Go Back   BenzOwner.NET > หมวดทั่วไป > สนทนาปัญหารถ

Reply
 
Thread Tools Search this Thread Display Modes
Old 20-03-2016, 08:32:27 PM   #271
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 333
Thanks: 177
Thanked 916 Times in 252 Posts
Default Headlight switch bulb

เสริมนิดนึงครับ ตรงปลายสวิทช์จะมีหลอดไฟอยู่ ไฟนี้จะติดก็ต่อเมื่อเราดึงออกมาสองสเตป

สเตปแรกสำหรับตัดหมอกหน้า สเตปสองตัดหมอกหลัง เพื่อเป็นการแจ้งการทำงานของไฟ

ตัดหมอกหลังครับ ฉนั้น เปลี่ยนสวิทช์อย่าลืมใส่หลอดด้วยนะครับ

LeMans24 is online now   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 06-04-2016, 04:54:42 PM   #272
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 333
Thanks: 177
Thanked 916 Times in 252 Posts
Default Low oil pressure

สองสามวันที่ผ่านมานี้มีอาการแปลกๆ คืออยู่ดีๆแรงดันน้ำมันเครื่องมันแกว่งๆ และลงมาถึงศูนย์

เอาหล่ะ งานเข้าอีกแล้ว เลยต้องตั้งสติกันซะหน่อย แล้วจอดทิ้งรถไว้ซักคืน แล้วค่อยสังเกตอาการ

ผลที่ได้คือ แรงดันมันแปรผันตามอุณหภูมิ พอสรุปได้ดังนี้ครับ

อุณหภูมิ 0 - 40 องศา >>>>>> 3 บาร์เต็มๆ

อุณหภูมิ 40 - 80 องศา >>>>>> 2 บาร์ แถมมีแกว่งๆ

อุณหภูมิ 80 - 90 องศา >>>>>> 1 - 1.5 บาร์ แกว่งๆๆๆ

อุณหภูมิ 90 - 97 องศา >>>>>> ลงมาเหลือ 0 บาร์ แต่เครื่องยังเดินนิ่งปกติ



จากนั้นมานั่งหาข้อมูลจากเวบต่างๆ รวมถึงกระทู้เก่าๆใน BON ด้วยครับ

ส่วนใหญ่จะพบว่า oil pressure sensor เป็นจำเลย แต่ผมกลัวว่ามันจะมากกว่านั้น

เข้าใจว่า 80% จะเป็นเซนเซอร์ตัวนี้ แต่จะมีอีกสาเหตุนึงแต่ไม่มากก็คือ oil pump

>>>>>แต่เท่าที่ดูอาการรถผมแล้วน่าจะเป็นที่เซนเซอร์ ตัวนี้ เพราะอาการคล้ายๆกัน



มาดูกันว่าจะแก้ถูกจุดหรือเปล่า แต่ต้องทำใจซักครู่นึงครับ เพราะต้องมุดใต้ท้องรถ

เมื่อปีก่อนก็มุดเพื่อเปลี่ยน O2 sensor กับเชคเซนเซอร์ L5 คราวนี้ถึงคิว Oil pressure sensor
LeMans24 is online now   Reply With Quote
Old 06-04-2016, 05:31:28 PM   #273
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 333
Thanks: 177
Thanked 916 Times in 252 Posts
Default Oil pressure sensor replacement

วันนี้เตรียมตัวมุดใต้ท้องรถ เพื่อจะจัดการกับเจ้า oil pressure ssensor เจ้ากรรม

ยังดีครับตอนนี้ไม่ได้อ้วนขึ้น เลยยังมุดรถได้อยู่ (แบบไม่ยกรถ) แต่ก็แบบทุลักทุเลหน่อย

เรามาดูกันว่าหน้าเซนเซอร์เจ้ากรรมจะเป็นยังไง



อีกมุมนึงครับ



สังเกตดูดีๆ ที่ตัวเซนเซอร์จะเยิ้มไปด้วยน้ำมัน ขณะที่พื้นที่รอบๆ ยังแห้งสนิท

ดูแล้วก็น่าจะมีการรั่วซึมที่ตัวเซนเซอร์เอง ว่าแล้วก็จัดการถอดมันออกมา

โดยใช้ประเเจเบอร์ 17 ปากตายธรรมดานี่แหละครับ พื้นที่แคบหน่อยครับ แต่พอได้อยู่



ดูจากตำแหน่งติดตั้งหลังจากถอดเซนเซอร์ออกมา



อีกมุม



ทุกครั้งที่เปลี่ยนเซนเซอร์อย่าลืมใส่แหวนอลูมิเนียม กลับคืนไปด้วยนะครับ



นำเซนเซอร์ตัวใหม่เข้าประจำการ



หลังจากติดตั้งเสร็จแล้วก็ลองสตาร์ทเครื่อง รอไปจนเครื่องร้อนผลที่ได้ตามนี้เลยครับ



คราวนี้ต้องขอขอบคุณ BON สำหรับกกระทู้เก่าๆที่ให้แนวทางในการแก้ไขปัญหาครับ

Last edited by LeMans24; 07-04-2016 at 08:43:21 AM..
LeMans24 is online now   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 16-04-2016, 09:33:48 PM   #274
ืnusorn
 
ืnusorn's Avatar
 
Join Date: Jan 2014
Location: ฺBKK
Posts: 2,512
Thanks: 2,032
Thanked 790 Times in 519 Posts
Default

ไปหาความรู้ใหม่ๆ
โดยดูจากเคสรถคันอื่นๆในกลุ่มไลน์
หน้าร้อนนี่มีอาการที่ไม่เคยพบ
มี2คันที่เรกูเลเตอร์เสีย
ปรับลมได้สปีดเดียว
ก็เลยสั่งอะไหล่มาสำรอง

แต่ไม่เคยสั่งใหญ่แบบท่าน
ฝาวาว์ลดูสภาพดี
ขอทราบราคาหน่อยครับ

ส่วนoil pressure switchเบิกแท้มา
ตกตัวละเท่าไร
ขอบคุณครับ

Last edited by ืnusorn; 16-04-2016 at 09:41:58 PM..
ืnusorn is offline   Reply With Quote
Old 17-04-2016, 06:26:42 PM   #275
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 333
Thanks: 177
Thanked 916 Times in 252 Posts
Default

Regulator เคยเปลี่ยนไปเมื่อ 6 ปีก่อน เบิกศูนย์ตัวนิดเดียวราคาแรงเอาเรื่องเลยครับ (6-7พัน)

แต่ก็ใช้ยาวมาจนถึงทุกวันนี้โดยไม่มีปัญหาใดๆ ตอนนั้นร้านแอร์ที่หาดใหญ่เค้าจัดการให้

>>>>> ส่วนฝาครอบวาล์วนั้น ค่าของ 3000 ค่าส่ง+import chagge 2000 รวมห้าใบเทาพอดี

ที่ตัดสินใจสั่งอีเบย์เพราะเคยถามหาตามเชียงกงบ้านเร า ราคาประมาณ 5-6 พัน เหมือนกัน

แต่สภาพไม่ค่อยดีครับ พักหลังฝาวาล์วสภาพดีๆหายาก เห็นลงประกาศขายเลยจัดซะเลย

>>>>> Oil pressure sensor อันนี้ไม่แน่ใจว่าของแท้หรือเปล่านะครับ ซื้อมาจากร้านอะไหล่

แถวเลียบด่วน (ขี้เกียจไปไกลถึงวัดโสม) สนนราคาหนึ่งใบเทาครับ
LeMans24 is online now   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 17-04-2016, 07:35:12 PM   #276
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 333
Thanks: 177
Thanked 916 Times in 252 Posts
Default W140 trunk lid problem

วันนี้ปลาวาฬในฝูง(รถเพื่อน)คันหนึ่งมีอาการทะลึ่ง ชอบแลบลิ้นใส่ผู้คน

อาการคือ ตอนปิดฝากระโปรงหลังและลิ้นหุบไปแล้วซักพักก็แลบออกม า



อันดับแรกผมสงสัยเจ้าสายแวคคั่มอาจจะมีจุดใดจุดนึงรั ่วหรือเปล่า

เหมือนที่เคยในปลาวาฬของผม อันนี้เจอบ่อยครับ รั่วตรงข้อต่อที่มักมีท่อยางมาต่อคร่อมไว้

แต่จะใช่หรือไม่นั้นลองมาไล่หาสาเหตุกันก่อน เริ่มจากถอดเบาะนั่งหลังออกซะก่อน

โดยจะมีสลักเล็กอยู่ทั้งสองฝั่งซ้ายขวา โยกมันนิดหน่อยแล้วดีงเบาะขึ้นก็ออกแล้วครับ



จากนั้นจะเห็นปั้มนอนแน่นิ่งอยู่ในโฟมเก็บเสียง ตรงก้นคนนั่งฝั่งคนขับ



จัดการเปิดออกมาก็จะพบสายแวคคั่มเต็มไปหมด

คันนี้มีเสาถอย ก็เลยจะมีสายสีส้มเพิ่มเข้ามา คันไหนไม่มีเสาถอยก็จะไม่มีตรงนี้ครับ


Last edited by LeMans24; 17-04-2016 at 07:39:58 PM..
LeMans24 is online now   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 17-04-2016, 08:21:42 PM   #277
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 333
Thanks: 177
Thanked 916 Times in 252 Posts
Default W140 trunk lid problem investigation

ก่อนจะไล่หาสาเหตุ เรามาลองทวนหน้าของสายสีต่างๆ เพราะผมก็ลืมไปบ้างแล้ว

ไม่ได้จับเรื่องนี้มานาน เลยไปค้นตามเวบเมืองนอก ก็พอจะได้ความตามตารางนี้



จากตารางแล้วเราจะพบว่าสายเส้นสีดำ คือเส้นที่ต่อไปยังระบบปิดเปิดลิ้น



สมมติฐานแรก คิดว่าน่าจะมีจุดรั่วมาจากจุดด้วยเหตุผลดังนี้ครับ

1. ระบบอื่นๆ เช่น เซนทรัลล๊อค เสาถอย การควบคุม HVAC ทำงานปกติ = ปั้มปกติ

2. จากสถิติที่เคยพบเจอ กลไกลปิดเปิดลิ้นมักเป็นสาเหตุรองๆ = น่าจะมีจุดรั่วตรงสาย/ข้อต่อ

ผมเลยทดสอบตามสมมติฐานที่วางไว้ โดยใช้วเครื่องมือบ้านๆ นั่นก็คือสลิ้งฉีดยานั่นเอง

ผมจะต้องพึ่งเจ้าสลิ้งฉีดยาทุกครั้งที่ต้องเจองานเกี ่ยวกับระบบปั้มแวคคั้ม ก่อนหน้านี้ก็ใช้

ในการทดสอบระบบประตูมาแล้ว และยิ่งไปกว่านั้น ตอนเปลี่ยนน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์

ก็ใช้สลิงค์อันนเดียวกันนี่แหละในการดูดน้ำมันเก่าออ ก
คุ้มค่าและเวอร์คมากๆ

>>>>>>> ว่าแล้วก็เริ่มการทดสอบ

1. เริ่มด้วยการดึงสายเส้นสีดำออกจากท่อยางที่ต่อกับปั้ ม

2. หาท่อขนาดพอเหมาะต่อกับสลิ้งและปลายอีกด้านเสียบเข้า สายแวคคั่มเส้นสีดำ

3. ลองดึงสลิ้งจนสุดเพื่อสร้าง vacuum ในระบบ และสังเกตุว่าดูลิ้นก็หุบตามหรือเปล่า

4. ถ้าหุบก็แสดงว่าเป็นไปได้สูงว่ากลไลหรือวาล์วลมไม่น่ าจะรั่ว แต่แรงต้านตรงนี้ยังน้อยครับ

อาจจะยังตัดสินไม่ได้รั่วหรือไม่รั่ว บางรั่วนิดหน่อย เราอาจะไม่รู้สึก อันนี้ต้องขั้นตอนต่อไป

5. ขณะที่ดึงจนสุดแล้ว ลิ้นหุบแล้ว ให้ดึงสลลิ้งออก แล้วกดสลิ้งลงไล่ลมออกจนสุด แล้วเสียบ

เข้าไปใหม่ แล้วกดึงอีกรอบ คราวนี้ถ้าไม่รั่วจะมีแรงต้านที่ชัดเจนมากครับ คือปล่อยแล้วดีดกลับ

แรงเลยทีเดียว อันนี้แสดงว่าไม่มีรั่วในระบบ แต่ถ้าหากพบว่าขณะดึงสลิ้งค้างไว้แล้วแรงต้าน

ค่อยๆลดลง แสดงว่าอาจมีรั่วในระบบครับ >>>> แต่ที่เจอคือ มีแรงต้านปกติครับ

>>>>>>> จากการทดสอบสรุปได้ว่าไม่พบอาการรั่วในระบบ



ภาพประกอบขั้นตอนการทดสอบ



>>>> แต่สุดท้ายก็มาพบว่าท่อยางมีอาการหลวมจริงๆครับ คือช่างเค้าเสียบเข้าไปนิดเดียว

ประกอบกับท่อมีอาการย้วย ไม่กระชับ เลยจัดการเปลี่ยนท่อใหม่ ก็กลับมาใช้ได้เหมือนเดิม




จากนั้นก็ทดลองใช้งานดูระยะนึง ก็ไม่พบปัญหาใดๆครับ งานนี้เลยสำเร็จไปได้ด้วยดี


>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> case closed <<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<
LeMans24 is online now   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 27-11-2016, 09:45:35 PM   #278
ืnusorn
 
ืnusorn's Avatar
 
Join Date: Jan 2014
Location: ฺBKK
Posts: 2,512
Thanks: 2,032
Thanked 790 Times in 519 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by LeMans24 View Post
เมื่อเร็วๆนี้ช่วงล่างมีอาการแปลกๆ คือเวลาขับช้าๆขึ้นลงลูกระนาดจะมีเสียง อู๊ดอู๊ด จากด้านหน้าซ้าย

เลยจอดรถลงมาลองกดดูตรงแก้มซ้าย ปรากฏว่ามีเสียงเฉพาะฝั่งซ้ายจริงๆ เดาไม่ออกว่ามาจากอะไร

หรือว่าโช้คเสีย ? เลยตัดสินใจเอาไปร้านล่างร้านประจำในซอยลาดพร้าว 71 ให้เค้าลองวิเคราะห์ดู

ช่างขึ้นมานั่งจับอาการ บอกว่าน่าจะมาจากปีกนกบนซ้าย ! แต่ผมไม่มั่นใจเพราะเพิ่งเปลี่ยนมาไม่นาน

ทั้งคู่ซ้าย/ขวา แต่ช่างก็ยืนยันว่าน่าจะเป็นปีกนกบนซ้าย !! ผมเลยให้เค้าจัดการถอดออกมาดูเลย



โดยถอดออกมาดูทั้งซ้ายขวา



ปรากฏว่าเป็นจริงตามที่เค้าว่าครับ เป็นที่ลูกหมากปีกนกซ้ายจริงๆด้วย ช่วงบอกลูกหมาก"ตาย"

คือมันจะมีอาการฝืดๆ ไม่ค่อยขยับ ช่างเสนอว่าถ้าเปลี่ยนก็ประมาณหกพันกว่าๆ ตรานก

หรือถ้าจะซ่อมก็ข้างละ 800 บาท ผมเห็นว่ามันไม่ได้เเสียหายอะไร รถค่อยไม่ได้ใช้เลยฝืด

เลยตัดสินใจซ่อมไปก่อน ตามภาพนี้เลยครับ



ดูกันชัดๆ



ประกอบกลับ





หมดค่าซ่อมไป 800 บาท ลองขับดูปรากฏว่าลูกหมูอู๊ดอู๊ดตรงช่วงล่างวิ่งหนีหา ยไปแล้ว

เค้าถอดลูกหมากออกมาหล่อลื่น แล้วหุ้มกลับเข้าไปใหม่ กลับมาเงียบดังเดิมแล้วครับ
แวะมาค้นตำรา
ขับลงทางชันพร้อมหีกขวา
รู้สึกกึกกักพวงสะดุด

มีคนแนะดูบปีกนก
ตัวที่ท่านเจอเสียงอู๊ดๆ

แต่ผมมีอาการเพิ่ม
วันถัดมาวิ่งเรวที่60-70
เหมือนพวงจะกินซ้าย
จะสั่นร่วมเมื่อ
แตะเบรคชะลอ
ืnusorn is offline   Reply With Quote
Old 28-11-2016, 04:09:48 PM   #279
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 333
Thanks: 177
Thanked 916 Times in 252 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by ืnusorn View Post
แวะมาค้นตำรา
ขับลงทางชันพร้อมหีกขวา
รู้สึกกึกกักพวงสะดุด

มีคนแนะดูบปีกนก
ตัวที่ท่านเจอเสียงอู๊ดๆ

แต่ผมมีอาการเพิ่ม
วันถัดมาวิ่งเรวที่60-70
เหมือนพวงจะกินซ้าย
จะสั่นร่วมเมื่อ
แตะเบรคชะลอ
จากอาการที่ว่า ผมสงสัยว่าจะเป็นตัว idler arm bushing หรือเจ้าบู๊ชขาไก่

อาการหลวมสะท้อนถึงพวงมาลัยเวลาหักเลี้ยว หรือเวลาขึ้นลูกระนาด

ยังไงรอผู้มีประสบการณ์มายืนยันอีกทีดีกว่าครับ
LeMans24 is online now   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 28-11-2016, 04:23:55 PM   #280
ืnusorn
 
ืnusorn's Avatar
 
Join Date: Jan 2014
Location: ฺBKK
Posts: 2,512
Thanks: 2,032
Thanked 790 Times in 519 Posts
Default

แอบสงสัยบูชปีกนกบนเหมือนกัน
เพราะฟีบแบนๆแห้งๆชอบกล
ตอนผลักล้อ(เหมือนหักเลี้ยว)
ได้ยินเสียงอู๊ดอี๊ด..แต่เบามาก

หลังจากไปอู่เฟิร์สอัดมาก็ปีแล้วมั้งคันท่าน?
ใช้ได้ปกติไหม?
พรุ่งนี้มีธุระผ่านอู่นี้
เกรงว่าจะโดนเปลี่ยนชุดใหญ่
จะจ่ายไม่ไหว?

ว่าตะไปให้เทสโช้ค
เพราะบิลเหลืองมือสองใช้มา3ปี
เจ้าของเก่าเปลี่ยนก่อนมาขายผม
ก่อนหน้าได้ยินเสียงกุ๊กๆตอนลงหลุม
ขึ้นลูกระนาด
พอมาเจออาการที่ว่า..เสียงกุ๊กไก่หาย. งง
ืnusorn is offline   Reply With Quote
Old 07-02-2017, 03:30:56 PM   #281
olemag
 
Join Date: Oct 2015
Posts: 18
Thanks: 14
Thanked 12 Times in 8 Posts
Question

อ้างถึง:
Originally Posted by LeMans24 View Post
ผมอยากให้เห็นภาพว่าอาการลูกสูบเอียง /ลูกสูบติดที่ว่ามันเป็นยังไง ดูภาพประกอบนะครับ

และลองนึกภาพตามว่า ลูกสูบที่มีแรงสปริงดันอยู่ตลอดเวลา (spring loaded piston)

หากมีการเคลื่อนที่ผิดรูป มันจะเป็นภาระให้กับมอเตอร์ขนาดไหน ?? ..........

................ จากภาพจะเห็นว่าลูกสูบจะเอียงๆ นั่นหล่ะคือสาเหตุหลักที่ทำให้ปั้ม 70 - 80 %

ต้องมาพังเสียหายก่อนวัยอันควรครับ แต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง หรืออาจไม่มีเลยด้วยซ้ำ





อีกครั้งนะครับ รูปนี้แสดงการเคลื่อนที่ของลูกสูบ เพื่อไปดันสวิทช์ปิด preset shutoff






ลองมาคิดกันเล่นๆดูครับว่า เราจะแก้ปัญหานี้ยังไง ให้ปั้มกลับมาใช้งานยาวนาน ???
ตกลงว่าโมดิฟายยังไงครับ / พอดีติดตามเรื่องนี้อยู่ แต่หาไม่เจอ...เห็นไปเรื่องอื่นแล้วแต่ไม่วนกลับมาเร ื่องนี้ หรือว่าจบแล้วครับ
olemag is offline   Reply With Quote
Old 13-02-2017, 06:14:39 PM   #282
LeMans24
 
LeMans24's Avatar
 
Join Date: Jun 2013
Location: Bangkok, Thailand
Posts: 333
Thanks: 177
Thanked 916 Times in 252 Posts
Default

อ้างถึง:
Originally Posted by olemag View Post
ตกลงว่าโมดิฟายยังไงครับ / พอดีติดตามเรื่องนี้อยู่ แต่หาไม่เจอ...เห็นไปเรื่องอื่นแล้วแต่ไม่วนกลับมาเร ื่องนี้ หรือว่าจบแล้วครับ
ต้องขอโทษด้วยครับ ผมลืมเรื่องนี้ไปเลย พักหลังงานยุ่งมากๆ

ยังไงขออธิบายเป็นคำพูดแล้วกันนะครับ พอดีไม่ได้ติดรูปมา

>>> จุดสำคัญในการ Modify ก็อยู่ที่ตัวลูกสูบสีขาวๆนั่นแหละครับ

มันจะมีเดือยยื่นออกมาไว้สำหรับให้ลงร่องเวลาเคลื่อน ตัวเข้า/ออก

ผมเหลาเดือยนั้นออกจนเกลี้ยงเลยครับ เพื่อตัดปัญหาลูกสูบเคลื่อนตัว

ไม่สดวก หรือขัดร่องเวลาใช้งาน (ส่วนหนึ่งที่ปั้มทำหนักหรือใช้เวลา

นานในการดูดประตูก็เพราะติดร่องนี่แหละครับ) จากนั้นเราก็มาตั้งค่า

สปริงใหม่นิดหน่อย และปรับตั้งระยะสกรู(ปลาย)ให้ยาวออกมาหน่อย

เพื่อให้ตัดเร็วขึ้น(ของผมไม่เกิน2วิตัด) อันนี้ต้องลองเล่นดูครับ

ผมอธิบายอาจจะไม่ค่อยเห็นภาพ ยิ่งไม่มีรูปประกอบก็ยิ่งยากไปใหญ่

ลองทำแล้วจะเข้าใจและเห็นภาพชัดขึ้นครับ
LeMans24 is online now   Reply With Quote
คำขอบคุณจาก :
Old 13-02-2017, 09:33:26 PM   #283
zenony
 
Join Date: Jul 2012
Posts: 194
Thanks: 249
Thanked 116 Times in 61 Posts
Default

ขอเกาะกระทู้ด้วยคนนะครับ
zenony is online now   Reply With Quote
Old 23-02-2017, 11:14:47 AM   #284
PenockiO
 
Join Date: Mar 2011
Posts: 228
Thanks: 125
Thanked 332 Times in 87 Posts
Default

ผมไปหาล้อลาย 6 รูแบบเดียวกันมาใช้กับ W140 ได้แล้วครับ อยากทราบว่าจะต้องใช้น็อตล้อยาวเท่าไหร่ และหน้าตาแบบไหนครับ ถึงจะใส่แล้วพอดี

ขอบคุณครับ
PenockiO is online now   Reply With Quote
Reply

Thread Tools Search this Thread
Search this Thread:

Advanced Search
Display Modes

Posting Rules
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is On
Smilies are On
[IMG] code is On
HTML code is Off



All times are GMT +7. The time now is 07:31:53 PM.


Design By: Miner Skinz.com
Powered by vBulletin® Version 3.8.7
Copyright ©2000 - 2017, vBulletin Solutions, Inc.