BenzOwner.NET 421 Forever

Go Back   BenzOwner.NET > หมวดทั่วไป > สนทนาปัญหารถ

Reply
 
Thread Tools Search this Thread Display Modes
Old 27-03-2019, 05:53:39 PM   #301
ืnusorn
 
ืnusorn's Avatar
 
Join Date: Jan 2014
Location: Ladproa, BKK
Posts: 4,683
Thanks: 3,160
Thanked 1,388 Times in 1,029 Posts
Default

อีกประเด็นที่อยากทราบ
หากปั้มของ140มีกักในตัว

ผมว่าจะลองเอามาใช้กับ190อี
โดยลดเหลือปั้มกับกรองเบนซิล
แบบเสียบท่อยาง/ทำงานง่ายกว่าแบบขัน
ตัวไหนเสีย..ไม่ต้องเอาลงมาทั้งพวง

โดยเฉพาะปั้มติ๊กXXXX910
ขาดตลาดมาพักนึงแล้วด้วยครับที่ทราบ
ืnusorn is online now   Reply With Quote
Old 27-03-2019, 07:24:59 PM   #302
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 395
Thanks: 224
Thanked 1,018 Times in 302 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by ืnusorn View Post
อีกประเด็นที่อยากทราบ
หากปั้มของ140มีกักในตัว

ผมว่าจะลองเอามาใช้กับ190อี
โดยลดเหลือปั้มกับกรองเบนซิล
แบบเสียบท่อยาง/ทำงานง่ายกว่าแบบขัน
ตัวไหนเสีย..ไม่ต้องเอาลงมาทั้งพวง

โดยเฉพาะปั้มติ๊กXXXX910
ขาดตลาดมาพักนึงแล้วด้วยครับที่ทราบ
ผมว่าน่าใช้ด้วยกันได้ ไม่มีปัญหา ถ้าแรงดันที่ใช้ใกล้เคียงกัน (3-4 บาร์)

แต่ผมไม่แน่ใจว่าเครื่อง k-jet ใน 190E ใช้แรงดันเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่

ข้อดีคือ maintenance ง่ายกว่า ยกเว้นถ้าวาล์วกักแรงดันตัวในเสีย

ปั้มแบบ screw มีการทำงานที่เงียบกว่า แต่ก็แลกมาด้วยค่าตัวที่สูงกว่าเช่นกัน
LeMans24 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 30-03-2019, 09:00:29 PM   #303
ืnusorn
 
ืnusorn's Avatar
 
Join Date: Jan 2014
Location: Ladproa, BKK
Posts: 4,683
Thanks: 3,160
Thanked 1,388 Times in 1,029 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by LeMans24 View Post
ผมว่าน่าใช้ด้วยกันได้ ไม่มีปัญหา ถ้าแรงดันที่ใช้ใกล้เคียงกัน (3-4 บาร์)

แต่ผมไม่แน่ใจว่าเครื่อง k-jet ใน 190E ใช้แรงดันเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่

ข้อดีคือ maintenance ง่ายกว่า ยกเว้นถ้าวาล์วกักแรงดันตัวในเสีย

ปั้มแบบ screw มีการทำงานที่เงียบกว่า แต่ก็แลกมาด้วยค่าตัวที่สูงกว่าเช่นกัน
ke jet ฝักบัวจะต้องได้แรงดันถึง4บาร์
ถ้าจำไม่ผิดนะครับ

แต่ปั้มใข้กันได้หมด
เพราะมีหน้าที่ส่งน้ำมันออก
จะดูที่จำนวนลิตร/ชม.
คู่มือมีบอกไว้

ที่ผมอยากลอง
เพราะมีปั้มติ๊กเพียร์เบิร์ค
เก็บสำรองให้ปลาวาฬ

เก็บอยู่จนลืมว่าไว้ไหนแล้ว
หาเจอเมื่อไรจะDIYใส่ขาแขวน
ประกอบกรองเบนซิล
เตรียมไว้เผื่อเดือน ก.ค.
ซึ่งต้องขับไป ตรวจสภาพ
ทุกปี..อย่างอื่นผ่านหมด

เสียตรงจะขับออกไป
ไม่ได้หมุนกุญแจสตาร์ทให้ปั้มต้๊กทำงาน
ประมาณ 6เดือน..มอเตอร์เสีย

ที่ทราบเพราะ...
ถอดออกมาเคาะๆรอบๆ
เกี่ยวไฟเข้าขั้วอีกที
มันก็ฟื้น...หมุนได้
แต่ผมไม่อยากใส่กลับ
ไม่อยากทำงานหลายรอบ
เปลี่ยนใหม่..แบบท่านเลยดีกว่า

Last edited by ืnusorn; 30-03-2019 at 09:09:27 PM.
ืnusorn is online now   Reply With Quote
Old 16-08-2019, 04:35:21 PM   #304
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 395
Thanks: 224
Thanked 1,018 Times in 302 Posts
Default R9 injection line

หลังจากที่ได้นำสาย R9 มาใช้เป็นสายเบนซินเข้าหัวฉีดแทนสายการใช้ของ BENZ

ปรากฏว่าให้ผลดีเกินขาดครับ ใช้มาซักระยะ สายยังดูดี ไม่บวมเป่ง หรือเปลี่ยนสภาพใดๆเลย

ผมว่าทดแทนของ BENZ ได้สบาย ในราคาสบายกระเป๋า (เมตรละ 3-4ร้อย) แต่ก็จะแพงกว่า

ตัว R7 ที่มีกันเยอะตามท้องตลาดอยู่พอสมควร ก่อนหน้านี้เคยใช้ R7 มาแล้ว มันบวมๆ

ดูแล้วอาการไม่ค่อยดี ไหนจะความร้อน ไหนจะเเรงดันจากภายใน ห้องเครื่องbenzก็รู้ๆกัน

ดูแล้วตัวนี้ไปใส่ตรงปั้มติ้กน่าจะพอได้อยู่ แต่ถ้าเป็นสายหัวฉีดต้อง R9 เท่านั้นครับ



สภาพ ณ ปัจจุบัน

LeMans24 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 16-08-2019, 05:19:04 PM   #305
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 395
Thanks: 224
Thanked 1,018 Times in 302 Posts
Default 2019 preventive maintenance

หลังจากห่างหายจากการทำ preventive maintenance มาพักใหญ่ๆ

ช่วงนี้เลยพยายามจะหาเวลามาจัดการกับบางจุดที่ไม่ค่อ ยจะเรียบร้อย

ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งไปเข้าอู่เพื่อเก็บงานช่วงล่าง ลูกปืนล้อหน้า/หลัง แก้ปัญหาเสียงดัง

เวลาเข้าโค้งขวา และซ่อมกระปุกพวงมาลัยรั่ว ที่เหลือก็งานเล็กๆที่พอทำเองได้

ที่เล็งว่าจะทำเป็นอันดับแรกเลยคือ เปลี่ยนยางฝาวาล์ว เพราะสังเกตุแล้วมีรั่วที่เบ้า

หัวเทียนสูบที่ 4 นิดหน่อย ตอนนั้นใช้ของ earling คราวนี้ลองใช้ของ benz ดูบ้าง





ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ทำเกลียวใหม่ซะเลย ใช้ชุดซ่อมเกลียวสปริง สามารถใช้น้อตเดิมได้เลย

สังเกตุดูยางฝาวาล์วของbenzจะมีpart no.ระบุไว้ทุกชิ้น ผลิตโดยBRUSS ไม่ทราบว่าเป็น

เจ้าเดียวกับ EARLING รึปล่าว แต่ราคาก็เอาเรื่องครับ




ขอเสียอีกอย่างของยางฝาวาล์วBENZคือต้องยางรองน๊อตแย กต่างหาก เค้าไม่ได้รวมอยู่ในชุด

ซึ่งเฉพาะราคาของเจ้าตัว grommet ทั้ง 12 ตัวรวมกันก็แพงกว่า Earling ทั้งชุดแล้วครับ




Part no. ของตัวยางฝาวาล์ว




ทีนี้มาถึงประเด็นสำคัญ คือความต่างของชิ้นงาน EARLING กับของ BENZ เท่าที่สังเกตุคือ

ของ BENZ จะนุ่มหนึบๆกว่า ของEARLING ออกแข็งด้านๆกว่า ตรงนี้รึปล่าวที่ทำให้มันรั่วเร็ว

กว่าของ BENZ ?? โดยรวมภายนอกแทบจะไม่ต่าง เหมือนจะเป็นงานผลิตที่เดียวแต่ใช้วัสดุ

คนละเกรด

แต่ผลการใช้งานจริงจะเป็นยังไงนั้นต้องรอพิสูจน์ แต่อันดับแรกต้องหาเวลาทำก่อน คิดว่าน่าจะ

เป็นภายในสองสามวันนี้ ไว้จะเก็บภาพขั้นตอนมาฝากครับ
LeMans24 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 16-08-2019, 06:00:20 PM   #306
ืnusorn
 
ืnusorn's Avatar
 
Join Date: Jan 2014
Location: Ladproa, BKK
Posts: 4,683
Thanks: 3,160
Thanked 1,388 Times in 1,029 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by LeMans24 View Post
หลังจากที่ได้นำสาย R9 มาใช้เป็นสายเบนซินเข้าหัวฉีดแทนสายการใช้ของ BENZ

ปรากฏว่าให้ผลดีเกินขาดครับ ใช้มาซักระยะ สายยังดูดี ไม่บวมเป่ง หรือเปลี่ยนสภาพใดๆเลย

ผมว่าทดแทนของ BENZ ได้สบาย ในราคาสบายกระเป๋า (เมตรละ 3-4ร้อย) แต่ก็จะแพงกว่า

ตัว R7 ที่มีกันเยอะตามท้องตลาดอยู่พอสมควร ก่อนหน้านี้เคยใช้ R7 มาแล้ว มันบวมๆ

ดูแล้วอาการไม่ค่อยดี ไหนจะความร้อน ไหนจะเเรงดันจากภายใน ห้องเครื่องbenzก็รู้ๆกัน

ดูแล้วตัวนี้ไปใส่ตรงปั้มติ้กน่าจะพอได้อยู่ แต่ถ้าเป็นสายหัวฉีดต้อง R9 เท่านั้นครับ



สภาพ ณ ปัจจุบัน

NCRใช่ไหมท่าน
ผมก็ตุนไว้เมตรครึ่ง
ยังไม่ได้ใช้ซะที

ไม่รู้พูดแบบนี้เป็นลางร้ายไหม
กะว่ารั่วได้กลิ่นเบนซินเมื่อไร
ค่อยทำทีเดียว

เพราะเส้นเก่านี่Cohlineเชียวนะ
ค่ายBMWใบพัดสีฟ้า
ก็ใช้ยี่ห้อนี้
โดยเฉพาะท่อจากก้นถัง
ต้องหาที่ไว้ใจได้
แพงหน่อยก็ต้องยอมครับ

Last edited by ืnusorn; 16-08-2019 at 06:04:14 PM.
ืnusorn is online now   Reply With Quote
Old 16-08-2019, 06:05:12 PM   #307
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 395
Thanks: 224
Thanked 1,018 Times in 302 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by ืnusorn View Post
NCRใช่ไหมท่าน
ผมก็ตุนไว้เมตรครึ่ง
ยังไม่ได้ใช้ซะที

ไม่รู้พูดแบบนี้เป็นลางร้ายไหม
กะว่ารั่วได้กลิ่นเบนซินเมื่อไร
ค่อยทำทีเดียว

เพราะเส้นเก่านี่Cohline
BMW
ภายในท่อจะออกสีฟ้า
ต่างจากR7 จะสียางทั่วไป

ใช่ครับ เป็น NCR รุ่น R9 ท่อชั้นในจะสีฟ้าๆ ตามรูปนี้เลยครับ

จริงๆถ้ามีตัวนี้ทำไปเลยก็ดีครับ มันจะรั่วตอนไหน ที่ไหน อย่างไรก็ไม่รู้

LeMans24 is offline   Reply With Quote
Old 17-08-2019, 05:41:14 AM   #308
ืnusorn
 
ืnusorn's Avatar
 
Join Date: Jan 2014
Location: Ladproa, BKK
Posts: 4,683
Thanks: 3,160
Thanked 1,388 Times in 1,029 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by LeMans24 View Post
ใช่ครับ เป็น NCR รุ่น R9 ท่อชั้นในจะสีฟ้าๆ ตามรูปนี้เลยครับ

จริงๆถ้ามีตัวนี้ทำไปเลยก็ดีครับ มันจะรั่วตอนไหน ที่ไหน อย่างไรก็ไม่รู้

2เส้นในห้องเครื่องไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเลย
เปิดกระโปรงทุกครั้งจะเห็นก่อน
ผมมอนิเตอร์..ลูบๆดูทุกครั้ง

สาเหตุที่ท่อปริแตกเร็วกว่าอายุ
ก็จากการงอ..การบีบด้วยคีม
ไม่ได้ว่าการหนีบ..ผิด
แต่ทำให้โครงสร้างยางเสีย
ผมเลือกที่จะทำสไตล์ตัวเอง
ป้องกันงานงอก..ระหว่างเดินทาง

ถ้าเป็นการเปลี่ยนอะไหล่ส่วนใต้รถ
ผมจะมีท่อที่อุดด้วยเหล็กเส้น
เสียบแทน..กันน้ำมันไหลทิ้ง

แต่เส้นในห้องเครื่องง่ายกว่า
แค่ลดแรงดันรางลง
ปล่อยน้ำไหลออกจากสาย
ไม่ไปบิดกุญแจ..ก็ไม่มีน้ำมันมาเพิ่ม
ก็กรีดปลายสายเก่า
ค่อยๆดึงออก/ทีละเส้น
จะได้ไม่สับสน..ตอนใส่กลับ

Last edited by ืnusorn; 17-08-2019 at 06:32:15 AM.
ืnusorn is online now   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 17-08-2019, 07:12:21 AM   #309
ืnusorn
 
ืnusorn's Avatar
 
Join Date: Jan 2014
Location: Ladproa, BKK
Posts: 4,683
Thanks: 3,160
Thanked 1,388 Times in 1,029 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by LeMans24 View Post
หลังจากห่างหายจากการทำ preventive maintenance มาพักใหญ่ๆ

ช่วงนี้เลยพยายามจะหาเวลามาจัดการกับบางจุดที่ไม่ค่อ ยจะเรียบร้อย

ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งไปเข้าอู่เพื่อเก็บงานช่วงล่าง ลูกปืนล้อหน้า/หลัง แก้ปัญหาเสียงดัง

เวลาเข้าโค้งขวา และซ่อมกระปุกพวงมาลัยรั่ว ที่เหลือก็งานเล็กๆที่พอทำเองได้

ที่เล็งว่าจะทำเป็นอันดับแรกเลยคือ เปลี่ยนยางฝาวาล์ว เพราะสังเกตุแล้วมีรั่วที่เบ้า

หัวเทียนสูบที่ 4 นิดหน่อย ตอนนั้นใช้ของ earling คราวนี้ลองใช้ของ benz ดูบ้าง





ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ทำเกลียวใหม่ซะเลย ใช้ชุดซ่อมเกลียวสปริง สามารถใช้น้อตเดิมได้เลย

สังเกตุดูยางฝาวาล์วของbenzจะมีpart no.ระบุไว้ทุกชิ้น ผลิตโดยBRUSS ไม่ทราบว่าเป็น

เจ้าเดียวกับ EARLING รึปล่าว แต่ราคาก็เอาเรื่องครับ




ขอเสียอีกอย่างของยางฝาวาล์วBENZคือต้องยางรองน๊อตแย กต่างหาก เค้าไม่ได้รวมอยู่ในชุด

ซึ่งเฉพาะราคาของเจ้าตัว grommet ทั้ง 12 ตัวรวมกันก็แพงกว่า Earling ทั้งชุดแล้วครับ




Part no. ของตัวยางฝาวาล์ว




ทีนี้มาถึงประเด็นสำคัญ คือความต่างของชิ้นงาน EARLING กับของ BENZ เท่าที่สังเกตุคือ

ของ BENZ จะนุ่มหนึบๆกว่า ของEARLING ออกแข็งด้านๆกว่า ตรงนี้รึปล่าวที่ทำให้มันรั่วเร็ว

กว่าของ BENZ ?? โดยรวมภายนอกแทบจะไม่ต่าง เหมือนจะเป็นงานผลิตที่เดียวแต่ใช้วัสดุ

คนละเกรด

แต่ผลการใช้งานจริงจะเป็นยังไงนั้นต้องรอพิสูจน์ แต่อันดับแรกต้องหาเวลาทำก่อน คิดว่าน่าจะ

เป็นภายในสองสามวันนี้ ไว้จะเก็บภาพขั้นตอนมาฝากครับ
Fan clubรอชมรีวิวครับ
ถ่ายภาพทุกขั้นตอนเลยนะท่าน
โดยเฉพาะยางเบ้าหัวเทียน

ไม่ฟิตพอดีกับฝารึไงไม่รู้
เปลีายนหัวเทียนทุกรอบ
เจอน้ำมันเครื่องถูกดันขึ้นมานอง
ใช้RTVลูบโคนหัวเทียน
ก็เอาไม่อยู่แล้ว

หรือเติมน้ำมันเครื่องตามพิกัด6.5ลิตร..เยอะไป?
ลดลงสัก1ลิตร..เหลือ5.5
ไฟยังไม่โชว์
แต่จะปลอดภัยกับเครื่องไหม
เด๋วนี้วิ่งใกล้บ้านเท่านั้น

Last edited by ืnusorn; 17-08-2019 at 07:16:38 AM.
ืnusorn is online now   Reply With Quote
Old 19-08-2019, 12:26:13 PM   #310
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 395
Thanks: 224
Thanked 1,018 Times in 302 Posts
Default 2019 preventive maintenance EP.1

วันนี้พอจะมีเวลาสานต่อ maintenance ประจำปีต่อ โดยวันนี้จะมี 2 JOBใหญ่ๆ

1. ต๊าปเกลียวรูน๊อตฝาวาล์ว + เปลี่ยนยางฝาวาล์ว (ทดลองปรับแนวคิด+วิธีการ)

2. ใส่ตะแกรงตัวสไลด์ปิด moon roof (ก่อนหน้านี้ทำแตก และให้อุดปิดตายไว้)


หลังจากตระเตรียมเครื่องมือและอะไหล่ที่ต้องใช้พร้อม แล้ว ก็มาเริ่ม job กันเลย

1. ต๊าปเกลี่ยวรูน๊อตฝาวาล์ว + เปลี่ยนยางฝาวาล์ว ด้วยการปรับแนวคิด+วิธีการ

>> ขอขยายความตรงนี้ซักนิด

บ่อยครั้งที่เปลี่ยนยางฝาวาล์วตามอู่ทั่วๆไป มักจะลงเอยด้วยการรั่วซึมภายในระยะเวลาที่ไม่นานนัก

โดยส่วนใหญ่ใช้กาวยางทาเพื่อช่วยกันซึม หรือจะเหตุผลไรก็แล้วแต่ (หมายถึงผมและอู่บางที่)นอก

เสียจากว่าตัวร่องปะเก็นบนฝาครอบวาล์วนั้นมีสภาพบุดเ บี้ยวหรือเสียรูปไปเยอะแล้วก็อาจจะต้องใช้

กาวเพื่อเติมเต็ม แต่จากการค้นข้อมูลจากเวบนอก+youtube ผมพอจะสรุปวิธีการที่จะจัดการ

กับปัญหาดังกล่าวให้อยู่หมัด เอาข้อมูลมายำๆรวมกัน พอจะสรุปเป็นแนวทางได้ดังนี้

(1.) ผิวสัมผัสทั้งสองด้านต้องเป็นระนาบให้มากที่สุด

ตรงนี้ผมพยายามขูดคราบปะเก็นเดิมตามร่องออกให้หมด และคราวนี้จะไม่ใช้กาวปะเก็นใดๆ

ในการติดตั้ง เพราะขูดกาวเดิมออกหมด ร่องจะลึกพอที่จะรั้งปะเก็นไว้ไม่ให้หลุดเวลาติดตั้ง

นอกจากนั้นการใช้กาวมักทำให้ตัวปะเก็นไม่เป็นระนาบกั บฝาสูบเท่าที่ควร นอกจากจะ

กะปริมาณได้เป๊ะจริงๆ ซึ่งเป็นได้ยาก ซ้ำร้ายบางท่านทาลงไปบนหน้าสัมผัสโดยตรง อันนี้

ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการรั่วยิ่งขึ้นไปอีก

(2.) เนื้อยาง(ปะเก็น)ต้องมีความนุ่มพอที่จะแนบสนิทไปกับพ ื้นโลหะ

คราวนี้ผมเลือกใช้ของBENZอยู่แล้ว คุณภาพวัสดุ+ความยืดหยุ่นคงได้ตามมาตรฐาน

(3.) ผิวสัมผัสทั้งสองต้องแห้งสนิท

ผมใช้alcoholเช็ดพื้นฝาสูบจนแห้งสนิท ถ้าเช็ดพอเป็นพิธีความมันบนพื้นผิว

จะเป็นฟิล์มบางๆคั้นกลาง และจะเป็นสื่อนำไอ/น้ำมันภายในออกสู่ภายนอกนั่นเอง

เรียกว่าพยายามล้อตามการประกอบของโรงงานให้ได้มากที่ สุด เพราะโรงงานเค้าประกอบ

เครื่องยนต์ในขณะพื้นผิวแห้งสนิทอยู่แล้ว และข้อนี้ก็เป็นจุดที่เราๆละเลยกันมากที่สุด

(4.) ขันด้วยแรงบิด (torque) พอประมาณ (ตามspec 10nm)

ข้อนี้อาจต้องระวังซักนิด เพราะผมไม่ประเเจปอนด์ เลยต้องใช้ inner ล้วน

ขันพอตึงมือเท่าๆกันแบบแทยงไปมา (crisscross pattern) โดยเริ่มจากน๊อต

ด้านในตัวใกล้หัวเทียนก่อน


>>>>> ไหนๆวันนี้จะทำเกลียวใหม่ เลยเอาขั้นตอนคร่าวมาฝาก ต้องบอกก่อนว่าชุดซ่อม

เกลี่ยวที่ใช้เป็นขนาด M6 ซึ่งทำให้สามารถใช้น้อตเบอร์เดิมได้เลย ชุดแบบนี้บ้านเราเรียก

ชุดซ่อมเกลี่ยวสปริง อาจจะเพราะหน้าตาของเกลียวที่ให้มาดูคล้ายสปริง แต่ขอบอกว่ามัน

แข็งแรงมาก ซ่อมแล้วหลายๆท่านบอกตรงว่าแข็งแรงกว่าเกลียวเดิม (เพราะเดิมเป็นมิเนียม)





>>>>> ว่าแล้วก็เริ่มด้วยเคลียร์รูเดิมให้สะอาดด้วยดอกสว่า นที่ให้มากับชุด





>>>>>> เคลียร์รูเดิมสะอาดแล้วก็เริ่มต๊าปเกลียวกันเลย ใช้ตัวต๊าปค่อยๆขันลงไป ขันเข้าสอง

ขันออกสาม ทำวนไปวนมาจนลึกสุด แล้วค่อยๆขันออก ขั้นนี้แนะนำให้มีเครื่องดูดฝุ่นคอยดูดเศษ

เหล็กออกจากฝาสูบ และระวังอย่าให้เศษเหล็กตกลงไปบนตัวลูกถ้วยวาล์ว





>>>>>> นำเกลียวสปริงวสวมลงบนด้ามหมุนเกลียวที่ให้มากับชุด





>>>>>> ค่อยๆหมุนเกลียวลงไปจนเกลียวบนสุดห่างจากปากรูประมาณ ครึ่งรอบ





>>>>>> หลังติดตั้งเกลียวเสร็จหน้าตาก็จะประมาณนี้ และอย่าลืมใช้ตัวด้ามที่ให้มาอีกอัน

ตอกลงไปในรูเพื่อเขี้ยวล๊อคล่างสุดให้หักออกจากเกลีย ว ขอบอกเลยว่ามันแข็งแรงมากๆๆ

ตัวสปริงทำจากสแตนเลส ทนแรงบิดสูงกว่าเกลียวเดิมที่เป็นอลุมิเนียม





ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบตามจำนวนที่ต้องการ ผมทำทั้งหมด 10 รู เพราะรูด้านในสุดกับรูที่ติด

กับรูน้ำมันเกียร์ไม่สามารถใช้สว่านเคลียร์เกลียวเดิ มออกได้เพราะพื้นที่ไม่พอ (ติด firewall)

แต่โชคดีที่เกลียวสองรูนั้นยังอยู่ในสภาพดี เลยไม่น่ามีปัญหา

Last edited by LeMans24; 21-08-2019 at 09:45:21 AM.
LeMans24 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 19-08-2019, 01:26:32 PM   #311
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 395
Thanks: 224
Thanked 1,018 Times in 302 Posts
Default 2019 preventive maintenance EP.1

>>>>>>>> เมื่อเกลียวพร้อม ก็มาถึงการติดตั้งปะเก็นฝาวาล์ว หลังจากขูดเอากาวเดิมออก

หมดจดแล้วก็ค่อยๆวางตัวปะเก็นลงตามร่อง ผมขูดกาวออกหมดร่องเลยลึกแนบแน่นพอที่จะรัั้ง

ปะเก็นไว้โดยไม่ต้องใช้กาวใดๆได้ หรือเป็นเพราะใช้ของBENZแท้ ปะเก็นเลยไม่เสียรูปและ

ปลิ้นออกจากร่อง ?? อันนี้ไม่ทราบจริงๆ เพิ่งลองใช้ของBENZครั้งแรก แต่เท่าที่สังเกตุดูจากของ

เทียบ บางชิ้นจะไม่ค่อยได้รูปเท่าไหร่ บิดเบี้ยว ผิวนูนต่ำไม่เท่ากันบ้าง แต่ลักษณะแบบนี้ผมยัง

ไม่เจอกับของBENZครับ





>>>>>>> เมื่อวางฝาวาล์วลงไปเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงการใส่ลูกยางรองน็อตกับแหวนฝาวาล์ว

มีเนียม วางตามตำแหน่ง แล้วค่อยๆเริ่มขันจากด้านในออกแทยงไปมาแบบ crisscross พอขัน

เสร็จจุดสังเกตุอีกอย่างคือ ตัวลูกยางรองน๊อตจะไม่ปริเสียรูปเหมือนอันก่อนหน้านี ้ จะแนบพอดี

ไปกับฝาแหวนรอง





อีกมุมนึง สังเกตตัวปะเก็นที่ไม่ใช้กาวจะแนบไปกับพื้นผิวฝาสูบไ ด้ดีกว่า อีกจุดสังเกตนึงที่สำคัญ

ก่อนหน้าที่เคยใช้ earling ตัวยางรองน๊อตนอกจากจะเสียรูปง่ายแล้ว เวลาขันแรงเข้าหน่อยก็ทำให้

ตัวแหวนเสียรูปบุ๋มลงไปเหมือนกัน แต่โชคดีที่ผมมีน๊อตกับแหวนมีเนียมสองชุด(ได้มาตอนสั ่งซื้อ

ฝาวาล์วจากนอก) เลยได้ใช้แหวนที่ได้มาใหม่อันซึ่งสภาพยังสภาพยังสมบู รณ์






ทีนี้ก็เป็นอันเสร็จพิธี จากนี้คงต้องใช้ไปพักพักใหญ่ๆ ซักหมื่นโลค่อยมาว่ากันอีกทีว่ารั่วไม่รั่วยังไง

แต่โดยรวมกับปะเก็นของ BENZ ดูจากคุณสมบัติแล้วค่อนค่างหน้าไว้วางใจเอามากเลยทีเ ดียว

พักหลังผมไม่ค่อยอยากรื้อบ่อยเพราะหาเวลาทำมาค่อนข้า งยาก เลยกัดฟันซื้อของแท้

สรุป โดยรวมดูดีน่าเชื่อถือ แต่ราคาแรงไป เฉพาะยางรองน๊อตอันนึงก็ร้อยปลายๆ (ย้ำว่าต่อชิ้น)

แถมไม่ได้รวมให้กับชุดปะเก็น ต้องซื้อเพิ่มอีกต่างหาก เฉพาะยางรองน๊อตชุดเดียว(12ชิ้น) ก็แพง

กว่าชุดปะเก็น earling ทั้งชุดแล้ว (ซึ่งแถมยางรองน๊อตมาให้เสร็จสรรพ) ทีเหลือไม่ต้องพูดถึง


>>>> เมื่อพูดถึงความคุ้มค่าแล้วก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต ่ละคนนะผมว่า อยากใช้รถสภาพเนี๊ยบ

ก็แนะนำ แต่ความคิดส่วนตัวคิดว่าการใช้ earling บวกความพิถีพิถันในการติดตั้งน่าจะเป็นอะไร

ที่ลงตัวที่สุดสำหรับรถอายุปูนนี้


>>> ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่ว่ามาทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัว+ประสบการณ์ตรง ใครที่มี มุมมองแตกต่าง

ออกไปก็ยินดีที่จะแลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์กัน ครับ

Last edited by LeMans24; 21-08-2019 at 03:18:16 PM.
LeMans24 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 19-08-2019, 02:24:11 PM   #312
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 395
Thanks: 224
Thanked 1,018 Times in 302 Posts
Default 2019 preventive maintenance EP.1

>>>>> มาถึง JOB สุดท้ายของวันนี้ คือการใส่ตะแกรง moon roof

เนื่องจากก่อนหน้าทำมันแตก ตอนนี้อยากลองปิดทึบดู เลยส่งไปให้ช่างวิชาญจัดการ

เวลาล่วงเลยมาหลายปี ตัววัสดุที่ปิดช่องนั้นมันกาวมันคงเสื่อม เลยดูย้วยๆเป็นรูปสี่เหลื่ยมผืนผ้า

ตามขนาดวัสดุที่ใช้ปิดเลย และอีกอย่างผมมองแบบเดิมที่เป็นตะแกรงมันดูสวยกว่า แต่อาจจะร้อน

กว่าเวลาจอดกลางแดดนานๆ ว่าแล้วก็หาซื้อของมาจาก ebay ในราคาถูกว่าบ้านเป็นท่าตัว ของ

ส่งมาจาก Latvia ใช้เวลาเกือบสองอทิตย์ แต่อย่างว่า ส่งแบบไม่ด่วน ราคาก็ถูกลงเป็นธรรมดา





ว่าแล้วก็กรีดผ้าเอาของวัสดุที่ใช้ปิดออก ต้องบอกก่อนว่าผมใช้วิธีการที่ไม่ต้องตัวแผ่นสไลด์ออ กมา

เพราะเดี๋ยวกลัวงานงอก ถ้าไม่จำเป็นไม่อยากไปยุ่งกับมันเท่าไหร่ เลยต้องใช้วิธีทำจากด้านในแทน

แต่วิธีนี้ก็มีข้อเสีย ท้ายๆเด๋วจะเฉลยให้ฟังว่าคืออะไร





วัสดุที่ช่างใช้ปิดเป็นไม้กระดานอัด ต้องค่อยกรีดผ้าตามรูปและเอามันออกอย่างง่ายดายเพราะ กาว

ที่ใช้มันเสื่อมสภาพไปหมดแล้ว ออกมาแล้วหน้าตาก็จะประมาณนี้






ค่อยๆเอามันออกทั้งสองข้าง เสร็จแล้วใช้กาวที่ใช้ซ่อมรองเท้า(ได้จาก 7-11) เก็บขอบทุกด้าน

ให้เรียบร้อย ทิ้งไว้ซักพักจนกาวแห้งสนิทแล้วค่อยเริ่มขั้นตอนต่อไ ป





กาวที่ใช้ติดในคราวนี้ เป็นแบบเดียวกับที่ใช้ซ่อมรองท้า คือทาลงบนพื้นผิวแล้วทิ้งไว้ซักพักพอให้

แห้งหมาดๆ แล้วค่อยนำไปติดกับวัสดุที่ต้องการ ซึ่งมันติดได้แน่นมาก





สุดท้ายก็เป็นการใส่ตัวตะแกรง ซึ่งตรงนี้แหละที่เป็นข้อเสียอย่างนึงกรณีที่ไม่ได้ถ อดชิ้นงานออก

มาทำภายนอก คือต้องใส่จากข้างใน ขอบอกเลยครับว่ามันยากเอาการเลยทีเดียว ยิ่งสำหรับคน

แรงไม่เยอะอย่างผม คือต้องมีการบิด การงอ และใช้ใขควงดันเพื่อให้ลงร่อง ตัวเนื้อพลาสติก

ค่อนเหนียวและแข็ง ดัดหรืองอแรงไปก็กลัวมันหัก ราคายิ่งแพงๆอยู่ (เห็นบ้านเราขายกันข้างละ

2,700 บาท แต่ผมได้มาในราคาไม่ถึงครึ่งครับ ถือว่าโชคดีไป) แต่สุดท้ายก็ยัดมันลงไปจนได้






และแล้วก็ผ่านไปได้ด้วยดี บ้านเราอาจจะทำให้อุณหภูมิภายในรถร้อนขึ้นไปบ้าง ผมเคยมีไอเดีย

ว่าจะให้ร้านติดฟิล์มช่วย เอาตัวที่กันร้อนดีที่สุด สีอะไรก็ได้ ติดเฉพาะตรงกระจก moon roof

อาจจะช่วยกันร้อนได้พอสมควร เช่นพวก v-cool หรือ 3M ตัวบนๆ แต่ปัญหาคือซื้อชิ้นแค่นี้

เค้าจะขายมั้ย

Last edited by LeMans24; 20-08-2019 at 08:41:08 AM.
LeMans24 is offline   Reply With Quote
Old 03-09-2019, 09:25:05 PM   #313
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 395
Thanks: 224
Thanked 1,018 Times in 302 Posts
Default W140 Jack pads & side mirror rubber seals.

ช่วงนี้มีเวลาอยู่แต่หน้าคอม เลยได้แต่กดสั่งอะไหล่/parts แต่เวลาทำมักจะไม่ค่อยมี

Job ที่คิดว่าจะทำเร็วๆนี้น่าจะเป็น เปลี่ยนตัวจุดขึ้นแรง (่jack pad) กับตัวซีลยางรอง

กระจกมองข้าง และอาจจะมีเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ฯลฯ

ของที่สั่งก็ทยอยมาถึง โดยเฉพาะตัว jack pads กับ side mirror seal สองตัวนี้

สั่งมาจาก Latvia กับ Lithuania ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศในแถบบอลติค ที่ซื้อจากที่นี่

เพราะผมสังเกตุว่าราคาจะดีกว่าฝั่งอังกฤษหรือ อเมริกา หรือแม้แต่เยอรมันเอง แถมมัก

จะมีของที่หายากๆ และเป็นของใหม่ NOS ( new old stock)มาให้เลือกซื้อกันบ่อยๆ

เช่น ช่องแอร์ของ w140 ทั้งหน้า/หลัง ตะแกรงmoonroof ฝาครอบลำโพง ฯลฯ

ในราคาที่พอๆกับของมือสองบ้านเรา (หรือถูกกว่าก็มี)





พักหลังเวลาขึ้นแม่แรงตัวยางรองตัวนี้สภาพไม่ค่อยสู้ ดี หลุดออกมาแล้วยัดกลับเข้าไปใหม่

พอดีขายใน ebay ในราคาที่ดีกว่าบ้านเรา ก็เลยจัดซักหน่อย นอกจากนั้นซีลยางรองกระจก

มองข้างก็เริ่มแตก เลยสั่งมาเลยทีเดียว แต่จะมีเวลาทำเมื่อไหร่นั้นก็ค่อยว่ากันอีกที


Part No. ของตัว Plug หรือที่ทั่วไปเรียก jack pads




นอกจากนั้นก็จะมีอุปกรณ์/เครื่องไม้เครื่องมือสำหรับเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง และชิ้นส่วนอะไหล่

อื่นๆอีกจิปาถะ กำลังทยอยๆมา ไว้จะมาทยอยมาอัพเดทให้เรื่อยๆครับ
LeMans24 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 03-09-2019, 09:49:17 PM   #314
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 395
Thanks: 224
Thanked 1,018 Times in 302 Posts
Default

เอาปลาวาฬมาทำสปาซักหน่อย รูปปัจจุบันกับอดีตเมื่อกว่าสิบกว่าปีก่อนตอนเพิ่งได ้มันมา

ผมว่ามันดูสวยอมตะไม่เสื่อมคลายเลยจริงๆ Bruno Sacco เป็นอยู่เบื้องหลังงานออกแบบ

ยนตรกรรมชิ้นนี้ ผลงานแต่ชิ้นของเขาขึ้นหิ้งเป็นระดับตำนานทั้งนั้นเล ย












LeMans24 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 06-09-2019, 07:56:03 PM   #315
ืnusorn
 
ืnusorn's Avatar
 
Join Date: Jan 2014
Location: Ladproa, BKK
Posts: 4,683
Thanks: 3,160
Thanked 1,388 Times in 1,029 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by LeMans24 View Post
วันนี้พอจะมีเวลาสานต่อ maintenance ประจำปีต่อ โดยวันนี้จะมี 2 JOBใหญ่ๆ

1. ต๊าปเกลียวรูน๊อตฝาวาล์ว + เปลี่ยนยางฝาวาล์ว (ทดลองปรับแนวคิด+วิธีการ)

2. ใส่ตะแกรงตัวสไลด์ปิด moon roof (ก่อนหน้านี้ทำแตก และให้อุดปิดตายไว้)


หลังจากตระเตรียมเครื่องมือและอะไหล่ที่ต้องใช้พร้อม แล้ว ก็มาเริ่ม job กันเลย

1. ต๊าปเกลี่ยวรูน๊อตฝาวาล์ว + เปลี่ยนยางฝาวาล์ว ด้วยการปรับแนวคิด+วิธีการ

>> ขอขยายความตรงนี้ซักนิด

บ่อยครั้งที่เปลี่ยนยางฝาวาล์วตามอู่ทั่วๆไป มักจะลงเอยด้วยการรั่วซึมภายในระยะเวลาที่ไม่นานนัก

โดยส่วนใหญ่ใช้กาวยางทาเพื่อช่วยกันซึม หรือจะเหตุผลไรก็แล้วแต่ (หมายถึงผมและอู่บางที่)นอก

เสียจากว่าตัวร่องปะเก็นบนฝาครอบวาล์วนั้นมีสภาพบุดเ บี้ยวหรือเสียรูปไปเยอะแล้วก็อาจจะต้องใช้

กาวเพื่อเติมเต็ม แต่จากการค้นข้อมูลจากเวบนอก+youtube ผมพอจะสรุปวิธีการที่จะจัดการ

กับปัญหาดังกล่าวให้อยู่หมัด เอาข้อมูลมายำๆรวมกัน พอจะสรุปเป็นแนวทางได้ดังนี้

(1.) ผิวสัมผัสทั้งสองด้านต้องเป็นระนาบให้มากที่สุด

ตรงนี้ผมพยายามขูดคราบปะเก็นเดิมตามร่องออกให้หมด และคราวนี้จะไม่ใช้กาวปะเก็นใดๆ

ในการติดตั้ง เพราะขูดกาวเดิมออกหมด ร่องจะลึกพอที่จะรั้งปะเก็นไว้ไม่ให้หลุดเวลาติดตั้ง

นอกจากนั้นการใช้กาวมักทำให้ตัวปะเก็นไม่เป็นระนาบกั บฝาสูบเท่าที่ควร นอกจากจะ

กะปริมาณได้เป๊ะจริงๆ ซึ่งเป็นได้ยาก ซ้ำร้ายบางท่านทาลงไปบนหน้าสัมผัสโดยตรง อันนี้

ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการรั่วยิ่งขึ้นไปอีก

(2.) เนื้อยาง(ปะเก็น)ต้องมีความนุ่มพอที่จะแนบสนิทไปกับพ ื้นโลหะ

คราวนี้ผมเลือกใช้ของBENZอยู่แล้ว คุณภาพวัสดุ+ความยืดหยุ่นคงได้ตามมาตรฐาน

(3.) ผิวสัมผัสทั้งสองต้องแห้งสนิท

ผมใช้alcoholเช็ดพื้นฝาสูบจนแห้งสนิท ถ้าเช็ดพอเป็นพิธีความมันบนพื้นผิว

จะเป็นฟิล์มบางๆคั้นกลาง และจะเป็นสื่อนำไอ/น้ำมันภายในออกสู่ภายนอกนั่นเอง

เรียกว่าพยายามล้อตามการประกอบของโรงงานให้ได้มากที่ สุด เพราะโรงงานเค้าประกอบ

เครื่องยนต์ในขณะพื้นผิวแห้งสนิทอยู่แล้ว และข้อนี้ก็เป็นจุดที่เราๆละเลยกันมากที่สุด

(4.) ขันด้วยแรงบิด (torque) พอประมาณ (ตามspec 10nm)

ข้อนี้อาจต้องระวังซักนิด เพราะผมไม่ประเเจปอนด์ เลยต้องใช้ inner ล้วน

ขันพอตึงมือเท่าๆกันแบบแทยงไปมา (crisscross pattern) โดยเริ่มจากน๊อต

ด้านในตัวใกล้หัวเทียนก่อน


>>>>> ไหนๆวันนี้จะทำเกลียวใหม่ เลยเอาขั้นตอนคร่าวมาฝาก ต้องบอกก่อนว่าชุดซ่อม

เกลี่ยวที่ใช้เป็นขนาด M6 ซึ่งทำให้สามารถใช้น้อตเบอร์เดิมได้เลย ชุดแบบนี้บ้านเราเรียก

ชุดซ่อมเกลี่ยวสปริง อาจจะเพราะหน้าตาของเกลียวที่ให้มาดูคล้ายสปริง แต่ขอบอกว่ามัน

แข็งแรงมาก ซ่อมแล้วหลายๆท่านบอกตรงว่าแข็งแรงกว่าเกลียวเดิม (เพราะเดิมเป็นมิเนียม)





>>>>> ว่าแล้วก็เริ่มด้วยเคลียร์รูเดิมให้สะอาดด้วยดอกสว่า นที่ให้มากับชุด





>>>>>> เคลียร์รูเดิมสะอาดแล้วก็เริ่มต๊าปเกลียวกันเลย ใช้ตัวต๊าปค่อยๆขันลงไป ขันเข้าสอง

ขันออกสาม ทำวนไปวนมาจนลึกสุด แล้วค่อยๆขันออก ขั้นนี้แนะนำให้มีเครื่องดูดฝุ่นคอยดูดเศษ

เหล็กออกจากฝาสูบ และระวังอย่าให้เศษเหล็กตกลงไปบนตัวลูกถ้วยวาล์ว





>>>>>> นำเกลียวสปริงวสวมลงบนด้ามหมุนเกลียวที่ให้มากับชุด





>>>>>> ค่อยๆหมุนเกลียวลงไปจนเกลียวบนสุดห่างจากปากรูประมาณ ครึ่งรอบ





>>>>>> หลังติดตั้งเกลียวเสร็จหน้าตาก็จะประมาณนี้ และอย่าลืมใช้ตัวด้ามที่ให้มาอีกอัน

ตอกลงไปในรูเพื่อเขี้ยวล๊อคล่างสุดให้หักออกจากเกลีย ว ขอบอกเลยว่ามันแข็งแรงมากๆๆ

ตัวสปริงทำจากสแตนเลส ทนแรงบิดสูงกว่าเกลียวเดิมที่เป็นอลุมิเนียม





ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบตามจำนวนที่ต้องการ ผมทำทั้งหมด 10 รู เพราะรูด้านในสุดกับรูที่ติด

กับรูน้ำมันเกียร์ไม่สามารถใช้สว่านเคลียร์เกลียวเดิ มออกได้เพราะพื้นที่ไม่พอ (ติด firewall)

แต่โชคดีที่เกลียวสองรูนั้นยังอยู่ในสภาพดี เลยไม่น่ามีปัญหา
มัวแต่ยุ่งๆ ชำแระภายในมาล้าง
คอมแอร์นี่เป็นเรื่องน่ากลัว..เมื่อก่อนนะ
ถ้าเครื่องมือพร้อม..ก็ไม่ยั้ง555

อีกอย่างอาจเพราะค่าตัว..แพง
ถอดแล้วใส่คืนไม่ได้..จะไม่หนัก
พอดีสมาชิกสุราษฎร์ส่งคอมน้อคมาให้
เด๋วคอมรถผมเดี้ยง..จะรีว้วให้ดูบ้าง

แต่ตอนนี้ขอหาความรู้เรื่องใช้Heli coil
จริงๆ ก็ซื้อมาเก็บไว้นานแล้ว
แต่ชุดเล็กไม่มีดอกสว่านล้างรูมาดู

ไม่ทราบเป็นเบอร์กี่มิล?
ส่วนดอกต๊าบ..น่าจะM6x1.0 ?

Last edited by ืnusorn; 06-09-2019 at 08:01:43 PM.
ืnusorn is online now   Reply With Quote
Old 06-09-2019, 10:17:37 PM   #316
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 395
Thanks: 224
Thanked 1,018 Times in 302 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by ืnusorn View Post
มัวแต่ยุ่งๆ ชำแระภายในมาล้าง
คอมแอร์นี่เป็นเรื่องน่ากลัว..เมื่อก่อนนะ
ถ้าเครื่องมือพร้อม..ก็ไม่ยั้ง555

อีกอย่างอาจเพราะค่าตัว..แพง
ถอดแล้วใส่คืนไม่ได้..จะไม่หนัก
พอดีสมาชิกสุราษฎร์ส่งคอมน้อคมาให้
เด๋วคอมรถผมเดี้ยง..จะรีว้วให้ดูบ้าง

แต่ตอนนี้ขอหาความรู้เรื่องใช้Heli coil
จริงๆ ก็ซื้อมาเก็บไว้นานแล้ว
แต่ชุดเล็กไม่มีดอกสว่านล้างรูมาดู

ไม่ทราบเป็นเบอร์กี่มิล?
ส่วนดอกต๊าบ..น่าจะM6x1.0 ?

ดอกสว่านล้างรูหรือdrill sizeในชุด เท่าที่ที่ค้นดูจะเป็นขนาด 6.2mm

ส่วนดอกต๊าปก็ M6x1.0 ลองดูตามตารางด้านล่างก็ได้ครับ


LeMans24 is offline   Reply With Quote
Old 10-09-2019, 03:46:17 PM   #317
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 395
Thanks: 224
Thanked 1,018 Times in 302 Posts
Default 3rd Brake Light : ไฟเบรคดวงที่สาม

ไฟเบรคดวงที่สามติดๆดับๆ ก่อนหน้านี้ขั้วเคยช๊อตมาและมีรอยซ่อม สภาพไม่ค่อยจะเรียบร้อย

เผอิญไปเจอตัวนึงสภาพดีมากใน ebay เลยจัดมาชุดนึง หลังจากได้ของมาแล้วเห็นของจริง

มันสภาพดีมากครับ บอกเป็นของ used แต่ก็ใกล้เคียงของใหม่ พลาสติกไม่มีแตกแตกร้าว

อาจจะเพราะเป็นรถในเมืองหนาว (US) หรือย่างน้อยก็ร้อนน้อยกว่าบ้านเรา ถึงสภาพเดิมๆได้ดี











อีกจุดที่สำคัญ ตัว socket กับหลอดต้องอยู่ในสภาพดี ไม่งั้นก็งานเข้า เฉพาะผมเคยให้ร้านอะไหล่

แถวลาดพร้าว71 สั่งมาให้สนนราคาหลอดละห้าร้อยกว่าบาท อาจจะเพราะของขาด และสั่งเข้ามา

ไม่เยอะ เลยโดนราคานี้ไป ซึ่งแพงเอาเรื่องครับ ใช้หลอดธรรดาแทนก็ไม่ได้เพราะตำแหน่งเขี้ยว

ไม่เหมือนชาวบ้านเค้า

LeMans24 is offline   Reply With Quote
Old 16-09-2019, 05:47:51 PM   #318
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 395
Thanks: 224
Thanked 1,018 Times in 302 Posts
Default ตามล่า Close Assist Actuator (CAA) : A1408001975

เวลาจะไป DIY ยังไม่ค่อยมี วันนี้เลยอยากเปลี่ยนเรื่องมาเขียนเรื่องประสบการณ์ก ารหาอะไหล่บ้าง

เนื่องจากส่วนใหญ่ผมเน้น DIY เอง ฉนั้นการซื้อหาอะไหล่/อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ+ราคาดีตามสเปค

จึงเป็อะไรที่คู่กัน ผมเองตั้งเป้าไว้ว่าอะไหล่ที่ใช้ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแ รงมากก็จะใช้ของbenzแท้

ถ้าหาไม่ได้หรือเกินกำลังถึงจะมาเลือกดูงาน OEM/เทียบเคียง ลงมาตามลำดับ


>>>ล่าสุดประตูดูดคนขับมีปัญหา มีเสียงลมฟู่ๆเวลาปิดประตู ใช้ซักพักมันก็ตัดเพราะแรงดันไม่ถึง

งานนี้วาล์วลมน่าจะเป็นจำเลย เพราะประตูบานอื่นอื่นๆทำงานปกติ (ดูด2วิคลายตามที่โมฯปั้มมา)

เจ้าวาล์วลมตัวนี้ในวงการเรียกย่อๆว่า CAA หรือ closing assist actuator ซึ่งทำหน้าที่ดึง

ประตูให้เข้าล๊อค (โดยใช้แรงดันจากปั้ม PSE อีกที) part no : A1408001975





>>> part ตัวนี้เท่าที่ผมทราบไม่มีของเทียบครับ มีแต่ของแท้สถานเดียว สนนราคาเบิกศูนย์

อยู่ที่ 7-8 พันบาทต่อชิ้น ผมพยายามโทรถามหลายร้านส่วนใหญ่ไม่มีของ บางร้านที่มีราคาก็จะ

อยู่ที่ประมาณ 5.8K - 6.5K ก็ยังแพงอยู่ดี เลยต้องหาจากแหล่งอื่น หรือถ้าหาไม่ได้เลยก็คงต้อง

ถอดออกมาพอกกาวepoxyเหมือนที่นิยมทำกัน แต่ก็ขอลองหาดูอีกซักหน่อย


>>> ทางเลือกที่สองก็คือ ลองค้นหาดูจาก facebook เผื่อมีคนเอาของใหม่ NOS มาขาย

ก็ไปเจออยู่รายนึงครับ เห็นราคาแล้วน้ำลายไหล แต่เป็นร้านอะไหล่เบนซ์แนวๆเชียงกงใน KL

ประเทศมาเลย์เซียครับ เค้าตั้งราคาอยู่ที่ 270 ริงกิต ยิ่งช่วงนี้เงินมาเลย์ลงมาอยู่ที่ 7.2 บาท

(จากเดิม10บาทต่อ1ริงกิต)ทำให้ยิ่งถูกไปใหญ่เหลือเพี ยง 270 x 7.2 = 1,944 บาท

น้ำลายไหลซิกๆ ถูกกว่ามือสองบ้านเราอีก ผมทักไปรัวๆ แต่ร้านเจ้ากรรมแกไม่ตอบผม ตัดสินใจ

รอซัก 2 วันถ้าไม่ตอบผมจะไปหาจากแหล่งอื่น สุดท้ายก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เข้าใจว่าน่าจะ

ขายไปเรียบร้อยแล้ว


>>> ในที่สุดก็ต้องกลับมาพึ่ง eBay ก่อนหน้านี้ก็เชคราคาตัวนี้มาบ้าง ราคารวมส่งก็พอๆกับ

ศูนย์บริการในบ้านเราคือประมาณ $250 หรือประมาณ 8,000 บาท อันนี้คือร้านส่วนใหญ่ใน

อเมริกา ผมเลยเปลี่ยนscopeมาหาจากร้านอะไหล่ในกลุ่มประเทศอื่ นบ้าง มาเจออยู่ร้านนึง

เป็นร้านอะไหล่จากญี่ปุ่นขายอยู่ EUR145 รวมส่งแล้วก็อยู่ที่ประมาณ 5พันนิดๆ ณ ตอนนั้น

นี่คือถูกที่สุดแล้วที่หาได้ เลยเซฟไว้ก่อน ถ้าหาที่ถูกกว่าไม่ได้กะจะมากดซื้อวันรุ่งขึ้น แต่ก็มิวาย

วันรุ่งขึ้นก็มีคนมาซื้อตัดหน้าไปซะงั้น ตอนนั้นคิดว่าคงต้องถอดมาพอก epoxy แหงๆงานนี้






>>> บางครั้งเวลาเจอปัญหา เจอทางตันในหลายๆเรื่อง เหมือนจะไม่มีทางออก แต่บ่อยครั้ง

ืทางออกมักจะหลบอยู่มุมใดมุมหนึ่ง อาจจะต้องอาศัยการไม่ยึดติดหรือคิดนอกกรอบออกจากมุม

มองเดิมๆ แสงสว่างปลายอุโมงค์อาจรอเราอยู่ตรงหน้า ดังเช่นเหตุการณ์ในครั้งนี้ ผมเสริชหาแต่

ตัววาล์วลมไปตรงๆ สิ่งที่ขึ้นมาก็จะเป็นรายการสินค้าเดิมๆ เรียงจากถูกไปหาแพง ซึ่งมันก็ยังแพง

อยู่ดี ต่อจากนั้นอีกหลายวัน อยู่ดีๆก็มีสิ่งหนึ่งแว๊บเข้ามาในหัว ที่อาจจะช่วยให้การตามหาวาล์วลม

ราคาย่อมเยาในครั้งนี้สำเร็จลงได้


>>> แทนที่จะไปค้นจากkeywordตรงๆ ลองค้นจากสินค้าชิ้นอื่นที่เกี่ยวข้อง/หรือที่เวลาซื้อขาย

มักจะรวมเอาสิ่งที่เราต้องการไปในนั้นด้วย ซึ่งสิ่งนั้นคือ กลอนประตูครับ ผมเลยไม่รอช้า เริ่มค้นหา

กลอนประตูของใหม่ NOS ดูสิว่าพอจะมีใครเอามาขายบ้างมั้ย สรุปว่ามีครับ มีทั้งเก่าและใหม่

ทั้งถูกและแพง ซึ่งกลอนประตูแต่ละรุ่น/แต่ละออพชั่น จะคนละpart no.กัน เช่น รีโมทยิงบน/

ยิงล่าง interior lock/non-interior ก็จะคนละพาร์ทนัมเบอร์กัน ราคาก็จะสูงต่ำแตกต่างกันไป

ทั่วๆไปก็ตั้งแต่ $450 - $700 (1X,XXX - 2X,XXX) แต่ที่สำคัญคือ กลอนประตูถ้าซื้อใหม่มัน

จะมีวาล์ว CAA ตัวนี้ติดมาด้วยอยู่แล้ว (เว้นแต่คนขายจะถอดแยกขายซะเอง)

>>>แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือ เราต้องการแค่วาล์วCAAในราคาต่ำกว่า 5 พัน ($1xx) ตัว

กลอนประตูจะเป็นรุ่นไหนไม่สำคัญขอให้ถูกไว้ก่อน(ถ้าต รงกับรถเราก็ยิ่งดี) สุดท้ายก็เจอแสงสว่าง

ที่ปลายอุโมงค์ครับ มีอะไหล่จาก UAE ประกาศขายกลอนประตูหลังขวายกชุดของใหม่ NOS

ในราคาเพียง $90 รวมส่งอีก $30 เป็น $120 (3,660บาท) สาเหตุราคาไม่แรงผมมานั่งคิดๆดู

อาจเป็นเพราะกลอนประตูเองมันไม่ค่อยเสียซะเท่าไหร่(น านๆจะเจอที) demandก็เลยน้อย ร้านที่

ของมา stock ก็ปล่อยของไม่ได้ (อาการเสียที่พบบ่อยก็แค่ประตูไม่ดูดเพราะวาล์วลมรั่ วนี่แหละ)

หลายๆร้านเลยเอาของ NOS (new old stock) มาลดราคาขายกัน แต่ก็มีไม่บ่อยนะครับ และผม

เองก็เป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้มาเจอตรงนี้ อยากบอกว่าราคามันถูกกว่ากลอนประตูมือสองบ้านเราอีก

นะครับ











>>> เห็นดังนี้ผมก็ไม่รอช้า เลยติดต่อผู้ขายไปเพื่อให้เค้าคอนเฟิร์มว่าเป็นของให ม่จริง เสร็จแล้ว

ก็กดซื้อเลยครับ ก็กลัวโดนตัดหน้าอีก เพราะเชื่อว่าโลกใบนี้ยังมีอีกหลายคนที่กำลังมองหาเจ ้า

CAA ตัวนี้อยู่ (ดูจากยอดwatching) รอของส่งประมาณหนึ่งอาทิตย์จาก Dubai (ส่งDHL)

หลังจากของมาถึงก็เปิดตรวจสอบดูไม่มีไรเสียหาย ได้ของตามสเปคทุกอย่าง สรุป ได้CAAราคา

ต่ำกว่าท้องตลาด (ประมาณ3,700รวมส่ง) แถมได้กลอนประตูของใหม่ติดมาด้วย











>>>> ภารกิจหาของในครั้งนี้ก็สำเร็จลงด้วยดี แต่จะมีเวลาทำเมื่อไหร่นั้น คิดว่าคงอีกซักระยะ

เพราะ JOB ที่รออยู่ตอนนี้มีเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนไฟเบรคดวงที่สาม (ของเดิมแตก)ฯลฯ

เพราะการรื้อแผงประตู/ถอดกลอนประตูนี่เป็นงานที่หนักเอาการสำหรับผม เคยทำกับคันก่อนหน้านี้

เมื่อนานนนนมาแล้ว ใช้เวลาเป็นวัน เหงื่อแตกพลักๆๆ เลยคิดว่าของงานง่ายๆก่อนละกัน

Last edited by LeMans24; 18-09-2019 at 09:50:19 AM.
LeMans24 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 26-09-2019, 03:01:46 PM   #319
surach
 
surach's Avatar
 
Join Date: Jan 2006
Location: คลองสี่ ลำลูกกา
Posts: 2,677
Thanks: 1,283
Thanked 1,257 Times in 561 Posts
Default

อ่านแล้วได้แรงบรรดาลใจกลับมาซ่อม 123 ที่จอดทิ้งไว้ร่วมสี่ปี ได้มากเลยครับ

ลุยๆๆ
surach is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 26-09-2019, 11:27:28 PM   #320
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 395
Thanks: 224
Thanked 1,018 Times in 302 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by surach View Post
อ่านแล้วได้แรงบรรดาลใจกลับมาซ่อม 123 ที่จอดทิ้งไว้ร่วมสี่ปี ได้มากเลยครับ

ลุยๆๆ
W123นี่น่าเก็บมากครับ มันเป็นหนึ่งในตำนานของBenzจริงๆ

ถ้าทำได้ผมว่าทำเลยครับ เป็นกำลังให้ครับ สู้ๆๆ
LeMans24 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 28-09-2019, 10:38:14 PM   #321
surach
 
surach's Avatar
 
Join Date: Jan 2006
Location: คลองสี่ ลำลูกกา
Posts: 2,677
Thanks: 1,283
Thanked 1,257 Times in 561 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by LeMans24 View Post
W123นี่น่าเก็บมากครับ มันเป็นหนึ่งในตำนานของBenzจริงๆ

ถ้าทำได้ผมว่าทำเลยครับ เป็นกำลังให้ครับ สู้ๆๆ
ครับผมเริ่มต้นทำเรื่อยๆครับ
surach is offline   Reply With Quote
Old 30-09-2019, 12:30:30 PM   #322
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 395
Thanks: 224
Thanked 1,018 Times in 302 Posts
Default Jack and stands for W140

หลายวันก่อนซื้อน้ำมันเครื่องมาเปลี่ยนถ่ายเอง และเปลี่ยนกรองเครื่อง ผมใช้ปั้มดูดน้ำมัน(ปั้มมือ)

แทนการถอดน๊อตที่แคร้งค์ แต่ไม่ได้เก็บภาพไว้ เข้าใจว่าเป็นขั้นตอนที่เห็นคุ้นเคยกันบ่อยๆอยู่แล้ว


>>> วันนี้เลยมาเน้นเรื่องการยกรถแทน ทุกครั้งที่ต้องทำงานที่มุดใต้ท้องผมมักจะยกรถทุกครั ้ง

ผมเลือกที่จะซื้อแม่แรงตะเข้มาใช้แทนการใช้แม่แรงติด รถเพราะใช้ง่ายเบาแรงและปลอดภัยกว่า

แต่ w140 นั้นจะพิเศษกว่ารถเก่งทั่วๆไปหน่อยเพราะน้ำหนักเกิน 2 ตัน (เพื่อความปลอดภัย)

อุปกรณ์ที่ผมใช้มี 1.) แม่แรง hydraulicแบบ3.5ตัน 1ตัว 2.) สแตนด์ 3ตัน 4ตัว





>>>>> อุปกรณ์พร้อมแล้วก็มายกกัน ขั้นตอนพอสรุปคร่าวๆได้ตามนี้ครับ

1.) จอดรถเข้าเกียร์P (หรือจะใส่เบรคด้วยก็ดีครับ)

2.) ผมจะเริ่มยกจากด้านหน้า ใช้ jack วางตำแหน่งให้ตรงเฟรมแล้วยกขึ้น

3.) ได้ความสูงที่พอใจแล้วให้ใช้สแตนด์วางให้ลูกยางรอง(ต รงกับฝาปิดแม่แรง)

ทำเหมือนเหมือนกันทั้งสองฝั่งซ้ายขวา เสร็จแล้วไปทำด้านหลังต่อ

4.) ด้านหลังนั้นให้วางตำแหน่งแม่แรงให้ตรงกับเฟืองท้ายเ ลยครับ ยกทีเดียวขึ้น

ทั้งสองด้านแล้วจับสแตนด์ซ้าย/ขวาวางให้ตรงลูกยางรองก็เป็นอันเสร็จพิธี








ยกเสร็จแล้วก็เริ่มมุดใต้ท้องรถได้








การยกรถก็เป็นการให้เราได้สำรวจตรวจตราจุดต่างๆใต้ท้ องรถที่มักจะถูกละเลยได้สดวกขึ้น

ผมเองก็ไม่ได้ทำบ่อย ก่อนหน้านี้ก็ตอนเปลี่ยนปั้มติ้ก/กรองเบนซิน และมาคราวนี้พอจะมีเวลา

เลยถือโอกาสยกเพื่อดูความเรียบร้อย เกิดเจออะไรขึ้นมาก็จะได้จัดการได้ทันท่วงที
LeMans24 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 10-10-2019, 11:50:03 AM   #323
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 395
Thanks: 224
Thanked 1,018 Times in 302 Posts
Default Catalytic Converter replacement

>>>>> พอดีไปเจอ CAT สภาพดีมากตัวนึง เลยตัดสินใจสอยมาเก็บไว้ เป็นของมือสองญี่ปุ่น

CAT เดิมก็ไม่ได้เสียอะไรมาก แต่ผมสังเกตุพักหลังๆกลิ่นท่อไอเสียแรงกว่าปกติ เลยตัดสินใจ

เปลี่ยนซะก่อนตามคอนเซป preventive maintenance

>>>>ตัว CAT ที่ได้มาน่าจะเป็นของตัว W202 C280 เป็นเครื่องตัวเดียวกัน (M104)เลยใส่

กันได้แบบไม่มีปัญหา ของเค้ามาทั้งยวง แต่จะต้องมีการตัดต่อนิดหน่อย ลงประจำการแทนตัวเดิม

ทำให้ชุดท่อไอเสียเราดูใหม่ขึ้นเยอะ





อีกจุดนึงสำหรับข้อแตกต่างคือ CAT ตัวนี้มี O2 sensor สองตัว คือตัว pre cat และ post cat

แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เราก็ใช้แค่ตัวเดียวคือตัว pre cat จัดการถอดของเดิมมาใส่ได้เลย อีกตัวก็

ปล่อยลอยไว้เฉยๆ





ลงประจำการเป็นที่เรียบร้อย






ดูจากเลข part no. น่าจะเป็น W202 C280 สภาพยังดูดี แน่นๆเขย่าไม่มีเสียง





หลังจากติดตั้งหลายคนอาจสงสัยถึงความแตกต่าง ส่วนตัวถ้าวัดจากความรู้สึกอันดับแรกเลยคือ

กลิ่นน้ำมันที่ท่อไอเสียลดลงมาเป็นปกติ ส่วนเรื่องกาารขับขี่ไม่ได้แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดมา ก

(อาจจะเพราะของเดิมก็ยังไม่ได้เสียหายไรมากมาย) รู้สึกแค่ว่าทอร์คช่วงต้นๆดีขึ้น วิ่งลื่นขึ้นนิด

หน่อย(นิดเดียวจริงๆ) แต่สิ่งที่ได้จริงๆคือ CAT ใหม่(ของเราเก่าของคนอื่น)ที่ใช้งานต่อได้อีกนาน

และการไม่ปล่อยมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อมมากจนเกินไป

>>>> อีกสิ่งที่ได้จากjobในครั้งนี้ ผมไม่เคยซ่อมรถที่ไหนแล้วได้ตังค์ เฮียเจ้าของร้านผู้ใจดี

บอกCATเดิมเฮียขอซื้อต่อ เพราะดูแล้วสภาพยังดีเอาทำกำไรต่อได้ รวมค่าติดตั้ง และซ่อมตัดต่อ

ท่อบางช่วงด้วยท่อสแตนเลสและเทิร์นของ บวก/ลบแล้วเฮียให้ตังผมกลับมาอีก 2000 ผมเลย

ตกลง เพราะจะให้ผมเอาของเดิมไปขาย (ถอดออกทั้งยวง) มันหนักและไม่สดวก ผมเลยปิดดีล

ด้วยกับเงินสองพันเข้ากระเป๋า ไว้เป็นค่าน้ำมันเอาปลาวาฬขับกินลมลงใต้ไปเพลินๆดีกว ่า
LeMans24 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Reply

Thread Tools Search this Thread
Search this Thread:

Advanced Search
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +7. The time now is 01:37:57 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2019, vBulletin Solutions, Inc.