BenzOwner.NET 421 Forever

Go Back   BenzOwner.NET > หมวดทั่วไป > บาร์เบียร์

Reply
 
Thread Tools Search this Thread Display Modes
Old 09-02-2019, 11:18:35 AM   #31
se278
 
Join Date: Sep 2011
Location: ขอนแก่น
Posts: 1,955
Thanks: 474
Thanked 2,384 Times in 1,004 Posts
Default

ในความเห็นส่วนตัว รถไฟฟ้าน่าจะแจ้งเกิดในตลาดบนก่อนตลาดล่าง
เพราะคนอย่างเราๆมักจะไม่ค่อยกล้าเปลี่ยนกล้าลอง
เพราะเงินทองหาได้ไม่ง่าย

ความกลัวเรื่องรถไฟฟ้ามีสาระพัด เมื่อวันก่อนนั่งจิบเบียร์คุยกับเพื่อน
มันกลัวแบตหมดกลางทางจะหิ้วแกลอนไปหาซื้อแบบน้ำมันก็ ไม่ได้
คงต้องใช้วิธีขอ"พ่วงแบต"จากรถที่วิ่งผ่านไปมา
ผมเลยเทียบให้ดูอย่างรถใช้แกสเพียว ก็ประมาณเดียวกัน
พอน้ำลายเริ่มแตกฟองก็แตกประเด็นออกไปว่า
บ้านเราเป็นเมืองร้อนต้องเปิดแอร์ตลอด กลัวไฟหมด
ผมก็ตะแบงตอบไปว่ารถเขามีมาตรวัดระดับแบตเตอรี่
เข้าใจว่าถ้าวิกฤติจริงๆ ระบบคงจะเริ่มปิดอุปกรณ์บางอย่าง
ที่ไม่เกี่ยวกับความปลอดภัยเพื่อประคองให้รถวิ่งไปได ้สักระยะหนึ่ง
คงไม่สร้างมาแบบใจจืดใจดำ หมดกันปุ้บปั้บ

และก็มาลงที่ราคาแบตเตอรี่ โดยยกเอานิยายเรื่องเดิมคือแคมรี่ไฮบริจ
ที่เล่าลือกันว่าแพงมาก อันนี้นับเป็นจุดอ่อนที่สุดของรถ EV
แต่อย่างที่ผมเกริ่นไว้ที่กระทู้แรกๆ ถ้าผู้ผลิตรถ EV หันมาใช้มาตรฐานแบตอย่างเดียวกัน
ขนาดเท่ากันต่างกันแค่ความจุไฟฟ้า ใช้หมุนเปลี่ยนกันเหมือนถังแกสหุงต้ม
ปัญหานี้น่าจะหมดไป
แต่ก็อย่างว่า ใครก็อยากเป็นเจ้าของมาตรฐาน เพราะจะได้เก็บกินค่าลิขสิทธิ์
จึงคุยกันไม่ลงตัวสักที

ที่จริงเรามีองค์การสหประชาชาติ ทำไมไปพูดคุยกันเรื่องไร้สาระ เรื่องรบราฆ่าฟันกัน
ทำไมไม่คุยกันเรื่องนี้บ้าง
นายกไทยคนใหม่ช่วยนำเสนอต่อที่ประชุม UN ด้วยเด้อครับ
se278 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 09-02-2019, 01:29:50 PM   #32
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,312
Thanks: 3,545
Thanked 9,312 Times in 2,633 Posts
Default

เท่าที่ผมเคยอ่าน ๆ ผ่าน ๆ มา ว่าผู้ออกแบบเค้าเคลมว่า
รถไฟฟ้ามันไม่ใช่รถยนต์ที่มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ประกอ บ
แต่มันเป็นคอมพิวเตอร์ทีี่มีล้อและอุปกรณ์รถยนต์เป็น ส่วนประกอบ
มันจึงเป็นอะไรที่เค้าออกแบบคำนวณมาประกอบครบครัน
ด้วยฮาร์ดแวร์ คือ ตัวรถยนต์และมอเตอร์
และซอฟแวร์ คืออุปกรณ์ควบคุมการทำให้
ฮาร์ดแวร์เคลื่อนที่ไปได้ ระบบนำทางจึงไม่ต้อง
น่ากลัวว่ามันจะพาไปหมดแบตหมดทางไปหยุดกลางทาง
เพราะมันคงมีระบบสำรองเหมือนน้ำมันสำรองเหลือ
ในถังเบนซินอีก 7 ลิตร มันจะเตือนเป็นระยะๆ
ว่าวิ่งรถอีกได้เท่าไร ห่างสถานีเติมชาร์จอีกเท่าไร
วิ่งไปพอไหม ถ้าไม่พอจะมีระบบสำรองยังไง
คิดว่าเค้าคงคิดคำนวณคาดการณ์เรื่องเหล่านี้
มาพร้อมสรรพ์

ผมเคยดูในยูทูป ว่าเค้าเปลี่ยนแบตรถไฮฺบริดจ์รถเค้าเอง
มีแบตเปลี่ยนซื้อจากท้องตลาด(เข้าใจว่าเป็นในอเมริกา )
ผมก็เชื่อว่า สักวันหนึ่ง คนใช้รถแบบเราๆ นี่แหละที่ใช้รถEV
ก็คงเปลี่ยนแบตรถของตัวเองได้ เหมือนที่พวกเราซ่อมรถ
ของเราเองตอนนี้แหละครับ และผมเชื่อว่าวันที่ว่านี้จะมาถึง
ในเวลาอันสั้น 5 ปี 10 ปีนี้แหละครับ อะไรที่มีคนต้องการ
ก็ต้องมีคนทำขายเพื่อล้วงเอาตังค์จากกระเป๋าของเราทุ กๆ
ทางที่เค้าจะสามารถล้วงเอาได้ เจ้าใหญ่ก็ขายตัวรถไป
เจ้าเล็กเจ้าน้อยก็ทำอะไหล่รถขายผู้ใช้เหมือนที่เวปจ ีน
อาลีบา ๆ /ชอปปี้/ลาซาด้า ฯลฯ ทำเวปขายสาระพัดสินค้า
ในราคาเอื้อมถึง จึงไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ครับ ตราบใด
ที่เงินยังเป็นที่ต้องการของคนอยากรวย ต้องหาของมาขาย
ให้คนมีตังค์ซื้อเสมอไปครับ เตรียมตังค์ในกระเป๋าไว้ละกัน
ครับ มันมาแน่ๆ รถไฟฟ้า ตอนนี้มอไซค์ไฟฟ้าไหลบ่า
เข้าไทยหลายยี่ห้อแล้ว
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 13-02-2019, 11:32:00 AM   #33
imag_2000
 
imag_2000's Avatar
 
Join Date: Apr 2007
Location: Rama VII Bridge
Posts: 2,957
Thanks: 1,846
Thanked 2,266 Times in 999 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by se278 View Post
ในความเห็นส่วนตัว รถไฟฟ้าน่าจะแจ้งเกิดในตลาดบนก่อนตลาดล่าง
เพราะคนอย่างเราๆมักจะไม่ค่อยกล้าเปลี่ยนกล้าลอง
เพราะเงินทองหาได้ไม่ง่าย

ความกลัวเรื่องรถไฟฟ้ามีสาระพัด เมื่อวันก่อนนั่งจิบเบียร์คุยกับเพื่อน
มันกลัวแบตหมดกลางทางจะหิ้วแกลอนไปหาซื้อแบบน้ำมันก็ ไม่ได้
คงต้องใช้วิธีขอ"พ่วงแบต"จากรถที่วิ่งผ่านไปมา
ผมเลยเทียบให้ดูอย่างรถใช้แกสเพียว ก็ประมาณเดียวกัน
พอน้ำลายเริ่มแตกฟองก็แตกประเด็นออกไปว่า
บ้านเราเป็นเมืองร้อนต้องเปิดแอร์ตลอด กลัวไฟหมด
ผมก็ตะแบงตอบไปว่ารถเขามีมาตรวัดระดับแบตเตอรี่
เข้าใจว่าถ้าวิกฤติจริงๆ ระบบคงจะเริ่มปิดอุปกรณ์บางอย่าง
ที่ไม่เกี่ยวกับความปลอดภัยเพื่อประคองให้รถวิ่งไปได ้สักระยะหนึ่ง
คงไม่สร้างมาแบบใจจืดใจดำ หมดกันปุ้บปั้บ

และก็มาลงที่ราคาแบตเตอรี่ โดยยกเอานิยายเรื่องเดิมคือแคมรี่ไฮบริจ
ที่เล่าลือกันว่าแพงมาก อันนี้นับเป็นจุดอ่อนที่สุดของรถ EV
แต่อย่างที่ผมเกริ่นไว้ที่กระทู้แรกๆ ถ้าผู้ผลิตรถ EV หันมาใช้มาตรฐานแบตอย่างเดียวกัน
ขนาดเท่ากันต่างกันแค่ความจุไฟฟ้า ใช้หมุนเปลี่ยนกันเหมือนถังแกสหุงต้ม
ปัญหานี้น่าจะหมดไป
แต่ก็อย่างว่า ใครก็อยากเป็นเจ้าของมาตรฐาน เพราะจะได้เก็บกินค่าลิขสิทธิ์
จึงคุยกันไม่ลงตัวสักที

ที่จริงเรามีองค์การสหประชาชาติ ทำไมไปพูดคุยกันเรื่องไร้สาระ เรื่องรบราฆ่าฟันกัน
ทำไมไม่คุยกันเรื่องนี้บ้าง
นายกไทยคนใหม่ช่วยนำเสนอต่อที่ประชุม UN ด้วยเด้อครับ
พี่พูดเรื่องแบตที่เป็นขนาดมาตรฐาน ทำให้ผมนึกถึงเรื่องล้อ
ทุกวันนี้รถยนต์แต่ละค่ายก็ยังอีโก้สูงอยู่
ใช้ล้อไม่ค่อยจะเหมือนกัน 5รู 4รู 6รู แล้วยังค่า et ไม่เท่ากันอีก
ผมว่าเรื่องนี้น่าจะยากครับ ถ้าจะให้ลงตัว
แต่คงได้ประมาณว่าค่ายรถ ญป จะพัฒนามาตรฐานได้เร็วกว่าฝั่งยุโรป
เพราะตอนนี้ nissan mitsu ก็เป็นบริษัทเดียวกันแล้ว
แล้ว mitsu กับ subaru ก็เป็นพันธมิตร กันมานานแล้ว
จะมีก็แค่ โตต้า กับ ฮอนด้า ที่เป็นเอกเทศ

แต่ความเสี่ยงเรื่องการเปลี่ยนแบต เหมือนเปลี่ยนถ่านไฟฉาย
ในความคิดผม เห็นว่ามันน่ากลัวนะครับ
เพราะแบตสำหรับรถ EV ขนาดไม่ใช่เล็กๆ ความจุมหาศาล
ที่ผมกลัวคือ ถ้าแบตที่เราเอามาเปลี่ยนคุณภาพไม่ถึง
เหมือนเรานั่งทับระเบิดเลยนะครับ
imag_2000 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 15-02-2019, 10:05:24 AM   #34
Niroj3536
 
Join Date: Oct 2012
Location: Hometown : Sukhothai Family Home : Korat
Posts: 1,145
Thanks: 4,389
Thanked 774 Times in 422 Posts
Default

รถยนต์แบบไฮบริดที่มีเทคโนโลยี่แบตเตอร์รี่ที่เก็บปร ะจุไฟได้มาก มากจนเพียงพอที่จะวิ่งด้วยมอร์เตอร์ไฟฟ้าได้ครั้งละ 2-300 กม. เครื่ิองยนต์ขนาดเล็กที่ติดตั้งไว้เพียงเพื่อทำหน้าท ี่หมุนเจนเนอเรเตอร์ปั่นเติมประจุไฟเข้าแบตขณะที่รถว ิ่งใช้งาน เมื่อถึงสถานีจ่ายไฟหรือเข้าจอดในบ้านก็ใช้ระบบปลั๊ก อิน ทราบว่ามีรถไฮบริดแบบนี้หลายรุ่นแล้วครับ

สำหรับรถไฮบริดในรูปแบบของมอร์เตอร์ไซด์ เมื่อราวๆ 50 ปี ก่อน พี่ๆ หลายท่านคงเคยสัมผัสจักรยาน + ยนต์ ที่ฮอนด้าใช้ชื่อว่า Little Honda ที่การเดินทางผู้ขับขี่สามารถใช้แรงปั่นในรูปแบบจักร ยานแม่บ้าน หรือสตาร์ทเครื่องยนต์ขนาดเล็กก็ได้ครับ

Last edited by Niroj3536; 15-02-2019 at 10:12:00 AM.
Niroj3536 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 27-04-2019, 08:06:14 PM   #35
se278
 
Join Date: Sep 2011
Location: ขอนแก่น
Posts: 1,955
Thanks: 474
Thanked 2,384 Times in 1,004 Posts
Default

https://www.youtube.com/watch?v=Bdb_-cjZbyo

ดูการแข่ง Formula E ครับ
se278 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 29-04-2019, 09:57:14 PM   #36
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,312
Thanks: 3,545
Thanked 9,312 Times in 2,633 Posts
Default

รถยนต์ไฟฟ้า ซื้อตัวรถมาแล้วใช่ว่าจะจบ
ได้คุยกับคนที่ใช้รถเทสล่า ในชีวิตประจำวันมาประมาณเกือบ 2 ปี
คนหนึ่งที่รู้จักกัน เค้าบอกว่าตัวรถใช้งานได้ปกติประจำวัน แต่ประมาณ
6 เดือน -1 ปี จะมีโปรแกรมออกใหม่่มาเรื่อยๆเพิ่ม ฟังชั่นการใช้งาน
(รถเดิมฟังชั่นใหม่) ยั่วกิเลสออกมาเรื่อยๆ เหมือนโปรแกรมวินโดว์
ออกเวอร์ชั่นใหม่ๆ ทำให้โปรแกรมเดิมๆ เป็นของล้าสมัย เจ้าของ
จะซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้ จะซื้อก็ไม่ต้องไปไหน ดาวน์โหลดที่บ้านได้เลย
แต่ค่าอัพฟังชั่น ครั้งละเป็นหลักพันเหรียญ 1-7 พันเหรียญกันเลยทีเดียว
ถ้าใจนิ่งๆ ก็ไม่ต้องเสียเพิ่ม แต่ใครจะทนได้ รถรุ่นเดียวกันแต่ของ
คนอื่นฟังชั่นเจ๋งกว่า มีตัวรถอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ก็ต้องจ่ายเพิ่ม
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 25-06-2019, 09:50:35 PM   #37
se278
 
Join Date: Sep 2011
Location: ขอนแก่น
Posts: 1,955
Thanks: 474
Thanked 2,384 Times in 1,004 Posts
Default

ล่าสุดรถจีนแบรนด์ผู้ดีวางจำหน่ายรถไฟฟ้าแล้ว และทำให้ผมเพิ่งทราบว่าถ้าชร้าทที่บ้านต้องขอไฟ3เฟส และค่าไฟที่เราใช้ประจุแต่ละครั้งราคาไม่น้อยร่วมๆ30 0บาท ตัวนี้น่าจะเป็นโจทย์ข้อใหญ่ให้วงการรถไฟฟ้าครับ
se278 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 15-07-2020, 12:52:03 PM   #38
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,312
Thanks: 3,545
Thanked 9,312 Times in 2,633 Posts
Default

BORKED
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 15-07-2020, 01:55:02 PM   #39
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,312
Thanks: 3,545
Thanked 9,312 Times in 2,633 Posts
Default

BORKED
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 15-07-2020, 01:59:01 PM   #40
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,312
Thanks: 3,545
Thanked 9,312 Times in 2,633 Posts
Default

BORKED
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 15-07-2020, 02:01:42 PM   #41
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,312
Thanks: 3,545
Thanked 9,312 Times in 2,633 Posts
Default

BORKED
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 06-09-2020, 09:56:19 PM   #42
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,312
Thanks: 3,545
Thanked 9,312 Times in 2,633 Posts
Default

BORKED
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 06-09-2020, 09:57:08 PM   #43
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,312
Thanks: 3,545
Thanked 9,312 Times in 2,633 Posts
Default

https://www.youtube.com/watch?v=qqsr0sL5608
ข้อมูลของรถยนต์ไฮบริด ที่โตโยต้าเปิดเผยให้คุณรู้ลึกกว่าใคร
แล้วคุณจะรู้ว่ารถยนต์ไฮบริด จริงๆ แล้วดูแลได้ ง่ายนิดเดียว
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 06-09-2020, 09:57:39 PM   #44
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,312
Thanks: 3,545
Thanked 9,312 Times in 2,633 Posts
Default

https://www.youtube.com/watch?v=qqsr0sL5608


ข้อมูลของรถยนต์ไฮบริด ที่โตโยต้าเปิดเผยให้คุณรู้ลึกกว่าใคร
แล้วคุณจะรู้ว่ารถยนต์ไฮบริด จริงๆ แล้วดูแลได้ ง่ายนิดเดียว
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 07-09-2020, 11:55:40 AM   #45
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,312
Thanks: 3,545
Thanked 9,312 Times in 2,633 Posts
Default

https://mgronline.com/motoring/detail/9630000089437



ธุรกิจใหม่รับยุค EV แปลงร่างรถคลาสสิกเป็นรถไฟฟ้า
เผยแพร่: 6 ก.ย. 2563 09:22 โดย: ผู้จัดการออนไลน์




อย่างที่ทราบกันดีว่า หลังปี 2020 เป็นต้นไปจะถือเป็นยุคที่รถยนต์ไฟฟ้าเบ่งบาน และปริมาณรถยนต์ประเภทนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยที่มีเรื่องของกฏข้อบังคับและมาตรการของทางภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานไอเสีย หรือการห้ามรถเก่าที่มีมลพิษเข้าในเขตเมืองบางส่วน เข้ามาเป็นตัวเร่งในการเติบโตของตลาด และทำให้เครื่องยนต์สันดาปภายในเริ่มโดนลดบทบาทลง

ในส่วนของรถยนต์ทั่วไปคงไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่อะไร เพราะส่วนใหญ่แล้วรถยนต์พวกนี้ถูกหมุนเวียนและเปลี่ย นไปมาตามวงรอบของการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าเป็นทางที่ถูกเลือกให้บรรดาผู้ซื้อต ้องเดินไป พวกเขาก็จะต้องไปทางนั้น และเมื่อต้องเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ แต่สำหรับพวกรถยนต์สะสมและบรรดารถยนต์คลาสสิกนี่แหละ ตรงนี้คือ ปัญหาใหญ่เอาเรื่อง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไม่ได้ เพราะว่าที่ผ่านมา เราได้เห็นบรรดาบริษัทเกิดใหม่ที่ผุดไอเดียในการแปลง รถยนต์คลาสสิกเหล่านี้ให้หันมาขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าได ้จนกลายเป็นธุรกิจใหม่ขึ้นมา



เคสล่าสุดคือ เรื่องของ Rolls-Royce Silver Cloud ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ขายในช่วงทศวรรษที่ 1950 ที่ถูกดัดแปลงโดยบริษัทที่ชื่อว่า Lunaz ในอังกฤษ ซึ่งบริษัทแห่งนี้ถือเป็นทางออกสำหรับคนที่รักความคล าสสิก แต่ก็ต้องการใช้งานพวกมันด้วย ไม่ใช่จอดโชว์อยู่แต่ในบ้าน

สำหรับ Lunaz เองนั้นก่อตั้งโดย Jon Hilton-Lunaz ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของทีมแข่ง F1 จากค่าย Renault โดยมีเป้าหมายในการมอบหัวใจดวงใหม่ให้กับบรรดารถยนต์ คลาสสิกราคาแพงด้วยการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่มาเป็นก ารขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และมีการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้าไป เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้ในชีวิตประจำวันโดยไม่ ต้องกังวลเรื่องกฎข้อบังคับทางด้านมลพิษของภาครัฐ



แน่นอนว่างานนี้ไม่ใช่แค่ยกเครื่องออกและใส่มอเตอร์ไ ฟฟ้าลงไปใหม่ เพราะต้องถือว่าเป็นงานบูรณะรถยนต์คลาสสิกครั้งใหญ่เ ลย ตัวรถจะต้องถูกรื้อออกและเหมือนกับสร้างขึ้นมาใหม่ เพราะต้องมีการติดตั้งชุดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าทั้งมอเ ตอร์และแบตเตอรี่สำหรับเก็บกระแสไฟฟ้า รวมถึงการปรับปรุงระบบเบรก คันเร่ง และพวงมาลัยให้สัมพันธ์กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้ น นอกจากนั้นตัวรถยังมีทั้งระบบป้องกันการลื่นไถล ระบบครูซ คอนโทรล (Cruise Control) และระบบชาร์จเร็ว รวมถึงระบบนำทางด้วยดาวเทียมและ Wi-Fi ติดตั้งอยู่ในรถ

ผลงานที่เคยทำมาก็เช่น Jaguar XK120 รุ่นปี 1953 ที่มีการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 375 แรงม้า และแบตเตอรี่ขนาด 80kWh หรือกับ Rolls-Royce Phantom V รุ่นปี 1961 ก็ใช้แบตเตอรี่ขนาด 120 kWh และรุ่นล่าสุดที่เพิ่งดัดแปลงไปคือ Silver Cloud รุ่นปี 1956



สำหรับค่าตัวของรถยนต์คลาสสิกแบบพลัง EV นั้นถือว่าไม่ธรรมดา อย่าง Silver Cloud จะมีราคาเริ่มต้นที่ 350,000 ปอนด์ และ Phantom เริ่มต้นที่ 500,000 ปอนด์ ซึ่งในเรื่องของการใช้ก็ไม่ต้องห่วง เพราะว่าอยู่ในพิสัยที่สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำว ัน อย่าง Silver Cloud ที่ใช้แบตเตอรี่ขนาด 120 kWh สามารถแล่นทำระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้งได้ที่ 483 กิโลเมตร

ในตลาดยุโรป ธุรกิจนี้เกิดขึ้นมาสักพักและเราก็ได้เห็นผลงานการดั ดแปลงบรรดารถยนต์คลาสสิกให้สามารถใช้ไฟฟ้ากันหลายต่อ หลายรุ่น แต่ส่วนใหญ่ก็จำกัดแค่รถยนต์ที่มีราคาไม่แพง และเป็นรถยนต์ทั่วไป เพื่อเป็นการลองทดสอบการใช้งานก่อนที่จะเปิดเป็นธุรก ิจอย่างจริงจังสำหรับรองรับกับความต้องการของลูกค้าท ี่รักความคลาสสิก และต้องการใช้งานต่อไป



ทางด้านแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์เองนั้น ก็มองเห็นช่องทางนี้เช่นกัน และที่มีขยับตัวออกมาแล้วคือ Volkswagen ที่พวกเขาดัดแปลง Beetle รุ่นแรกในปี 2019 เพื่อให้สามารถใช้โมดุลชุดใหม่ที่เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าแล ะแพ็คแบตเตอรี่แบบติดตั้งอยู่ที่ด้านท้ายตัวรถ และถ้าทำได้ ลองคิดดูว่าจะสร้างรายได้มหาศาลขนาดไหนกับปริมาณ Volk Beetle ที่ผลิตขายทั่วโลกรวมแล้วมากกว่า 23 ล้านคัน ซึ่งขอแค่ครึ่งเดียวก็เป็นปริมาณที่เยอะจนน่าสนใจจะเ ปิดธุรกิจใหม่แล้ว



ส่วนฝั่งอังกฤษ คือ Aston Martin กับโปรแกรมที่เรียกว่า Heritage EV ที่เปิดตัวต้นแบบมาเมื่อปี 2018 ซึ่งตอนนั้นพวกเขาดัดแปลงรถสปอร์ตเปิดประทุนรุ่น DB6 Mk II Volante รุ่นปี 1970 ให้สามารถใช้ชุดขับเคลื่อนและแพ็คแบตเตอรี่ของระบบที ่จะใช้กับรถยนต์รุ่น Repide E เช่นเดียวกับ Jaguar ที่เคยเปิดตัว e-Type EV ออกมาและถูกใช้ในการเดินทางออกจากงานเลี้ยงหลังพระรา ชพิธีเสกสมรสของเจ้าฟ้าชายเฮนรี่และเมแกน มาร์เคิลเมื่อปี 2018



โดยทั้ง 2 โปรเจ็กต์นี้เกิดขึ้นจากการหาทางออกเพื่อรับมือกับปร ะกาศของรัฐบาลอังกฤษที่จะแบนการใช้เครื่องยนต์สันดาป ภายในในปี 2040 ซึ่งแน่นอนว่ารถยนต์คลาสสิกทั้งหลายจะได้รับผลกระทบแ บบเต็มๆ ถ้ายังคิดที่จะออกมาโลดแล่นบนท้องถนน
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 07-09-2020, 06:44:32 PM   #46
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,312
Thanks: 3,545
Thanked 9,312 Times in 2,633 Posts
Default

BORKED
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 17-10-2020, 12:03:15 PM   #47
se278
 
Join Date: Sep 2011
Location: ขอนแก่น
Posts: 1,955
Thanks: 474
Thanked 2,384 Times in 1,004 Posts
Default

เท่าที่ติดตาม ตอนนี้กระแสรถไฟฟ้าแผ่วลง
ตัวที่แจ้งเกิดคือรถไฮบริจ ซึ่งเมื่อก่อนใช้น้ำมันเป็นหลักใช้ไฟฟ้าเป็นตัวเสริม
แต่ไฮบริจรุ่นใหม่ปรับวิธีคิดคือใช้ไฟฟ้าเป็นหลักใช้ น้ำมันเสริม
โดยเพิ่มความจุของแบตเตอรี่ให้จุมากขึ้น ถังน้ำมันเล็กลง
คือถ้าใช้ในระยะไม่เกิน 100 กม.รถจะใช้ไฟฟ้าล้วน
ซึ่งก็เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วๆไปซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ ไม่เกินระยะนี้ต่อวัน
ข้อเด่นคือขับไกลๆได้แต่ต้องใช้น้ำมัน

ตอนนี้ MG กำลังเปิดตัวรถไฮบริจรุ่นใหม่ ไม่รู้เคาะราคาเท่าไหร่
ถ้าไม่เกินล้านห้า ก็น่าสนใจครับ
se278 is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 17-10-2020, 10:40:52 PM   #48
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,312
Thanks: 3,545
Thanked 9,312 Times in 2,633 Posts
Default

BORKED


BORKED

BORKED
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 27-10-2020, 05:15:24 PM   #49
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,312
Thanks: 3,545
Thanked 9,312 Times in 2,633 Posts
Default

เอ็มจี เปิดตัว MG HS PHEV เคาะราคา 1,359,000 บาท
เผยแพร่: 27 ต.ค. 2563 15:31 โดย: ผู้จัดการออนไลน์


https://mgronline.com/motoring/detail/9630000111347

MG เปิดตัว MG HS PHEV ชูเทคโนโลยี Plug-in Hybrid กำลังสูงสุด 284 แรงม้า แบตเตอรี่ 16.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ไกลถึง 67 กิโลเมตร ระบบความปลอดภัยมาตรฐานสูงมากถึง 25 ระบบ พร้อมทั้ง Advanced Driver Assistance System สนับสนุนช่วยเหลือผู้ขับขี่เทียบเท่าระบบขับเคลื่อนอ ัตโนมัติ (Autonomous) ระดับ 2



บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มรถ SUV และรถยนต์พลังงานทางเลือกในประเทศไทย เปิดตัว NEW MG HS PHEV ชูแนวคิด “REFINEMENT” พร้อมขับเคลื่อนทุกคุณค่าของชีวิต โดยสะท้อนถึงความเหนือระดับ ทั้งความหรูหรา ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และการแนะนำเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้พละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion แบบโมดูล ขนาดใหญ่ 16.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ทำให้สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV Mode) ได้ไกลถึง 67 กิโลเมตร โดยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่โชว์รูม และศูนย์บริการเอ็มจีทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป



NEW MG HS PHEV ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เทอร์โบ ขนาด 1.5ลิตรและมอเตอร์ไฟฟ้า มีกำลังสูงสุด 284 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร แบ่งเป็นจากเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor กำลังสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร

ส่งกำลังด่วยระบบเกียร์แบบ EDU II – 10 Speeds ที่ใช้เวลาเปลี่ยนเกียร์เพียง 0.2 วินาที ตอบสนองได้อย่างทันใจ และเพิ่มความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 ภายในเวลา 7.5 วินาที มาพร้อมรูปแบบการขับขี่ถึง 5 รูปแบบ ได้แก่ โหมด Normal โหมด Eco โหมด EV และโหมด Sport เสริมด้วยปุ่ม Super Sport ที่สามารถเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ แบตเตอรี่แบบ Lithium-ion แบบ 6 โมดูล ขนาดใหญ่ 16.6 kWh สามารถเลือกขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้ไกลสูงสุดถึง 67 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง



นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีในมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Hairpin Design ทำให้มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถดึงสมรรถนะของการส่งกำลังและ ลดอัตราการสูญเสียพลังงานได้ดียิ่งขึ้น พร้อมระบบระบาย ความร้อนแบบ Coolant ซึ่งดีกว่าระบบระบายความร้อนแบบปกติ ทำให้มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเพิ่มความมั่นใจและปลอดภัยในการขับขี่ด้วย แบตเตอรี่ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก AMERICAN UL2580 และผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่น

MG HS PHEV มาพร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่สามารถชาร์จพลังงาน ในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ (Regenerative) โดยเลือกระดับการชาร์จพลังงานกลับได้ถึง 3 ระดับ และด้วยเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ทำให้ NEW MG HS PHEV มีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดอยู่ที่ 65 กิโลเมตรต่อลิตร* และมีการปล่อยค่าไอเสีย หรือคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 36 กรัมต่อกิโลเมตร

*อ้างอิงข้อมูลจาก Eco Sticker



การออกแบบภายนอก MG HS PHEV มีความโดดเด่นทางด้านดีไซน์ที่ยกระดับพื้นฐานมาจากรถ ยนต์ C-SUV ยอดนิยม อย่าง “MG HS” ซึ่งผสานความหรูหราและความสปอร์ตได้อย่างลงตัว มีการใช้เส้นสายตัวถังที่โค้งมน ในรูปแบบ British Shoulder Line กระจังหน้าเอกลักษณ์เฉพาะของเอ็มจีแบบ Stellar Magnetic Field ไฟหน้าแบบ LED Projector พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) ไฟท้าย LED Space Light Field ที่มีความโฉบเฉี่ยวและไฟเลี้ยวแบบ Sequential ที่แสดงผลแบบไล่ระดับ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มเอกลักษณ์ความเป็นรถยนต์ Plug-in Hybrid ด้วยล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่ในสไตล์ Thunder Wing Blade ขนาด 18 นิ้ว



การตกแต่งห้องโดยสารภายในด้วยสี 2-Tone Monaco Blue ใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วย วัสดุ Soft Touch เบาะหนังคู่หน้าแบบ Sport Bucket Seat ตกแต่งด้วยวัสดุ Alcantara เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เพิ่มความเป็นส่วนตัวในห้องโดยสารด้วย NVH Luxury Silence Space เพิ่มฟิล์มกันเสียง และแผ่นซับเสียงภายในห้องโดยสาร ที่จะช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอก พร้อมหลังคาซันรูฟที่เปิดกว้างแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) บนพื้นที่เกือบ 90% ของพื้นที่หลังคา มอบประสบการณ์ใหม่ในการ ขับขี่ด้วยจอแสดงผลอัจฉริยะ Full Virtual Dashboard ขนาด 12 นิ้ว และจอควบคุมกลางแบบทัชกรีนขนาด 10 นิ้ว ระบบเสียง BOSE 8.1 Sound System พร้อมสร้างบรรยากาศและสีสันให้กับ การขับขี่ด้วย Interactive Ambient Light ที่สามารถปรับเฉดสีได้มากถึง 64 เฉดสี



NEW MG HS PHEV ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ด้วยระบบกันสะเทือนของช่วง ล่างแบบ Euro Tuning Suspension เสริมด้วยระบบช่วงล่างหน้าแบบ MacPherson Strut และช่วงล่างหลังแบบ Multi-link ที่มาพร้อมเหล็กกันโคลงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้มั่นใจยิ่งขึ้นเมื่อขับขี่บนทุกสภาพถนน

นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกฝั่ง Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสาร ตอนหลัง กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ระบบกรองอากาศ PM 2.5 ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start และฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้าเพื่อความสะดวกสบายในการใช ้งาน



NEW MG HS PHEV มีการติดตั้งระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ที่ทำให้เอ็มจีเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี การเชื่อมต่อ โดยทำให้ผู้ขับขี่สามารถสื่อสารกับรถเสมือนเป็นหนึ่ง เดียวกัน ด้วยเทคโนโลยี AI ที่สามารถตอบโจทย์ ผู้ขับขี่ด้วย Smart Command ที่สามารถสั่งการระบบผ่านคำสั่งเสียงภาษาไทยหรือควบค ุมการทำงานของระบบต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟน พร้อมยกระดับความสมาร์ทเพื่อความปลอดภัยด้วย Emergency Call ซึ่งเป็นระบบโทรหาคนสำคัญอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉินเมื่ อถุงลมนิรภัยทำงาน Smart Connect เชื่อมต่อโลกออนไลน์อย่างชาญฉลาด สามารถเลือกฟังเพลงได้ทั้งรูปแบบออนไลน์และสตรีมมิ่ง ระบบค้นหาร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว พร้อมนำทางและรายงานการจราจรแบบ Real Time รวมทั้งการอ่านข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้อย่างทันเหตุการณ์ และยังสามารถอัพเกรดระบบได้เองผ่านช่องทางออนไลน์ Smart Check ที่มีระบบ Charging Management ในการตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ การชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่ และการค้นหาสถานีอัดประจุไฟฟ้า รวมถึงการตรวจสอบสถานะรถยนต์และเตือนเมื่อมีสถานะผิด ปกติ สั่งการล็อคหรือปลดล็อคประตูรถ ค้นหารถด้วยระบบ Find My Car และการเข้าถึงบริการ Passion Service ของเอ็มจี ช่วยค้นหาศูนย์บริการ รวมถึงการบันทึกการดูแลรักษารถ ตามระยะ ผ่าน MG Mobile Application



NEW MG HS PHEV มีระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย (Full Space Frame) และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System กว่า 25 ระบบ โดยแบ่งออกเป็นระบบความปลอดภัย เชิงป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุที่ช่วยทั้งเรื่องระบบ เบรก และช่วยรักษาเสถียรภาพในการขับขี่ จำนวน 14 ระบบ และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance System (ADAS) หรือระบบช่วยควบคุมการ ขับขี่ และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ จำนวน 11 ระบบ

สำหรับระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance System (ADAS) ถือเป็นระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ระดับที่ 2 (Partial Automation) โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

กลุ่มระบบที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอ ับสายตา RDA (Rear Drive Assist)
•ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
•ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
•ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
•ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)



กลุ่มระบบเตือนและควบคุมให้รถอยู่ในเลน LAS (Lane Assist System)
•ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
•ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
•ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)

กลุ่มระบบที่ช่วยในการขับขี่ FDA (Front Drive Assist)

•ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
•ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
•ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณ ะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
•ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)



นอกจากนี้ยังเสริมอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับ ถุงลมนิรภัย 6 จุด กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor) และระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer

“NEW MG HS PHEV จะเปิดตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ ในงาน Fast Auto Show Thailand 2020 ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายนนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา และที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีทั้ง 138 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม เป็นต้นไป ทั้งนี้ บริษัทฯ จะทยอยส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิก ายนเป็นต้นไป

สนนราคา NEW MG HS PHEV 1,359,000 บาท
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 27-10-2020, 05:17:06 PM   #50
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,312
Thanks: 3,545
Thanked 9,312 Times in 2,633 Posts
Default

BORKED
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 27-10-2020, 05:18:17 PM   #51
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,312
Thanks: 3,545
Thanked 9,312 Times in 2,633 Posts
Default

ผมแค่สนใจเรื่องรถไฟฟ้าเท่านั้นไม่ได้มีเจตนา
โฆษณาประชาสัมพันธ์รถยนต์ยี่ห้อใด ๆ
เป็นการเฉพาะ

Last edited by Coffee Cup; 27-10-2020 at 05:32:57 PM.
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Old 03-11-2020, 10:15:13 AM   #52
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,312
Thanks: 3,545
Thanked 9,312 Times in 2,633 Posts
Default

ฝีมือล้วนๆ!! วิศวกร ป.4 ด้วยวัย 70 ปี ผลิตรถไฟฟ้าใช้เองเป็นคันที่ 3 แล้ว สามารถใช้ได้จริง

https://mgronline.com/local/detail/9630000113756


างทอง – คุณตาวิศวกร ป.4 วัย 70 ปี ผลิตรถไฟฟ้า4 ล้อ ใช้พลังงาน 2 ระบบ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังจากเครื่องยนต์ ลงทุน 8 หมื่นบาท ทดลองวิ่งทั่วอ่างทองและจังหวัดใกล้เคียง เผยผลิตรถใช้เองเป็นคันที่ 3 แล้วสามารถช่วยลดการใช้น้ำมันได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณท่าเรือทรายหน้าวัดพิจ ารณ์โสภณ หมู่ 10 ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง พบนายวิเชียร เรือนไทย อายุ 70 ปี ที่ใครๆยกให้เป็น วิศวกร ทั้งที่เรียนหนังสือจบแค่ชั้น ป.4 ได้ทำการผลิตรถไฟฟ้า 4ล้อ ใช้พลังงาน 2 ระบบขับขี่ โดยมีพลังงานแสงอาทิตย์จากโซลาร์เซลล์ และพลังจากเครื่องยนต์ที่นำมาติดตั้ง ทดลองวิ่งทั่วจังหวัดอ่างทองและจังหวัดใกล้เคียง



นายวิเชียร เรือนไทย ชาวนครสวรรค์ ปัจจุบัน เป็นคนดูแลเรือโป๊ะลากจูงขนถ่ายสินค้าที่บริเวณตำบลโ ผงเผง เล่าให้ฟังว่า ได้ทำการประดิษฐ์คิดค้นหาความรู้จากการลองผิดลองถูกด ้วยตนเอง และหาหนังสือมาอ่านหาความรู้เพิ่มเติม โดยที่ผ่านมา ได้ผลิตจักรยานใช้พลังงาน3 ระบบ เป็นคันแรกในชีวิต ต่อมา ทำการผลิตรถสามล้อ ลงทุนไป 3 หมื่นบาท ใช้งานได้จริงพร้อมทำการขับขี่เดินทางท่องเที่ยวทั่ว ไป

โดยมีความชื่นชอบในการประดิษฐ์คิดค้น ที่ผ่านมา ได้ทำการผลิตรถจักรยานยนต์ใช้พลังงาน 3 อย่างมาแล้ว ต่อมาได้ต่อยอดและทำการผลิตรถสามล้อใช้พลังงานไฟฟ้า และในครั้งนี้ได้ผลิต รถ4ล้อขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และเครื่องยนต์เป็นการใช้แบบ2ระบบ ลงทุนไป 8 หมื่นบาท ซื้ออุปกรณ์ต่างๆ มาทำการประกอบเชื่อมต่อ



โดยใช้ ล้อรถจักรยานยนต์ 4 ล้อ เครื่องยนต์จากรถจักรยานยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอร์รี่ และแพงโซล่าเซลมาประกอบเป็นรถไฟฟ้า หากแบตเตอร์รี่หมดก็ใช้เชื้อเพลิงต่อได้ทันที และการชาร์ตแบตเตอรี่ต่อไปคือ พลังงานงานแสงอาทิตย์ต่อกับมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้รถสามล้อวิ่งได้เป็นระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร หากพลังงานแสงอาทิตย์หมดลง ก็ใช้เครื่องยนต์ต่อได้ตามความพอใจ

ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจ ตาวิเชียร วิศวกรชั้น ป.4 ที่ ซึ่งรถคันดังกล่าวสามารถบรรทุกผู้โดยสาร และวิ่งได้ไกลหลายจังหวัด โดยใช้พลังงานงานแสงอาทิตย์ต่อกับระบบแบตเตอร์รี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์ ขณะที่ใช้งาน ก็จะมีมอเตอร์ช่วยชาร์จไฟฟ้าเข้าไปในระบบเพื่อเก็บไฟ ฟ้าในแบตเตอร์รี่ แม้จะต้องยังใช้น้ำมันอยู่ แต่ด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ และแบตเตอรี่ไฟฟ้า ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้เป็นจำนวนมาก แม้จะไม่มีแสงแดด ให้ผลิตไฟฟ้าเข้าแบตเตอร์รี่ ไปจ่ายกำลังให้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน เพื่อเป็นพลังงานทางเลือกที่สะอาด ปลอดมลพิษ ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันอีกต่อไป
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 07-11-2020, 12:27:48 AM   #53
Coffee Cup
 
Coffee Cup's Avatar
 
Join Date: Mar 2009
Posts: 4,312
Thanks: 3,545
Thanked 9,312 Times in 2,633 Posts
Default

BORKED
Coffee Cup is offline   Reply With Quote
Reply

Thread Tools Search this Thread
Search this Thread:

Advanced Search
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +7. The time now is 05:21:55 PM.


Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2020, vBulletin Solutions, Inc.