katt
New member
ขอถาม ภาษีvat ในการเช่าซื้อรถ2hand มีกี่ครั้ง งงงงงงงงมาก
รถจัดไฟแนนซ์ มีรายการด้งนี้
1. ค่ารถ 180,000 บาท
2. ผลประโยชน์ 54,000 บาท (ไม่รู้คำนวณจากไหน)
3. รวมค่าเช่าซื้อ 234,000 บาท
4. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 16,380 บาท
5. ค่าเช่าซื้อรวมVATทั้งหมด 250,380 บาท
6. ค่าเช่าซื้อไม่รวมVAT งวดละ 6,500 บาท
7. ค่ามูลค่าเพิ่มงวดละ 455 บาท
8. ผ่อนต่อเดือน (36ด.) 6,955 บาท
(ดอกเบี้ย MRR ขณะทำสัญญา 6.375 ต่อปี)
......................................................................
จะเห็นว่ามีการเรียกภาษีมูลค่าเพิ่ม 2 ครั้ง
ขอถามผู้รู้ว่าถูกต้องไหม?
.......................................................................
ระวังกลโกงในการคิดค่างวดเช่าซื้อ
ประชาชนทั่วไปกำลังมองหาสินค้าผ่อนส่งอะไรอยู่ก็ตาม ต้องให้ความสนใจเกี่ยวกับตัวเลขค่างวดเงินผ่อนที่บริษัทลีสซิ่งหรือบริษัทไฟแนนซ์จะแจ้งให้คุณทราบว่าเป็นจำนวนเท่าใด เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริโภคต้องรู้ ต้องเข้าใจวิธีการคิดตัวเลข จึงจะป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกโกงโดยไม่รู้ตัว และเชื่อได้ว่ามีประชาชนจำนวนมาก ๆ ที่ถูกโกงมาโดยไม่รู้ตัว ทั้งพวกที่ผ่อนหมดไปแล้วหรือพวกที่กำลังผ่อนชำระกันอยู่
โดยปกติสินค้าที่เกี่ยวกับเงินผ่อนไม่ว่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ต่างมีวิธีการคิดค่างวดเงินผ่อนที่เหมือนกัน จะต่างกันก็ตรงดอกเบี้ยที่คิดเท่านั้น เพียงแต่ผู้บริโภคต้องทำความเข้าใจกับ 3 องค์ประกอบต่อไปนี้เป็นพื้นฐานก่อน คือ
1. สินค้าที่จะซื้อเงินผ่อน เป็นสินค้าใหม่หรือสินค้าใช้แล้ว
2. ผู้ขายสินค้าอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
3. ภาษีมูลค่าเพิ่มในขณะนั้นมีอัตราเท่าใด
ในกรณีสินค้าใหม่นั้น ราคาที่ผู้ขายบอกขายจะรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วทั้งสิ้น เช่น รถยนต์ใหม่ราคา 2,500,000 บาท รถจักรยานยนต์ใหม่ราคา 60,000 บาท เครื่องรับโทรทัศน์ใหม่ราคา 12,000 บาท เป็นต้น ส่วนสินค้าใช้แล้วนั้น จะขึ้นอยู่กับผู้ขายด้วย กล่าวคือ ถ้าผู้ขายเป็นนิติบุคคลที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ราคาของสินค้าใช้แล้วย่อมรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วเช่นกัน แต่ถ้าผู้ขายไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ราคาขายของสินค้าใช้แล้วนั้นไม่ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น รถมือสองที่ขายโดยเต๊นท์รถต่าง ๆ ส่วนมากจะไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะเต๊นท์ที่ขายไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น ผู้บริโภคต้องถามให้ชัดเจนว่ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มหรือยังไม่รวม ก่อนตัดสินใจซื้อแบบเงินผ่อน
สำหรับการคิดค่างวดนั้น จะแสดงวิธีคิดที่ถูกต้องที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้าที่มีราคาขายเท่ากันที่ 1,600,000 บาท (ถอด VAT 7% = 1,495,327.10) ดังนี้:
สินค้าที่ถอดมูลค่าเพิ่มออก
สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม
รถยนต์ใหม่/รถมือสอง 1,495,327.10 1,600,000
หัก เงินดาวน์ 373,831.77 400,000 (จ่ายให้เต๊นท์รถ)
เงินกู้เช่าซื้อ 1,121,495.33 1,200,000
คิดดอกเบี้ย 5% Flat 2 ปี 112,149.53 120,000
รวมยอดผ่อนชำระ 1,233,644.86 1,320,000
ค่างวดต่อเดือน (หาร 24) 51,401.87 55,000
บวก ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% 3,598.13 3,850
ค่างวดต่อเดือนที่ต้องผ่อน 55,000 x 24 58,850 x 24
จะเห็นได้ว่า ซื้อสินค้าจากผู้ขายที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วต้องการผ่อน จำนวนเงินที่ผ่อนจะสูงกว่าเพราะบริษัทลีสซิ่งจะต้องบวกภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปด้วยตามที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่ประเด็นนี้ยังพอทำใจได้ ที่จะกล่าวถึงตามหัวเรื่องที่เขียนจะเกิดกับสินค้าที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มมาแต่แรกแล้ว ซึ่งจะเป็นสินค้าใหม่ จากที่เคยเห็นและรับปรึกษาให้แก่ผู้บริโภคที่เดือดร้อน เมื่อนำสัญญาเช่าซื้อที่ทำกับบริษัทลีสซิ่งและบริษัทไฟแนนซ์ทั้งใหญ่และกลางบางแห่งมาดูพบว่ามีการบวกภาษีมูลค่าเพิ่มซ้ำเข้าไปอีกครั้ง ถือว่าเป็นการโกงผู้บริโภคโดยแท้จริง โดยการแสดงวิธีคิดที่สับสนเล็กน้อย ดังนี้ :
รถยนต์ใหม่ 1,600,000.00 (ตัวเลขรวม VAT)
หัก เงินดาวน์ 400,000.- 373,831.77 (ตัวเลขถอด VAT)
เหลือเงินกู้ 1,226,168.23
คิดดอกเบี้ย 5% Flat 2 ปี 122,616.82
รวมยอดผ่อนชำระ 1,348,785.05
ค่างวดต่อเดือน (หาร 24) 56,199.38
บวก ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% 3,933.96
ค่างวดต่อเดือนที่ต้องผ่อน 60,133.33 x 24
วิธีคิดข้างต้นใช้แบบผสมที่ไม่ถูกต้อง แต่ผู้บริโภคที่ไม่ได้ศึกษาจะไม่ทราบ และยอมผ่อนตามที่แสดงไว้ เหตุการณ์เช่นนี้มักจะเกิดกับข้อเสนอจากบริษัทลีสซิ่งและบริษัทไฟแนนซ์ที่คิดดอกเบี้ยเช่าซื้อถูกเป็นพิเศษ และใช้วิธีโกงข้างต้นตลบหลังบวกเพิ่มโดยผู้เช่าซื้อไม่รู้ตัว แล้วคุณล่ะ! วันนี้ได้ตรวจดูสัญญาเช่าซื้อที่ทำไว้หรือยัง คุณอาจเป็นคนหนึ่งที่โดนแล้วก็ได้ จะบอกให้...
ทส.สภ.อ.เมืองนครราชสีมา
ที่มาhttp://muang.nmpp.go.th/web/news_print.php?id=195
.................... อย่างไรถูกคะ แล้วทำอย่างไรต่อดีคะ..................
รถจัดไฟแนนซ์ มีรายการด้งนี้
1. ค่ารถ 180,000 บาท
2. ผลประโยชน์ 54,000 บาท (ไม่รู้คำนวณจากไหน)
3. รวมค่าเช่าซื้อ 234,000 บาท
4. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 16,380 บาท
5. ค่าเช่าซื้อรวมVATทั้งหมด 250,380 บาท
6. ค่าเช่าซื้อไม่รวมVAT งวดละ 6,500 บาท
7. ค่ามูลค่าเพิ่มงวดละ 455 บาท
8. ผ่อนต่อเดือน (36ด.) 6,955 บาท
(ดอกเบี้ย MRR ขณะทำสัญญา 6.375 ต่อปี)
......................................................................
จะเห็นว่ามีการเรียกภาษีมูลค่าเพิ่ม 2 ครั้ง
ขอถามผู้รู้ว่าถูกต้องไหม?
.......................................................................
ระวังกลโกงในการคิดค่างวดเช่าซื้อ
ประชาชนทั่วไปกำลังมองหาสินค้าผ่อนส่งอะไรอยู่ก็ตาม ต้องให้ความสนใจเกี่ยวกับตัวเลขค่างวดเงินผ่อนที่บริษัทลีสซิ่งหรือบริษัทไฟแนนซ์จะแจ้งให้คุณทราบว่าเป็นจำนวนเท่าใด เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริโภคต้องรู้ ต้องเข้าใจวิธีการคิดตัวเลข จึงจะป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกโกงโดยไม่รู้ตัว และเชื่อได้ว่ามีประชาชนจำนวนมาก ๆ ที่ถูกโกงมาโดยไม่รู้ตัว ทั้งพวกที่ผ่อนหมดไปแล้วหรือพวกที่กำลังผ่อนชำระกันอยู่
โดยปกติสินค้าที่เกี่ยวกับเงินผ่อนไม่ว่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ต่างมีวิธีการคิดค่างวดเงินผ่อนที่เหมือนกัน จะต่างกันก็ตรงดอกเบี้ยที่คิดเท่านั้น เพียงแต่ผู้บริโภคต้องทำความเข้าใจกับ 3 องค์ประกอบต่อไปนี้เป็นพื้นฐานก่อน คือ
1. สินค้าที่จะซื้อเงินผ่อน เป็นสินค้าใหม่หรือสินค้าใช้แล้ว
2. ผู้ขายสินค้าอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
3. ภาษีมูลค่าเพิ่มในขณะนั้นมีอัตราเท่าใด
ในกรณีสินค้าใหม่นั้น ราคาที่ผู้ขายบอกขายจะรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วทั้งสิ้น เช่น รถยนต์ใหม่ราคา 2,500,000 บาท รถจักรยานยนต์ใหม่ราคา 60,000 บาท เครื่องรับโทรทัศน์ใหม่ราคา 12,000 บาท เป็นต้น ส่วนสินค้าใช้แล้วนั้น จะขึ้นอยู่กับผู้ขายด้วย กล่าวคือ ถ้าผู้ขายเป็นนิติบุคคลที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ราคาของสินค้าใช้แล้วย่อมรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วเช่นกัน แต่ถ้าผู้ขายไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ราคาขายของสินค้าใช้แล้วนั้นไม่ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น รถมือสองที่ขายโดยเต๊นท์รถต่าง ๆ ส่วนมากจะไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะเต๊นท์ที่ขายไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น ผู้บริโภคต้องถามให้ชัดเจนว่ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มหรือยังไม่รวม ก่อนตัดสินใจซื้อแบบเงินผ่อน
สำหรับการคิดค่างวดนั้น จะแสดงวิธีคิดที่ถูกต้องที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้าที่มีราคาขายเท่ากันที่ 1,600,000 บาท (ถอด VAT 7% = 1,495,327.10) ดังนี้:
สินค้าที่ถอดมูลค่าเพิ่มออก
สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม
รถยนต์ใหม่/รถมือสอง 1,495,327.10 1,600,000
หัก เงินดาวน์ 373,831.77 400,000 (จ่ายให้เต๊นท์รถ)
เงินกู้เช่าซื้อ 1,121,495.33 1,200,000
คิดดอกเบี้ย 5% Flat 2 ปี 112,149.53 120,000
รวมยอดผ่อนชำระ 1,233,644.86 1,320,000
ค่างวดต่อเดือน (หาร 24) 51,401.87 55,000
บวก ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% 3,598.13 3,850
ค่างวดต่อเดือนที่ต้องผ่อน 55,000 x 24 58,850 x 24
จะเห็นได้ว่า ซื้อสินค้าจากผู้ขายที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วต้องการผ่อน จำนวนเงินที่ผ่อนจะสูงกว่าเพราะบริษัทลีสซิ่งจะต้องบวกภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปด้วยตามที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่ประเด็นนี้ยังพอทำใจได้ ที่จะกล่าวถึงตามหัวเรื่องที่เขียนจะเกิดกับสินค้าที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มมาแต่แรกแล้ว ซึ่งจะเป็นสินค้าใหม่ จากที่เคยเห็นและรับปรึกษาให้แก่ผู้บริโภคที่เดือดร้อน เมื่อนำสัญญาเช่าซื้อที่ทำกับบริษัทลีสซิ่งและบริษัทไฟแนนซ์ทั้งใหญ่และกลางบางแห่งมาดูพบว่ามีการบวกภาษีมูลค่าเพิ่มซ้ำเข้าไปอีกครั้ง ถือว่าเป็นการโกงผู้บริโภคโดยแท้จริง โดยการแสดงวิธีคิดที่สับสนเล็กน้อย ดังนี้ :
รถยนต์ใหม่ 1,600,000.00 (ตัวเลขรวม VAT)
หัก เงินดาวน์ 400,000.- 373,831.77 (ตัวเลขถอด VAT)
เหลือเงินกู้ 1,226,168.23
คิดดอกเบี้ย 5% Flat 2 ปี 122,616.82
รวมยอดผ่อนชำระ 1,348,785.05
ค่างวดต่อเดือน (หาร 24) 56,199.38
บวก ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% 3,933.96
ค่างวดต่อเดือนที่ต้องผ่อน 60,133.33 x 24
วิธีคิดข้างต้นใช้แบบผสมที่ไม่ถูกต้อง แต่ผู้บริโภคที่ไม่ได้ศึกษาจะไม่ทราบ และยอมผ่อนตามที่แสดงไว้ เหตุการณ์เช่นนี้มักจะเกิดกับข้อเสนอจากบริษัทลีสซิ่งและบริษัทไฟแนนซ์ที่คิดดอกเบี้ยเช่าซื้อถูกเป็นพิเศษ และใช้วิธีโกงข้างต้นตลบหลังบวกเพิ่มโดยผู้เช่าซื้อไม่รู้ตัว แล้วคุณล่ะ! วันนี้ได้ตรวจดูสัญญาเช่าซื้อที่ทำไว้หรือยัง คุณอาจเป็นคนหนึ่งที่โดนแล้วก็ได้ จะบอกให้...
ทส.สภ.อ.เมืองนครราชสีมา
ที่มาhttp://muang.nmpp.go.th/web/news_print.php?id=195
.................... อย่างไรถูกคะ แล้วทำอย่างไรต่อดีคะ..................
Last edited: