ปัญหาโดนจับความเร็ว

พอดีได้มีโอกาศไปขับรถหลายประเทศ

แถวแคลิฟอร์เนีย ตามถนนปกติ หรือฟรีเวย์ เค้าไม่ขับเร็วเกินกฏหมาย(แล้วแต่ถนนจะมีป้ายบอกไว้) ซึ่งถ้าเป็นในเมืองก็ 35 หรือ 45 ไมล์/ชม หรือ 55/65 ไมล์/ชม บนฟรีเวย์ เพราะถ้าโดนจับก็จะเสียค่าปรับแพงมาก ถ้าบ่อยครั้งก็จะโดนยึดใบขับขี่ ซึ่งเหมือนกับถูกตัดขาทิ้งเลย
แต่ขาซิ่งก็มีทางออก เพราะมีทางหลวงนอกเมืองหรือฟรีเวย์ในแถบทะเลทราย(ทางไปลาสเวกัส) ซึ่งไม่ค่อยมีตำรวจหรือมีน้อย คนขับก็จะมีว.คุยกัน พวกที่อยู่ข้างหน้า(เรียกว่า Front door) ก็จะรายงานว่า ว่าง หรือ มีหมี (Bear หมายถึง ตำรวจ) อยู่หรือไม่ ถ้าเชคแล้ว ว่าโล่งตลอด ก็ซัดกันตามสบาย ส่วนใหญ่ก็จะรู้กันว่าในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ เป็นช่วงที่มีตำรวจน้อยที่สุด
ส่วนเรื่องแอลกอฮอ รัฐนี้ลืมไปได้เลยนะครับ โดนขังคุกลูกเดียว ดารายังติดคุกมาหลายคนแล้ว

ในยุโรป เคยขับในเดนมาร์ค สวีเดน นอร์เวย์ ซึ่งจำกัดความเร็วไว้แค่ 110 กม/ชมบนไฮเวย์ และ 35-60 กม/ชม สำหรับถนนในเมือง คนขับส่วนใหญ่จะเคารพกฏ ไม่ขับเกินนี้ ผมขับราว 130 ก็แซงซ้ายตลอด(เค้าขับชิดขวากันครับ) เค้าก็มองๆหน้าว่า เอ จารีบไปใหนกันหว่า โดนจับในเดนมาร์คครั้งนึง เค้าก็แค่เตือนเราอย่างสุภาพ ว่ากรุณาขับช้าลงนะครับ
เยอรมัน เจ้าของออโตบาห์น นี่ก็ไม่ได้แปลว่าจะอัดกันได้ไม่จำกัด จะมีบางช่วงที่โล่งยาวๆที่ขับได้ไม่จำกัด ที่เค้าทำได้เพราะคนขับรถเค้า มีมารยาทในการขับรถดีมาก ไม่ว่าจะเร็วแค่ใหน เค้าจะไม่แช่่อยู่เลนกลาง(หรือเลนสำหรับรถเร็ว) ผมเคยขับMBแซงรถที่ความเร็ว ประมาณ200 พอชิดเข้าใน ก็มี BM แซงไปที่ความเร็วไม่ต่ำกว่า240
ในเมืองเค้าจะขับตามกันไป ไม่มีใครแซงมุดซ้ายมุดขวาเลย ถ้าฝ่าไฟแดงก็จะมีกล้องถ่ายรูปไว้เก็บค่าปรับจากเจ้าของรถ ถ้าเป็นรถเช่า(อย่างผม) ก็หักจากเครดิตคาร์ดเลย(240ยูโร อย่าคูณเป็นไทยเลยนะ) ข้อเสียคือเวลาเกิดอุบัติเหตุบนออโตบาห์น จะรุนแรงและมีหลายคันมาก ผมเคยสงสัยว่าทำไมในรถเบนซ์(ที่ประกอบในเยอรมัน)ต้องมีชุดปฐมพยาบาล แต่พอไปเจออุบัติเหตุมีชนกันอยู่ 20 กว่าคันนี่เข้าใจเลย
ส่วนอังกฤษ ขับชิดซ้ายเหมือนเรา มีกล้องอยู่ทุกหัวระแหง อย่าคิดไปขับเร็วหรือฝ่าไฟแดงในเมืองเลยเลย จ่ายค่าปรับหัวโตแน่ ตำรวจก็ไม่เสียเวลาตั้งด่านจับ เพราะใช้แค่เล็งกล้องที่ทะเบียน ถ้าความเร็วเกินกล้องก็จะอ่านเลขทะเบียนแล้วส่งจดหมายรักไปที่บ้าน ก่อนคุณถึงบ้านซะอีก เพราะกล้องเค้าจะอ่านหมายเลขทะเบียนได้ ที่สำคัญรถเยอะซะจนผมยังไม่เคยมีโอกาศได้ขับเกิน 100 ซะที

อ่านเพลินเลย ขอบคุณครับ :D
 
ใครเคยใช้เครื่อง เรดาร์ เลเอร์ ดีเทคเตอร์ ผลเป็นไงยครับ

ผมใช้เครื่องเรดาร์ เลเอร์ ดีเทคเตอร เตือนจับความเร็ว ยี่ห้อ whistler รุ่น xtr-330 ติดตังไว้หน้ารถ บริเวณตรงกลาง ไต้กระจกมองหลัง โดนจับความเร็วเสียค่าปรับมาแล้ว เครื่องไม่เตือน แต่จะเตือนเฉพาะ คลื่นเคแบนด์ ตอนถึงไกล้ไฟแดงในตัวเมือง และผ่านเสาสัญญาณมือถือเท่านั้น ทั้งที่ทำตามคู่มือทุกอย่าง ไม่แน่ใจ โดนอีกรอบสอง จุดเดิม :livid:
 
อุปกรณ์พิเศษ กล้องทางหลวงถ่ายไม่ติด

ผมเคยเห็นเว็บต่างประเทศมีสเปรย์ ฉีดแผ่นป้ายทะเบียน แล้วนำพลาสติกใสมาปิดทับ ในเชิงป้องกันแผนป้ายเสียหาย แต่จริงแล้วตาปล่าวมองเห็น แต่ถ่ายรูปไม่ติด ซึ่งกล้องทางหลวงก็สามารถจับความเร็วได้ตามปกติ แต่ถ่ายรูปแล้ไม่รู้ส่งให้ใคร เพราะไม่เห็นตัวเลขทะเบียน พอเจอด่านที่มีคน ก็เห็นทะเบียนปกติ ใครค้นคว้าลองหาข้อมูลมาแบงปันกันครับ
อีกอย่างหนึ่งที่อาจป้องกันได้ก็คือ ...... เป็นแนวคิด ที่ได้ผล ไม่กล้าบอกครับ เชื่อได้เลยว่ากล้อง ทางหลวง จะดีแค่ไหนก็ต้องยอม แต่อุปกรณ์ที่ว่าต้องมิดชิดครับ
ท้ายสุดผมว่ากล้องทางหลวงนี่ดีจริง น่าจะไปติดที่ทางไต้ เผื่อจะได้ถ่ายรูปมือระเบิด ให้จับได้ง่ายๆ
น่าจะดี ซึ่งบางครั้งการขับรถเร็วไม่ใช่ ตัวปัญหา ปัญหาที่แท้จริงของอุบัติเหตุคือ พวกที่ไม่กล้าตัดสินใจ ตกใจทำอะไรไม่ถูก ที่สร้งอุบัติเหตุ กับอีกพวกคือ แถวต่างจังหวัดทาง 4 ช่องจราจร พวกมอเตอร์ไซต์ แม้กระทั่งรถยนต์ ก็ข้ามลัดมา ในจุดที่ไม่ให้ข้า หรือยูเทิน อันนี้ทำไม่ไม่จับ พวกนี้แหละคือสาเหตุของอุบัติเหตุ ที่ไม่จับอาจเป็นเพราะจะบแล้วไม่ได้ตังค์ สู้จับความเร็วดีกว่า ง่ายดี จับได้มั่งไม่ได้มั่ง ก็ไม่มีใตรว่า แต่จับโจรดังๆ ไม่ได้ซิ ลำบากกันทั่ง สำนักงาน ตร. แห่งชาติเลย เลย
เมืองไทยตอนนี้ถ้าจะสมานฉันท์กันจริงๆ เรืองแบบนี้โอนอ่อนผอนปรรกันไปน่านจะดี เพราะอุปกรณ์ที่ใช้ก็เงินประชาชนทั้งนั้น :D
 
Back
Top