาก
ของเบนซ์ของผมจะเอาแบบนี้ต้องซื้อมาติดเอง
GPS ของติดรถใช้งานค่อนข้างยากกว่าของการ์มิน
ที่ผมใช้อยุ่ในเบนซ์ ยังไม่เคยลองใช้ทั้งๆที่ใช้รถมา
เกือบ 3 เดือนแล้ว
ลูกเล่นจุกจิกมีมาให้มากมาย
เช่น push start /เซนเซอร์รอบคัน/กล้องถอยหลัง
ตัวบอกระดับการสิ้นเปลืองน้ำมัน(ผมไม่รู้ว่าเรียกว่า อะไร)
คำนวณความสิ้นเปลืองน้ำมัน/เอาแตะมือจับประตูปลดล๊อก/ล๊อก

มีอันหนึ่งที่ผมยังไม่ประทับใจคือวิทยุมันกินแบตมากเ กินสมควร
จอดเฉยๆ รอคน(ไม่ติดเครื่อง) เปิดวิทยุแป๊บเดียวไม่ถึงชั่วโมง
มันขึ้นหน้าจอเตือนว่าให้ปิดวิทยุเซฟแบตได้แล้วเดี๋ย วแบตกำลัง
จะหมดแล้ว ถ้าเราดื้อสักพักวิทยุจะดับเอง ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี
รถเบนซ์ผม เปิดวิทยุ 6 ชั่วโมง แบตเหลือสบายๆ สงสัยต้อง
ไปเปลี่ยนแบตรถคัมรี่ใหม่


การติดแก๊สกับรถรุ่นนี้ทำได้ แต่ร่านทั่วๆไปคงยาก
ต้องให้ร้านที่ชำนาญรุ่นนี้ติดเห็นยี่ห้อ Prins ยี่ห้อเดียว
http://hongtongautogas.com/review_ca...tail.php?id=81

แต่เห็นราคาค่าติดแก๊ส 65,000.-บาท
ผมคิดว่าผมไม่คิดต่อดีกว่า ผมใช้รถปีละไม่ถึง 1 หมื่น
กม.ต้อง 6-7 ปีจึงจะคุ้ม ใช้น้ำมันดีกว่าตก กม.ละ 2.50 บาท
ไม่เปลืองมาก เพราะใช้แก๊สโซฮอลล์ 91 และ E20 ได้
สรุปว่าสำหรับผม ผมยังชอบเบนซ์ซีคลาสของผมอยู่
แม้ว่าความคล่องตัวจะสู้โตโยต้าคัมรี 2.0G คันนี้ไม่ได้
แต่ฟิลลิ่งการขับขี่ เบนซ์เหนือกว่า(ถ้าชอบ)
ถ้าไม่ชอบจะบอกว่าคันเร่งแข็งกว่า
โตโยต้ามาก การออกตัว โตโยต้าปรู๊ดปร๊าดกว่ามาก
ความมั่นใจในการขับขี่ แน่นอนว่าเบนซ์เก่าๆ
กินขาดอยู่แล้ว เสียแต่ว่าเบนซ์อายุขนาดนี้เหมือนกับว่าคน
แก่ เข้ารพ.ประจำมากกว่าโคโยต้าใหม่ ๆ แน่นอน
ให้ไว้เป็นข้อมูลสำหรับคนที่กำลังจะซื้อโตโย
ต้าคัมรี่ 2.0 G Extremo ครับ รถสมัยนี้เทียบราคา
แล้วมันน่าใช้พอสมควร ราคาใหม่ไม่ถึงครึ่งของ
เบนซ์ซีคลาสตอนออกใหม่ ๆ แต่ตอนนี้ขายเบนซ์
รุ่นนี้ 5-6 คัน ยังซื้อแคมรี่ 2.0 G Extremo ไม่ได้
เลยครับ แต่คุณภาพเบนซ์ไม่ใช่ 10-15% เหมือนราคา
นะครับ ยังเกิน 70-80 % ตอนใหม่ๆ เลยทีเดียว

Last edited by Coffee Cup; 14-03-2018 at 06:02:51 AM..
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 13-03-2018, 08:39:34 PM   #149
NaMoo
 
Join Date: Mar 2010
Location: กทม.
Posts: 740
Thanks: 355
Thanked 1,743 Times in 396 Posts
Default

สวัสดีค่ะ พี่ถ้วยกาแฟ

ขอบคุณมากสำหรับการรีวิวค่ะ น้าหมูเป็นคนนึงที่แอบมองแคมรี 2.0 G (ต้องสีเทาเท่านั้น) มานานเกือบหกเดือนแล้ว ใจแกว่งไปมา ไปโชว์รูม4- รอบ แต่ตัองย้ายโชว์รูมไปเรื่อยๆ รอบๆ ระแวกบ้าน กลัวเซลล์จำได้และจะด่าว่ามาดูหลายรอบเกิน ที่บ้านก็ยุจัง คงเบื่อเห็นเราทำรถบ่อย ซึ่งบางทีเราก็เบื่อๆเหมือนกัน

แต่ตอนนี้ก็นิ่งๆ แล้วค่ะ ขับคุณชายต่อไป แต่ก็อดใจมองแคมรีสีเทาไม่ได้ซะที
NaMoo is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 13-03-2018, 08:53:05 PM   #150
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 3,897
Thanks: 3,054
Thanked 8,649 Times in 2,328 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by NaMoo View Post
สวัสดีค่ะ พี่ถ้วยกาแฟ

ขอบคุณมากสำหรับการรีวิวค่ะ น้าหมูเป็นคนนึงที่แอบมองแคมรี 2.0 G (ต้องสีเทาเท่านั้น) มานานเกือบหกเดือนแล้ว ใจแกว่งไปมา ไปโชว์รูม4- รอบ แต่ตัองย้ายโชว์รูมไปเรื่อยๆ รอบๆ ระแวกบ้าน กลัวเซลล์จำได้และจะด่าว่ามาดูหลายรอบเกิน ที่บ้านก็ยุจัง คงเบื่อเห็นเราทำรถบ่อย ซึ่งบางทีเราก็เบื่อๆเหมือนกัน

แต่ตอนนี้ก็นิ่งๆ แล้วค่ะ ขับคุณชายต่อไป แต่ก็อดใจมองแคมรีสีเทาไม่ได้ซะที
ขอบอกจากใจนะครับ
ถ้าซื้อเพราะอยากได้อย่าซื้อมาครับ
เพราะจะบ่นเสียใจและเสียดายถ้าซื้อเพราะความจำเป็น
มันตอบสนองได้พอสมควร ฟิลลิ่งการขับขี่คนละโลกกับ
เบนซ์ มันตอบสนองด้านอื่นได้หลายด้าน ยกเว้นด้าน
ฟิลลิ่งการขับขี่อย่างเดียว คัมรี่ไม่ตอบสนองผมเลย
นอกนั้นได้เกือบหมดทั้งความประหยัด ความคล่องตัว
และลูกเล่นทีืแพรวพราว สำหรับบางคน แค่เสียงปิด
ประตู เค้าก็ไม่เอารถญี่ปุ่นแล้ว แต่ข้อนี้สำหรับผม
ไม่เท่าไร
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Reply

Thread Tools Search this Thread
Search this Thread:

Advanced Search
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +7. The time now is 10:24:43 AM.


Design By: Miner Skinz.com
Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2018, vBulletin Solutions, Inc.