จะลองสรุปเหตุผลหลักๆของการที่เครื่องยนต์สตาร์ทติดยากหรือไม่ติด ดูบ้าง จากประสบการณ์ตรง
และจากตำรา(ความจริงไม่มี อาชีพเกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไกใดๆเลย เพียงแต่ชอบ ดี ไอ วาย)
บิดกุญแจได้ยินเครื่องหมุน(crank)แต่ไม่ติด เพราะ
1.ไม่มีน้ำมันมา
2.ไม่มีการspark
3.เครื่องไม่มีแรงอัดพอ
1.น้ำมันไม่มาหรือมาไม่พอจุดติด อาจเป็นเพราะ
-ปั๊มน้ำมัน เสื่อม อุดตัน หมุนช้า หรือไม่หมุน
-ปั๊ม รีเลย์ เสีย
-inertia fuel safety switch เสีย ยิ่งถ้าเคยมีอุบัติเหตุ หรืออาจแค่กดรีเซทใหม่
-น้ำมันแห้งถัง เกจ์วัด อาจหลอกเรา
-น้ำมันอาจมีน้ำปนมาก หรือมีขี้สนิมขยะเศษผงมาก หรือมี%แอลกอฮอลมากหรืไม่ได้คุณภาพ
-กรองน้ำมันอุดตัน
-วาล์วกักแรงดันน้ำมันรั่ว
-ไม่มีไฟไปเลี้ยงยังหัวฉีดไฟมาจากกล่อง กล่องได้รับสัณญาณ จาก camshaft และหรือ crank-
shaft Position sensors ที่ปลั๊คอาดหลุด,สกปรก หรือชำรุด
-ท่อ vacuumต่างๆรั่ว ทำให้ส่วนผสม บางเกิน
-วาล์ว EGR เปิดค้าง จากคราบเหนียวเขม่าไปเกาะ ล้างก็หาย
2.ไม่มีการ spark
-Crankshaft Position เสีย หรือสาย ชำรุด
-Ignition Module ที่จะส่งสัณญาณ ไปcoil เสื่อม
-Coil เสื่อม (แต่มักเป็นตอนเครื่องร้อนๆมากกว่า) ถ้ามี 3 ตัว ถ้าเสื่อมไปแค่ตัวเดียวก็แย่เหมือนกัน
ถ้าไม่เคยเปลี่ยนเกิน แสนกิโลเมตรแล้ว ก็น่าเปลี่ยนครับ ดีกว่ามานั่งปวดหัวอีก
-สายหัวเทียน สายcoil ปริแตก ทำให้ไฟลงกราวด์หมดก็ได้
-หัวเทียน สึกหรอหรือนำกระแสไฟไม่ดี มากพอ
3.กำลังอัดของเครื่องยนต์ไม่พอ(compression pressure)
-สายพานหรือโซ่ timing แตกชำรุด
-camshaft แตกชำรุด จากการที่เครื่องเคย heatมากๆ มาก่อน วาล์วคด ฝาสูบโก่ง
-ท่อ catalytic converter อุดตัน ทำให้เกิด แรงดันย้อนกลับ เครื่องมักติดได้แล้วดับใหม่
-แหวนลูกสูบ ชำรุด เครื่องหลวม เอาไปวัดแรงอัดก็รู้
ถ้าเรารักรถเรามากๆและคิดจะใช้อีกนาน ไหนๆรถก็หลายปี อันไหนทำไปแล้ว ขีดถูก อันไหนยังไม่ได้
ทำและมีเวลาหรือมีงบพอ ก็ควรไล่ทำไป ตามลำดับที่ควรจะเป็นมากที่สุด จะได้เสียเงินเก้อน้อยที่สุด
ทำจากง่ายและถูกเงินที่สุดก่อน***ต้องแก้ปัญหาที่คารถเบนซ์นี้อยู่ได้ทุกคันครับ***
โชคดีครับ