ปัญหาโดนจับความเร็ว

เมื่อวานไปทำงานที่ อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร จาก กทม. สายเอเซีย เจอ ทล. ยืนจับรถความเร็วเกินกำหนด 1 จุด แถวๆ อ่างทอง ผมคือ 1 คันที่โดน :D


หลังจากที่โดนไปแล้วหมาดๆ เลยศึกษาข้อมูบลเพิ่มเติม สำหรับจุดที่ ตร.ทล. ตั้งกล้องจับความเร็ว


1. เส้นทางสายพหลโยธิน ช่วงรังสิต ถึง สระบุรี 2 จุด
2. เส้นทางสายมิตรภาพ ระหว่าง สระบุรี ถึง นครราชสีมา 2 จุด
3. เส้นทางสายมิตรภาพ ระหว่าง นครราชสีมา ถึง ขอนแก่น 2 จุด
4. เส้นทางสายเอเชีย ระหว่าง อยุธยา ถึง นครสวรรค์ 1 จุด
5. เส้นทางสายเอเชีย ระหว่าง นครสวรรค์ ถึง ตาก 1 จุด
6. เส้นทางสายเอเชีย ระหว่าง ตาก ถึง เชียงใหม่ 1 จุด
7. เส้นทางสายกรุงเทพ นครปฐม วังมะนาว 1 จุด
8. เส้นทางสายกรุงเทพ วังมะนาว 1 จุด
9. เส้นทางสาย วังมะนาว ถึง หัวหิน 1 จุด
10. เส้นทางสายเพชรเกษม ( เลี่ยงเมือง ) ชะอำ ถึง ปราณบุรี 1 จุด
11. เส้นทางสายเพชรเกษม ประจวบคีรีขันธ์ ถึง ชุมพร 1 จุด
12. เส้นทางสายเพชรเกษม ชุมพรถึง สุราษฎร์ธานี 1 จุด
13. เส้นทางสายบางนา - ตราด ระหว่าง กรุงเทพ ถึง บางปะกง 1 จุด
14. เส้นทางสายสุขุมวิท ระหว่าง ชลบุรี ถึง พัทยา 1 จุด
15. เส้นทางสายมอเตอร์เวย์ ชลบุรี ถึง ระยอง 2 จุด
16. และเส้นทางสายสุขุมวิท ระหว่าง ระยอง ถึง จันทบุรี 1 จุด
 
Last edited:
มี 300 e แต่ไม่กล้าขับเกิน 90 ก็เลยไม่มีโอกาสได้เห็นใบสั่ง ครับ ดีน่ะที่กล้องจับความเร็วไม่ซูมไปที่คนขับ หากเห็นคนนั่งข้างๆไม่ใช่คนที่บ้าน แล้วเผอิญใบสั่งใบส่งถึงบ้านตอนที่เราไม่อยู่ จะแก้ตัวยังไงดีครับ คุณพี่เป้า
 
มี 300 e แต่ไม่กล้าขับเกิน 90 ก็เลยไม่มีโอกาสได้เห็นใบสั่ง ครับ ดีน่ะที่กล้องจับความเร็วไม่ซูมไปที่คนขับ หากเห็นคนนั่งข้างๆไม่ใช่คนที่บ้าน แล้วเผอิญใบสั่งใบส่งถึงบ้านตอนที่เราไม่อยู่ จะแก้ตัวยังไงดีครับ คุณพี่เป้า

อันนี้ตัวใครตัวมัน

เรื่องครอบครัว งดให้คำปรึกษาครับพี่ :D
 
ผมโดนเหมือนกัน เจ็บใจจัง

ผมโดนที่ความเร็ว 121 กม./ชม. เกินมาแค่ 1 เอง แล้วสุดท้ายก็ลืมไปจ่ายเงิน จนเกินกำหนด 15 วัน คงยอมโดนปรับตอนต่อภาษีครับ
(โดนแถวนครปฐม ขาเข้า กทม.)
 
วันก่อนกดโทรเวย์ยาวราวสองร้อยกว่าตอนตีสอง ยังไม่โดน เรียนมาเป็นข้อมูลครับ

ก็ไม่เคยโดนนะเรื่องความเร็วกลางคืน

จะโดนแบบตรวจแอลกอฮอล์หรืออย่างอื่น เคยโดนค้นรถด้วย แบบหน้าเกลียดเลยล่ะแล้วเกือบซวยเพราะวันนั้น

ทางญาติผม เอามีดไทยทำยาวประมาณ 2 ฟุต ให้ไว้ใส่รถไว้ จะเอากลับบ้าน ไว้ฟันต้นไม้ ดายหญ้าที่บ้าน

เลยค้นยาวเลย ขนาดแต่งตัวดี ใส่ชุดทำงาน แต่กลับดึกไปนิด ดีที่เคลียร์ได้
 
มันกันยาก ครับ

radar detector ตัวละไม่เกินหมื่น
มันทำงาน ก็แค่เตือน และ ถ้าเตือนก็คือตอนโดนแล้ว หรือ ตอนที่มีสัญญาณมาที่รถ
ไม่ได้กันตรวจจับได้

ที่เมกา ตร.ชุมมาก เรื่องความเร็วก็ดุมากด้วย
จะดึกดื่น หรือ ในซอยเล็กๆ ถ้าขับเร็วกว่าป้ายปุ้บ ไม่เกิน 5 นาที รถ ตร.ขับตาม มาส่องไฟ ที่ท้ายรถเราเลยละครับ
โดนที ถูกสุดก็ไม่ต่ำกว่า $100 แล้วแต่ความเร็ว

ขับตามกฎ นี่ดีแล้วครับ อยากเร็วก็เตรียมเงิน อาจจะเสีย หรือ ไม่โดนก็เสี่ยงเอา

รถตำรวจทางหลวงที่อเมริกาค่อนข้างแรงด้วย เคยเจอวิ่งมาคันเดียวมืดๆอยู่ดีๆแป๊ปเดียวเห็นพุ่งมาจากป่าข้างทางกดมาเกาะท้ายรถเราแล้ว
เป็นรถ Ford Mustang 5ลิตร หน้ารถแขวนลูกซองเรมิงตันให้ดูน่ากลัว

ส่วนน้องชายผมเจอเอารถตำรวจขวางดักเอาปืนจ่อหัวให้ลงจากรถเลย

มี 300 e แต่ไม่กล้าขับเกิน 90 ก็เลยไม่มีโอกาสได้เห็นใบสั่ง ครับ ดีน่ะที่กล้องจับความเร็วไม่ซูมไปที่คนขับ หากเห็นคนนั่งข้างๆไม่ใช่คนที่บ้าน แล้วเผอิญใบสั่งใบส่งถึงบ้านตอนที่เราไม่อยู่ จะแก้ตัวยังไงดีครับ คุณพี่เป้า

นโยบายให้ตำรวจไทยถ้าในกทม จะส่งภาพด้านหลังของรถครับไม่ส่งด้านหน้า
เพราะไม่ต้องการให้ครอบครัวแตกแยกครับ อันนี้ออกข่าวไปเมื่อหลายเดือนก่อน
 
นโยบายให้ตำรวจไทยถ้าในกทม จะส่งภาพด้านหลังของรถครับไม่ส่งด้านหน้า
เพราะไม่ต้องการให้ครอบครัวแตกแยกครับ อันนี้ออกข่าวไปเมื่อหลายเดือนก่อน[/QUOTE]


หนับหนุนๆๆๆๆๆๆๆ
 
กล้องไฟแดงจับภาพข้างหลัง แต่ถ้าหากกล้องความเร็ว ผมว่ายังก็จับข้างหน้านะครับ
 
รถผมความเร็วหน้าปัทม์ 120
ความเร็ว GPS 112
กลัวโดนจับเป็นที่สุดไม่มีทั้งเส้นไม่มีทั้งตังค์
 
ผมโดนบนโทลเวย์ขาออกครับ กล้องจะติดบนเสาสูง ให้ชลอก่อนถึงทางออกต่างประเทศ
ตรงดอนเมืองครับ เสียค่าปรับตรงด่านจ่ายเงิน
 
ผมโดนบนโทลเวย์ขาออกครับ กล้องจะติดบนเสาสูง ให้ชลอก่อนถึงทางออกต่างประเทศ
ตรงดอนเมืองครับ เสียค่าปรับตรงด่านจ่ายเงิน

ตรงนี้จุดประจำของพวกเค้าละครับ ผมจะย่องประมาณร้อยเดียว พอผ่านด่านเสียเงินแล้วกดยันพื้นยั่วให้ตามมาก็ไม่เห็นตามซักที่ กฎหมายไม่ได้กำหนด 0 ถึง 100 ว่าต้องใช้เวลาเท่าไรครับ
 
โดนเหมือนกันครับ

ใบละ 400 บาท โดนสองใบในวันเดียวห่างกันประมาณ 1 ชั่วโมง เสียไป 800 บาท เสร็จแล้วโดนใบสั่งจากที่บ้านห้ามขับรถกลับสุพรรณเพราะว่าเดี๋ยวไม่คุ้มอีก ค่า แก๊ส 700 ค่าใบสั่ง 800 อีกนิดก็ได้ค่าเครื่องบินแล้ว ถ้าใครจะมาเชียงใหม่บอกก่อนแล้วกันครับจะได้ชี้จุดว่าตรงไหนควรระวัง 555 ว่าแต่เค้าจับกันที่เท่าไรกันแน่ ทำไมที่เชียงใหม่ ผมโดน 113 Km ที่ห้างฉัตรลำปางผมโดน 160 กว่าๆครับ
 
Last edited:
กล้องไฟแดงจับภาพข้างหลัง แต่ถ้าหากกล้องความเร็ว ผมว่ายังก็จับข้างหน้านะครับ
อย่าวางใจ ยิงหลังจริงๆ โดนมา 500 บาท แค่ 149 เอง
รู้อย่างนี้ น่ากดให้มิดอย่างพี่บั๊กว่าจริงๆ
Camera.jpg
 
Last edited:
อืมอย่างพี่ฉุยว่า...
ยังไงๆ ก็ขับเกิน 120 อยู่แล้ว ต่ำกว่านี้ชวนง่วงอย่างลุงว่าไว้
งั้นซัดเต็มที่ไปเลยดีกว่า


ว่าแต่โดนจับที่ 121 km/hr กับ 201 km/hr โดนปรับเท่ากันป่าวอะครับ :smash:
 
ได้อ่านแล้ว


รู้สึกว่า ผมโชคดีมาก ที่ ไม่เคยโดนปรับซักครั้ง

ขับ เกิน 120 ตลอด

เคยโดนครั้งนึง ตอนนั้น พูดเจรจากัน แล้ว
ก็ โชคดี เขาหยวนๆไป


แต่นี้ ต่อไป คงต้องฝึก ขับรถ ไม่เกิน 120 แล้ว

ไม่อยากโดนปรับ

แต่เสียดายจัง อุตส่าห์ ทำรถมาซะดี
รถแรงด้วย แตะๆ ก็ จะเกิน 120 แล้ว

บอกตรงๆ ขับยากนะ ประคอง ไม่ให้เกิน 120 นี่
แตะ ๆ มันก็เกินอยู่แล้ว




เชื่อเหอะ ใครใช้ M104 คงเข้าใจหัวอกนี้แน่


รถมันทำมาให้วิ่ง ประมาณ 140 จะพอดีมากเลย





เซ็ง






ทำใจ ฝึกดีก่า
 
ที่ไต้หวัน ก็ห้ามเกิน 120 กม/ชม. โดนปรับที่ก็ไม่ต่ำกว่า 3000บ แล้ วแต่เร็วมาก/น้อย

ผมละสงสัย จริงๆ อย่าง สหรัฐ และ ประเทศที่จำกัดความเร็ว ยกเว้น ออโต้บานห์
และก็ ยังสงสัย จนทุกวันนี้

ตย.เช่นย่าน Boston, NH, MA นี่ขับเกิน 120 ไม่ได้แน่นอน ทุกที่ ทุกเวลา โอกาสโดนจับ 90%
พวกชอบรถแรงๆ ที่ซื้อมา เค้าจะเอาไปขับยังงัย ครับ? หรือซื้อมาแก้คัน เอาเท่ห์
 
ที่ไต้หวัน ก็ห้ามเกิน 120 กม/ชม. โดนปรับที่ก็ไม่ต่ำกว่า 3000บ แล้ วแต่เร็วมาก/น้อย

ผมละสงสัย จริงๆ อย่าง สหรัฐ และ ประเทศที่จำกัดความเร็ว ยกเว้น ออโต้บานห์
และก็ ยังสงสัย จนทุกวันนี้

ตย.เช่นย่าน Boston, NH, MA นี่ขับเกิน 120 ไม่ได้แน่นอน ทุกที่ ทุกเวลา โอกาสโดนจับ 90%
พวกชอบรถแรงๆ ที่ซื้อมา เค้าจะเอาไปขับยังงัย ครับ? หรือซื้อมาแก้คัน เอาเท่ห์


ผมเคยไปเที่ยวเมกา แต่อยู่นานหลายเดือน ทำใบขับขี่รัฐคาลิฟอเนีย ค่าธรรม
เนียม 26 เหรียญ เช่ารถขับวันแรก โดนใบสั่ง เขาำกำหนด 65 ไมล์ ผมขับไป
86 ค่าปรับ 199 เหรียญ เขาปรับตามความเร็วที่เกินกำหนด หมดอารมณ์ขับเลย ต้องส่งเช็คค่าปรัีบให้เขาทางไปรษณีย์ ไม่กล้าเบี้ยว เพราะมีที่อยู่เป็นบ้านลูกสาวอยู่ที่นั่น กลัวกลับไปขับไม่ได้อีก จะไปอีกเร็วๆนี้ คราวนี้จะทำใบขับขี่สากลไป ถ้าถูกจับอีก เขาจะได้ตามไม่ได้ แต่จะพยายามยามไม่ให้โดนอีก มันเคยชิน รถดีๆ ถนนดีๆ แต่ขับช้าๆจริงๆตำรวจที่โน่นเขาก็ไม่ได้จับทุกคันแหละ แล้วแต่ดวงเหมือนกัน ก็ถนนมัน 8 เลน ตำรวจมันจะไล่กวดจับทุกคันได้ไง ผมซวยเองแหละที่มันตามจับทัน อุตส่าห์เจรจาแทบตาย แต่ตำรวจบอกว่ามัน
ถ่ายรูปไว้แล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ ไปเสียค่าปรับเหอะ ถ้าไปอยากเสียค่าปรับมาก
ให้ไปขอลดที่ศาล แต่ผมไม่ได้ไปศาล เลยต้องเสียเต็มราคา ไม่มีราคาเด็ก


พวกเครื่องแรงๆ อย่้างรถกะบะ 3,500 ซีซี เทอร์โบงี้ ผมเข้าใจว่าเขาไว้แรงวูบเดียวเพื่อความมันส์ ครับ
 
120 กม/ชม ห้ามขับเกิน....ตลอดชาติ
บรรดาเราๆ คงเกิดอาการ หงอย หงุดหงิด แน่นอน
ไม่รู้จะทำเครื่อง กันไปทำมัย...ฝันร้ายแน่ๆ

แต่เพื่อความปลอดภัย มันก็ดีเหมือนกัน

ยุโรป ยังดี มี ออโต้บาห์น...ชาตินี้ จะขอขับรถแรง ข้ามประเทศสักครั้ง (ความฝัน ผมเลยนะเนี่ย)

เห็นเค้าบอกขับ 200 ยังต้องมองกระจกหลังบ่อยๆ กลัวโดนชนท้าย....โอ้โห
ใครเคยมาแล้ว ช่วยเล่าทีเถอะ รถเค้า มันวิ่งกันแรงๆ ขนาดไหน
 
เค้าห้ามวิ่งบนถนน แต่ทะเลทรายไม่ห้าม(ตูจะบ้า ใครจะไปวิ่งวะ)
 
พอดีได้มีโอกาศไปขับรถหลายประเทศ

แถวแคลิฟอร์เนีย ตามถนนปกติ หรือฟรีเวย์ เค้าไม่ขับเร็วเกินกฏหมาย(แล้วแต่ถนนจะมีป้ายบอกไว้) ซึ่งถ้าเป็นในเมืองก็ 35 หรือ 45 ไมล์/ชม หรือ 55/65 ไมล์/ชม บนฟรีเวย์ เพราะถ้าโดนจับก็จะเสียค่าปรับแพงมาก ถ้าบ่อยครั้งก็จะโดนยึดใบขับขี่ ซึ่งเหมือนกับถูกตัดขาทิ้งเลย
แต่ขาซิ่งก็มีทางออก เพราะมีทางหลวงนอกเมืองหรือฟรีเวย์ในแถบทะเลทราย(ทางไปลาสเวกัส) ซึ่งไม่ค่อยมีตำรวจหรือมีน้อย คนขับก็จะมีว.คุยกัน พวกที่อยู่ข้างหน้า(เรียกว่า Front door) ก็จะรายงานว่า ว่าง หรือ มีหมี (Bear หมายถึง ตำรวจ) อยู่หรือไม่ ถ้าเชคแล้ว ว่าโล่งตลอด ก็ซัดกันตามสบาย ส่วนใหญ่ก็จะรู้กันว่าในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ เป็นช่วงที่มีตำรวจน้อยที่สุด
ส่วนเรื่องแอลกอฮอ รัฐนี้ลืมไปได้เลยนะครับ โดนขังคุกลูกเดียว ดารายังติดคุกมาหลายคนแล้ว

ในยุโรป เคยขับในเดนมาร์ค สวีเดน นอร์เวย์ ซึ่งจำกัดความเร็วไว้แค่ 110 กม/ชมบนไฮเวย์ และ 35-60 กม/ชม สำหรับถนนในเมือง คนขับส่วนใหญ่จะเคารพกฏ ไม่ขับเกินนี้ ผมขับราว 130 ก็แซงซ้ายตลอด(เค้าขับชิดขวากันครับ) เค้าก็มองๆหน้าว่า เอ จารีบไปใหนกันหว่า โดนจับในเดนมาร์คครั้งนึง เค้าก็แค่เตือนเราอย่างสุภาพ ว่ากรุณาขับช้าลงนะครับ
เยอรมัน เจ้าของออโตบาห์น นี่ก็ไม่ได้แปลว่าจะอัดกันได้ไม่จำกัด จะมีบางช่วงที่โล่งยาวๆที่ขับได้ไม่จำกัด ที่เค้าทำได้เพราะคนขับรถเค้า มีมารยาทในการขับรถดีมาก ไม่ว่าจะเร็วแค่ใหน เค้าจะไม่แช่่อยู่เลนกลาง(หรือเลนสำหรับรถเร็ว) ผมเคยขับMBแซงรถที่ความเร็ว ประมาณ200 พอชิดเข้าใน ก็มี BM แซงไปที่ความเร็วไม่ต่ำกว่า240
ในเมืองเค้าจะขับตามกันไป ไม่มีใครแซงมุดซ้ายมุดขวาเลย ถ้าฝ่าไฟแดงก็จะมีกล้องถ่ายรูปไว้เก็บค่าปรับจากเจ้าของรถ ถ้าเป็นรถเช่า(อย่างผม) ก็หักจากเครดิตคาร์ดเลย(240ยูโร อย่าคูณเป็นไทยเลยนะ) ข้อเสียคือเวลาเกิดอุบัติเหตุบนออโตบาห์น จะรุนแรงและมีหลายคันมาก ผมเคยสงสัยว่าทำไมในรถเบนซ์(ที่ประกอบในเยอรมัน)ต้องมีชุดปฐมพยาบาล แต่พอไปเจออุบัติเหตุมีชนกันอยู่ 20 กว่าคันนี่เข้าใจเลย
ส่วนอังกฤษ ขับชิดซ้ายเหมือนเรา มีกล้องอยู่ทุกหัวระแหง อย่าคิดไปขับเร็วหรือฝ่าไฟแดงในเมืองเลยเลย จ่ายค่าปรับหัวโตแน่ ตำรวจก็ไม่เสียเวลาตั้งด่านจับ เพราะใช้แค่เล็งกล้องที่ทะเบียน ถ้าความเร็วเกินกล้องก็จะอ่านเลขทะเบียนแล้วส่งจดหมายรักไปที่บ้าน ก่อนคุณถึงบ้านซะอีก เพราะกล้องเค้าจะอ่านหมายเลขทะเบียนได้ ที่สำคัญรถเยอะซะจนผมยังไม่เคยมีโอกาศได้ขับเกิน 100 ซะที
 
Back
Top