BenzOwner.NET 421 Forever

Go Back   BenzOwner.NET > หมวดทั่วไป > บาร์เบียร์

Reply
 
Thread Tools Search this Thread Display Modes
Old 22-12-2018, 12:58:25 PM   #211
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Cobra4971 View Post
ผมมโนว่า
รถยนต์ก็ยังใช้ไปอีกนาน เพราะในท้องที่ห่างไกล
ยังมีความจำเป็น บริษัทรถยนต์ยังจะหารายได้กับมันไปอีก
เพราะการจะเปลี่ยนไปเป็นรถไฟฟ้ามันต้องลงทุนในทุกๆด้ าน
อีกมหาศาล ส่วนการเดินทางระยะไกลจะหันมาใช้
การขนส่งสาธารณะมากขึ้น ในระหว่างที่รถไฟ
ความเร็วสูงยังไม่มาก็เป็นโอกาสของสายการบิน
ในประเทศไปครับ
เห็นด้วยกับเรื่องสภาพแวดล้อมของประเทศเราส่วนใหญ่
พื้นที่ยังไม่ตอบสนองการใช้รถยนต์ไฟฟ้า คนส่วนใหญ่
ก็จะใช้รถยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของตนเอง
ไม่ว่าในประเทศไทย หรือประเทศที่เจริญแล้วอย่างใน
อเมริกา ก็ไม่ใช่ทุกคนจะใช้รถไฟฟ้า แม้ราคาจะถูก(ใน
แง่การเปรียบเทียบกับในไทย และความรู้สึก) ตอนนี้
รถไฮบริด ดูจะตอบสนองความต้องการของคนได้ดีกว่า
รถไฟฟ้า หรือ EV เต็ม ๆ เพราะมันประหยัดกว่ารถน้ำมัน
แต่ราคารถถูกกว่ารถไฟฟ้าในขนาดที่นั่งเท่ากัน น่าเสียดาย
รถไฮบริด ของ TOYOTA หลายรุ่น ไม่เป็นที่นิยมของคนไทย
ก็ตรงที่คนกลัวราคาค่าซ่อม และค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่นี่แหละ
แต่อีกไม่นาน ก็คงมีคนทำแบบเตอรี่ของเทียบขายเหมือน
อะไหล่เทียบ ซึ่งในอเมริกามีอะไหล่พวกนี้จำหน่ายหาซื้อ
ได้เป็นการทั่วไปแล้ว คนมีความรู้ทางช่างสามารถซื้อมา
เปลี่ยนเองได้

BORKED

https://www.youtube.com/results?sear...prius+battery+
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 22-12-2018, 08:15:59 PM   #212
harm_c220
 
harm_c220's Avatar
 
Join Date: Jun 2014
Location: bkk
Posts: 1,083
Thanks: 1,494
Thanked 684 Times in 468 Posts
Default

ทุกวันนี้เบนซ์พวกเราก็เชื้อเพลิง2ระบบอยู่แล้วครับ/ใช้แกสหมดก็ตัดเข้าน้ำมันเพื่อวิ่งต่อ

อนาตคเบนซ์เราต้องเอาไปเสียบปลั้กชารจไฟด้วย/อืมม
3ทางเลยแฮะ/สบายดีแท้
harm_c220 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 23-12-2018, 06:18:05 AM   #213
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default

ขอนำสถิติที่จดไว้ ในรอบ 1 ปี ตั้งแต่เดือน มกราคม 2561
ถึงวันนี้ 23 ธันวาคม 2561  มาให้เพื่อน ๆ พี่ๆ น้องๆ
พิจารณาค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 6,709 กิโลเมตร 
ใช้น้ำมันสตาร์ท/ใช้แก๊สเดินทาง จ่ายค่าน้ำมันและแก๊ส
ไป 11,854.-บาท ได้แก๊สและน้ำมันจำนวน 900.04 ลิตร
เท่ากับค่าเดินท่าง กม.ละ 1.767 บาท หรือประมาณ
7.45 กม./ลิตร เครื่องยนต์ M111 รถ W202  C220
ใช้แก๊ส  EMME ติดตั้งเมื่อปี 2550 การเดินทางรอบ ๆ
กทม. และใน กทม.เป็๋นหลัก ไม่ได้วิ่งทางยาวออก ตจว.
ไกลๆ อย่างมากชานเมืองนครปฐม/ปทุม ฯลฯ
เชื้อเพลิงไม่ได้แยกว่าน้ำมันกี่ลิตรแก๊สกี่ลิตรเพรา ะ
จดรวม ๆ ไว้ ปีนี้เติมประมาณ 3 ครั้ง ทุกครั้งก็เติมเต็มถัง
เป็นเบนซิน 95 (ไม่เติมแก๊สโซฮอลล์)

ตัวอุปกรณ์แก๊สติดตั้งเมื่อปี 2550 แต่เปลี่ยนใส้ในหัวฉีดเมื่อ
ประมาณ 2 ปีที่แล้ว การทำงานของระบบแก๊สราบลื่นดี แต่
ไม่ค่อยได้ปรับจูนแก๊สบ่อยนักเพราะทำไม่เป็นแม้ว่าจะ มีอุปกรณ์
พวกสายจูนและโปรแกรมอยู่แล้วก็ตาม

ให้ไว้เป็นข้อมูลแม้ว่าปัจจุบันแก๊สจะไม่เป็นที่นิยม ของรุ่นปัจจุบัน
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 24-12-2018, 09:27:02 AM   #214
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,407
Thanks: 377
Thanked 2,584 Times in 971 Posts
Default

นับว่าเป็นรถที่น่าใช้เทียบกับราคาปัจจุบันที่เหลือน ้อยมาก แต่ไม่แน่ใจว่าอนาคตอะไหล่จะมีปัญหาไหมครับ
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 24-12-2018, 10:54:53 AM   #215
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Cobra4971 View Post
นับว่าเป็นรถที่น่าใช้เทียบกับราคาปัจจุบันที่เหลือน ้อยมาก แต่ไม่แน่ใจว่าอนาคตอะไหล่จะมีปัญหาไหมครับ
สำหรับเบนซ์ C Class W202 รุ่นนี้ของผมแม้ว่าปัจจุบันราคา
ขายต่อจะต่ำติดพื้นแล้วบอกขายกันตั้งแต่ราคาไม่ถึงแส น จน
กระทั่งแสนต้น ๆ แต่คุณภาพรถที่ได้รับการดูแลดี ๆ ไม่ย่อหย่อน
ต่างกับราคาซื้อขายรถเก่าที่ดูปีที่ออกรถเป็นหลักก็ต ้องราคาแบบนั้น

ผมคิดว่าใน 5-10 ปีนี้คงยังใช้ต่อไปได้เนื่องจากหลักคิดของผม
เบนซ์เป็นรถที่ทำออกจำหน่ายทั่วโลกเยอะมาก ก็จะยังมีคนทำ
อะไหล่ขายเหมือนรถโฟล์คเต่า ปัจจุบันก็ยังมีอะไหล่ขายแต่แพง
ถ้ารถไม่เกิดอุบัติ
เหตุ เสียหายหนักในส่วนที่ไม่ค่อยมีคนใช้ ก็อาจจะมีปัญหาบ้าง
แต่ถ้าเป็นการซ่อมบำรุงทั่วไป น่าจะยังมีของขายอยู่เว้นแต่ราคาแพง
ก็จะใช้วัสดุทั่วไปพวกลูกหมากคันสั่งคันชัก ของเหลวและ
กรองต่างๆ ซึ่งมีจำหน่ายทั้งสิ้นค้า Aftermarket และสินค้า
OEM คงยังมีใช้ได้เหมือนกับรถเบนซ์รุ่นอื่น ๆ

แต่อะไหล่มือสองอาจจะคาดหวังยากแล้วเพราะรถเก่าจากญี ่ปุ่น
ก็เปลี่ยนแปรไปตามความนิยมของญี่ปุ่น ตอนนี้เบนซ์ซีคลาท
OUT ไปนานแล้ว รถหมดตลาดแล้วกระมัง

Last edited by Coffee Cup; 24-12-2018 at 11:00:20 AM.
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 31-12-2018, 11:28:50 PM   #216
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default ผ่าฟรีครัชพัดลมข้างในมีอะไร เบนซ์ ML320

BORKED

ผ่าฟรีครัช/แฟนครัช พัดลมข้างในมีอะไร เบนซ์ ML320
ผมคิดว่าแม้จะไม่ตรงรุ่น แต่ข้างในมันก็คงจะ
เหมือน หรือ คล้าย ๆกัน
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 31-12-2018, 11:33:56 PM   #217
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default อู่ซ่อมรถข้างถนนที่ลาสเวกัสอเมริกา

BORKED

อู่ซ่อมรถข้างถนนที่ ลาสเวกัส อเมริกา
ถ้าเป็นทีี่เมืองไทยบ้านเรา คงต่อเพิ่งยื่นออกไป
หน้าบ้านแล้ว แต่่ที่อเมริกา ทำแบบนั้นไม่ได้
กันแดดร้อนได้แค่เอาเต้นผ้าใบกางเอา
ชั่วคราวแล้วต้องรีบเอาออก เมื่อเสร็จ
ภาระกิจ กางแช่เอาไว้ตลอดไม่ได้ โดน
แน่ๆ

สังเกตุจากคลิป ช่างคนนี้เป็นช่างซ่อมแบบเปลี่ยน
ไม่มีการซ่อมดัดแปลงแบบช่างไทย ตย.ในคลิป
ลูกปืนไดชาร์จดัง เป็นช่างไทยก็เปลี่ยนลูกปืนกับ
แปรงถ่าน ก็จบ ถูก ๆม่แพง ในคลิปเปลี่ยนตรงรุ่น
มันก็ต้องแพง เป็นธรรมดา เครื่องมือที่ช่างใช้ในคลิป
ยี่ห้อ Snap On จัดว่าเป็นเครื่องมือชั้นดีของ USA
ทีเดียว อุปกรณ์การซ่อมครบครับทีเดียว มีเครื่อง
ตรวจวิเคราะห์ด้วยคอมพิวเตอร์อีกตะหาก


BORKED

จุดที่น่าสนใจของวีดีโอคลิปซ่อมรถชุดนี้คือชายในคลิป
มีลูกเล็ก ๆ 2 คนชายหญิง เค้าสอนลูกชาย/ลูกสาวเล็กๆของเค้า
ให้เรียนรู้การซ่อมรถตั้งแต่เด็กๆ on the job training
และจากวิดีโอ มองเห็น
ว่าเด็กชาย/เด็กหญิงสองคนนี้สนใจการซ่อมรถซะด้วย เชื่อว่ากว่าจะโต
เป็นหนุ่ม/สาว เด็กคนนี้จะเป็นช่างซ่อมรถที่ดีตามอย่างพ่อของ
เขาเป็นแน่แท้ ไม่เคยเห็นการสอนลูกลักษณะนี้จากช่างไทย
ในภาพเป็น garage หรือโรงจอดรถที่บ้านเดี่ยวทุกหลัง
ในอเมริกาจะต้องมี แต่เค้าวางเครื่องมือเต็มหมดทำให้
ไม่สามารถจอดรถ หรือซ่อมรถในโรงจอดรถได้ ต้องมาซ่อม
หน้าบ้าน แต่ตามกฏหมายเค้าไม่สามารถมาซ่อมรถบนถนน
ได้ ต่างกับบ้านเรา ไม่ได้ชื่นชมอะไรเป็นพิเศษ แต่แค่อยาก
จะมาบอกว่าคนเราอยู่ที่ความคิด และ วิธีคิด ไม่ได้ต่างกัน
ที่รูปร่างหน้าตาหรือความรวยความจนอะไร อยู่ทีี่วิธีคิด
ล้วน ๆ จริงๆ

BORKED


ดูเล่นเพลิน ๆ สำหรับคนชอบ DIY

Last edited by Coffee Cup; 01-01-2019 at 06:49:11 PM.
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 01-01-2019, 11:57:22 AM   #218
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default สวัสดีปีใหม่ 2562/2019 มิตรสหายทุกท่านใน Bon ครับ



สวัสดีปีใหม่ 2562/2019 มิตรสหายทุกท่านใน Bon ครับ
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 03-01-2019, 10:40:09 AM   #219
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default

BORKED
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 03-01-2019, 05:49:50 PM   #220
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default ปั้มลมตัวเล็ก ๆ




ประมาณ 15 ถึง 20 ปีแล้วผมซื้อปั้มลมเล็ก ๆ ตัวหนึ่งเอาไว้
เป่าลมตอนซ่อมรถ กะ เติมลมรถอะไรประมาณนั้น จริงๆ ผมอยาก
ได้ปั้มลมตัวใหญ่ๆ แต่เหตุผลที่ซื้อปั้มลมตัวเล็กขนาดประมาณ 40
ลิตรตัวนี้มาก็เพราะมันใส่รถของผมกลับบ้านได้เท่านั้ น แต่ซื้อมาแล้ว
ก็ใช้ได้พอสมควร แต่ตอนหลังใจใหญ่ซื้อบล๊อคลมมาใช้มันใช้ไม่ได้
เพราะแรงอัดลมไม่พอ ได้แต่ใช้สำหรับคลายน๊อตเมื่อขันออกแล้ว
เท่านั้น ก็ยังดี ถ้าเป็นตอนนี้ซืื้อคงซื้อถังลมใหญ่ๆ เป็น 100 ลิตร




เมื่อ 2 ปีที่แล้วปั้มลมมันรั่ว ก็เอาปะแจขันเข้าไป ขันจนแฟร ที่
บานไว้ขาด ลมรั่วทำไงก็ไม่หายรั่ว ไปตะเวณหาซื้อท่อทองแดงนี้
ตามร้านขายอะไหล่ปั้มลมเค้าบอกไม่มีขาย มันเก่ามากแล้ว
ในที่สุดคิดขึ้นได้ ไปร้านซ่อมแอร์ เรื่องก็จบเรียบร้อย ตัดปาก
ทิ้งบานใหม่ก็หมดเรื่อง แต่เอามาแล้วมันก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี
เพราะมอเตอร์หมุนปั้มเป็น หลายสิบนาที ลมก็ไม่เต็มสักที
หาจุดเสียไม่เจอะ ก็เลยทอดทิ้งไป ไปเติมลมยางตามปั้มเอา
เกือบจะขายรถซื้อของเก่าแล้ว แต่เค้าให้ กิโลละ 7 บาท
ก็เลยไม่ได้ขาย วางเกะกะโรงจอดรถอยู่เกือบ 2 ปี



เมื่อ 2-3 วันนี้มีความจำเป็นต้องใช้เติมลมรถจักรยานที่ซ่อมเสร ็จ
ทำไงได้ต้องหันมาลองซ่อมดูอีกรอบ คราวนี้ไม่รู้คิดยังไง พิจารณาว่า
ทำไมลมไม่เข้า ทางลมเข้ามันยังไงกันแน่ ในที่สุดแวปหนึ่ง
คิดมาพิจารณาหม้อกรองอากาศของปั้ม มันมีรูเล็ก ๆ 4 รูนี้
มันคือรูอะไร ลองแกะออกมาดู(ไม่เคยแกะเลยตั้งแต่ซื้อมา)
ปรากฏว่ามันเป็นรูลมเข้าจริงๆ แต่ไม่รู้ตัวอะไรเอาดินมาอุด
ทั้งหมด 4 รู แค่เอาไขควงทะลวงมันออก ใส่กลับเข้าไป
ก็ใช้ปั้มลมได้ตามปกติ

ก็แค่อยากจะเล่า เพราะบางทีการซ่อมอะไรอาจจะมองข้ามสิ่งเล็กๆ
ทำให้ซ่อมไม่สำเร็จ เหมือนภูเขาบังเส้นผม ถ้าเราเปลี่ยนมุมมอง
เส้นผมก็อาจจะบังภูเขาได้
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 04-01-2019, 05:15:03 PM   #221
harm_c220
 
harm_c220's Avatar
 
Join Date: Jun 2014
Location: bkk
Posts: 1,083
Thanks: 1,494
Thanked 684 Times in 468 Posts
Default

ปั้มลมแค่นี้(ยัดท้ายรถW202)
กำลังมากพอที่จะทำสีรถได้มั่ยครับ?
harm_c220 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 04-01-2019, 06:15:32 PM   #222
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by harm_c220 View Post
ปั้มลมแค่นี้(ยัดท้ายรถW202)
กำลังมากพอที่จะทำสีรถได้มั่ยครับ?
ลมแรงพอใช้กับกาพ่นสีได้ครับ
แต่ต้องปรับเบาๆ
เคยใช้อยู่ครับ
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 10-01-2019, 07:48:22 PM   #223
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default

ผมไม่เคยประทับใจอู่สีรถแถวบ้านผมจริงๆ มีหลายอู่
เป็นอู่เล็ก ๆในซ่อยบ้าน ที่ขับรถผ่าน ทุกวัน
ครั้งล่าสุดเมื่อ อาทิตย์ก่อน ไปจอดรถที่ตลาดแถวๆบ้าน
โดนคนไปตลาดด้วยกันถอยมาโดนกันชนด้านบนอันที่
มีคิ้วโครเมี่ยม เค้าถอยเบาๆ รถค่อยๆ เลื่อน ผมก็เห็น
แต่ผมดับเครื่องอยู่ กดแตร ๆ ก็ไม่ดัง ระบบเบนซ์มันทำ
ไว้ยังงั้น หนีก็หนีไม่ทัน แผลนิดเดียว แต่การเปลี่ยนกันชน
มันต้องเปลี่ยนทั้งอัน จะขอข้ามรายละเอียดเรื่องประกันไปเอาว่า
เคลมประกันได้มา 10,000.-บาท ไปซื้อกันชน(ร้านบอกของ
ไต้หวัน) 6,500.-บาท กับไปติดต่ออู่สีแถวๆบ้าน บอก 3,000.-
บาท ค่าทำสี ก็ยอมรับได้ วันที่ไปวันจันทร์ เถ้าแก่บอก
ได้ครับๆ3 พันพอ 2 วันเสร็จเรียบร้อยวันพุธบ่าย3 เฮียเอารถมาใส่
กันชนใหม่ได้เลย(เอากันชนไปให้เค้าไม่ได้เอารถไว้)
เค้าก็ถอดฝาถังน้ำมัน กะ คิ้วเล็ก ๆ ตรงซุ้มประตูหลังไว้
อันนึง ไอ้เราก็หลงดีใจ จะได้เปลี่ยนกันชนใหม่ซักที
ซ่อมมาหลายรอบแล้ว
สาย ๆ วันพุธขับรถผ่าน อู่ แวะดูซักหน่อยว่าไป
ถึงไหนแล้ว ไม่เจอะเถ้าแก่(เค้าว่าเค้ามีอู่สี 2 อู่ ซ่อมเบนซ์
บีเอ็มมาเยอะ) เจอะแต่ช่างสี 2-3 คน อ้าว เจอะกันชนของเรา
นอนแอ้งแม้งอยู่บนถังน้ำมัน 200 ลิตร เหมือนวันแรกที่เอาไปส่งให้
เลย ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ถามช่างสี ช่างสีบอกว่าไม่รู้
อาทิตย์หน้าได้ทำหรือเปล่า งานทำไม่ทันเพียบเลย ถามว่า
งั้นขอคืนได้ไหม เสมียนโทรหาเถ้าแก่ เถ้าแก่บอกว่าขอโทษ
ลืมไป ว่ามีงานรีบด่วนฯลฯ ถามหาฝาถังน้ำมัน กะคิ้ว ช่างบอก
ส่งไปร้านผสมสีที่ไหนไม่รู้ จะเอามาคืนให้ใน อีก 1 ชั่วโมง
อีก 3 ชม.ต่อมาไปที่อู่ ของยังไม่กลับมา รออีก
พักหนึ่ง เด็กวัยรุ่นในอู่คนหนึ่งขับรถที่ลูกค้าเอาไปซ่อมสี
เข้ามา ที่เราเชื่อว่ารถลูกค้า เพราะที่รถยังมีกระดาษกาวติดอยู่
เพียบเลย แสดงว่าคนในอู่ขับรถลูกค้าไปเอาของมาคืนเรา

จริงๆ ตอนขับรถผ่านอู่นี้เห็นเด็กในอู่ขับรถลูกค้าเอาไปจอด ที่
ริมถนนบ่อยมากที่ถอยรถปรู๊ดปร๊าด ๆ ยังกะเซียนขับรถประจำ
อยู่แล้ว

และการที่อู่เอารถลูกค้าไปขับทำธุระเป็นสิ่งไม่สมควร อย่างยิ่ง
ไม่รู้ว่าเพื่อนๆ เจอะแบบนี้ที่อุ่อื่น ๆ กันบ้างไหม เป็นสิ่งที่
ผมไม่ประทับใจและไม่ชอบการเอารถลูกค้าไปใช้ของอู่สี

ไม่มีอะไร เพียงแต่จะบอกว่า อู่เล็ก ๆ แถวบ้านผมหาที่ดี
จริงๆ ขนาดแนะนำใครไม่ได้จริงๆ ดีแต่พูด ได้ครับๆ 2 วัน
2 อาทิตย์ทำเสร็จเรียบร้อย ฯลฯ เอาจริงๆ ก็ good but speak
ซะเป็นส่วนใหญ่ ถ้ารวมไปถึงตอนเอาเข้าอู่รับปากใช้วัสดุดีสีดีๆ
2K อะไรแบบนั้น เอาเข้าจริง 6 เดือนสีลอกสีเพี้ยนก็เจอะ
เอาไว้มีตังค์เยอะๆ จะลองเข้าอู่สีใหญ่ๆ ดูมั่งเผื่อจะได้ของดีๆ
แต่ก็อีกละนะ กลัวแพงอีก ก็จะต้องเจอะแบบนี้วนไปเรื่อยแหละ
ตราบใดที่วนเวียนกะอู่ข้างถนนแถวบ้านผม
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 11-01-2019, 09:55:58 AM   #224
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,407
Thanks: 377
Thanked 2,584 Times in 971 Posts
Default

เห็นใจพี่ถ้วยกาแฟและทุกท่านที่รักรถครับ ทุกวันนี้งานบริการหาที่ประทับใจยากจริงๆ ผมจึง DIY ซะหลายเรื่อง แต่ก็ต้องลดความคาดหวังลงก่อนนะครับ คิดในใจไว้ว่า ดีกว่าโดนคนอื่นทำให้ช้ำใจ ทำไม่ดีมีเวลาก็ทำใหม่ อย่าสนคำนินทาว่าเราขี้เหนียว คิดในใจว่า"ไม่อยากถูกหลอกโว้ย"
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 11-01-2019, 01:00:56 PM   #225
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default





ภาพถ่ายกาบบนกันชนหลังซ้ายหลังจากโดนปิ๊กอัพถอยมาชน ชนเบาๆ
แต่กันชนเบนซ์ซีคลาสรุ่นนี้กรอบเป็นข้าวเกรียบเป็นรู โหว่ทันที





กันชนเดิมจริง ๆ ก็ซ่อม(ด้วยตนเองแบบบ้านๆ ) มาหลายรอบแล้ว





ผมเคยคิดว่ากันชนของเบนซ์รุ่นนี้ช่วยป้องกันแรงปะทะไ ม่ได้ ผมเข้าใจ
ผิดถนัด กันชนเป็นแค่สิ่งที่เห็น ตัวปะทะจริงๆ คือบั้นท้ายเบนซ์รุ่นนี้
แข็งแรงหนาปึ๊ก ใช้ได้ทีเดียว แต่ต้องมองข้ามพลาสติกออกไปก่อน ตัว
พลาสติกกันชน 20 กว่าปี กรอบเป็นข้าวเกรียบว่าว



อู่แห่งที่สองที่อยู่ใกล้บ้านอีกอู่ที่ผมเข้าไปทำ 3,000.-บาทเหมือนกัน
เจ้าของอู่เป็นชาย(สูงอายุ) อายุรุ่นราวคราวเดียวกับ coffee cup
ทำงานกับลูกน้องเพียง 2 คน อุ่นี้รับปาก 2 วันเหมือนกัน ทำตาม
ที่รับปาก สภาพอู่หน้าตายังงี้ ห้องพ่นสีอบสีอะไรก็ไม่มี ใช้ม่าน
พลาสติกกั้น ๆ ตอนพ่นสีพอเป็นพิธี แต่ฝีมือการพ่นยอมรับว่าสวย

วันนี้ (11 มค.19) เอารถเข้าไปประกอบกลับเสร็จ
สภาพอุ่เป็นแบบนี้ผมก็ไม่ได้หวังอะไรมาก แต่งานที่ออกมาก็รับได้
เว้นแต่การประกอบกลับไม่ค่อยประณีตเท่าไร แต่ก็ยอมรับก่อน
จะได้ไม่บ่นทีลัง





งานที่เสร็จแล้วด้านหลังซ้ายตรงที่โดนถอยมากระแทก สวยงาม
พอสมควร มันเป็นแค่ความสวยงาม ไม่ยืดหยุ่นป้องกันอะไรไม่ได้
ในความเป็นจริง




กลมกลืนพอสมควร ยกเว้นการประกอบไม่เนี๊ยบ แต่ต้องยอมรับเพราะ
ราคาย่อมเยา อยากให้ดีกว่านี้ต้องขยับเอาใหม่ แต่ตอนนี้ยังไม่ว่าง
ที่จะทำปล่อยไปก่อนครับ





กลมกลืนพอสมควร ยกเว้นการประกอบไม่เนี๊ยบ แต่ต้องยอมรับเพราะ
ราคาย่อมเยา อยากให้ดีกว่านี้ต้องขยับเอาใหม่ แต่ตอนนี้ยังไม่ว่าง







ช่องไฟระหว่างตัวถังรถกับกันชนยังห่างไปหน่อย แต่พิจารณาแล้ว
ต้องขยับตัวรับปลายกันชนขึ้นหน่อย เอาไว้ว่าง ๆ จะทำเองครับ
สรุปรวมว่างานพอรับได้ ในราคาไม่แพงมาก ไม่ได้คาดหวังอะไร
มากกับอู่ถูกๆ จ่ายเงินน้อยๆ มาแต่ต้น


ถามเจ้าของอู่ว่าจะอาบน้ำทั้งคันเท่าไร เค้าบอกว่า 18,000.-บาท
(ถ้าหักค่าทำสีกันชนหลังออก 3 พัน จะเหลือ 15,000.-บาท)
คิดทบทวนอยู่พักใหญ่ก็คิดว่ารถมีเอาไว้ใช้ ปล่อยไปก่อนดีกว่า
เงินหายากครับ


ตอนไปซื้อกันชนจากร้านแถวหลังวัดโสม ร้านบอกว่าเป็นกันชน
ไต้หวัน ราคา 6,500.-บาท เป็นพลาสติก 2 ชิิ้นเหมือนของเดิม
ลักษณะพลาสติกก็คงไม่ใช่พลาสติกยืดหยุ่นตัวแบบพลาสติ ก ABS
เหมือนกันชนรถญี่ปุ่น อันนั้นถูกกระแทกนิดหน่อยจะยุบตัวและพองตัว
กลับคืนรูปง่ายเพียงเป่าลมร้อนก็พองตัวกลับคืนรูปเดิ มแล้ว
กันชนที่ซื้อมาใหม่ครั้งนี้ คงกรอบเหมือนเดิม แต่เพียงใหม่กว่าเดิม
ผมกลับมาพิจารณากันชนเก่า ก็เป็น 2 ชั้นเหมือนกัน ชั้นนอกที่
เราอาจจะเรียกว่า กาบที่หุ้มตัวกันชนอยู่ มันเป็นพลาสติก ยืดหยุ่นได้
ดีมากทีเดียว มีแต่รอยขีดข่วน ไม่มีรอยแตกหัก ที่แตกหักเป็นกาบ
ภายใน ที่มีขายึดกันชนกับตัวรถ เวลาซื้อเค้าก็ขายแยกกันเป็น 2 ชิ้น
4,500.-บาท ตัวกันชน และ 2,000.-บาท ตัวกาบนอก ที่มีขาล๊อก
ยึดกับตัวกันชนเท่านั้น
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 11-01-2019, 01:29:08 PM   #226
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Cobra4971 View Post
เห็นใจพี่ถ้วยกาแฟและทุกท่านที่รัก
รถครับ ทุกวันนี้งานบริการหาที่ประทับใจยากจริงๆ ผมจึง DIY ซะหลาย
เรื่อง แต่ก็ต้องลดความคาดหวังลงก่อนนะครับ คิดในใจไว้ว่า ดีกว่าโดน
คนอื่นทำให้ช้ำใจ ทำไม่ดีมีเวลาก็ทำใหม่ อย่าสนคำนินทาว่าเราขี้เหนียว
คิดในใจว่า"ไม่อยากถูกหลอกโว้ย"

ขอบคุณครับ ที่มีความเห็น/แสดงความคิดเห็น/ผมเห็นด้วยครับ

อย่างที่ผมก็เคยออกความคิดเห็นไปแล้วว่า ผมเองชอบงาน DIY
แต่บางคนไม่ต้องทำเองก็ได้ งานสีเป็นงานที่ต้องใช้ความใจเย็นและ
ประสบการณ์สูงพอสมควร ผู้ใช้รถคนใดที่ไม่ใช่ช่างสี แล้วทำสีรถ
ตัวเองได้ ผมชื่นชมมาก ผมเคยซื้ออุปกรณ์พ่นสีพวกปั้มลม กาพ่นสี
ผสมสีมาลองพ่นเอง มันก็ได้อยู่ แต่ไม่เนียนไม่สวยเหมือนมืออาชีพ
เค้าทำครับ ของพรรณยังงี้มันต้องมีครู/ฝึกฝนและใจรัก ผมยินดีด้วยกับ
ท่าน Cobra4971 ที่ทำเองได้หลายอย่างทั้งงานสี และ งานกลไก
ของรถครับ
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 12-01-2019, 10:17:59 PM   #227
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default เสียงประหลาดในรถสิ่งกวนใจคนใช้รถ ถ้าหาต้นเหตุไม่เจอะซักที

เสียงประหลาดในรถ สิ่งกวนใจคนใช้รถมานักต่อนัก
ยิ่งหาต้นเหตุไม่เจอะ ม้นยิ่งค้างคาใจ บางท่านเคยบอกว่า
อยากขายรถทิ้งเพราะเสียงประหลาด ๆ หาไม่เจอะแบบนี้
ก็มี

เมื่อคืนหลังจากซ่อมกันชนท้ายเสร็จแล้ว
มีภาระกิิิจที่ต้องไปทำตั้งแต่บ่ายถึงค่ำ ขับรถกลับบ้านได้ยินเสียง
แปลก ๆ คล้ายอะไรหลวมๆ จะเบรครถ หรือตกหลุมจะได้ยินเสียง
กุกกัก ๆ หลวม ๆ ตลอดทางผิดปกติ จากท้ายรถด้านซ้ายตลอดทาง
ในใจคิดว่าช่วงล่างคงหลวม
มีน๊อตอะไรคลาย หรือช่างขันน๊อตอะไรไม่แน่น แต่คิดอีกที ซ่อมกันชน่
ช่างเค้าไม่ได้ทำอะไรในรถ หรือยุ่งเกี่ยวกะช่วงล่างอะไรเลย


สาย ๆ วันนี้ก็เลย ถอดล้อหลังพิจารณาช่วงล่าง จับเขย่า โยกดู
ตามประสาคนอยู่ไม่สุข ก็พบว่าปกติดีนี่นา แล้วเสียงอะไรมันดังคงต้อง
เอาไปให้อู่ดูต่อไปกระมัง


เมื่อหาไม่พบก็ประกอบล้อกลับ เข้าที่ เปลี่ยนแนวเป็นเช็ดล้าง
ดูดฝุ่นซะหน่อยดีกว่า ฉลองเครื่องดูดฝุ่นมือถือ แม่บ้านเพิ่งซื้อใหม่
ดูด ๆ เช็ด ๆ รถพบว่า เอ๊ะ ทำไมพนักพิงเบาะหลังมันโยกเยกไม่แน่น
เข้าใจแล้วว่าทำไมเมื่อคืนมันมีเสียงดังแปลก ๆ ก็แค่เบาะหลังถูกพับ
เมื่อบ่ายวาน แล้วพลิกกลับพนักพิงเบาะไม่เข้าที่เนื่องจากผลักเบาไ ป
เมื่อเข้าที่แล้วเมื่อเย็นนี้ไปนอกบ้านอีกครั้ง เสียงประหลาดนั้นหายไป
แล้ว ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มักขัดใจคนใช้รถเสมอ ๆ คือเสียงก๊อกแก๊ก
กุกกักที่หาไม่เจอะ หลายคนคงพบกับตัวเองมาแล้วเป็นแต่ กรณีของ
ผมเป็นเรื่องพื้น ๆ แต่ว่างมาก ก็เพียงแต่มาเล่าให้อ่านเท่านั้น
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 13-01-2019, 08:18:11 AM   #228
Cobra4971
 
Join Date: May 2012
Posts: 1,407
Thanks: 377
Thanked 2,584 Times in 971 Posts
Default

มาคุยเป็นเพื่อนครับพี่ถ้วยกาแฟ ผมเจอเสียงก็อกๆทางล้อหลังซ้ายเวลาเจอทางขรุขระ หามาเป็นปีไม่เจอต้นเหตุ มันจะมีเสียงตอนรถวิ่งไปได้ประมาณว่าพวกเพลาหรือเฟือ งท้ายร้อนแล้ว ตอนเช้าๆมันไม่มีเสียง เปลี่ยนหัวเพลาก็ลองแล้ว สุดท้ายคิดว่าเฟืองดอกจอกน่าจะหลวม แต่ก็ยังไม่ได้ทำอะไรมัน

ผมจากบ้านมาเกือบปียังไม่ได้กลับไปสักครั้ง ส่งแต่คนที่บ้านบินกลับไปหาหมอที่ขอนแก่นประมาณ ๓ เดือนต่อครั้ง ทิ้ง 300E แก่ๆ ไว้ที่บ้านนานแล้ว ไม่มีคนใช้ ไม่รู้มันยังขับได้หรือเปล่าครับ
Cobra4971 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 13-01-2019, 12:40:13 PM   #229
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default

เวป BON เป็นเวปที่ก่อตั้งโดยคนรักเบนซ์ ซ่อมเบนซ์เองมั่งไปอู่มั่ง
DIY มั่ง เล่าสู่กันฟังช่วยกันแก้ปัญหาเบนซ์มั่งมาเกิน 10 ปีแล้ว
แต่แรกตั้งลุง 421 และคณะได้ช่วยเหลือเพื่อน ๆ โดยไม่ปริปาก
บ่นทวงบุญคุณ ใคร หรืออวดรู้ อวดฉลาดผลักดันให้ใครมาเชื่อถือ
หรือลุง 421 มีน้ำใจ เขียน Message ให้ผมยืมเครื่องมือเช็ครถ
มิเตอร์ราคาแพงโดยไม่ได้ประกาศในเวปด้วย ผมซาบซึ้งใจทาน
และคนรุ่นแรก ๆ แม้ผมไม่ใช่สมาชิกรุ่นแรก(ที่หายตัวไปเยอะเพราะ
น่าจะรำคาญสมาชิกใหม่บางคนที่อวดรู้ อวดอ้างน่ารำคาญบางคน
ที่อาจจะมีเพียงคนเดียวซะด้วยซ้ำไป)
รวมทั้งคนสมาชิกรุ่นหลังบางคน(หลายคน)มีน้ำใจ
เขียน แมสเส็จ ไปบอกวิธีการหรือแหล่งหาของให้ผมโดยน้ำใจไม่
อวดอ้าง ไม่กระทบแระแทกใคร มีสมาชิกรุ่นแรก ๆ หลายท่านมาก
ที่ให้ความรู้ความเข้าใจผมและเพื่อนสมาชิกโดยไม่คิดถ ึงสิ่งตอบแทน
อะไร ได้อย่างมากที่สุดก็คำขอบคุณ ไม่เคยได้อย่างอื่นเป็นเงินเป็น
ทองอะไร ผมได้น้ำใจจากเพื่อนในเวปนี้อย่างมาก เช่นอะไหล่เก่าใหม่
ต้นไม้ หน่อกล้วย ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน รู้จักกันในเวปนี้ล้วน ๆ ไม่เคย
เจอะตัวจริงซะด้วยซ้ำไป ผมต้องการมิตร ไม่ต้องการศัตรู

สมาชิกใหม่มีเพียง 0-1 ท่าน อวดรู่้ กระทบกระแทกแดกดันเพื่อน
สมาชิกโดยไม่บังควร ท่านอวดตัวว่าท่านช่วยเพื่อน ช่วยก็ช่วยไปสิ
ท่านรู้ได้ยังไงว่าเพื่อนบางคนไม่ช่วย เค้าอาจจะไปถามกันเบาๆ แค่
2 คน ทางไลน์เค้าอาจจะเอารถไปให้ช่วยดูที่บ้าน ก็ได้
ท่านไปกะเค้าด้วยหรือ
ท่านจึงรู้ว่า คนอื่นเค้าไม่เคยช่วยใคร ดีแต่เอารถไปจูน ตจว. เป็น
ร้อยๆ กิโลแล้วก็มาบ่นซ้ำไปซ้ำมาร่ายยาว โดยไม่เคยช่วยเหลือใคร
ท่าน
หาเรื่องคนอื่นทำไม ท่านทำดี ก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องอวดอ้างสรรพคุณ
อันน่าเบื่อหน่ายของท่านก็ได้ ผมไม่ต้องการเป็นศัตรูกับใคร สำหรับ
ผม ผมช่วยใครไม่ต้องมาประกาศในนี้ หลายท่านที่เคยสอบถามผม
หรือได้อะไหล่ไปจากผมได้ต้นไม้ ได้หน่อกล้วย ได้ข้อมูลฯลฯ จากผม
ผมไม่เคยเอามาประกาศ ให้ก็คือให้ ขายก็ ผมทำแล้วผมสบายใจผมก็ทำ
ท่านไม่รู้จักผม ผมไม่รู้จักท่าน แล้วท่านรู้ได้ยังไงว่าผมเป็นคน
เช่นไร ผมเป็นนัก DIY ระดับไหน ช่วยใคร หรือไม่ช่วยใคร
ผมไม่เคยแตะต้องท่าน ท่านมาแขวะผมทำไม ? ท่านมีความสุข
กับการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนแบบนี้เหรอ ?

สำหรับผมถ้าขาย คือขายราคามิตรภาพ เป็นเรื่องปกติ ให้ฟรีแล้วก็ไม่เสียดาย ขายถูก/ให้ฟรี ก็ไม่
เคยมาบ่นรู้งี้.....สมบัติผลัดกันชม

ผมกราบขออภัยสมาชิกท่านอื่นและท่านเวปมาสเตอร์ที่เขี ยนมาระบาย
ความรู้สึกนี้ ตอนที่เพื่อนสมาชิกเค้าแอนตี้สมาชิกท่านนึงนี้ ผมก็ไม่
เคยกระทบอะไรท่าน อยู่เฉยๆ นิ่งๆไป แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านกินของดี
อะไรเข้าไป มากล่าวพาดพิงผม ก็เลยต้องมาเขียนให้รู้สึกหน่อย แต่
ท่านอาจจะอ่านไม่รู้ไม่เข้าใจก็ได้ เพราะท่านก็คงไม่อ่านข้อเขียน
ของผมอยู่แล้ว
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 14-01-2019, 12:57:12 PM   #230
Kris
Moderator
 
Kris's Avatar
 
Join Date: Dec 2005
Location: Cheongju, North Chungcheong
Posts: 12,096
Thanks: 1,499
Thanked 8,946 Times in 3,386 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Coffee Cup View Post
เสียงประหลาดในรถ สิ่งกวนใจคนใช้รถมานักต่อนัก
ยิ่งหาต้นเหตุไม่เจอะ ม้นยิ่งค้างคาใจ บางท่านเคยบอกว่า
อยากขายรถทิ้งเพราะเสียงประหลาด ๆ หาไม่เจอะแบบนี้
ก็มี

เมื่อคืนหลังจากซ่อมกันชนท้ายเสร็จแล้ว
มีภาระกิิิจที่ต้องไปทำตั้งแต่บ่ายถึงค่ำ ขับรถกลับบ้านได้ยินเสียง
แปลก ๆ คล้ายอะไรหลวมๆ จะเบรครถ หรือตกหลุมจะได้ยินเสียง
กุกกัก ๆ หลวม ๆ ตลอดทางผิดปกติ จากท้ายรถด้านซ้ายตลอดทาง
ในใจคิดว่าช่วงล่างคงหลวม
มีน๊อตอะไรคลาย หรือช่างขันน๊อตอะไรไม่แน่น แต่คิดอีกที ซ่อมกันชน่
ช่างเค้าไม่ได้ทำอะไรในรถ หรือยุ่งเกี่ยวกะช่วงล่างอะไรเลย


สาย ๆ วันนี้ก็เลย ถอดล้อหลังพิจารณาช่วงล่าง จับเขย่า โยกดู
ตามประสาคนอยู่ไม่สุข ก็พบว่าปกติดีนี่นา แล้วเสียงอะไรมันดังคงต้อง
เอาไปให้อู่ดูต่อไปกระมัง


เมื่อหาไม่พบก็ประกอบล้อกลับ เข้าที่ เปลี่ยนแนวเป็นเช็ดล้าง
ดูดฝุ่นซะหน่อยดีกว่า ฉลองเครื่องดูดฝุ่นมือถือ แม่บ้านเพิ่งซื้อใหม่
ดูด ๆ เช็ด ๆ รถพบว่า เอ๊ะ ทำไมพนักพิงเบาะหลังมันโยกเยกไม่แน่น
เข้าใจแล้วว่าทำไมเมื่อคืนมันมีเสียงดังแปลก ๆ ก็แค่เบาะหลังถูกพับ
เมื่อบ่ายวาน แล้วพลิกกลับพนักพิงเบาะไม่เข้าที่เนื่องจากผลักเบาไ ป
เมื่อเข้าที่แล้วเมื่อเย็นนี้ไปนอกบ้านอีกครั้ง เสียงประหลาดนั้นหายไป
แล้ว ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มักขัดใจคนใช้รถเสมอ ๆ คือเสียงก๊อกแก๊ก
กุกกักที่หาไม่เจอะ หลายคนคงพบกับตัวเองมาแล้วเป็นแต่ กรณีของ
ผมเป็นเรื่องพื้น ๆ แต่ว่างมาก ก็เพียงแต่มาเล่าให้อ่านเท่านั้น
เรื่องเสียงในรถเก่ามักมีอะไรแปลกๆ ตลกๆ แบบนี้แหละครับ
เช่น พอแก้เสียงนึงหาย, ก็ทำให้เราได้ยินอีกเสียงนึงที่ยังไม่หาย ชัดขึ้นกว่าเดิมซะอีก
__________________
Multi-VALVE DOHC VVC Kompressor Tiptronic ASR SRS ASD ESP ETS BAS SBC 4MATIC คืออะไร ? ... ไม่รู้จัก
Kris is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 14-01-2019, 01:05:49 PM   #231
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Kris View Post
เรื่องเสียงในรถเก่ามักมีอะไรแปลกๆ ตลกๆ แบบนี้แหละครับ
เช่น พอแก้เสียงนึงหาย, ก็ทำให้เราได้ยินอีกเสียงนึงที่ยังไม่หาย ชัดขึ้นกว่าเดิมซะอีก
อารมณ์ขัน ของคุณ Kris
ช่วยทำให้ผมใช้รถเก่าๆ ที่ดังก๊อกแก๊กๆตลอด
ของผมได้อย่างมีความสุขเพิ่มขึ้นครับ
ขอบคุณที่มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ครับ
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 14-01-2019, 01:20:34 PM   #232
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by welovely007 View Post
ขอบคุณพี่ถ้วยกาแฟนะครับ
ผมก็เป็นอีกคนที่ซ่อมตรวจเช็ครถเองในกรณีง่ายๆ
ไม่จำเป็นที่จะต้องซ่อมทุกอย่างเองทุกอย่าง เนื่องจากสถานที่และ
เครื่องมือไม่อำนวย และการซ่อมบางอย่างให้ผู้ชำนาญจัดการจะดีกว่า
แต่ใช้รถมาหลายปีและหมั่นหาความรู้เลยสามารถแนะนำเพื ่อนๆได้ใน
บางกรณีบางอาการเสียที่พอรู้จากประสบการณ์ ถือว่าช่วยๆกันครับ
ก็ได้แต่บอกว่าเอาหูไปนาเอาตาไปไร่จะดีกว่า กะ ปล่อยวาง ครับ
ขออนุญาตย้ายมาตอบในโพสต์ของผมนะครับ

การรู้จักรถของเรามากที่สุด ทำให้ใช้รถได้สะดวกเต็มประสิทธิภาพ
และประหยัดที่สุด เพราะมีอะไรผิดสังเกตุจะเอาไปซ่อมได้ก่อน
ที่จะเสียลุกลามไปใหญ่ แต่ผมยืนยันคำเดิม คือไม่ต้องไป DIY
มันทุกจุดหรอก เอาแค่สนุก ๆ ก็พอ เพราะคนเราชอบและความ
จำเป็นไม่เหมือนกัน แต่เรา(ทุกคน) จำเป็นต้องมีรถใช้รถมันเป็น
สิ่งจำเป็นในชีวิตของคนที่ต้องทำงานไปไหนต่อไหนครับ
จ่ายค่าแท๊กซี่ทุกวันไม่ไหวหรอกแต่รถมันก็มีแก่มีชรา เหมือนเรา
ต้องซ่อมต้องบำรุง ถ้าใช้ลูกเดียว จ่ายหนักกว่าปกติแน่ๆ

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นและเป็นความคิดเห็นที่ดีครับ การปล่อย
วาง คือการปฏิบัติขั้นสูงของการปฏิบัติธรรมครับ ง่าย ๆ แต่ทำยาก
แต่ผมคิดว่าเวลาและการคิดทบทวน จะช่วยให้มีประสบการณ์ชีวิต
มากขึ้น หน่อย

กรณีนี้ ผมจะปล่อยวางครับ
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 22-01-2019, 09:16:03 PM   #233
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Coffee Cup View Post


เก็บสายไฟให้เรียบร้อย


จุดติดตั้งตัวกล้องที่เป็นปีกโลหะ ผมใช้สกรูยึดมือจับเปิดฝากระโปรง
ท้ายรถยึดไว้เพียงจุดเดียว ลองขยับดูแล้วแข็งแรงพอควรเพราะมัน
ตัวเล็กนิดเดียวไม่ต้องใช้แรงยึดมากนัก









ติดกล้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนยึดติดก็ได้ทดสอบการทำงาน
ของกล้องก่อนติดยึดในตำแหน่งของเค้าแล้ว ปรากฏว่า
มันทำงาน แต่ภาพไม่คมชัดเท่าที่อยากได้แต่คิดมาแต่ต้นแล้วทำใจ ได้



ติดยึดเข้าตำแหน่งตรงนี้ เหนือป้ายทะเบียน ยึดด้วยสกรูยึด
มือจับฝากระโปรงท้ายตัวกลาง(น๊อตมียึด 3 ตัว)



ภาพที่ได้จากกล้อง ผ่านจอ TFT 7 นิ้ว ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งของ
สลากอธิบายสินค้าก็คือไม่มีบอกว่าควรจะต่อไฟจากจุดไห น
เขาเพียงแต่บอกว่าสายเส้นสีแดงต่อไฟ +12 V เส้นดำต่อ
กราวนด์ -12V ไม่บอกว่าเส้นสีน้ำเงินต่อจากไหน ต้องไป
ค้นหาจากอินเตอร์เน็ทเอง ว่าเส้นสีน้ำเงินต่อจากสัญญาณ
ไฟถอยหลัง ซึ่งเราต้องหาเองอีกว่า ในปลั๊กไฟท้ายน่ะเส้นไหน
เป็นไฟ +12V จากไฟถอยหลัง แต่สำหรับมืออาชีพเรื่องนี้
อาจจะไม่ยาก แต่สำหรับผมมันยาก แต่ก็หาจนเจอะครับ
ส่วนไฟ +12V ผมแทปเอาจากไฟจุดบุหรี่ (หรือบางคนอาจจะ
แทปเอาจากสายไฟเข้าสวิทช์ปรับกระจกก็น่าจะได้เพราะมั น
กินไฟเพียง 0.5วัตต์เท่านั้น)อยากทราบเหมือนกันว่าจริงๆ
เค้าต้องต่อสายไฟจากตรงไหนกันแน่
ใครทราบบอกด้วยครับ


ภาพที่ได้จากกล้อง(ราคาถูก) แบบนี้ต้องทำใจ เพราะไม่ใสปิ๊ง
เหมือนภาพที่ได้จากกล้องและจอราคาแพง สำหรับท่านที่ใช้จอ
2DIN และประกอบกับกล้องราคาแพงกว่านี้ น่าจะได้ผลที่น่า
พอใจกว่านี้หน่อยครับ สำหรับผมแค่นี้พอใจแล้ว
ลองใช้สักพักก่อน

ผมดีใจกะกล้องถอยหลังราคาชุดละไม่ถึง 1 พันบาท
อยู่ 3 เดือน ก็พบวันนี้ว่าจริงๆ มันห่วยกว่าที่คิดไว้มาก
ทั้งๆที่ก็ทำใจไว้แล้วว่าของ จีนราคาถูกๆ แบบนี้คุณภาพ
มันก็จะหาที่มันคับแก้วจริงๆ มันก็ยาก แต่ตอนต่อเสร็จ
ภาพมันก็ไม่เจ๋งมากซะเท่าไร แต่ก็เรียกว่ามองรู้เรื่อง
ไม่ต้องจินตนาการมากมายอะไร แต่วันนี้พบว่าภาพมัน
เบลอ แบบว่าแย่มาก ๆ กว่าตอนติดใหม่ๆ ตอนแรก
นึกว่ามือเปื้อนสิ่งสกปรกอะไรไปจับหน้ากล้องหรือเปล่ า
ก็ลองไปเช็ดหน้ากล้อง แต่จริงๆมันไม่มีอะไรสกปรก
ไปติด มันเบลอของมันเอง เป็นอันว่าของมันห่วยเกินกว่า
จะทนใช้ต่อไป คงต้องลองหากล้องถูก ๆ อันใหม่อีกต่อไป
ของแพงก็คงจะดี แต่ไม่อยากเสียเงินมาก

สรุปว่าผมยังยืนยันว่าการมีกล้องส่องถอยหลังดีแน่นอน
แต่ถ้ากล้องห่วยขนาดนี้ อย่าไปเอามาติดให้เสียเวลา
ครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาของอะไรดีสมเหตุสมผลกว่านี้
ก็ต้องลองต่อไป
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 27-01-2019, 12:36:15 AM   #234
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default ขอเล่าเรื่องไปหาหมอตา รักษาอาการนัยตาระคายเคืองคนแก่ๆคนหนึ่ง

ขอเล่านอกเรื่องรถสักเรื่อง
คือเรื่องวันนีั้ไปหาหมอตา
รักษาอาการนัยตาระคายเคืองของคนแก่ๆคนหนึ่ง
ที่ใช้รถเบนซ์ซีคลาสเก่า ๆ คนนี้แหละครับ



ผมคิดหรือเข้าใจว่าเพื่อนๆ ของผมจำนวนมากหลายคน ก็คง
คิดเหมือนผม (เรื่องหมอเรื่องโรคที่เป็น) ว่าเราป่วยแล้ว
รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นอะไรแน่แล้ว ก็จะไปหาหมอเฉพาะทาง
ที่ รพ.เฉพาะทาง น่าจะเป็นการไปหาหมอที่ตรงกับโรค
และถูกที่ถูกทางที่สุด อาจจะเป็นการถูกหรือผิด วันนี้ผมมี
ประสบการณ์เรื่องแพทย์เฉพาะทาง มาเล่า เอาเรื่องเดียว
คือเรื่องตา เฉพาะเรื่องตา ที่ไม่ใช่สามีของยาย ก็มีหลายเรื่อง
ถ้าทนอ่านได้ วันนี้ผมจะเล่าเรื่องการระคายเคืองของลูกตา
ของผม ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ผมไปหาหมอแผนกตา
ของ 3 รพ.หมอที่ผมไปพบเป็นจักษุแพทย์ ไม่ใช่หมอประจำบ้าน
หรือหมอทั่ว ๆไป และไม่ใช่หมอพื้นบ้าน
อาการตาระคายเคืองเหมือนผงเข้าตา ตอนแรกผมไป
รพ.เฉพาะทางที่อยู่ใกล้บ้าน ไปประมาณ 3 ครั้ง
เจอะหมอประมาณ 4-5 คน ที่เจอะหมอหลายคน
เพราะผมไม่ระบุแพทย์ ไปครั้งหนึ่ง ก็เจอะหมอใหม่อีกคนหนึ่ง
กับไป รพ.ที่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ว่า
หมอจักษุแพทย์คนนี้มีวิธีรักษาที่หายขาดโดย
ไม่ต้องผ่าตัดกับกินยาเท่านั้น หมอที่ไปพบทุกคน
ก็วัดสายตา /ส่องกล้องลูกตาผม ให้ไปถ่ายรูปตา
วัดความดันตา สแนม่านตา ให้วัดค่าลาน ตา ฯลฯ
เหมือนกันหมดทุก รพ.เราก็มีหน้าที่จ่ายเงินไป
ค่าหาหมอ ครั้งละ 1200-4000บาท รวม ๆ
ก็หลายบาทหมอทุกคนก็วินิฉัยทำนองเดียวกันว่า
เนื่องจากผมชราภาพ ตาก็เป็นทำนองนี้แหละ
ระคายเคืองก็บอกว่าผงเข้าตา ก็เขี่ยผงออกให้
บางหมอบอกเยื่อผิวตา ลอกอาจจะเนื่องจากกิน
ยารักษาโรคอื่นแล้วมีผลถึงตา ผมก็เชื่อทุกครั้งที่ไปหา
กลับมาก็ค่อยยังชั่ว ทุเลาไป ได้ยากิน ยาหยอดตา
น้ำตาเทียมกลับมาจำนวนหนืี่งหลังจ่ายเงินตามจำนวน
ข้างต้น แต่ไม่เคยหายขาด มันก็ทรมารรำคาญตลอดมา
โดยเฉพาะตอนนอนหลับตาไม่ลง คุณภาพชีวิตแย่

ประมาณ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมระคาย
เคืองตามากผิดปกติ เหมือนผงเข้าตาหรือขนตาทิ่ม
ลูกตาหงุดหงิดและทำให้คุณภาพชีวิตแย่มาก นอก
เหนือจากโรคอื่น ๆ ที่เป็นอยู่แล้วตามประสาคนแก่
วันนี้ ไป รพ.รัฐบาลแห่งหนึ่งเป็น รพ.
เก่าแก่ที่สุดของไทยเรานี่แหละ แน่นอน นัดล่วงหน้า
4 เดือนครึ่ง แต่พบกับหมอตาที่ผมรู้สึักว่าเก่งที่สุด
ในประเทศไทย จริงๆโรคตาที่ผมเป็นอยู่หลายโรคมาก
แต่จะเล่าเฉพาะตรงเคืองตาเท่านั้น หมอคนนี้หลังจาก
ส่องกล้องลูกตา ถ่ายรูปม่านตาผมแล้ว บอกว่าเจอะแล้ว
สาเหตุของการเคืองตา จะแก้ให้วันนี้เดี๋ยวนี้เลย
ผมนึกในใจว่าเอาอีกแล้ว เจอะหมอเก่งอีกแล้ว
เหมือนหมอตา 5-6 คนที่ผ่านมาในรอบ 6 เดือนเลย
แต่แล้วความแปลกใจมากสุดขีด ก็เกิดขึ้น
หมอบอกวันนี้จะรักษาให้อาการเดียวคือเคืองนัยตา
มันเกิดจากหินปูนติดที่ผิวตา เดี๋ยวจะเอาออกให้
ว่าแล้วหมอสั่งให้พยาบาลเอายาชาหยอดที่ตา
แล้วให้นั่งหน้ากล้องส่องตาของหมอ มือหนึ่งหมอแหกตาผม
แล้วบอกให้มองบนมองล่างนิ่งๆ อะไรของหมอ
อีกมือหนึ่งถือเข็มมีด้ามจับเหมือนคล้ายๆ เข็มฉีดยา
มาเขี่ยลูกกะตาผม ไม่เกิน ข้างละ 1-2 นาที
ก็เสร็จเรียบร้อย แล้วก็สั่งยาหยอดตา เป็นน้ำ
ตาเทียมแบบเจล(หลอดเหลวข้น) ให้ 1 หลอด
แต่ความรู้สึกของผม เหมือนปิดสวิทช์ไฟ คืออา
การระคายเคืองตา มันหายไปยังกะปลิดทิ้ง หลัง
จากทนรำคาญและเจ็บปวดมาหลายเดือน และ
โดนคนที่บ้านดุว่าอีกว่าทำอะไรไม่ระวังทำให้ผงเข้าตา มั่ง ดู
คอมพิวเตอร์เยอะไปมั่ง แต่จริงๆ มันไม่ใช่เลย จริงๆ
คือตามีหินปูนเกาะเนื่องจากความชรา ฝุ่นเกาะ และ
ล้างตาตอนเช้าไม่สะอาด หมอให้หยอดยาน้ำตาเทียม
และให้ใส่แว่นตากันแดดสีดำเพื่อช่วยยืดอายุตานิดหน่อ ย
สรุปว่าอาการเคืองตาหายยังกับปลิดทิ้ง แต่หมอบอกว่า
อาการนี้อาจจะกลับมาได้อีก ช้าเร็วอยู่ที่การปฏิบัติตัวของ
คนไข้ ถ้าทำตามที่แนะนำ ก็อาจจะนานหน่อย
หมอคนนี้ยังให้กำลังใจเรื่องอื่นๆ ของโรคตาอีก คือผมคิดว่าอายุ
ประมาณ 70 นี่ปล่อยมันไปดีกว่า รักษาไปก็เปลืองตังค์
และมันไม่หายแน่ๆ แต่หมอบอกว่า อายุ 85-90
กว่าเค้ายังรักษากันอยู่ อายุเท่านี้ จะท้อทำไม

ค่ายาค่าหมอที่นี่ไม่แพง เพราะเป็น รพ.ของรัฐบาล
เป็น รพ.ที่เป็นมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ด้วย เชื่อถือได้
เล่ามาเสียยาว ถ้ามีเวลาอ่านแล้วจับประเด็นได้
อาจจะได้ข้อคิดได้ เหมือนกับการซ่อมรถ ไม่ใช่ว่า
เข้าอู่ศูนย์ใหญ่ ๆ ตรงยี่ห้อแล้วจะซ่อมดีเหมือนกันทุกแห่ง
บางแห่งดี บางแห่งเจ๋ง เครื่องมือก็เหมือนกันๆ
ต่างกันแต่ที่ตัวหมอ หรือ ตัวช่าง เพราะตัวหมอ
หรือตัวช่างเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่ประสบการณ์
และองค์ความรู้ เหมือนผมไปหลาย รพ.เฉพาะทาง
ทำไมไม่เคยมีหมอคนไหนบอกผมซักคนว่าผมเป็นหินปูน
เกาะผิวตา เพิ่งเคยได้ยินวันนี้ครั้งแรก และรักษาไม่ยาก
แต่หมออื่นอาจจะฝีมือไม่ดีพอ ไม่กล้าพอที่จะเอาเข็มเขีียตาคนไข้

ผมไปรักษาผิดที่เพราะเข้าใจผิดมาซะตั้งนาน ไปที่นี่ซะตั้งแต่ต้น
ก็หายไปตั้งนานแล้ว แต่ที่ รพ.นี้นัดล่วงหน้าโคตรนานเลยกว่า
จะได้พบแพทย์ แต่ดีกว่า อีก รพ.ใหญ่อีกแห่งแถวสวนลุม ที่นั่น
นัดครั้งแรก ประมาณ 1 ปี พอดีแก่ตายพอดี ผมพาภรรยาไปหา
เจอะคิวแบบนี้ท้อ เลย วันนี้ก็ไปหาหมอ รพ.นี้ด้วยกัน นัด 4 เดือน
กว่า ๆ เหมือนกัน

เนื่องจากผมไป รพ.วันเสาร์ เป็นคลีนิคพิเศษ นอกเวลา
จึงต้องจ่ายค่าหมอ 470.-บาท ค่าเครื่องมือพิเศษ พวก
กล้องส่องต่างๆ 720.-บาท และค่าน้ำตาเทียม 1 หลอด
110.-บาท ถูกกว่าไป รพ.เอกชนที่มีชื่อตรงเฉพาะโรค
แถวบ้าน ที่นั่นค่าหมอ 600.-บาท ค่าเครื่องมือยิบย่อยกว่า
เพราะเค้าคิดเป็นจุด ๆ เช่นค่าถ่ายรูปจอประสาทตา 600.-บาท
ค่าสแกนมา่านตา(จำไม่ได้) ค่าบุคคลากรทางการแพทย์
ค่ายาหยอดขยายม่านตา ฯลฯ
รวม ๆ ก็ราวๆ ไม่ต่ำกว่า 2,000.-บาท ทุกครั้ง ค่ายาเหมือนกัน
ก็บางทีแพงกว่าเป็นเท่าๆตัว หรือหลายเท่าก็เคยเจอะ

แต่ที่ รพ.รัฐบาลที่ไปเมื่อวานนี้ขั้นตอนการตรวจก็เหมือนๆกั น
เพียงแต่ค่าใช้จ่ายไม่จุกจิกยิบย่อยเค้าสรุปค่าแพทย์ 470.-บาท
ค่าเครื่องมือพิเศษเลยครั้งเดียว 720.-บาท
ไม่มีค่าบุคคลากรทางการแพทย์ แต่สิ่งที่ต่างคือขั้นตอนต่างๆ
มากมาย และล่าช้า รวมเวลากว่าจะได้พบแพทย์และจบขั้นตอน
ราว ๆ เกือบ 4 ชั่วโมง ขณะที่ไป รพ.เฉพาะทางของเอกชน
แถวๆ บ้าน ก็ราว ๆไม่เกิน 2 ชั่วโมง

Last edited by Coffee Cup; 27-01-2019 at 08:29:33 AM.
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 29-01-2019, 07:51:52 PM   #235
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default

ช่วงเร็วๆ นี้บอร์ดเวป BON เรา ค่อนข้างเงียบเหงา
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร อาจจะเป็นได้ว่าทุกคนต่างก็ใช้รถ
กันแต่ละคนมานาน รู้ปัญหาหมดแล้ว ก็เลยไม่ต้องมาถาม
หรือไม่ก็เป็นเพราะสมาชิกรุ่นแรก ๆ ไม่มาคุยที่เวปนี้แล้ว
เพราะเปลี่ยนรถไปใช้รถใหม่ๆ ไม่มีปัญหามั่ง ใช้รถญี่ปุ่นใหม่ๆ
ป้ายแดงไปเลยก็น่าจะหลายท่าน จึงไปเป็นสมาชิกเวปใหม่อื่้นๆ

แต่บอร์ดรถฝรั่ง
อื่นบางเวปที่ผมเป็นสมาชิกอยู่ แย่กว่าบอร์ดของเวป BON
มาก ไม่มีการเคลื่อนไหวทุกหัวข้อเป็นเดือนๆ ก็มี
คงเป็นเพราะเค้าไปคุยกันในบอร์ดของ Line
ที่ไปเปิดกลุ่มคุยกันตรง ๆ กันตามอัธยาศัย
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 30-01-2019, 07:55:57 AM   #236
tui_makawan
 
tui_makawan's Avatar
 
Join Date: Jun 2012
Location: Chiangmai/Bangkok
Posts: 549
Thanks: 1,957
Thanked 492 Times in 205 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Coffee Cup View Post
ช่วงเร็วๆ นี้บอร์ดเวป BON เรา ค่อนข้างเงียบเหงา
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร อาจจะเป็นได้ว่าทุกคนต่างก็ใช้รถ
กันแต่ละคนมานาน รู้ปัญหาหมดแล้ว ก็เลยไม่ต้องมาถาม
หรือไม่ก็เป็นเพราะสมาชิกรุ่นแรก ๆ ไม่มาคุยที่เวปนี้แล้ว
เพราะเปลี่ยนรถไปใช้รถใหม่ๆ ไม่มีปัญหามั่ง ใช้รถญี่ปุ่นใหม่ๆ
ป้ายแดงไปเลยก็น่าจะหลายท่าน จึงไปเป็นสมาชิกเวปใหม่อื่้นๆ

แต่บอร์ดรถฝรั่ง
อื่นบางเวปที่ผมเป็นสมาชิกอยู่ แย่กว่าบอร์ดของเวป BON
มาก ไม่มีการเคลื่อนไหวทุกหัวข้อเป็นเดือนๆ ก็มี
คงเป็นเพราะเค้าไปคุยกันในบอร์ดของ Line
ที่ไปเปิดกลุ่มคุยกันตรง ๆ กันตามอัธยาศัย

นี่ขนาดที่รถไฟฟ้ายังไม่ฮิตเต็มที่นะครับ
ถ้ารถไฟฟ้าวิ่งกันเต็มถนน รถน้ำมันที่ใช้งานประจำวันคงหายไป
อาจจะมีแต่เบนซ์รุ่นเก่าๆจอดเก็บไว้ให้ลูกหลานเล่น
หรือเอาไว้เล่าเป็นตำนานให้ลูกหลานได้ฟังกัน..

DIY หัวข้อฮิตที่จะเกิดขึ้น
คงไปแนวเดียวกับกลุ่มที่เล่นรถบังคับวิทยุในปัจจุบัน
เรื่องของแบตเตอรี่ การชาร์จ มอเตอร์ กล่องควบคุม ฯลฯ
ทำนองนี้กระมังครับ.
tui_makawan is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 30-01-2019, 10:28:22 AM   #237
Niroj3536
 
Join Date: Oct 2012
Location: Hometown : Sukhothai Family Home : Korat
Posts: 1,101
Thanks: 4,254
Thanked 719 Times in 393 Posts
Default

ผมเป็นผู้หนึ่งที่ติดตาม BON มายาวนานหลายปีแล้ว จึงพอจะได้เห็นความเป็นไปและความเปลี่ยนแปลงในหลายเร ื่องราวครับ สำหรับที่เป็นผลให้มีกระทู้ปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาสอบถามหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกันน้อยลงไปมาก ส่วนหนึ่งคือการมีเฟสคลับ หรือกลุ่มไลน์ เป็นทางเลือกสำหรับรถเฉพาะยี่ห้อหรือเฉพาะรุ่น การสอบถามหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลจึงไปอยู่ทางจุดนั้นมา กขึ้นแทนที่จะใช้เวที BON เช่นเดิมๆ ครับ อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมในฐานะที่เข้ามาเป็นสมาชิก BON มานานแม้ไม่ใช่รุ่นแรกๆ ก็ตามทีครับ ขอวิพากษ์ว่าอีกเหตุผลหนึ่งที่คงไม่อาจผ่านเลยไปได้เ ลยคือประเด็นที่เราเหล่าสาวก BON ทราบกันดีว่ามีประเด็นต้องสูญเสียบรรยากาศแห่งความเป ็นมิตรชิดใกล้ไปมากครับ ผมเองยังคงเข้ามาเยี่ยมเยียน BON แทบจะทุกวันก็ดูโน่นดูนี่อยู่ตลอดแม้จะพบว่าบางวันไม ่มีอะไรใหม่เลยครับ และขอภาวนาให้ประเด็นที่สูญเสียไปหลุดพ้นไปจาก BON เสียทีเถอะครับพี่ๆ น้องๆ ที่รักทุกท่าน
Niroj3536 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 30-01-2019, 12:10:13 PM   #238
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Niroj3536 View Post
ผมเป็นผู้หนึ่งที่ติดตาม BON มายาวนานหลายปีแล้ว จึงพอจะได้เห็นความเป็นไปและความเปลี่ยนแปลงในหลายเร ื่องราวครับ สำหรับที่เป็นผลให้มีกระทู้ปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาสอบถามหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกันน้อยลงไปมาก ส่วนหนึ่งคือการมีเฟสคลับ หรือกลุ่มไลน์ เป็นทางเลือกสำหรับรถเฉพาะยี่ห้อหรือเฉพาะรุ่น การสอบถามหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลจึงไปอยู่ทางจุดนั้นมา กขึ้นแทนที่จะใช้เวที BON เช่นเดิมๆ ครับ อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมในฐานะที่เข้ามาเป็นสมาชิก BON มานานแม้ไม่ใช่รุ่นแรกๆ ก็ตามทีครับ ขอวิพากษ์ว่าอีกเหตุผลหนึ่งที่คงไม่อาจผ่านเลยไปได้เ ลยคือประเด็นที่เราเหล่าสาวก BON ทราบกันดีว่ามีประเด็นต้องสูญเสียบรรยากาศแห่งความเป ็นมิตรชิดใกล้ไปมากครับ ผมเองยังคงเข้ามาเยี่ยมเยียน BON แทบจะทุกวันก็ดูโน่นดูนี่อยู่ตลอดแม้จะพบว่าบางวันไม ่มีอะไรใหม่เลยครับ และขอภาวนาให้ประเด็นที่สูญเสียไปหลุดพ้นไปจาก BON เสียทีเถอะครับพี่ๆ น้องๆ ที่รักทุกท่าน
ถ้าอยู่บ้าน(แม้แต่บางวันไม่อยู่บ้าน) ก็เข้ามาดูเวป BON ทุกๆวัน
เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ถ้ามีใครมาถามเรื่อง W202 C220 ที่ผม
เคยพบปัญหามาก่อนพอรู้บ้าง ผมมักเข้ามาตอบ
ผมจะไม่ตอบในสิ่งที่ผม
ไม่รู้ หรือไม่ได้ประสบมากับตนเองหรือเป็นเรื่องเฉพาะรุ่น
ที่ไม่เคยประสบ ไม่เคยใช้งาน

บางทีก็รู้ตัวเหมือนกันว่าตอบยาวเยิ่นเย้อ
จน(บางคนเค้า)อาจจะน่ารำคาญ ก็ขออภัย
จุดที่อยากจะบอกเพื่อเค้าจะได้มองจุดปัญหาที่ผมเคยพบ มาก่อน
แต่อาจจะใช่หรือไม่ใช่ ก็เป็นได้ เพราะผลของปัญหา ต้นเหตุไม่ใช่
จะเหมือนเดิมทุกครั้ง แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่ จะสามารถตีวงปัญหาให้
แคบเข้ามาได้ ผมเชื่อว่าคนใช้รถมีสติปัญญาทุกคน ที่จะคิดวิเคราะห์
และแยกแยะได้ ไม่ใช่ว่าต้องเชื่อที่ผมบอกเล่าทุกคำตอบ แต่
สิ่งหนึ่งที่สมาชิก ไม่ควรทำกับเพื่อนสมาชิกอื่น คือดูถูก แขวะ
แดกดัน ยกตนข่มท่าน ประเภทเรื่องแค่นี้ทำไมคุณไม่รู้
ทำไมผมบอกแล้วคกุณไม่เชื่อ ฯลฯ ถ้า
มีสติอยู่กับตัว คนทั่วไปก็จะไม่มีใคร เค้าทำเช่นนั้น
ถ้าใครทำเช่นว่านั้น ถ้ามีคนที่เค้าเกรงใจ ตักเตือนให้ได้คิด
เค้าก็คงไม่ทำ
เพราะคนที่ทำให้บรรยากาศเสีย เค้าไม่รู้ตัว
เพราะว่าเค้าคิดว่าเค้าเท่ห์ สุด ๆ แล้ว ทำดีที่สุดแล้วคนอื่น
ทำไม่ดีเท่าเค้า แต่เค้าคงลืมเรื่องสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นไป
ถ้าไม่มีใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือปล่อยให้เค้าโดดเดี่ ยว บางทีอาจจะ
ทำให้เค้าได้คิดเรื่องการอยู่ร่วมกันได้


ขออภัยอีกครั้งครับที่เขียนมายืดยาว
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 03-02-2019, 03:51:56 PM   #239
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,175
Thanks: 3,375
Thanked 9,138 Times in 2,548 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by Cobra4971 View Post
มาคุยเป็นเพื่อนครับพี่ถ้วยกาแฟ
ผมเจอเสียงก็อกๆทางล้อหลังซ้ายเวลาเจอทางขรุขระ
หามาเป็นปีไม่เจอต้นเหตุ มันจะมีเสียงตอนรถวิ่งไปได้ประมาณ
ว่าพวกเพลาหรือเฟืองท้ายร้อนแล้ว ตอนเช้าๆมันไม่มีเสียง
เปลี่ยนหัวเพลาก็ลองแล้ว สุดท้ายคิดว่าเฟืองดอกจอกน่าจะหลวม
แต่ก็ยังไม่ได้ทำอะไรมัน

ผมจากบ้านมาเกือบปียังไม่ได้กลับไปสักครั้ง
ส่งแต่คนที่บ้านบินกลับไปหาหมอที่ขอนแก่นประมาณ ๓
เดือนต่อครั้ง ทิ้ง 300E แก่ๆ ไว้ที่บ้านนานแล้ว ไม่มีคนใช้
ไม่รู้มันยังขับได้หรือเปล่าครับ


การทิ้งรถแก่ๆ ไว้ที่บ้านอาจจะเกิดความเสี่ยงบางอย่าง ผมก็เคยทิ้งไว้
เหมือนกันด้วยความจำเป็น ผมขอเอาใจช่วยละกัน
เรื่องความจำเป็นต้องทิ้งรถไม่ได้ใช้ไม่ได้สตาร์ท
ก็เรื่องมันจำเป็นไม่มีใครทำให้ ก็ต้องปล่อยไว้งั้น
ทำไงได้

1.ผมเลี้ยงหมาไทยไว้ 2 ตัว เมื่อผมไม่อยู่มันจะเหงาหรือไงไม่รู้
มันชอบขึ้นไปนอนบนหลังคารถเบนซ์ซีคลาสคันเก่งของผม
ไม่รู้จะทำไงจริงๆ ไม่มีใครมาเฝ้ามันได้ตลอดเวลา กลางคืนมัน
ก็คงเหงาคิดถึงเจ้าของจริงๆ ขึ้นไปนอนบนหลังคารถทุกวันจนรถ
เป็นรอยทำไงได้


2.ทิ้งรถนาน ๆ 2-3 เดือน แบตใหม่แค่ไหนก็เก็บไฟไม่อยู่ เคยครั้ง
หนึ่งที่ผมถอดสายขั้วแบตก่อนไป กลับมาเกือบ 3 เดือนแบตยังมี
ไฟ
แต่หลังจากนั้นใช้งานต่อไม่นาน ก็ไปสวรรค์ ต้องเปลี่ยนใหม่
จนได้


3.หนูเป็นศัตรูร้ายของรถจริงๆ บ้านผมมีหนูหลายตัว เคยกัดสาย
แว๊คคั่มเกียร์ ทำให้ต้องไปให้อู่เปลี่ยน(แค่สายแว๊คคั่มเกียร์)
300.-บาท จริงๆ ผมวิ่งรถออกจากบ้านไปแล้วจึงรู้สึกเพราะมัน
เปลี่ยนเกียร์ กระตุก ถ้ารู้เสียตั้งแต่อยู่ในบ้าน ขาดแค่นี้เอาสายยาง
ต่อเอาก็ได้ไม่เสียตังค์ แต่เข้าอู่ไปแล้วเค้าไม่ยอมทำแบบชุ่ยๆ
เหมือน ที่ผมทำ ก็ต้องจ่ายเค้าไปไม่ต้องต่อรอง แต่ก็เป็นปีแล้ว
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 03-02-2019, 05:09:53 PM   #240
vilart99
 
vilart99's Avatar
 
Join Date: Feb 2006
Location: Bangkae
Posts: 2,229
Thanks: 1,055
Thanked 619 Times in 276 Posts
Default

พี่ถ้วย ร่ายได้เจาะใจผม จริงๆ
โดยเฉพาะประโยคนี้

" ดูถูก แขวะ แดกดัน ยกตนข่มท่าน ประเภทเรื่องแค่นี้ทำไมคุณไม่รู้
ทำไมผมบอกแล้วคกุณไม่เชื่อ "

บางครั้งผมอ่านกระทู้ของ สมช.บางท่าน ทำเอา สะอึก เลยครับ.

นี่เค้ารู้ตัวมั๊ยว่า เขียนอะไรลงไป..!!!!
vilart99 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Reply

Thread Tools Search this Thread
Search this Thread:

Advanced Search
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +7. The time now is 12:25:00 AM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2019, vBulletin Solutions, Inc.