Go Back   BenzOwner.NET > หมวดทั่วไป > ห้องสมุด

Reply
 
Thread Tools Search this Thread Display Modes
Old 19-10-2007, 07:33:23 PM   #1
Manit
 
Manit's Avatar
 
Join Date: Jan 2006
Location: Saimai Bangkok
Posts: 6,397
Thanks: 2,833
Thanked 5,519 Times in 1,229 Posts
Default เปลี่ยนปั้มน้ำ 300E

ที่ผมเคยถามพี่ๆว่ามีชุดซ่อมปั้มน้ำหรือไม่ เพราะว่าลูกปืนปั้มน้ำเริ่มมีเสียงดัง พี่สี่เขาว่าเดี๋ยวนี้เขาไม่มีชุดซ่อมขายกันแล้วต้อง ซื้อทั้งตัว ก็เลยทำเป็นแกล้งไม่ได้ยิน ใช้มาเรื่อยๆมันจึงดังครวญครางหนักขึ้นเรื่อยๆ น้ำเริ่มรั่วด้วยอัตราจากน้อยๆจนหนักขึ้นเป็นประมาณ 2 วันไฟระดับน้ำต่ำจะติดก็รู้อยู่จึงเติมน้ำบ่อยๆวิ่งไ ปอีก 2 อาทิตย์ คราวนี้จอดเฉยๆก็ใหลจึงต้องซ่อมด่วน ไปซื้อปั้มน้ำที่วรจักรเขาว่าเป็นของอิตาลี แต่ดูก็ไม่เห็นเขียนไว้ตรงใหน ราคา 2800 บาท มีโอริงยางมาให้ด้วย 3 วง ซื้อน้ำยาใส่หม้อน้ำของเบนซ์ 450 บาทเมื่อวานซึนหลังเลิกงานก็เลยมีการลองวิชาถอดปั้มเ จ้าปัญหาออกมา ทีแรกนึกว่ากะอีแค่ถอดปั้มมันจะยากสักแค่ใหน รื้อทั้งคันยังได้เลย โธ่..หมูๆ เที่ยงคืนผ่านไป...ก็ยังไม่ออก ถอดไปถอดมาเกือบถอดใจ ลากไปให้ช่างศักดิ์ทำต่อซะแล้ว ..แต่เราจะยอมให้เป็นยังงั้นไม่ได้เสียชื่อครูบาอาจา รย์หมด :-D ว่าแล้วก็ลุยต่อไปอย่างสบายใจ ที่ยากก็คือแทบไม่มีทีจะแหย่มือหรือประแจลงไปได้ง่าย ๆเลย ชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์มันแน่นไปหมด กะว่าจะถอดให้น้อยชิ้นที่สุด แต่มาพิจารณาดูแล้วว่าไม่มีทางเข้าถึงตัวปั้มได้เลยถ ้าไม่ถอดชิ้นส่วนที่ขวางอยู่ออกก่อน สุดท้ายจึงต้องยอมลุยถอดพุลเลย์สายพานทั้งของปั้มน้ำ และปั้มเพาเวอร์ออกก่อน หลังจากนั้นจึงถอดตัวปั้มเพาเวอร์ ถอดตัวดันสายพาน จึงเริ่มมองเห็นช่องทางรำไรว่าจะพอมีทางแหย่ประแจเข้ าไปได้บ้าง (โบลท์สองตัวด้านใน) ค่อยๆใช้ประแจบ๊อกติดกับข้ออ่อนและด้ามที่มีแรตเช็ทแ หย่เข้าไป จึงถอดออกมาได้สำเร็จ แต่กว่าจะประกอบเข้าที่เรียบร้อยก็หมดเวลาไปอีกหนึ่ง คืน(ทำหลังเลิกงาน) ตอนนี้เครื่องกลับมาเงียบเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ว่าเงียบเกินไปหรือเปล่า เพราะท่ามกลางความเงียบหูเจ้ากรรมดันได้ยินเสียงแว่ว ๆมาจากแถวๆลูกปืนไดชาร์ขึ้นมาอีกแล้ว..หึ..หึ [img]{SMILIES_PATH}/icon_twisted.gif[/img]
Attached Images
File Type: jpg _MG_01541.jpg‎ (22.8 KB, 2059 views)
File Type: jpg _MG_01571.jpg‎ (19.5 KB, 1756 views)
File Type: jpg _MG_01531.jpg‎ (10.6 KB, 1755 views)
Manit is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 20-10-2007, 01:27:59 AM   #2
Kris
Moderator
 
Kris's Avatar
 
Join Date: Dec 2005
Location: Cheongju, North Chungcheong
Posts: 11,898
Thanks: 1,438
Thanked 8,708 Times in 3,277 Posts
Default

ความมุ่งมั่นจริง ๆ ครับ ผมดูตอนช่างรื้อก็เห็นว่ายากจริงครับ
__________________
Multi-VALVE DOHC VVC Kompressor Tiptronic ASR SRS ASD ESP ETS BAS SBC 4MATIC คืออะไร ? ... ไม่รู้จัก
Kris is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 21-10-2007, 01:55:09 AM   #3
เสก
 
เสก's Avatar
 
Join Date: Apr 2006
Posts: 6,188
Thanks: 124
Thanked 3,553 Times in 653 Posts
Default

พี่มานิตย์อย่าทำบ่อยนะครับ การก้มๆเงยๆใต้กระโปรง.......รถ...... :lol: ..แล้วออกแรงมากๆเป็นเวลานานๆ...ต้องระวังจะปวดหลังแ ล้วก็บั้นเอวได้นะครับ.....พอเป็นครั้งนึงแล้วมันจะเ ป็นอีกได้ง่าย แบบว่า Treshold จะต่ำลงเรื่อยๆ (ทำไรผิดท่าผิดทางหน่อยเป็นได้เรื่อง) พร้อมกับ Duration ยาวขึ้นเรื่อยๆ (หายช้าขึ้นทุกทีๆ)

ระวังสุขภาพด้วยครับพี่ ....มันซ่อมยากกว่าเครื่อง 103 อีกนา..... :lol:
__________________
I did it .. my way ..
เสก is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 21-10-2007, 05:28:53 PM   #4
Manit
 
Manit's Avatar
 
Join Date: Jan 2006
Location: Saimai Bangkok
Posts: 6,397
Thanks: 2,833
Thanked 5,519 Times in 1,229 Posts
Default

ขอบคุณเสกที่เป็นห่วงครับ มันเห็นแล้วคันไม้คันมืออดไม่ได้สักที ก็ระวังอยู่เหมือนกันครับ ถ้าเป็นสมัยก่อนยังหนุ่มยังแน่นเนี่ย ผมเอารถขึ้นแสตน 3 ขา 4 มุม เอาเกียร์ลงคนเดียวก็ยังเคย ตอนใส่กลับทำท่าเหมือนเต่าหงายท้องสองมือสองตีน..เอ้ ย เท้า ยันดันให้เกียร์เข้าที่ โชคดีที่เกียร์ไม่หล่นลงมาทับตาย..อิ..อิ แต่ตอนนี้คงไม่ใหวแล้วครับ [img]{SMILIES_PATH}/icon_smile.gif[/img]
Manit is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 22-10-2007, 10:40:00 PM   #5
Kaz
Moderator
 
Kaz's Avatar
 
Join Date: Dec 2005
Posts: 11,783
Thanks: 501
Thanked 4,254 Times in 1,266 Posts
Default

[img]{SMILIES_PATH}/n12.gif[/img]
Kaz is offline   Reply With Quote
Old 02-07-2009, 03:16:16 PM   #6
124300E
 
124300E's Avatar
 
Join Date: Jun 2006
Posts: 301
Thanks: 0
Thanked 45 Times in 32 Posts
Default

300อี ผมก็งานปั้มน้ำเข้าเหมือนกันครับ
2500 บาทครับ น้ำยาอีก 450
Attached Images
File Type: jpg DSCF3010.jpg‎ (20.2 KB, 1098 views)
124300E is offline   Reply With Quote
Old 03-07-2009, 04:39:42 PM   #7
124300E
 
124300E's Avatar
 
Join Date: Jun 2006
Posts: 301
Thanks: 0
Thanked 45 Times in 32 Posts
Default

อันนี้ของเก่า ...
ลูกปืนไปแล้วครับ
ค่าแรง 600
Attached Images
File Type: jpg pump.JPG‎ (33.3 KB, 1037 views)
124300E is offline   Reply With Quote
Old 03-07-2009, 06:12:36 PM   #8
bigmong
Moderator
 
bigmong's Avatar
 
Join Date: Jan 2006
Location: ประเทศไทย...ไชโย
Posts: 2,708
Thanks: 295
Thanked 1,259 Times in 442 Posts
Default

ดีกว่าผมเยอะเลย
หลายเพลาก่อน เปลี่ยนปั๊มน้ำ ซีตรอง อีวาซิออง

ราคาปั๊มน้ำของห้างซื้อของเบนซ์ ได้ 2 ตัวกว่า ๆ แบบว่าไม่รวมค่าแรง

ขากลับบ้านได้ปั๊มน้ำพลาสติกดำๆ ตัวนึง แถมได้วิชาตัวเบามาอีก
bigmong is offline   Reply With Quote
Old 03-07-2009, 08:19:18 PM   #9
Kaz
Moderator
 
Kaz's Avatar
 
Join Date: Dec 2005
Posts: 11,783
Thanks: 501
Thanked 4,254 Times in 1,266 Posts
Default

แต่ถ้าน้าหมงเอาตัวไปซื้อปั๊มน้ำของห้างของเบนซ์
น้าหมงจะซื้อปั๊มน้ำห้างของเอวาซีอองได้สองตัวก่าๆเห มียนกานฮับ
Kaz is offline   Reply With Quote
Old 10-02-2017, 01:56:20 PM   #10
Manit
 
Manit's Avatar
 
Join Date: Jan 2006
Location: Saimai Bangkok
Posts: 6,397
Thanks: 2,833
Thanked 5,519 Times in 1,229 Posts
Default

บัดนี้ก็ได้เวลาเปลี่ยนปั้มน้ำอีกรอบแล้วครับ จึงขอมาอัพเดทวิธีการถอดเปลี่ยนซึ่งค่อนข้างยากพอสมค วร แต่ถ้ารู้วิธีก็ไม่ยากจนเกินไปครับ
รถของผมได้โมพัดลมหม้อน้ำเป็นแบบไฟฟ้าแล้ว จึงเริ่มด้วยการถอดพัดลมและบังพัดลมออกมาทั้งยวงเหลื อแต่หม้อน้ำ
ถอดท่อน้าที่ขวางทางทั้งหมดออก
คลายโบล์ทล้อคตัวตั้งสายพานเบอร์ 19
คลายโบลท์ที่ตัวตั้งความตึงของสายพานหย่อนสายพานเพื่ อถอดพุลเลย์ปั้มน้ำ และพุลเลย์ของปั้มพาวเวอร์ออก
ถอดเหล็กแผ่นสามแฉกยึดหน้าตัวตั้งสายพานออก เป็นโบลท์เบอร์ 13 สามตัว
ถอดโบลท์เบอร์ 19 ที่ล้อคตัวตั้งสายพานออก
ถอดตัวตั้งสายพานออก
ตอนนี้เราจะเขัาถึงโบล์ทยึดปั้มสองตัวด้านนอก สามารถคลายถอดออกได้แล้วสองตัว
เหลืออีกสองตัวด้านในซึ่งมีท่อไอดีบังอยู่ ไม่สามารถถอดจากด้านบนได้ ต้องมุดไปถอดจากด้านล่าง โดยยกรถขึ้นตั้งบนสามขาให้สูงพอที่จะนอนคลายโบล์ทได้ สบายๆ
ถอดแผ่นกันแคร้ง มองมาจากด้านล่างจะเห็นมีเหล็กค้ำยันท่อไอดี ต้องถอดออกก่อนเพื่อเคลียร์ทางประแจเวลาคลายโบล์ท
ถอดโบลท์ยึดปั้มตัวบนด้วยประแจแหวนเบอร์ 13
ถอดโบล์ทยึดปั้มตัวล่างด้วยประแจกรอกแกรกต่อด้วยข้ออ ่อนกับบ้อกเบอร์ 13
แค่นี้ปั้มก็หลุดออกมาแล้วครับ
ตอนประกอบปั้มตัวใหม่จะมีโอริงมาให้สามตัว ตัวใหญ่สำหรับวาวล์น้ำ ตัวกลางสำหรับทางน้ำเข้าปั้ม ตัวเล็กสำหรับหัวท่อต่อเอาน้ำไปเลี้ยงหม้อต้มแก้สครั บ
มีข้อควรระวังในการใส่หัวท่อต่อ เพราะโอริงจะเบ่งคับรูมากใส่ยากมากต้องทาจาระบีที่โอ ริง และใช้แรงกดเข้าไปมากพอสมควร พอมันเข้าก็จะถลำผลุบเข้าไปข้างในท่อน้ำ เลยร่องที่เอาไว่ล้อคหัวท่อ โอริงจะไปบานอยู่ด้านในท่อน้ำ ทำให้ดึงก็ไม่ออก สุดท้ายกว่าจะดึงออกมาได้ โอริงจะถูกความคมของปากรูด้านในกัดขาดแหว่งไปใช้ไม่ไ ด้อีก ดังนั้นก่อนที่จะดันหัวต่อท่อเข้าไปในรู ต้องหาเหล็กกลมๆประมาณขนาดท่อน้ำสอดเข้าไปในท่อน้ำก่ อนเพื่อป้องกันหัวท่อต่อผลุบเข้าไปข้างในครับ
Manit is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 10-02-2017, 03:49:13 PM   #11
Manit
 
Manit's Avatar
 
Join Date: Jan 2006
Location: Saimai Bangkok
Posts: 6,397
Thanks: 2,833
Thanked 5,519 Times in 1,229 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Manit View Post
บัดนี้ก็ได้เวลาเปลี่ยนปั้มน้ำอีกรอบแล้วครับ จึงขอมาอัพเดทวิธีการถอดเปลี่ยนซึ่งค่อนข้างยากพอสมค วร แต่ถ้ารู้วิธีก็ไม่ยากจนเกินไปครับ
รถของผมได้โมพัดลมหม้อน้ำเป็นแบบไฟฟ้าแล้ว จึงเริ่มด้วยการถอดพัดลมและบังพัดลมออกมาทั้งยวงเหลื อแต่หม้อน้ำ
ถอดท่อน้าที่ขวางทางทั้งหมดออก
คลายโบล์ทล้อคตัวตั้งสายพานเบอร์ 19
คลายโบลท์ที่ตัวตั้งความตึงของสายพานหย่อนสายพานเพื่ อถอดพุลเลย์ปั้มน้ำ และพุลเลย์ของปั้มพาวเวอร์ออก
ถอดเหล็กแผ่นสามแฉกยึดหน้าตัวตั้งสายพานออก เป็นโบลท์เบอร์ 13 สามตัว
ถอดโบลท์เบอร์ 19 ที่ล้อคตัวตั้งสายพานออก
ถอดตัวตั้งสายพานออก
ตอนนี้เราจะเขัาถึงโบล์ทยึดปั้มสองตัวด้านนอก สามารถคลายถอดออกได้แล้วสองตัว
เหลืออีกสองตัวด้านในซึ่งมีท่อไอดีบังอยู่ ไม่สามารถถอดจากด้านบนได้ ต้องมุดไปถอดจากด้านล่าง โดยยกรถขึ้นตั้งบนสามขาให้สูงพอที่จะนอนคลายโบล์ทได้ สบายๆ
ถอดแผ่นกันแคร้ง มองมาจากด้านล่างจะเห็นมีเหล็กค้ำยันท่อไอดี ต้องถอดออกก่อนเพื่อเคลียร์ทางประแจเวลาคลายโบล์ท
ถอดโบลท์ยึดปั้มตัวบนด้วยประแจแหวนเบอร์ 13
ถอดโบล์ทยึดปั้มตัวล่างด้วยประแจกรอกแกรกต่อด้วยข้ออ ่อนกับบ้อกเบอร์ 13
แค่นี้ปั้มก็หลุดออกมาแล้วครับ
ตอนประกอบปั้มตัวใหม่จะมีโอริงมาให้สามตัว ตัวใหญ่สำหรับวาวล์น้ำ ตัวกลางสำหรับทางน้ำเข้าปั้ม ตัวเล็กสำหรับหัวท่อต่อเอาน้ำไปเลี้ยงหม้อต้มแก้สครั บ
มีข้อควรระวังในการใส่หัวท่อต่อ เพราะโอริงจะเบ่งคับรูมากใส่ยากมากต้องทาจาระบีที่โอ ริง และใช้แรงกดเข้าไปมากพอสมควร พอมันเข้าก็จะถลำผลุบเข้าไปข้างในท่อน้ำ เลยร่องที่เอาไว่ล้อคหัวท่อ โอริงจะไปบานอยู่ด้านในท่อน้ำ ทำให้ดึงก็ไม่ออก สุดท้ายกว่าจะดึงออกมาได้ โอริงจะถูกความคมของปากรูด้านในกัดขาดแหว่งไปใช้ไม่ไ ด้อีก ดังนั้นก่อนที่จะดันหัวต่อท่อเข้าไปในรู ต้องหาเหล็กกลมๆประมาณขนาดท่อน้ำสอดเข้าไปในท่อน้ำก่ อนเพื่อป้องกันหัวท่อต่อผลุบเข้าไปข้างในครับ

ความจริงตัวตั้งสายพานอาจไม่ต้องถอดก็ได้ ถอดแต่ตัวโช้คกันสายพานสบัดที่บังหัวโบล์ทยึดปั้มตัว ล่างออกเท่านั้นก็น่าจะคลายออกได้แล้วครับ


ถอดแผ่นกันแคร้งออก(ของผมเปลี่ยนเป็นพลาสติคแล้ว เบาไปเยอะครับ)เพื่อมุดเข้าไปถอดโบล์ทยึดปั้มสองตัวใ นจากด้านล่าง


โบล์ทยึดปั้มด้านในตัวบน ใช้ประแจแหวนก็ถอดออกได้แล้วครับ



ชุดประแจกรอกแกรกสำหรับถอดโบล์ทยึดปั้มน้ำตัวในด้านล ่างครับ เบอร์ 13



ชุดปั้มใหม่พร้อมโอริง


หัวต่อท่อน้ำไปเลี้ยงหม้อต้มแก้ส ชิ้นนี้ผมจ้างโรงกลึงทำให้เหมือนหัวต่อเหล็กของเดิมค รับ


ใส่เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ

Last edited by Manit; 10-02-2017 at 07:05:44 PM..
Manit is offline   Reply With Quote
Reply

Thread Tools Search this Thread
Search this Thread:

Advanced Search
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +7. The time now is 01:09:16 PM.


Design By: Miner Skinz.com
Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2017, vBulletin Solutions, Inc.