รบกวนถามพี่ๆที่ติดแก็สครับมีใครใส่ตัวตัดปั๊มติ๊กบ้ าง

ball_8829

New member
สืบเนื่องมาจากผมได้รถคันเก่าของที่บ้านมาใช้ครับเป็น E230 W210 ติดแก็สกับสหเฮงมา 3 ปี และ ท่อทางเดินน้ำมันแตกไป 2 ครั้งและ พึ่งมาศึกษามีคนแนะนำให้ใส่ตัวตัดปั๊มติ๊กเพราะเป็นการยืดอายุการใช้งานของปั๊มติ๊ก และลดแรงดันน้ำมันไม่ให้สายน้ำมันแตก เลยอยากถามพี่ๆ ที่ใช้แก็สว่ามีใครใส่ตัวที่ว่านี้บ้าง และมันช่วยได้ๆจริงๆ ไหม ขอบคุณมากครับ
 
สืบเนื่องมาจากผมได้รถคันเก่าของที่บ้านมาใช้ครับเป็น E230 W210 ติดแก็สกับสหเฮงมา 3 ปี และ ท่อทางเดินน้ำมันแตกไป 2 ครั้งและ พึ่งมาศึกษามีคนแนะนำให้ใส่ตัวตัดปั๊มติ๊กเพราะเป็นการยืดอายุการใช้งานของปั๊มติ๊ก และลดแรงดันน้ำมันไม่ให้สายน้ำมันแตก เลยอยากถามพี่ๆ ที่ใช้แก็สว่ามีใครใส่ตัวที่ว่านี้บ้าง และมันช่วยได้ๆจริงๆ ไหม ขอบคุณมากครับ


ไม่เกี่ยวกันครับ สายน้ำมันแตก อาจเกิดจาก สายน้ำมันคุณภาพไม่ดี หรือไม่ทนต่อ น้ำมันที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลครับ

การติดตั้งตัวตัดปั๊มติ๊ก โดยส่วนตัวยังไม่เห็นความจำเป็น ต้องทำครับ

IMO
 
ขอบคุณครับ และมีคนที่ได้ติดต้ังไหมอยากทราบครับว่าเป็นไงบ้าง
 
ปัญหาโลกแตก ถกกันได้ยาวกว่าอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกครับ

http://www.thaiagclub.com/home/index.php?topic=3325.0

ลองอ่านดูครับ

ค่าติดตั้งแบบอัตโนมัติมีวงจรคุมไม่เกินพันครับทุกยี่ห้อ
ส่วนตัวแล้วยังไม่เห็นชัดๆว่ามันจำเป็นน่ะครับ เพียงแต่คิดว่ามีก็ดีเท่านั้นแหละ ผมยังไม่ติดแต่กะว่าจะติดครับ
 
ความเห็นว่าควรจะติดตัวตัดครับ ทั้งfixและหัวฉีด
 
ขอบคุณทุกความเห็นครับ งั้นนัดสหเฮงติดตั้งเลยดีกว่าครับ
 
สำหรับ benz อายุมาก ที่ท่อน้ำมันมักจะกรอบแตกรั่วบ่อยๆ รวมไปถึงปั๊มติ๊กราคาแพงกว่าชาวบ้าน

จากประสบการณ์ผม ที่ใช้ 124 M111 ติดแก้ส และ 124 2JZ ติดแก้ส อยู่ ณ ตอนนี้

มีประสบการณ์ ที่ทำให้รู้ว่าควรติดตัวตัดปั๊มติ๊ก มากกว่าไม่ติดครับ (สายแตก ปั๊มติกพัง)

ดังนั้น ความเห็นผม สำหรับรถ 124 (หรือ benz รุ่นอื่นๆ) ผมเห็นว่าควรติดครับ

ไปติดมา 700 เอง ได้มากกว่าเสียครับ :D
 
สำหรับ benz อายุมาก ที่ท่อน้ำมันมักจะกรอบแตกรั่วบ่อยๆ รวมไปถึงปั๊มติ๊กราคาแพงกว่าชาวบ้าน

จากประสบการณ์ผม ที่ใช้ 124 M111 ติดแก้ส และ 124 2JZ ติดแก้ส อยู่ ณ ตอนนี้

มีประสบการณ์ ที่ทำให้รู้ว่าควรติดตัวตัดปั๊มติ๊ก มากกว่าไม่ติดครับ (สายแตก ปั๊มติกพัง)

ดังนั้น ความเห็นผม สำหรับรถ 124 (หรือ benz รุ่นอื่นๆ) ผมเห็นว่าควรติดครับ

ไปติดมา 700 เอง ได้มากกว่าเสียครับ :D


รบกวนสอบถามเพิ่มเติมหน่อยครับและถ้ากรณีเราจะเปลี่ยนจากแก็สเป็นน้ำมันเวลาขับขี่อยู่รถจะกระตุกไหม และในกรณีถ้าผมใช้แก็ส+น้ำมันเป็นประจำทุวัน จำเป็นต้องติดไหมครับ
 
กระตุกนิดหน่อย แต่ไม่ใช่ปัญหาน่ารำคาญครับ เพราะไม่ได้ ตัดไปตัดมาทั้งวันครับ :D
 
กระตุกนิดหน่อย แต่ไม่ใช่ปัญหาน่ารำคาญครับ เพราะไม่ได้ ตัดไปตัดมาทั้งวันครับ :D

ขออนุญาตอีกนิดครับติดตั้งที่ไหนเหรอครับ รบกวน PM ด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆครับ
 
ถ้าเราตัดปั้มติ๊กแล้ว..เวลาวิ่ง gas กำลังเร่งแซง แล้วระบบ gas มีปัญหา..ตัดเป็นน้ำมันกระทันหัน.. ช่วงเสี้ยววินาทีจะทำไงครับ...:(:(:(
 
ถ้าเราตัดปั้มติ๊กแล้ว..เวลาวิ่ง gas กำลังเร่งแซง แล้วระบบ gas มีปัญหา..ตัดเป็นน้ำมันกระทันหัน.. ช่วงเสี้ยววินาทีจะทำไงครับ...:(:(:(

นั่นแสดงว่ายังจูนมาไม่ดีสิครับ ก็ง่ายๆ แค่ไปให้เค้าจูนให้ใหม่ ถ้าจูนดีๆ สมบูรณ์ วิ่งอยู่ต้องไม่ตัดเป็นน้ำมันครับ ต้องไปตั้งบาร์ที่ตัวหม้อต้มครับ อาการนี้ถึงจะหาย (นอกเหนือจากนี้ก็คงเป็นที่การต่อสายไฟแล้วครับ) คงไปโทษที่ปั้มติ๊กไม่ได้

รถผมติดตัวตัดทุกคันครับ ติดมาตั้งแต่ตอนติดตั้งเลย ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับกระตุกนิดหน่อยตอนสลับ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่จะต้องกังวล ถ้าไม่ติดแล้วมันเป็นกังวล ก็ติดไปเถอะครับ ติดไว้มันก็ไม่ได้เสียหายไร(หรือได้มากกว่าเสีย) หรือไม่ก็ลองตั้งกระทู้ใหม่ดูสิครับ ว่า "มีใครติดแก๊สแล้วไม่ใส่ตัวตัดปั้มติ๊กบ้าง" เผื่อจะได้คำตอบไปในอีกแนวทางหนึ่ง ของคนที่มองต่างมุม:D:D
 
ถ้าเราตัดปั้มติ๊กแล้ว..เวลาวิ่ง gas กำลังเร่งแซง แล้วระบบ gas มีปัญหา..ตัดเป็นน้ำมันกระทันหัน.. ช่วงเสี้ยววินาทีจะทำไงครับ...:(:(:(
กลับมาอ่านอีกที ผมเข้าใจแล้วครับ ว่าหมายถึงอะไร หมายถึงตอนที่วิ่งแก๊สอยู่แล้วแซง ช่วงแซง แก๊สมีปัญหาตัดไปเป็นน้ำมันกระทันหัน ช่วงเสี้ยววินาที รถผมเคยเป็นครับวิ่งประมาณ 120 แก๊สร้องตี๊ดๆๆ แล้วกระพริบ แล้วก็ตัดไปเป็นน้ำมัน ความเร็วต่อเนื่องได้เลย ถ้าวิ่งอยู่เวลาสลับจะไม่รู้สึกครับ จะรู้สึกตอนเดินเบาเท่านั้นว่ามีกระตุกนี๊ดนึง ตอนสลับแก๊สกับน้ำมัน เลยเอาไปให้เค้าตั้งบาร์ที่หม้อต้มใหม่ เพราะแก๊สจ่ายไม่ทันตอนความเร็วเยอะๆ บาร์ใหม่ ตอนนี้ไม่ตัดแล้วครับ:D:D ขอโทษที่มาตอบสองกระทู้นะครับ ตอนแรกอ่านไม่เคลียร์ :D:D
 
เข้ามาอธิบายอีกรอบ สำหรับตัวตัดปั้มติ๊กครับ เพื่อให้เข้าใจในสิ่งที่ถูกต้อง ตัวตัดปั้มติ๊ก ไม่ใช่ตัดอย่างเดียวนะครับ มันทำหน้าที่ทั้งตัดและต่อด้วยครับ กล่องจะต่อคั่นกลางระหว่างสายไฟที่ไปจ่ายปั้มติ๊กและสั่งงานโดยสมองแก๊สครับ เมื่อแก๊สทำงาน กล่องจะทำหน้าที่ตัดไฟที่ไปจ่ายปั้มติ๊ก(switch off) พอแก๊สหยุดจ่ายสมองแก๊สก็จะสั่งงานไปที่กล่องตัดปั้มให้จ่ายไฟไปเลี้ยงปั้มติ๊ก(switch on) แต่ในอีกแง่มุมคือ ถึงเราไม่ติดตัวนี้ เวลาหัวฉีดไม่ฉีดน้ำมัน น้ำมันก็จะไปรอที่หัวฉีด น้ำมันไม่ได้ถูกใช้ไป ปั้มติ๊กก็จะหยุดทำงานเองอยู่แล้ว(แต่ปั้มติ๊กมีไฟไปเลี้ยงตลอดและพร้อมทำงาน) โดยที่ไม่ต้องติดตัวตัดปั้มติ๊ก เพราะฉนั้น จะติดหรือไม่ติดอยู่ที่เจ้าของรถจะตัดสินใจครับ ไม่ติดก็ไม่ได้เสียหายไร แต่ติดแล้วมันก็ไม่มีไรเสียหายเช่นกัน เปรียบง่ายๆเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าแหละครับ เช่นพัดลม ทีวี ดีวีดี ที่เราเสียบปลั๊กไว้ แต่ไม่ได้ใช้งาน(มีไฟไปเลี้ยงตลอด) หรือถอดปลั๊กออกเลย(ตัดไฟที่ไปเลี้ยง)จะใช้ก็เสียบปลั๊ก แบบไหนสบายใจกว่ากัน แบบไหนจะมีอายุการใช้งานยาวนานกว่ากัน ลองตัดสินใจดูครับ :D:D:D
 
เข้ามาอธิบายอีกรอบ สำหรับตัวตัดปั้มติ๊กครับ เพื่อให้เข้าใจในสิ่งที่ถูกต้อง ตัวตัดปั้มติ๊ก ไม่ใช่ตัดอย่างเดียวนะครับ มันทำหน้าที่ทั้งตัดและต่อด้วยครับ กล่องจะต่อคั่นกลางระหว่างสายไฟที่ไปจ่ายปั้มติ๊กและสั่งงานโดยสมองแก๊สครับ เมื่อแก๊สทำงาน กล่องจะทำหน้าที่ตัดไฟที่ไปจ่ายปั้มติ๊ก(switch off) พอแก๊สหยุดจ่ายสมองแก๊สก็จะสั่งงานไปที่กล่องตัดปั้มให้จ่ายไฟไปเลี้ยงปั้มติ๊ก(switch on) แต่ในอีกแง่มุมคือ ถึงเราไม่ติดตัวนี้ เวลาหัวฉีดไม่ฉีดน้ำมัน น้ำมันก็จะไปรอที่หัวฉีด น้ำมันไม่ได้ถูกใช้ไป ปั้มติ๊กก็จะหยุดทำงานเองอยู่แล้ว(แต่ปั้มติ๊กมีไฟไปเลี้ยงตลอดและพร้อมทำงาน) โดยที่ไม่ต้องติดตัวตัดปั้มติ๊ก เพราะฉนั้น จะติดหรือไม่ติดอยู่ที่เจ้าของรถจะตัดสินใจครับ ไม่ติดก็ไม่ได้เสียหายไร แต่ติดแล้วมันก็ไม่มีไรเสียหายเช่นกัน เปรียบง่ายๆเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าแหละครับ เช่นพัดลม ทีวี ดีวีดี ที่เราเสียบปลั๊กไว้ แต่ไม่ได้ใช้งาน(มีไฟไปเลี้ยงตลอด) หรือถอดปลั๊กออกเลย(ตัดไฟที่ไปเลี้ยง)จะใช้ก็เสียบปลั๊ก แบบไหนสบายใจกว่ากัน แบบไหนจะมีอายุการใช้งานยาวนานกว่ากัน ลองตัดสินใจดูครับ :D:D:D
ยอดเยี่ยมครับ ตอบได้ชัดเจนมาก เห็นภาพเลย จากเดิมที่ผมงงๆ ไม่เข้าใจซักที รถผมท่อเบนซินแตกมาสามครั้งในจุดสำคัญไม่ซ้ำกัน สองในสามครั้งนั้น น้ำมันพุ่งกระฉุด พร้อมๆกับที่รถกำลังวิ่งด้วยแก๊ส ส่วนอีกครั้งท่อแตกที่กรองเบนซิน จอดดับเครื่องอยู่เฉยๆน้ำมันหยดติ๋งๆนองเต็มพื้น กลิ่นเหม็นเข้าไปอบอวลอยู่ในรถตั้งวันสองวัน
 
ผมจะเปรียบเทียบง่ายๆสไตล์ชาวบ้านๆ ให้ดูนะครับ ระหว่างการติดตัวตัดปั้มติ๊ก กับการไม่ติดแบบเห็นภาพง่ายๆ อยากให้ลองนึกภาพว่า ปั้มติ๊กคือก๊อกน้ำ ท่อน้ำมันคือสายยาง และนิ้วเราคือหัวฉีดน้ำมัน
เมื่อเราเปิดก๊อกน้ำ มีน้ำไหลผ่านสายยางและพุ่งออกไป ถ้าเราไม่ต้องการให้น้ำพุ่งออกไป ก็แค่เอานิ้วโป้งอุดปลายสายโดยไม่จำเป็นต้องเดินไปปิดก๊อกน้ำ แค่นี้น้ำก็ไม่พุ่งแล้ว และยังมีน้ำรออยู่เต็มสายที่ปลายนิ้วโป้งเพิ่อเตรียมพุ่งออกไป (อันนี้เปรียบได้กับการไม่ติดตัวตัดปั้มติ๊ก)
ในกรณีเดียวกัน เมื่อเราเปิดก๊อกน้ำ น้ำไหลผ่านออกไปถึงปลายสาย เมื่อต้องการหยุด เอานิ้วโป้งอุดไว้ แล้วเดินไปปิดก๊อกซะ น้ำในสายก็ยังรออยู่เต็มสายที่ปลายนิ้วโป้งเช่นกัน ไม่ได้ไหลย้อนกลับไป หรือหายไปไหน (อันนี้ในกรณีใส่ตัวตัดปั้มติ๊ก)
แต่อยากถามว่า สองกรณีนี้ต่างกันไหม เอานิ้วโป้งอุดปลายสายไว้ ในขณะที่เปิดก๊อก กับปิดก๊อกอยู่ แต่ให้ผลอย่างเดียวกัน คือน้ำยังรออยู่ไม่พุ่งออกไป แตกต่างครับ เพราะในท่อยางมีPressureสำหรับก๊อกที่ยังไม่ปิด และนิ้วที่อุดอยู่นั้นก็เมื่อยกว่านิ้วที่อุดสายที่ปิดก๊อกแล้ว เพราะกรณีที่สองนิ้วไม่ต้องออกแรงกดมาก
ที่นี้อยากให้ลองนึกภาพการใช้รถจริงในเมืองหลวง รถติดๆซักสองสามชั่วโมง เราต้องเอานิ้วโป้งอุดสายยางที่มีก๊อกเปิดไว้รอการจ่ายน้ำอยู่ตลอดเวลา2ชั่วโมง หรือเดินทางไกลต่างจังหวัดซัก4-5ชั่วโมง เราต้องเอานิ้วอุดมันไว้ตลอดโดยที่ไม่เดินไปปิดก๊อก มันจะเมื่อยนิ้วขนาดไหน ถ้าอยากเข้าใจถึงหัวใจของปั้มติ๊ก ท่อน้ำมัน และหัวฉีด อยากให้ลองทำดูครับ เอานิ้วโป้งอุดสายยางที่เปิดก๊อกน้ำไว้ ยืนอุดมันไว้สักสามสี่ชั่วโมง ที่นี้จะได้คำตอบว่าเรา อยากเอามันไปติดตัวตัดปั้มติ๊กไหม :D:D:D ถามว่าจำเป็นไหม ก็ไม่จำเป็น ถ้าเราสามารถยืนเอานิ้วอุดมันไว้ได้ มันก็ไม่จำเป็นจริงๆ แต่เดินไปปิดมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรเช่นกัน น้ำในสายยางก็ไม่ได้ไหลย้อนหรือหายไปไหน มันยังรอที่ปลายสายเช่นกันรอการเปิดใช้ (เพิ่มเติมคือ ในปั้มติ๊กนั้น จะมีการวัดค่าแรงดันเป็นบาร์ ถ้าปั้มใหม่ๆ ก็จะมีแรงดันสูง ถ้าใช้งานมานานแล้ว แรงดันก็จะน้อยลงๆ สำหรับกรณีที่ท่อน้ำมันแตก อาจเป็นเพราะปั้มติ๊กยังแรงดันดี คนที่ไม่เคยท่อน้ำมันแตก อาจเป็นเพราะปั้มติ๊กบาร์ต่ำ)
ที่นี้เราคงต้องมาตัดสินใจกับรถของเราเองแล้ว ว่าเราจะทำยังไงกับมัน ติด ไม่ติด เพราะถึงแม้ว่าเราจะเอาคำถามนี้ไปถามช่างติดตั้ง ผมรับรองได้ว่าถามซักสิบอู่ ก็จะได้คำตอบที่ไม่เป็นเอกฉันท์ อยู่ดี นานาจิตตัง :):):):) ต้องถามตัวเอง ติดกับไม่ติด อันไหนสบายใจกว่ากัน
 
Last edited:
ทุกท่านอย่าลืมว่า อะไหล่ทุกชิ้นมีอายุการใช้งาน

ไม่มีอะไหล่ตัวไหนมีอายุไม่จำกัด หรือ เป็นอมตะ

ไม่ว่าจะเป็นตัวปั๊มติ๊กเอง ท่อน้ำมันไปหรือท่อน้ำมันกลับ มันมีการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้เป็นส่วนมากอยู่แแล้ว

แค่บังเอิญว่ามันมาเสียหรือเสื่อมสภาพในช่วงที่ท่านติดตั้งระบบแก๊สเท่านั้นครับ ก้อรับเป็นจำเลยแรกไปเท่านั้นเอง :n05:

 
สอบถามที่เปรียบเทียบเรื่องก๊อกครับ

เคยได้ยินมาว่า ปกติน้ำมันที่ไม่ได้ใช้ มันปั๊มมาแล้วก็ไหลย้อนกลับไม่ใช่หรือครับ ไม่มีอะไรไปอุดไว้ บางคนถึงบอกว่าให้เหลือน้ำมันในถังไว้เกินครึ่งเพื่อระบายความร้อนน้ำมันที่มันผ่านร้อนหนาวจากเครื่องมา ก็แสดงว่าถ้าไม่ได้ใช้มันก็ไหลกลับหมด ไม่มีอะไรไปอุดมันไว้ (หรือเปล่า) อยากถามท่านที่ทราบจริงว่าผมเข้าใจถูกไหม

จำเป็นไหม? ผมเห็นว่าไม่ติดก็ไม่ได้เสียหายอะไร แต่ผมกำลังจะไปติด

ผมเห็นเหตุที่จะไปติดตัวตัดให้รถผมสองอย่างคือ

อย่างแรก ลดภาระปั๊มติ๊กที่มันชอบมีเสียง ผมรำคาญมัน
และ น้ำมันไม่ต้องผ่านระบบร้อนๆแล้วย้อนกลับไปมา
ส่วนที่ตามมาพลอยได้คือ ไม่ต้องกังวลว่าจะมีส่วนผสมของน้ำมันเข้าระบบเผาไหม้หากเกิดerrorอะไรขึ้นมาในระบบครับ

เท่านี้แล
ครับ
 
Last edited:
กลับมาอ่านอีกที ผมเข้าใจแล้วครับ ว่าหมายถึงอะไร หมายถึงตอนที่วิ่งแก๊สอยู่แล้วแซง ช่วงแซง แก๊สมีปัญหาตัดไปเป็นน้ำมันกระทันหัน ช่วงเสี้ยววินาที รถผมเคยเป็นครับวิ่งประมาณ 120 แก๊สร้องตี๊ดๆๆ แล้วกระพริบ แล้วก็ตัดไปเป็นน้ำมัน ความเร็วต่อเนื่องได้เลย ถ้าวิ่งอยู่เวลาสลับจะไม่รู้สึกครับ จะรู้สึกตอนเดินเบาเท่านั้นว่ามีกระตุกนี๊ดนึง ตอนสลับแก๊สกับน้ำมัน เลยเอาไปให้เค้าตั้งบาร์ที่หม้อต้มใหม่ เพราะแก๊สจ่ายไม่ทันตอนความเร็วเยอะๆ บาร์ใหม่ ตอนนี้ไม่ตัดแล้วครับ:D:D ขอโทษที่มาตอบสองกระทู้นะครับ ตอนแรกอ่านไม่เคลียร์ :D:D


ผมเป็นบางทีครับ (นาน ๆ ที)

เร่งแรง ๆ แล้ววูบบบบบ เร่งไม่ขึ้น
บางครั้ง วิ่งเกิน 120 วูบบบบ เร่งไม่ขึ้น :mad:
ต้องผ่อนคันเร่งซักครู่แล้วค่อย ๆ เหยียบใหม่

ตั้งบาร์ทำยังไงครับ จะได้ให้ช่างตั้งให้ใหม่
 
ใช่ครับ เข้าใจถูกแล้ว น้ำมันที่จ่ายมาที่หัวฉีด ส่วนที่เหลือจากการจ่ายจะไหลย้อนกลับ กลับไปถัง แต่ แต่ แต่ แต่ อิอิ ไม่ได้ไหลย้อนกลับทางเดิมทางปั้มติ๊กนะครับ จะมีท่อไหลกลับตีคู่กันมา ลองไปดูได้จากหน้าเครื่องครับ (เครื่องM104นะครับ รุ่นอื่นผมไม่แน่ใจว่าอยู่ตรงไหน) จะมีสายน้ำมันมาสองเส้น ต่อเข้ารางหัวฉีด เส้นนึงมาจากปั้มติ๊ก เส้นนึงสำหรับไหลย้อนกลับ ใส่สองเส้นสลับกัน ก็สตาร์ทไม่ติดครับ
ส่วนมีน้ำมันรออยู่ที่สายไหม มีครับ สังเกตุง่ายๆเวลาเราเอารถไปซ่อม เช่นเปลี่ยนท่อน้ำมันเบนซิน (ช่วงจากปั้มไปเครื่องนะครับ) ตอนช่างถอดสายก็จะเห็นน้ำมันพุ่งออกมาสักพักนึง พอหมดระบบก็หยุด หรือติดแก๊ส ช่างต้องถอดรางหัวฉีด ถอดสายน้ำมันที่ต่อเข้ารางหัวฉีด ก็มีน้ำมันพุ่งออกมาซักระยะนึงเหมือนกันครับจึงหยุด นั่นหมายถึงมีน้ำมันมารออยู่ตลอดแม้ปั้มจะไม่ทำงาน ต่างกันที่ไม่มีแรงดันจากปั้มติ๊กเท่านั้นเอง
ปั้มติ๊กจะทำงานคล้ายพัดลมไฟฟ้าหน้าเครื่องแหละครับ คือไม่ได้ทำงานตลอดเวลา(ผมหมายถึงรถที่ไม่ใส่ตัวตัดปั้มติ๊ก ในขณะที่ใช้แก๊สอยู่นะครับ) มันจะทำงานแป๊ปนึงตามแรงดัน แล้วก็หยุด เมื่อแรงดันในสายอ่อน มันก็จะทำอีกแป๊ป แล้วก็หยุด เป็นแบบนี้ไปตลอดทางแหละครับ คล้ายๆนักฟุตบอลตัวสำรองไงเนี่ยแหละ คือมาพร้อมทีม แต่งตัวใส่รองเท้าสตั๊คเหมือนคนอื่นเค้า วอร์มร่างกายรอ ตลอดการแข่งขัน กระทั่งจบเกมส์ ก็ไม่ได้ลงเป็นตัวจริง หรืออาจได้ลงตอนทดเวลาบาดเจ็บ :D:D:D:D:D ถ้าเป็นแบบนี้ทุกเกมส์ มันก็คงเซ็ง พาลขอย้ายทีมได้
 
Last edited:
Back
Top