BenzOwner.NET 421 Forever

Go Back   BenzOwner.NET > หมวดทั่วไป > สนทนาปัญหารถ

Reply
 
Thread Tools Search this Thread Display Modes
Old 08-10-2019, 08:48:35 AM   #1
Denis
 
Join Date: May 2012
Posts: 63
Thanks: 11
Thanked 7 Times in 6 Posts
Default Back fire

สวัสดีครับ
รบกวนเรียนถามเพื่อนสมาชิกครับ w124 e280 มีอาการ back fire ตอนที่กำลังสตาร์ทเครื่อง เป็นมา 2 ครั้งแล้วครับ ท่านใดเคยเจอปัญหานี้มารบกวนช่วยชี้แนะทางออกให้หน่อ ยครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
รายละเอียดรถ
ให้น้ำมันและ lpg ระบบหัวฉีด
จะ back fire เฉพาะตอนที่กำลังสตาร์ทเท้านั้น
Back fire แล้วสตาร์ทได้เป็นปกติ เครื่องยนต์ก็ทำงานเป็นปกติทั้งแก็สและน้ำมัน
ผมสังเกจุดูการ back fire น่าจะเกิดนอกท่อไอดีแถวๆ ไดสตาร์ท
Denis is offline   Reply With Quote
Old 08-10-2019, 10:13:04 AM   #2
pissanu
 
Join Date: Jan 2013
Location: บางใหญ่
Posts: 39
Thanks: 162
Thanked 25 Times in 16 Posts
Default

ขออธิบายสั้นๆ อาการแบคไฟร์ ถ้าจะเอาความหมายตามศัพท์วิทยาศาสตร์ คือ การจุดระเบิดย้อนกลับ หรือแปลให้เข้าใจไปอีกหน่อยก็คือการเผาไหม้นอกกระบอก สูบของเครื่องยนต์
อาการแบคไฟร์ เป็นสาเหตุแรกๆที่ทำให้รถไฟไหม้

อาการที่สตาร์ทรถแล้วมีดังปุ๊ก ขึ้นมาคล้ายๆ เสียงประทัดหรือปืนลม บางคนอาจได้ยินบ่อยๆเป็นประจำ แต่ถ้ามีควันลอยออกมาด้วยรับรองว่าขำไม่ออกแน่ๆ เพราะแบบนี้เพียงแค่แป๊บเดียวก็ไฟไหม้แล้ว และยิ่งน่ากลัวเข้าไปอีก ถ้าขับรถอยู่แล้ว อยู่ดีๆก็ดังปุ๊ก แล้วเครื่องยนต์ก็ดับไป สตาร์ทยังไงก็ไม่ติด พอไม่ติดก็ไปเหยียบคันเร่ง ทีนี้ละครับแก๊สท่วม แล้วพอกดสวิทช์สลับจากแก๊สไปเป็นน้ำมัน เพื่อจะได้ทำให้เครื่องยนต์ติด ทีนี้ดังปุ๊กอีกรอบ พอรอบนี้มีควันออกมาด้วย อาการแบบนี้เขาเรียกกันว่าไฟไหม้จากแบคไฟร์

สาเหตุที่มันไหม้และติดไฟ เนื่องจาก จำนวนปริมาณของแก๊ส บวกกับ อากาศ ที่ในท่อไอดี ถูกเครื่องยนต์ดูดผ่านวาล์วไอดี เข้ากระบอกสูบ แต่ด้วยความหนาแน่นของแก๊สน้อย อากาศมาก จึงทำให้ส่วนผสมนั้นลุกติดไฟได้เอง ก่อนที่หัวเทียนจะจุดประกายไฟ และก่อนที่ตัววาล์วไอดีจะปิดสนิทลง ทำให้มีเปลวไฟลุกไหม้ย้อนกลับคืนไปจากห้องเผาไหม้ ไปเผาไหม้เพิ่มขึ้นอีกในจุดที่มีส่วนผสมของแก็สกับอา กาศคือท่อไอดี และออกมาเป็นเปลวไฟ
ยิ่งถ้าเหยียบคันเร่งไปด้วย ตัวลิ้นปีกผีเสื้อจะเปิดออกอ้าออก จึงทำให้มีโอกาสที่ตัวเปลวไฟวิ่งไปตรงส่วนที่มีปริมา ณออกซิเจนมากกว่า นั้นก็คือ หม้อกรองอากาศ และที่แย่กว่านั้นก็คือ ตัวไส้กรองอากาศโดยส่วนใหญ่แล้วจะทำจากกระดาษ ที่ติดไฟได้ง่าย และแถมตัวหม้อกรองก็ทำจากพลาสติกอีก ก็เลยทำให้ไฟติดและแพร่กระจายเป็นวงกว้างได้อย่างรวด เร็ว ซึ่งความความรุนแรงของไฟจะร้ายแรงแค่ไหน ขึ้นอยู่กับปริมาณของแก๊ส

สาเหตุต้นตอที่ทำให้เกิดแบคไฟร์
1. ปรับอัตราส่วนผสมของน้ำมันหรือแก๊สไม่เหมาะสม น้อยหรือบางเกินไป
2. แก๊สใกล้จะหมดแต่ยังจะฝืนที่จะขับต่อ
3. หม้อต้มพังชำรุด จ่ายแก๊สได้ไม่เพียงพอ
4. หัวเทียนเสื่อมสภาพ หมดอายุ
5. ตั้งไฟเผาไหม้ของระบบเบาเกินไป
6. สายหัวเทียนพัง
7. เครื่องยนต์เริ่มหลวม และการที่มีคราบเขม่าในห้องเผาไหม้เยอะเกินไป
8. หัวนกกระจอก ฝากะลา เกิดการสึกหรอมากไป
9. เครื่องยนต์มีปัญหา ระบบวาล์วรั่ว อาการนี้เป็นกันเยอะในรถติดแก๊ส จึงได้มีการแนะนำให้เช็คระบบแก๊ส
10. เกิดจากการกดสลับใช้ชนิดของเชื้อเพลิง แก๊สไปน้ำมัน น้ำมันมาแก๊ส
pissanu is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 08-10-2019, 11:31:48 AM   #3
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,194
Thanks: 3,402
Thanked 9,172 Times in 2,564 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by pissanu View Post
ขออธิบายสั้นๆ อาการแบคไฟร์ ถ้าจะเอาความหมายตามศัพท์วิทยาศาสตร์ คือ การจุดระเบิดย้อนกลับ หรือแปลให้เข้าใจไปอีกหน่อยก็คือการเผาไหม้นอกกระบอก สูบของเครื่องยนต์
อาการแบคไฟร์ เป็นสาเหตุแรกๆที่ทำให้รถไฟไหม้

อาการที่สตาร์ทรถแล้วมีดังปุ๊ก ขึ้นมาคล้ายๆ เสียงประทัดหรือปืนลม บางคนอาจได้ยินบ่อยๆเป็นประจำ แต่ถ้ามีควันลอยออกมาด้วยรับรองว่าขำไม่ออกแน่ๆ เพราะแบบนี้เพียงแค่แป๊บเดียวก็ไฟไหม้แล้ว และยิ่งน่ากลัวเข้าไปอีก ถ้าขับรถอยู่แล้ว อยู่ดีๆก็ดังปุ๊ก แล้วเครื่องยนต์ก็ดับไป สตาร์ทยังไงก็ไม่ติด พอไม่ติดก็ไปเหยียบคันเร่ง ทีนี้ละครับแก๊สท่วม แล้วพอกดสวิทช์สลับจากแก๊สไปเป็นน้ำมัน เพื่อจะได้ทำให้เครื่องยนต์ติด ทีนี้ดังปุ๊กอีกรอบ พอรอบนี้มีควันออกมาด้วย อาการแบบนี้เขาเรียกกันว่าไฟไหม้จากแบคไฟร์

สาเหตุที่มันไหม้และติดไฟ เนื่องจาก จำนวนปริมาณของแก๊ส บวกกับ อากาศ ที่ในท่อไอดี ถูกเครื่องยนต์ดูดผ่านวาล์วไอดี เข้ากระบอกสูบ แต่ด้วยความหนาแน่นของแก๊สน้อย อากาศมาก จึงทำให้ส่วนผสมนั้นลุกติดไฟได้เอง ก่อนที่หัวเทียนจะจุดประกายไฟ และก่อนที่ตัววาล์วไอดีจะปิดสนิทลง ทำให้มีเปลวไฟลุกไหม้ย้อนกลับคืนไปจากห้องเผาไหม้ ไปเผาไหม้เพิ่มขึ้นอีกในจุดที่มีส่วนผสมของแก็สกับอา กาศคือท่อไอดี และออกมาเป็นเปลวไฟ
ยิ่งถ้าเหยียบคันเร่งไปด้วย ตัวลิ้นปีกผีเสื้อจะเปิดออกอ้าออก จึงทำให้มีโอกาสที่ตัวเปลวไฟวิ่งไปตรงส่วนที่มีปริมา ณออกซิเจนมากกว่า นั้นก็คือ หม้อกรองอากาศ และที่แย่กว่านั้นก็คือ ตัวไส้กรองอากาศโดยส่วนใหญ่แล้วจะทำจากกระดาษ ที่ติดไฟได้ง่าย และแถมตัวหม้อกรองก็ทำจากพลาสติกอีก ก็เลยทำให้ไฟติดและแพร่กระจายเป็นวงกว้างได้อย่างรวด เร็ว ซึ่งความความรุนแรงของไฟจะร้ายแรงแค่ไหน ขึ้นอยู่กับปริมาณของแก๊ส

สาเหตุต้นตอที่ทำให้เกิดแบคไฟร์
1. ปรับอัตราส่วนผสมของน้ำมันหรือแก๊สไม่เหมาะสม น้อยหรือบางเกินไป
2. แก๊สใกล้จะหมดแต่ยังจะฝืนที่จะขับต่อ
3. หม้อต้มพังชำรุด จ่ายแก๊สได้ไม่เพียงพอ
4. หัวเทียนเสื่อมสภาพ หมดอายุ
5. ตั้งไฟเผาไหม้ของระบบเบาเกินไป
6. สายหัวเทียนพัง
7. เครื่องยนต์เริ่มหลวม และการที่มีคราบเขม่าในห้องเผาไหม้เยอะเกินไป
8. หัวนกกระจอก ฝากะลา เกิดการสึกหรอมากไป
9. เครื่องยนต์มีปัญหา ระบบวาล์วรั่ว อาการนี้เป็นกันเยอะในรถติดแก๊ส จึงได้มีการแนะนำให้เช็คระบบแก๊ส
10. เกิดจากการกดสลับใช้ชนิดของเชื้อเพลิง แก๊สไปน้ำมัน น้ำมันมาแก๊ส


ขอบพระคุณครับที่กรุณาให้ความรู้กับเพื่อนสมาชิก
เมื่อก่อนผมเคยใช้รถฝรั่งอีกยี่ห้อหนึ่งติดแก๊สแล้วแ บ๊คไฟร์
สาเหตุจากข้อ 6.สายหัวเทียนรั่ว เวลากลางคืนไฟมืด ๆ เห็นชัดเจนเลย
ไฟรั่ววิ่งลงกราวนด์ เห็นเป็นเส้นเลย พอเปลี่ยนสายหัวเทียนแล้ว
หายสนิท
Coffee Cup is online now   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 09-10-2019, 11:01:18 AM   #4
Niroj3536
 
Join Date: Oct 2012
Location: Hometown : Sukhothai Family Home : Korat
Posts: 1,113
Thanks: 4,292
Thanked 731 Times in 400 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by pissanu View Post
ขออธิบายสั้นๆ อาการแบคไฟร์ ถ้าจะเอาความหมายตามศัพท์วิทยาศาสตร์ คือ การจุดระเบิดย้อนกลับ หรือแปลให้เข้าใจไปอีกหน่อยก็คือการเผาไหม้นอกกระบอก สูบของเครื่องยนต์
อาการแบคไฟร์ เป็นสาเหตุแรกๆที่ทำให้รถไฟไหม้

อาการที่สตาร์ทรถแล้วมีดังปุ๊ก ขึ้นมาคล้ายๆ เสียงประทัดหรือปืนลม บางคนอาจได้ยินบ่อยๆเป็นประจำ แต่ถ้ามีควันลอยออกมาด้วยรับรองว่าขำไม่ออกแน่ๆ เพราะแบบนี้เพียงแค่แป๊บเดียวก็ไฟไหม้แล้ว และยิ่งน่ากลัวเข้าไปอีก ถ้าขับรถอยู่แล้ว อยู่ดีๆก็ดังปุ๊ก แล้วเครื่องยนต์ก็ดับไป สตาร์ทยังไงก็ไม่ติด พอไม่ติดก็ไปเหยียบคันเร่ง ทีนี้ละครับแก๊สท่วม แล้วพอกดสวิทช์สลับจากแก๊สไปเป็นน้ำมัน เพื่อจะได้ทำให้เครื่องยนต์ติด ทีนี้ดังปุ๊กอีกรอบ พอรอบนี้มีควันออกมาด้วย อาการแบบนี้เขาเรียกกันว่าไฟไหม้จากแบคไฟร์

สาเหตุที่มันไหม้และติดไฟ เนื่องจาก จำนวนปริมาณของแก๊ส บวกกับ อากาศ ที่ในท่อไอดี ถูกเครื่องยนต์ดูดผ่านวาล์วไอดี เข้ากระบอกสูบ แต่ด้วยความหนาแน่นของแก๊สน้อย อากาศมาก จึงทำให้ส่วนผสมนั้นลุกติดไฟได้เอง ก่อนที่หัวเทียนจะจุดประกายไฟ และก่อนที่ตัววาล์วไอดีจะปิดสนิทลง ทำให้มีเปลวไฟลุกไหม้ย้อนกลับคืนไปจากห้องเผาไหม้ ไปเผาไหม้เพิ่มขึ้นอีกในจุดที่มีส่วนผสมของแก็สกับอา กาศคือท่อไอดี และออกมาเป็นเปลวไฟ
ยิ่งถ้าเหยียบคันเร่งไปด้วย ตัวลิ้นปีกผีเสื้อจะเปิดออกอ้าออก จึงทำให้มีโอกาสที่ตัวเปลวไฟวิ่งไปตรงส่วนที่มีปริมา ณออกซิเจนมากกว่า นั้นก็คือ หม้อกรองอากาศ และที่แย่กว่านั้นก็คือ ตัวไส้กรองอากาศโดยส่วนใหญ่แล้วจะทำจากกระดาษ ที่ติดไฟได้ง่าย และแถมตัวหม้อกรองก็ทำจากพลาสติกอีก ก็เลยทำให้ไฟติดและแพร่กระจายเป็นวงกว้างได้อย่างรวด เร็ว ซึ่งความความรุนแรงของไฟจะร้ายแรงแค่ไหน ขึ้นอยู่กับปริมาณของแก๊ส

สาเหตุต้นตอที่ทำให้เกิดแบคไฟร์
1. ปรับอัตราส่วนผสมของน้ำมันหรือแก๊สไม่เหมาะสม น้อยหรือบางเกินไป
2. แก๊สใกล้จะหมดแต่ยังจะฝืนที่จะขับต่อ
3. หม้อต้มพังชำรุด จ่ายแก๊สได้ไม่เพียงพอ
4. หัวเทียนเสื่อมสภาพ หมดอายุ
5. ตั้งไฟเผาไหม้ของระบบเบาเกินไป
6. สายหัวเทียนพัง
7. เครื่องยนต์เริ่มหลวม และการที่มีคราบเขม่าในห้องเผาไหม้เยอะเกินไป
8. หัวนกกระจอก ฝากะลา เกิดการสึกหรอมากไป
9. เครื่องยนต์มีปัญหา ระบบวาล์วรั่ว อาการนี้เป็นกันเยอะในรถติดแก๊ส จึงได้มีการแนะนำให้เช็คระบบแก๊ส
10. เกิดจากการกดสลับใช้ชนิดของเชื้อเพลิง แก๊สไปน้ำมัน น้ำมันมาแก๊ส
ขอบพระคุณสำหรับข้อมูลองค์ความรู้ละเอียดยิบที่เกี่ย วข้องกับ Back Fire ครับ
ตัวอย่างของวิกฤติการณ์ "แบ็คไฟร์" ที่เราต่างคุ้นเคยกันมานานคือเสียงดังปังแรงๆ
จนบางครั้งเราต้องตกใจกับการสตาร์ทเครื่องยนต์ของรถต ุ๊กๆ ที่ส่วนใหญ่ใช้แก๊ส LPG
นั่นเองครับ ส่วนจะมีสาเหตุความบกพร่องจากจุดใดใน 10 ข้อ ข้างต้นก็เป็นไปได้
ทั้งสิ้นครับ
ในรถ MB ที่เคยมีข้อมูลแลกเปลี่ยนกันมากๆ ว่าแบ็คไฟร์มักเกิดกับ K Jet ที่มีการ
ติดตั้งแก๊สระบบดูด (แทบไม่มีกับระบบแก๊สหัวฉีด) ผลความเสียหายหลังมีเสียงปัง
แรงๆ ก็คือยางตีนเป็ดฉีกขาด หรือหลุดปลิ้น การสตาร์ทเครื่องยนต์ครั้งต่อไปก็แทบ
เป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตามเพราะช่างไทยเก่งครับ ยางตีนเป็ดถูกถอดออกแล้วใช้
แผ่นเหล็กหรือแผ่นอลูมิเนียมแทนครับ
ในรถยนต์รับจ้างแท๊กซี่มิเตอร์ในช่วงก่อนๆ ส่วนใหญ่ก็ติดตั้ง LPG ระบบดูด จึงมักมี
ปัญหาแบ็คไฟร์ด้วยเช่นกัน ผู้ประกอบการแท๊กซี่มิเตอร์ เขามีแนวทางป้องกันปัญหา
ล่วงหน้าด้วย การเปลี่ยนเอาชุดไอดีจากเดิมที่เป็นชุดพลาสติกออกแล้ วใส่ชุดไอดีเป็น
ชุดเหล็กที่ออกแบบมาเป็นพิเศษครับ (ทั้งติดตั้งวาล์วกันแบ็คไฟร์ไว้ด้วย) หากมี
แบ็คไฟร์ความเสียต่อชุดไอดีไม่มีแน่ๆ แต่ก็อาจมีความเสียหายอื่นๆ ที่น่ากลัวที่สุดๆ
คือปัญหาไฟไหม้ครับ

Last edited by Niroj3536; 09-10-2019 at 11:07:02 AM.
Niroj3536 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Reply

Thread Tools Search this Thread
Search this Thread:

Advanced Search
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +7. The time now is 02:23:22 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2019, vBulletin Solutions, Inc.