เครื่องยนต์ C240 สตาร์ทไม่ติด

krit1956

New member
หลังจากได้ไปสู่ขอน้อง C 240 มาได้สักระยะแล้วก็ปรับปรุงสภาพภายนอกเสร็จเรียบร้อย ใช้มายังไม่ถึงเดือนก็ใช้ดีเป็นปกติ แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นเมื่อวาน ตอนแรกออกจากบ้านสตาร์ทครังเดียวติด ทุกอย่างปกติ วิ่งประมาณ 12 กม. จอดประมาณ 10 นาที พอจะกลับบ้านสตาร์ทไม่ติด สตาร์ทตั้งหลายครังก็ไม่ติดคิดว่าคงไม่ได่แล้วเลยหยุดสักพักแล้วทำการสตาร์ทใหม่ ติด ก็กลับบ้าน ตอยเย็นใช้รถอีกสตาร์ทครั้งเดียวติดทั้งขาไปและขากลับไม่มีปัญหาใด ๆ อาการที่ผิดสังเกตุก็ไม่มี แต่วันนี้จะใช้รถอาการสตาร์ไม่ติดก็กลับมา จะทำการสตาร์สักกี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม ไฟทุกอย่างในหน้าปัดโชว์ปกติครับ แบตเตอรรี่ก็ไม่น่ามีปัญหา น้ำมันพร้อม และอยากถามพี่เพื่อน้องผู้รู้ทั้งหลายว่าควรจะเช็คนะจุดไหน (กรุณาอย่าแนะนำอู่เบน็ซ์เพราะอยู่ต่างจังหวัด รัศมี 180 โล ไม่มีศูนย์บริการเบ็นซ์) ขอคำแนะนำด้วยครับ
 
แบบ ที่ 3 เครื่อง หมุน แต่ ไม่ติด หรือ ติด แล้วดับ

3.1 รีเลย์โอเวอร์โหลด หลังแบต ติดกล่อง ECU รูบร่าง
เหลี่ยมกระป๋อง อาจเสีย หรือ หน้าคอนแทคไหม้ หรือ CRACK

ทำให้ไม่จ่ายไฟ ไปเลี้ยง รีเลย์ปั๊มติ๊ก

อาการนี้ เวลา บิดกุญแจ ON จะไม่ได้ยินเสียง ปั๊มติ๊กทำงาน 1 วินาที


แก้ไขโดยการเปลี่ยน ผมจึงพกรีเลย์ ตัวนี้ ไว้ท้ายรถ 1 ตัว


3.2 รีเลย์ ปั๊มติ๊ก สกปรก หรือ เสีย กล่องเหลี่ยม สีเขียวๆ
อยู่ติดกะรีเลย์แอร์ หลังแบต ใต้ วาวล์แอร์ EXPANSION VALVE

ตัวนี้ ได้ข่าวว่า มดชอบเข้าไป อาศัย ถอดมา เคาะๆ หรือ แงะมา
ทำความสะอาด ก็หายคับ

อาการนี้ เวลา บิดกุญแจ ON จะไม่ได้ยินเสียง ปั๊มติ๊กทำงาน 1 วินาที เช่นกัน


3.3 ปั๊มติ๊ก เสีย ไม่ทำงาน

อันนี้ ก็ ต้องเปลี่ยน

แก้ไขชั่วคราว โดยการ มุด ไป เคาะ ให้ มัน ทำงาน

เพื่อขับรถกลับบ้าน

ที่ที่มันอยู่ คือ บริเวณ ใต้ท้องรถ ล้อหลังขวา

มีแผ่นพลาสติก น๊อตยึด 3 ตัว บังอยู่

มุดไป อันตรายมาก ถ้า ไม่มี แม่แรงตะเข้ อย่าทำ

อย่าใช้ แม่แรงติดรถ อาจโดนรถทับตายได้





3.4 วาวล์กักเชื้อเพลิง ตัวบนรั่ว
ทำให้น้ำมันท่วม สตาร์ท ไม่ได้ จะเป็น ตอนเครื่อง กำลังร้อน

เพิ่ง ดับเครื่องได้ 5-10 นาที

แก้ไขชั่วคราวโดยการ เหยียบคันเร่ง แล้ว สตาร์ท ก็ จะติดได้ง่ายขึ้น



ควรรีบเปลี่ยน เพราะ สิ้นเปลืองน้ำมัน

ตรวจสอบโดยการ ทดลองดึงสายแว๊คคั่มออกมาดู ว่ามีคราบเบนซิลหรือไม่

บางที ถ้า ยังรั่วไม่มาก จะยังไม่มีคราบ

อาจต้อง ถอดออกมา เคาะๆ ดู ว่ามีน้ำมันเบนซิลตกค้างภายใน
จึงถือว่ารั่ว เปลี่ยน ลูกเดียว พันกว่าๆเท่านั้น




3.5 แอร์แมส เสีย

อาการเริ่มต้น จะเดินเบา แล้ว สวิง วูบวาบ ขับได้ปกติ กำลังตก

พอหนักเข้า ติดเครื่อง แล้ว วูบวาบจนดับ หรือ ติดแล้ววูบดับเลย


แก้ไขโดยการ ดึงปลั๊กแอร์แมสออกมา แล้ว สตาร์ท วิ่งชั่วคราวได้

หลังจากนั้น ควรรีบเปลี่ยน

เพราะ สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมาก แคตก็จะตัน O2 เซนเซอร์ก็ จะเสียด้วย



3.6 เซนเซอร์ แคมชาพ ที่สูบ 1 ติดคอห่านบน เสีย

เซนเซอร์ตัวนี้ มักกรอบแตก จนระยะอาจห่าง จน เซนเซอร์อ่านค่าไม่ได้

ทำให้ สตาร์ท ไม่ติด ปะอีป๊อกซี่ จัดแจงใหม่ ก็ มักใช้ได้ปกติ


3.7 เซนเซอร์ แครงค์ชาพ ใต้ฐานกรองเครื่องสูบ6

ตัวนี้ บางที เจอคราบน้ำมันเครื่อง ตอนเปลี่ยนถ่าย สกปรกมากๆ

อาจต้องให้ช่างถอดมาทำความสะอาด แล้วประกอบคืน ก็ใช้ได้


3.8 คอยล์จุดระเบิดเสีย

ตัวนี้ จะมีอาการ เครื่องเดินไม่เต็มสูบ มีแบ๊คไฟร์ ก่อน

หลังจากที่มันตายสนิท เครื่องจะติดไม่ได้ เพราะเหลือ แค่ 4 จาก 6
__________________
W124 280Eแตนๆแบบมีชั้นเชิง คับ :D
 
เครื่องหมุนแล้วไม่ติดครับ จะลองเช็คตามที่แนะนำทีละข้อครับ
 
อย่ามองข้ามปั้มติ้กนะครับ รุ่นนี้ไม่มีรีเลย์ไฟเกินแต่ถูกรวมอยู่ในK40 ส่วนมากจะเสียยาก หรือไม่ก็หาช่างเอาสตาร์ไปจับดู ยิ่งเป็นกุญแจน้ำเต้าด้วยสตราทลากยาวๆไม่ใด้ด้วย มันจะตัดของมันเอง
 
กรองเบนซิลตัน :n23:


อันนี้เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ เพราะเจอะกะตัวเองแล้ว

อาการสตาร์ทน้ำมันไม่ติด/ติดยากเกิดกะรถ C220 ของผมเมื่อไม่นานมานี้
สตาร์ทน้ำมันติดยาก ติดแล้วสบัดกระเพื่อมทึ๊กบืด ๆ เหมือนมอไซค์สูบเดียว
แต่แก๊สเครื่องเดินแจ่มเลย


เปลี่ยนกรองเบนซิน ปกติเลย
ยังไม่แน่ใจ ผ่ากรองเบนซินออกดู
กระดาษกรองมันดำปึ๊ดเลย ใช้มา3 หมื่นโล
แต่ เกือบ 4 ปี
 
กรองน้ำมันเบนซินถฮดออกมาดูแล้วน้ำมันเป็นสีคล่ำแต่ไม่น่าตันครับ แต่ปั้มติ้กตัวที่เป็นท่อกลม ๆ ข้างกรองเบ็นซินเวลาเปิดสวิทย์จับดูไม่มีความรู้สึกว่าจะทำงาน ไม่ได้ยินเสียงมอเตอร์เลย เป็นที่กรองเสียหรือว่าเป็นที่รีเลย์โอเวอร์โหลดครับ
 
น้ำมันในกรองเป็นสีคล้ำ นั่นแสดงว่ากรองตันแล้วคับ

พอกรองตันน้ำผ่านไม่สดวก หรือ ผ่านได้น้อย จึงมีแรงดันน้ำมันไปติดเครื่องไม่พอเพียง เครื่องจึงติดไม่ได้ พอทิ้งรถไว้พักใหญ่ๆ ปริมาณน้ำมันที่ใหลผ่านกรองไปได้น้อย ก็มีมากพอจะติดเครื่องได้ และ การที่กรองตัน ปั๊มจึงตัดการทำงาน เพราะ แรงดัน สั่งตัดไงคับ

กรองเบนซิล ถอดออกมา เขย่าๆๆๆๆ เเล้ว เป่า เอาน้ำมันออกมา ย้อนทางเข้า น้ำมันที่ออกมาจะดำมากๆ พอน้ำมันในกรองหมด ก็เอาน้ำมันใหม่ ใส่เข้าไป เขย่าๆๆๆๆ เป่าออกมาอีก ทำซัก 2 - 3 หน กรองก็จะสอาดใช้ได้ แต่ ถ้า หาซื้อกรองได้ ก็เปลี่ยนใหม่ไปเลย ถ้าไม่มีขายก็ต้องล้างเอาสิคับ
 
ทำเหมือนลุงสี่บอกแล้วครับแต่ก็ยังสตาร์ไม่ติด ยังเงียบอยู่กำลังถอดรีเลย์หลังแบตออกมาวัดว่าเสียหรือไม่ ถ้าวัดแล้วไม่เสียวอนให้คำแนะนำด้วย
 
ยังติดไม่ได้อยู่ วันนี้จะลองใหม่อีก ไม่รู่ว่าจะสำเร็จหรือไม่
 
ต้องตรวจสาเหตุที่ปั้มติ๊กไม่ทำงาน ส่วนหนึ่งอย่างที่มีคนบอกว่าเกี่ยวกับกรองน้ำมัน
ถ้าไม่หายกลับมาดูที่ตัวรีเลย์มีฟิวส์อยู่บนหัวอาจจะขาด ดูความสกปรกภายในต้วรีเลย์ / รูซ๊อคเก๊ต/หรือขารีเลย์
ถ้าไม้หายลองต่อไฟตรงๆโดยไม่ผ่านรีเลย์ที่ขา1กับ2
ถ้ามีเสียงปั้มติ๊กทำงานและสตาร์ทติด ก็แสดงว่ารีเลย์มีปัญหา
รองเปิดฝาครอบรีเลย์ออกมาทำความสะอาดอาจจะไม่ต้องเสียสตางค์
 
รีเลย์ปั้มติกอยู่แถวแบตครับ ไม่รู้อยู่จังหวัดไหน
ผมใช้ 240 เหมือนกัน
 
ถอดสายน้ำมันก่อนเข้ารางหัวฉีดดูถ้ามีน้ำมัน
ก็ไปดูทางอื่น
 
ปั้มติ๊กไม่ทำงานครับ ไม่ได้ยินเสียง (ที่อยู่ด้านหลังทางขวา) เวลาเปิดสวิทย์กุญแจจะได้ยินเสียงคล้ายปั้มทำงานแต่อยู่ที่หลังเครื่อง ไม่รู้ว่าเสียงอะไร สตาร์ทไม่ติดเหมือนเดิม รีเรย์ปั้มติ๊กที่อยู่หลังแบตใช่ไหมครับ
รีเลย์ปั้มติกอยู่แถวแบตครับ ไม่รู้อยู่จังหวัดไหน
ผมใช้ 240 เหมือนกัน
ผมอยู่สกลนคร อำเภอเมืองครับ ก่อนเป็นอาการนี้รถก็ไม่มีปัญหาอะไร รอบเครื่องไม่สวิง ขับได้ปกติ แต่พอจะเป็นก็เป็นเอาเฉยเลย อีกอย่างเบาะก็เลื่อนไม่ได้ ไม่รู้สัมพันธ์กันหรือเปล่า
 
ปั้มติ๊กไม่ทำงานครับ ไม่ได้ยินเสียง (ที่อยู่ด้านหลังทางขวา) เวลาเปิดสวิทย์กุญแจจะได้ยินเสียงคล้ายปั้มทำงานแต่อยู่ที่หลังเครื่อง ไม่รู้ว่าเสียงอะไร สตาร์ทไม่ติดเหมือนเดิม รีเรย์ปั้มติ๊กที่อยู่หลังแบตใช่ไหมครับ
รีเลย์ปั้มติกอยู่แถวแบตครับ ไม่รู้อยู่จังหวัดไหน
ผมใช้ 240 เหมือนกัน
ผมอยู่สกลนคร อำเภอเมืองครับ ก่อนเป็นอาการนี้รถก็ไม่มีปัญหาอะไร รอบเครื่องไม่สวิง ขับได้ปกติ แต่พอจะเป็นก็เป็นเอาเฉยเลย อีกอย่างเบาะก็เลื่อนไม่ได้ ไม่รู้สัมพันธ์กันหรือเปล่า

ใกล้เข้ามาอีกหน่อย


ปกติ บิดกุญแจ ON พี่ต้องได้ยินเสียงปั๊มติ๊กทำงานสั้นๆ ราว 1 วินาที

แล้วหยุด


แต่นี่ พี่ไม่ได้ยินเสียงปั๊มติ๊กทำงาน แต่ ไปได้ยินเสียง (คิดว่าเสียงรีเลย์)




จำเลย ก็ มีตัวน่าสงสัย 2 ตัว

1. รีเลย์ปั๊มติ๊ก
2. ปั๊มติ๊ก



แต่นี่ พี่อยู่สกล ก็ ไม่สามารถหาอะไหล่ สำรอง มาทดลองเล่นอยู่แล้ว
ผมเข้าใจดี


ง่ายสุด ให้ช่างทำนะ


1.ลองแกะเอารีเลย์ปั๊มติ๊ก แงะดูภายในเลย หน้าสัมผัสมันอาจไม่ดี
หรือมี มดเข้าไปเดินเล่น ทำความสะอาด แล้ว จี้ไฟ
ดูว่ามันทำงานดีไหม

ถ้า ปกติ อาจจบปัญหาได้



2. ถ้าพี่ดูอย่างแรกแล้ว ปรากฏว่า รีเลย์ ปกติดี
ผมก็สงสัยปั๊มติ๊กแล้วหละ

มันไม่ทำงาน ก็ ไม่มีน้ำมันมาจ่ายระบบ

แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยน

ก็ น่าลอง ถอดออกมา จี้ไฟตรงดูว่า มันทำงานหรือไม่
เดี๋ยวจะเสียเงินปล่าวๆ




ที่ว่ามา นี่ ถ้าพี่มีทักษะ ก็สามารถทำเองได้

แต่ ถ้าไม่มี โปรดเรียกหาช่างที่มีความรู้เรื่องไฟฟ้านะคับ
พวกซ่อมแอร์ ซ่อมได พวกนี้ จะเก่งเรื่องนี้คับ


ขอให้โชคดีคับ
 
คงไม่ลำบากยากเข็นเท่าไหล่ครับที่จะถอดปั้มติกออกมาจี้ดูจะทำตามคำแนะนำครับ
 
ตอนนี้คิดว่าปั้มติกไม่ทำงาน มีวิธีเช็คเหมือน
วัดไฟ 12 โวล ที่ปลั้กปั้มติ๊กอยู่แถวรีเลย์ปั้มนั่นละ
หรือ ถอดสายน้ำมันที่เข้ารางหัวฉีดดู
อีกอย่างตรวจก่อนอย่างอื่น น้ำมันในถังมีหรือเปล่า
เกจน้ำมันมันชอบเสียถ้าเติมแก๊สโซฮอลนะครับ
 
น้ำมันมีอยู่ครึ่งถังครับ กำลังเช็ครีเรย์ตัวสีเขียวอยู่ด้านหน้าที่กล่องหน้าด้านขวา ถอดออกมาเขย่าดูมีเสียงก็อกแก๊ะ
 
เป็นกำลังใจให้ครับ

ตามคุณ xitrum_dalat


"""1.ลองแกะเอารีเลย์ปั๊มติ๊ก แงะดูภายในเลย หน้าสัมผัสมันอาจไม่ดี
หรือมี มดเข้าไปเดินเล่น ทำความสะอาด แล้ว จี้ไฟ
ดูว่ามันทำงานดีไหม

ถ้า ปกติ อาจจบปัญหาได้....""""""


รีเลย์ปั๊มติ๊ก อยู่หลังแบต ขนาด นิ้วครึ่ง เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋านะครับ ไม่แบนๆเหมือนตัวอื่นๆ

มีฟิวส์เสียบอยู่ด้านบน ดึงขึ้นโดยโยกนิดหน่อย ค่อนข้างแน่นมาก

ถ้าทราบแล้ว ขออภัยครับ กลัวดึงผิดตัว


ตัวที่น่าสงสัยอีกตัว ก็ โอเวอร์โหลดรีเลย์ครับ
 
รีเรย์ที่มีเสียง เป็นเบอร์ 002 542 03 19 เป็นยี่ห้อ SIEMENS 12V ครับ ไม่รู้ว่าเป็นรีเรย์อะไรครับ
 
Back
Top