*** รบกวนสอบถามพี่ๆ ผู้ใช้ W140 ครับผม ***

พูดเรื่องซื้อรถเบ๊นให้พ่อขับ

พ่อผมเคยมีทับแปด. หลังจากนั้น
ก็ขับรถญี่ปุ่นอีกสามสี่คัน
แล้วก็มาซื้อสามร้อยอี
บอกว่าคงอายุเหลือพอจะขับได้อีกคันนึงมั้ง
(ตอนซื้อท่านอายุจะหกสิบ ตอนนี้จะแปดสิบ)

วันก่อนผมแอบทำรถทับแปดไว้ให้
ท่านก็ไม่ยอมรับ
จนวันที่สามร้อยอีมันรวนจนส่งซ่อมนานนน

วันนั้นผมขับตามหลัง
เห็นพ่อกะแม่นั่งคู่กัน
แม่ตัวเตี้ยกว่า เห็นหัวโผล่มาหน่อยนึง
(คลาสสิก ไม่มีหมอนรองหัวครับ)

รู้สึกมีความสุขบอกไม่ถูก
 
เดินตามความฝันเถอะครับ อย่าลืมว่า ไม่ใช่แค่เราที่ถึงจุดหมาย แต่ยังมีอีกหลายคนที่ร่วมเดินไปกับเรา เอสคลาสคือที่สุดของซีดาน เพื่อคนที่เรารักที่สุด ต้องมอบสิ่งที่ดีที่สุด เหนื่อยวันนี้ สบายวันหน้าครับ:D
ช่วยหาราคาตามงบ ว่าง 555
http://www.taladrod.com/w20/Search/CarDet3.aspx?cib=829735
http://www.taladrod.com/w20/Search/CarDet3.aspx?cib=845404
http://www.taladrod.com/w20/Search/CarDet3.aspx?cib=845476
คันนี้ราคาเกินงบไปหน่อย ต่อรองราคาน่าจะได้
http://www.taladrod.com/w20/Search/CarDet3.aspx?cib=812394
http://www.taladrod.com/w20/Search/CarDet3.aspx?cib=803080
แต่ใจจริง อยากให้ได้s320 คันนี้เป็นตัวถังยาว ข้างบนตัวถังสั้นหมดเลย ดีกับคนนั่งหลัง สบาย คนนั่งหลัง เอาฟุตบอลมาเดาะเล่นได้เลย อิอิ แต่ราคาเกินงบไปนิด ต้องไปต่อแบบหืดขึ้นคอ อาจได้
http://www.taladrod.com/w20/Search/CarDet3.aspx?cib=833823
 
การดูแลรักษาจุกจิกไหมครับเรื่องเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า ค่าอะไหล่แพงไหมครับ
 
ผมเพิ่งไปออก W-140 ที่เต้นท์ รถ เยื้องสมาคมชาวปักษ์ใต้ แถว ถนนกาญจนาภิเษก ชื่อ The Best ขับมาได้ สามอาทิดแล้ว โอเคเลยครับเพราะเพื่อนผมค่อนข้างเลือกรถมาขาย ยังไงๆถ้าสนใจแวะไปชมนะครับ ติดต่อ คุณคมสัน 081-834-5095 ดูนะครับ บอกว่า เพื่อน(ชื่อภาค)คนที่ออก S320 แนะนำมาอ่ะ โชคดีครับ
 
W140คือคำตอบสุดท้ายครับ พ่อผมนั่งทีไรเป็นหลับ ผมมองผ่านกระจกหลังก็มีความสุขแล้วครับ

โดนมากเลยครับ
 
ขออนุญาติให้ข้อมูลและข้อคิดเห็นครับ ผมเองมีความชื่นชอบ ปลาวาฬ มานาน (ของผม S500 l) ตอนนี้เพิ่งจะได้ครอบครอง ตอนที่เริ่มมองหา ก้อเช่นเดียวกับคุณ อ่านๆ ข้อมูลของพี่ๆ ในเวบ ที่มีประโยชน์มากมาย ต้องขอโทษด้วย จำไม่ได้ว่าคัดลอกมาจากไหน ขอยกเครดิตให้ ท่านผู้ให้ความร้น่ะครับ ผมดูรายละเอียดตอนวิ่งหาซื้อรถ ดังนี้
หลักการทั่วไป
- ตัวถังสวย ดูแล้วชอบ ส่วนเรื่องการดูว่าชนหนักมามั๊ย ควรได้ขึ้นฮ๊อยท์ ตรวจโดยช่างที่มีประสบการณ์ แต่ถ้าเขาทำมาดีบางทีก็ดูยาก ส่วนเรื่องการชนมาบ้างนิดหน่อย ไม่เป็นไร ขอให้งานเรียบร้อย แน่นหนา โป๊วบาง สีดี ก็พอ ผมไม่ชอบรถสาดสีมาทั้งคัน ดังนั้นก็จะดูตามตะเข็บ หรือ มาร์ค ต่าง ๆ ตามเสาประตู ว่าเป็นสีเดิมมั๊ย จากนั้นก็ดูซุ้มล้อทั้งสี่ ผุหนักหรือเปล่า เคาะดู มีโป๊วหรือไม่ ดูพื้นรถตรงเท้าคนขับ คนนั่งด้วย
- ภายในขอเดิม ๆ เป็นพอ คอนโซลแน่น แผงข้างไม่ย้วย เบาะไม่ทรุดมาก หนังไม่แตกมาก ลองขับตามถนนขรุขระ ไม่ควรมีเสียงดังผิดปกติ แต่ไม่ถึงกับเงียบกริบ เพราะรถก็สิบปีแล้ว ชิ้นนวม ต่าง ๆ ให้เป็นของเดิม ไม่พ่นสีมา
- ห้องเครื่อง ดูฐานแบตก่อนเลย ผุหรือเปล่า เบ้าช็อคร้าวมั๊ย ความสะอาดไม่ต้องสนใจมาก สังเกตพวกคราบน้ำมันเลอะ ๆ ต่าง ๆ ไม่ควรมากจนน่าเกลียด หรือ หยดติ่ง ๆ ให้เห็นเลยก็แย่
- เครื่อง E280 เวลาติดก็ชึ่งเดียว เดินเงียบ นุ่ม นั่งในรถจับพวงมาลัยแทบจะไม่รู้สึกสะท้านเลยนะ กดคันเร่ง เสียงไม่ขัดหู รอบวิ่งขึ้นไม่สะดุด
- เกียร์ เข้า D หรือ R ก็จับเร็ว ไม่กระตุก รถถอยมีแรง ถึงแม้ไม่เหยียบคันเร่ง
- แอร์เย็น ปรับลูกกลิ้งไว้ที่ 22 ก็ต้องเย็นสบายใช้ได้ ลองกลางวัน กลางแดดเลย
- ออกวิ่ง ดูความต่อเนื่อง การออกตัว E280 วิ่ง 0-100 ก็ทันใจ ออกตัวรีบหน่อย ก็ต้องได้ประมาณ 10-11 วิ เกียร์เปลี่ยนจาก 1-2 กระตุกเล็กน้อย แต่จาก 2-3 และ 3-4 ต้องนุ่มนวลพอประมาณ
- รถจอดนิ่ง ติดแอร์ ความร้อนไม่ควรเกิน 95 (ขีดกลางระหว่าง 80 กับ 120 ก็คือ 100)
- ระบบไฟฟ้าภายในรถควรจะใช้ได้หมด เช่น การปรับคอพวงมาลัย, เบาะไฟฟ้า, กระจก ส่วนพวกหลอดไฟบางตัวไม่ติดก็ไม่ใช่ประเด็น ระบบล็อคประตูก็ควรปกติ
- ตอนลองขับ รถควรจะได้ศูนย์พอประมาณ ช่วงล่างเน่นหน่อย นุ่มใช้ได้ ไม่มีเสียงดังเกินเหตุ ขับ 120 ไม่เครียด ก็โอ
- ศึกษาพวกออปชัน เลขเครื่อง เลขตัวถัง ไว้ก็ดี
 
เบื้องต้นเลย ผมมักจะดูทรงก่อน ว่าขัดตาหรือเปล่า คือ ระยะห่าง ของขอบต่างๆมันเท่ากันไหม อย่างภาพด้านล่าง ขอบประตู ได้แนว หรือเปล่า และ บางรุ่น มี "ศร" หรือ >< ตามรูปทางด้านขวา ผมจะดูก่อนว่ามีการทำสีไหม ถ้ามีการทำสีแล้ว><ที่ว่าจะไม่ชัดมาก ถ้ายิ่งโดนสีโป๊ว><จะหายไปเลยครับ
ถ้าถามว่า เจ้า >< หายไปเป็นไรไหม ผมไม่ Seriousมากครับ ถ้ากรณีอื่น มันผ่าน ซื้อรถ Used โดนบ้างเรื่องธรรมดา แต่อย่าให้ดดนจนหน้าเกลียจเท่านั้นพอครับ ดู >< แล้ว ก็ดูอย่างอื่นด้วย นอกจากร่องแล้ว ลองเปิดปิดประตู ฝากระโปรงหน้าหลัง บานไหน ปิดยาก เปิดยากเป็นพิเศษ ให้ระวังไว้ครับ ว่าอาจะจะเกิดเหตุมาแล้วไม่ได้ทรง นอกจาก >< แล้ว อีกจุดที่พอจะสังเกตได้คือเรื่องของกระจก ถ้ารถคันดังกล่าวเป็นรถนอก หลังปี90 กระจกจะมีเลขปีที่ผลิตกระจก บอกไว้ อย่างในรูปล่าง เลข 5 หมายถึงกระจกผลิตเมื่อปี 95 รถคันดังกล่าวต้องเป็นปี 95 หรือ 96 เท่านั้น ทั้งคัน กระจกจะไม่หนีปีกันมาก เช่นรถปี 95 อาจเจอกระจก .4 กับ .5 น่าจะไม่เจอ .3 หรือ .7 ซึ่งเมื่อกระจกได้รับการเปลี่ยนมา เมื่อ ไปเบิกกระจก จะได้กระจกในปีที่ผลิต อย่าง CE ผม ปี 89 กระจกหลังขึ้นรา ผมไปเบิก กระจก มาเปลี่ยนตอนปี00 ผมได้เลขกระจก .9 คือ ผลิตกระจกเสร็จเมื่อปี 99 กว่าจะส่งมาถึงบ้านเราก็สมควรแล้วที่เป็นปี00

เมื่อดูกระจกเป็นที่เรียบร้อยต่อมาก็เป็นเรื่องของรา ยละเอียดอื่น ที่ผมจะ ใส่ใจมากขึ้น คือ บานพับครับ (ภาพล่างซ้าย) บานพับจะมีปีที่ผลิตบานพับปั้มอยู่ ดังนั้น บานพับจะเกินปี ของรถที่จดทะเบียนไม่ได้ ถ้าเลขบานพับเกิน ก็แปลได้ง่ายๆ ว่าเปลี่ยน บานพับมาไงครับ บานพับไม่ได้เปลี่ยนง่ายๆนะครับ ดังนั้น ถ้าเลข บานพับ ไม่ตรงปี ต้องยิ่ง ดูส่วนอื่นมากขึ้นครับ
อีกเรื่องนึงที่ผมไม่ปล่อยคือ น๊อตยึดบานพับ บางรุ่นเป็นสีดำด้าน บางรุ่น สีเดียวกับตัวรถ วิธีดูเหรอครับ ต้องตรงตามแบบไงครับ รุ่นไหนเป็นสีเดียวกับตัวรถ ต้องเป็นสีเดียวกับตัวรถ หากไม่ใช่เดาได้เลยว่าเปลี่ยนน๊อตมาครับ เปลี่ยนน๊อตแล้วมีผลไหม คงไม่มีใคร อารมณ์ดี อยู่ๆ เอารถของตน ไปเปลี่ยนน๊อตบานพับ เล่นหรอกครับ

เข้าเรื่องตัวถังต่ออีกนิด เกี่ยวกับรายละเอียด ซึ่งต่อจากนี้ ไม่มีก็ไม่ผิด แต่ถ้ามี สำหรับผม เรียกว่าเจ๋งครับ อะไรเหรอครับ ฝาถังน้ำมันไงครับ เขาจะมี Sticker ปะมา (รูปขวา) หากมีอย่างงี้ ทำสีอย่างไรก็ไม่หนัก เพราะถ้าเบิกฝาถังใหม่ๆ Sticker มันไม่มีมานะครับ ต้องสั่งต่างหาก ซึ่งทั่วๆ ไปเขาก็ไม่สั่งกัน ถามว่า Seriousไหม ไม่หรอกครับ เพราะรถชนบางคัน ใช้อะไหล่เก่าจากนอก ก็อาจเจอฝาถังมือสอง มี Sticker ติดมา แต่เจ้าของรถคันดังกล่าว คงต้องเฮงจริงๆครับ ถึงได้ฝาถังที่สีตรงกับรถเขา หรือถ้าเอาฝาถังสีอื่นมา ก็ต้องกันเทปพ่น ถ้าแง้มๆ Sticker ออกดู ก็เห็นแล้วว่าเปลี่ยนฝาถังมา เพราะพื้นมันคนละสี
 
ต่อเรื่องตัวถัง สำหรับบางคัน เพื่อนๆอาจเห็นตุ่มเล็กๆที่ขึ้นตามตัวถัง (ภาพขวา) หากเห็นอย่างงี้ เข้าใจได้เลยนะครับ ว่า ผุ ย้ำ ผุครับ แถวบ้านผมเรียกว่า Rusty คือ ขึ้นสนิมแล้ว! บางท่านบอกว่า อุ๊ย นิดเดียวเอง แค่ยุงกัด ขอบอกเลยนะครับ กว่าจะขึ้นให้เห็นได้ขนาดนี้ มันกินที่มากกว่าที่เห็นพอสมควรแแหละครับ ถ้าผุซื้อได้ไหม ได้ครับ แต่เผื่อค่าตัดผุไว้ด้วยนะครับ สังเกตแถวพวกบังโคลน ฐาน Batt เบ้าโช๊ค พวกนี้แหละครับ จุดอ่อนของ Mercedes-Benz ครับ ถ้าเจ้าของเดิมรักษาไม่ดี เวลาล้างไม่ล้วงเอาเศษโคลนออกจากขอบบังโคลน ไม่นานหรอกครับ (อาจจะกินเวลานานกว่ารถยนต์หลายยี่ห้อ) ผุแน่นอน

จากนั้นดูเลขตัวถังครับ เลขตัวถังสามารถบอกอะไรเราได้มากมายเลยครับ เลขที่ว่าจะมี 2แบบ คือ รถนอก กับรถในประเทศ อย่าง Plate ที่เห็น (รูปทางซ้ายมือ) เป็นรถประกอบนอกครับ ก็จะมี Option Code และ เบอร์สีครับ เมื่อเราดูเบอร์สีก็จะทราบได้ว่า รถคันดังกล่าวได้รับการเปลี่ยนสีมาหรือไม่ครับ

ต่อมา ดูทรงกันต่อ เรื่องของคานหน้าครับ ถ้าได้รับการพ่นสีมา Sticker ที่คาน(บนซ้าย) อาจจะมีรอยกันสีมาติดครับ หากมันไม่มีรอยก็นับว่ารถคันดังกล่าวไม่เคยชนหน้า หรือสาดสีคานกันมาเลยครับ เพื่อนๆหลายท่านคงอยากถามต่อแล้วนะครับว่าถ้ารถถูกเฉ ี่ยวเบาๆ หรือชนนิดๆ พ่นสีมาแล้วจะดูได้ไหมครับ คำตอบเหรอครับ ดูได้ครับ ถ้าอู่ทั่วๆไปเขาทำ (บางอู่ทำงานแบบงานศิลป์ อย่าว่าแต่ชนเบาเลยครับ ยับทั้งคันยังขับเข้าเต็นท์ขายได้) เอาเป็นว่า ถ้างานทั่วๆไป มันเป็นอย่างงี้ครับ ลองเปิดดูตามขอบประตูหลัง (รูปขาว) หากยังไม่เคยพ่นสีเลย จะไม่มีรอยต่อครับ รอยต่อที่ว่า คือรอยเหมือนเอาสีเป็นแผ่นสองแผ่นมาประกอบกัน มีรอยละอองสีนิดๆอีกต่างหาก รวมถึงประตู เราก็พับขอบยางดูครับ(ภาพซ้าย) ถ้าพ่นมาจากโรงงาน จะไม่มีรอยต่อและรอยละอองสีตรงสันประตูครับ

มาถึงเรื่องของภายในกันบ้างนะครับ เปิดมาภายใน สิ่งเดียวที่ผม Recomend อย่างจริงจัง คือ กลิ่น ครับ หากไม่ชอบเดินหนีเลยครับ แก้ไม่หายหรอกครับ ผมเจอกับตนเองครับ รถ C180 ที่ผมขายญาติไป เขาติครับว่ากลิ่นน้ำหอมที่ผมใช้นั้นทนไม่ไหว (สมัยผมเรียนเป็นหนุ่มเจ้าสำอางค์ครับ ฉีดน้ำหอมทุกวัน ใช้อยู่ยี่ห้อเดียว คือ Blue Jeans จนเขาเลิกนำเข้าไปแล้ว) เพื่อนผมหลายคน จำผมด้วยกลิ่น รวมถึงกลิ่นในรถ เป็น Blue Jeans ญาติผมประทับจิตมากครับ บอกว่ากลิ่นวิงเวียนดี ผมขายเขาไป ทั้งซักทั้งล้าง ผ่านไปกว่า2ปี ผมได้นำเอา Cกลับมาขับ ยังกลิ่นเดิมครับ

ต่อดีกว่าครับ หากกลิ่นเป็นที่รับได้ของเพื่อนๆแล้ว เรามาดูภายในกันดีกว่าครับ อย่างแรกสังเกตพวงมาลัยนะครับ มันต้องสัมพันธ์กับเลขไมล์ อย่างภาพบนซ้าย รถวิ่งหมื่นกว่าโล พวงมาลัยต้องใหม่เหมือนภาพทางซ้าย ไม่มันวาวนะครับ ส่วนของเล่น หากเขามีปะติดอะไรมา ก็ดูให้รับได้นะครับ เพราะไม่รู้ว่าเขาเจาะอะไรมากบ้าง บางชิ้นหากไปเอาออกอาจมีรูน๊อตนะครับ ซึ่งอาจเป็นเหตุต้องทำให้เราจับเปลี่ยนทั้งชิ้น อย่างภาพขาว พลุแจ้งเหตุ เวลาติดตั้ง ยึดด้วยน๊อต2ตัว หากไม่เอาแล้วไม่ให้มีรู ต้องเปลี่ยนแผงทั้งชิ้น

อย่า ลืมลองด้วยว่า สวิสต์ต่างๆใช้งานได้หรือเปล่านะครับ ดดยเฉพาะพวกแอร์กดปุ่มถ้ากดไม่ไปนี่หลายเงินครับ
บางรุ่น ใช้ไปนานๆ บังแดดชอบย้วยครับ จะเป้นมากกัรถที่บังแดดไม่มีไฟส่องหน้า หากเพื่อนท่านใดไปเจอบังแดดใหม่ๆ กริ๊บๆ แล้วยังมีรอยพ่นสีหลังคา + ฝากระโปรงหน้า และ ยังเปลี่ยนกรจะจกอีก อันนี้ระแวงได้แล้วนะครับ

เข้าเรื่องต่อนะครับ หลังจากได้ดูสภาพจนพอใจ ก็เป็นเรื่องของเครื่องแล้วหละครับ ลองขับซะนะครับ เรื่องแรกที่ควรใส่ใจนะครับ คือเรื่องการ start ครับ ติดง่ายไหม หากติดง่ายก็โอเคครับ ปรกติ หากติดยากแต่รถสวย ค่าซ่อมมันมีตั้งแต่พันกว่าถึงราวๆหมื่นอะครับ ลองต่อราคาลงมาครับ จากนั้นลองเข้าเกียร์แล้วเปลี่ยนไปๆมาๆ ระหว่าง R กับ D ดูซิว่ากระชากไหม หากเข้า D แล้วมีอาการรอนับ 1 2 3 แล้วกระชาก ให้เดาร้ายๆไว้ก่อนว่า เกียร์จะกลับบ้านแล้วครับ ให้ต่อราคาลงมาตั้งหลักที่ 3หมื่นเป็นอย่างต่ำครับ จากนั้นก็ลองขับซะนะครับ วนไปๆมาๆ ดูว่าเกียร์เปลี่ยนตามรอบหรือไม่ เร่งดีไหมตามรอบไหม หากไม่ตามรอบมีได้หลายอาการ แต่เดาหนักๆไว้ราคาเดียวกับเข้า Rแล้วรออะครับ
ลองขับเข้าที่ขรุขระดูช่วงล่างดังไหม ลองวิ่งสัก100 120ดู (ระวังความปลอดถัยด้วยนะครับ) ดูความแน่นลมไม่เข้ามาก เสียงเพืองท้ายหอนไหม จากนั้นหาที่รถติดๆวิ่งดูความร้อน เป้ฯไปได้ลองดูช่วงน้ำมันจะหมดด้วยเข็มน้ำมันแก่วงไห ม เมื่อสรุปได้ครบก็จอดแวะทานกาแฟเปิดเครื่องมาดูกันคร ับ

เวลาดูเครื่องสังเกตคราบน้ำมันฝุ่นต่างๆ หากมันใหม่ทุกซอกทุกมุม ระวังนะครับ เครื่องเพิ่งซ่อมมาแล้วดันมาขาย แปลกแฮะ.. ดูสภาพ มีคราบมีสกปรกแหละดีครับ ปลอดภัย น้ำมันเครื่องซึมๆนิดๆ เอ่อ ซ่อมได้ครับ เปลี่ยนประเก็นได้ แต่ถ้าซิงมากๆกริ๊ปๆเกินไปขัดตากับภายใน รักรถอย่างไร เครื่องใหม่ภายในโทรม แบบนี้ระวังครับ ก็ลองดูๆไปเรื่อยๆ ราวๆ 15นาทีกลับมา Start ดูครับ ถ้าติดยาก เดาได้หลายขุมครับ ต่อราคาลงมาตั้งหลักสักหมื่นละกันครับ
 
คงพอจะเป็นประโยชน์บ้างน่ะครับ ผมคัดลอกของกูรูในเวบ และนำเป้นเป้นข้อสังเกตุ ตรวจสอบ ก้อการตกลงซื้อครับ
 
อยู่ที่เราได้มาสภาพอย่างไรด้วยล่ะครับ เวลาหาต้องใจเย็น ๆ สำหรับผมก็ออก w140 มาได้เกือบปีแล้ว จับมาเจ็ดแสนกว่า รถปี 97 ตอนแรกก็เปลี่ยนยางกู๊ดเยียร์ หมื่นสอง เปลี่ยนของเหลวทั้งหมดสามพันกว่า สองเดือนที่แล้วก็เปลี่ยนหม้อน้ำ เก้าพันห้าและช่วงล่างอีกประมาณสองพัน แค่นี้จริง ๆ ครับ วอลโว่ 940 ผมอีกคันซ่อมหนักกว่านี้อีก
 
มาเชียร์ด้วยอีกคนครับ ผมก็พึ่งได้มา s280 ปี97 ติดแก๊สเรียบร้อย
กำลังเก็บงานอยู่ครับ ขอให้ได้รถไวๆนะครับ ^^"
 
S280 เครื่องเดียวกันกับ e280/w124 ค่าซ่อมเครื่องส่วนใหญ่จึงเหมือนกัน ที่แพงกว่าคือช่วงล่างเพราะชิ้นใหญ่กว่าและบางชิ้นเป็นมีเนียม ถ้าเทียบกับช่วงล่างตากลมก็แพงกว่าตากลมสัก 2หมื่นได้(ตากลมก้อเป็นมีเนียมหลายชิ้น) แต่เปลี่ยนทีใช้ไปได้อีกนานไม่ได้ยกช่วงล่างกันทุกปีสองปี

ถามว่า เกียร์ 4 หรือ 5 speed ดี ก้อคงตอบว่า 5 อัตราเร่งดีกว่าวิ่งเร็วก้อใช้รอบน้อยกว่า แต่ก้อหารถยากกว่าเช่นกันเพราะมันเป็น option ที่ตอนออกรถป้ายแดงราคาต่างกันพอควรคนเลยออก 4 เสียเป็นส่วนใหญ่ครับ

เรื่องตัวสั้นตัวยาวส่วนตัวชอบตัวสั้นเพราะคล่องตัวกว่า แค่ตัวสั้นก็ยาวกว่ารถเก๋งทั่วไปมากแล้วเนื้อที่วางขาก้อมากเกินพอกับที่ผมต้องการแล้ว แต่อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบนะครับ

เกือบลืมบอกไปว่าไปลองขับดูครับถ้ามีโอกาส ผมเคยขับตากลมของเพื่อนเมื่อเทียบกับ w140 ช่วงล่างเหนือกว่ามากครับ พวงมาลัยก็ให้ความรู้สึกดีกว่า ก้อราคาป้ายแดงมันต่างกันอยู่หลายล้านนะครับ
 
Last edited:
รถที่จะซื้อ ก็แค่ลองขับดู เราก็จะรู้เองครับว่า ไหวไหม ก็เคยใช้ มาก่อนอยู่แล้ว เชื่อตัวเองดีที่สุด:n11:
 
ขอบคุณพี่ๆ ทุกท่านสำหรับคำแนะนำ และข้อมูลครับ

ผมเคยถามพ่อว่า ชอบตากลม E230 W210 หรือเปล่า เพราะ S280 สภาพดีๆ ราคาเกินงบที่ผมสู้ไหวจริงๆ (พยายามใช้ชีวิตตามหลักที่ในหลวงท่านสอน เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ยึดหลัก พอประมาณ)

แกบอกผมว่า "จริงๆ หาตากลมสภาพตัวถัง + ช่วงล่างดีๆ มาก็ได้ เรื่องซ่อมบำรุง พ่อจะจัดการเอง"

จริงๆ พ่อผมก็ไม่ได้ขับรถเร็วเท่าไรหรอกครับ 130 ก็เต็มที่แล้ว เลยคิดว่า E230 (W210) ก็น่าจะพอทำให้พ่อผมมีความสุขขับรถไปต่างจังหวัดกับแม่ได้บ้าง

เลยคิดว่า ถ้าผมหา E230 W210 สภาพพอใช้ งบไม่เกิน 7 แสน จากนั้น คงต้องให้พ่อผมจัดการซ่อมเอง เพราะผมก็ตึงตัวพอสมควร

ยังไงก็ขอบคุณพี่ๆ ทุกท่านมากครับผม :)

โดนใจมาก ผมฝากให้คิดอีกนิด

ผมเคยสองจิตสองใจ ระหว่าง ตากลม กับ ปลาวาฬ ด้วยกำลังที่มีอยู่และคิดว่า ปลาวาฬ เป็นรุ่นปราบเสี่ย หรือเสี่ยสะอื้น สุดท้ายผมก็ตกลงปลงใจกับ ตากลม E230 แบบค้างคาใจ คือลึก ๆ แล้วอยากได้ ปลาวาฬมากกว่า

ใช้ตากลมมาเวลาผ่านไป 1 ปี ซ่อมบำรุงไม่ต้องพูดถึง ทำเกือบจะทุกอย่างที่ควรทำ
ทุกครั้งที่เห็นปลาวาฬก็จะต้องแอบมองทุกครั้ง และคิดในใจว่า """"รู้งี้""""ซื้อปลาวาฬก็หมดเรื่อง

ความอยากไม่เคยปราณีใคร สุดท้ายก็ขายตากลม และมาซื้อปลาวาฬแทนครับ

บทเรียนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า รู้อะไรไม่สู้รู้งี้ 555 ล้อเล่นครับ อยากให้ซื้อสิ่งที่อยากได้จริง ๆ บางอย่างมันทดแทนกันไม่ได้จริง ๆ ครับ จะได้ไม่ต้องเสียเงินซ้ำซ้อน รถอย่างไรก็ลดครับ
 
โดนใจมาก ผมฝากให้คิดอีกนิด

ผมเคยสองจิตสองใจ ระหว่าง ตากลม กับ ปลาวาฬ ด้วยกำลังที่มีอยู่และคิดว่า ปลาวาฬ เป็นรุ่นปราบเสี่ย หรือเสี่ยสะอื้น สุดท้ายผมก็ตกลงปลงใจกับ ตากลม E230 แบบค้างคาใจ คือลึก ๆ แล้วอยากได้ ปลาวาฬมากกว่า

ใช้ตากลมมาเวลาผ่านไป 1 ปี ซ่อมบำรุงไม่ต้องพูดถึง ทำเกือบจะทุกอย่างที่ควรทำ
ทุกครั้งที่เห็นปลาวาฬก็จะต้องแอบมองทุกครั้ง และคิดในใจว่า """"รู้งี้""""ซื้อปลาวาฬก็หมดเรื่อง

ความอยากไม่เคยปราณีใคร สุดท้ายก็ขายตากลม และมาซื้อปลาวาฬแทนครับ

บทเรียนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า รู้อะไรไม่สู้รู้งี้ 555 ล้อเล่นครับ อยากให้ซื้อสิ่งที่อยากได้จริง ๆ บางอย่างมันทดแทนกันไม่ได้จริง ๆ ครับ จะได้ไม่ต้องเสียเงินซ้ำซ้อน รถอย่างไรก็ลดครับ

บทสรุปที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว ถ้ามีโอกาสเลือก ผมเชื่อท่านครับ ไม่แวะข้างทางแน่นอน ขอบคุณครับ :n20:
 
ขอบคุณพี่ๆ ทุกท่านมากครับ

สารภาพว่า ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปดูรถเลยครับ เพราะรถผมเองถูกชนท้าย T___T ตอนนี้รถซ่อมเสร็จแล้ว แต่ parking sensors ทำงานแปลกๆ ทั้งๆ ที่รถผมเป็น Toyota ไม่น่าจะซับซ้อนอะไร

หลังจากที่รถถูกชน ผมจึงเริ่มเข้าใจว่า ทำไมรถดีๆ มีคุณภาพ ถึงราคาแพง (พ่อผมซื้อ W124 ต่อจากคุณอาผม ตอนนั้นครอบครัวเรามีเงินประมาณ 7 แสนบาท ถ้าซื้อรถป้ายแดงก็คงได้ pick-up 4 ประตู แต่พ่อก็เลือก Benz มือสอง เพราะคุณภาพรถ + ความคงทน + สมรรถนะ + การซ่อมบำรุงที่ไม่ยุ่งยาก)

ถ้าผมจัดการเรื่อง parking sensors ได้แล้ว จะเร่งหา W140 ตามที่พี่ๆ แนะนำครับผม

ขอขอบพระคุณพี่ๆ ทุกท่านอีกครั้งครับ :)
 
เอาภาพมายั่วครับ อิอิ

เอาภาพออกก่อนนะ
 
Last edited:


เอาภาพมายั่วครับ รถผมเองครับ:welcome:

เหมือนกับคันเมื่อวานที่ผมเจอตอนเย็นในซอยบางกรวย
ไม่รู้ใช่ป่าว ตอนฝนตกหนักๆ ครับ
ขอโทษนะครับ ถ้าจำผิด
 
ซื้อรถช่วงนี้ ต้องระวังนิดนึงนะครับ
ถ้าตาไม่ถึง หรือไม่มั่นใจจริงๆ
หาคนที่เชื่อใจได้ ไปดูด้วยก็ดี
ผมเจอมากับตัว

เจ้าของบอกว่ารถบ้าน ไม่ใช่เต้นท์
ใช้เบอร์โทรศัพท์ เบอร์นึงลงขายรถ 3 คัน
พออีก 3 คันก็เปลี่ยนเบอร์ เปลี่ยนชื่อคนขายอีก
สรุปรวมๆ เข้าไปที่เดียวจอดขายทั้งหมดเกือบสิบคัน
ไม่เป็นไรครับ ไม่ว่ากัน จะรถเต้นท์ หรือรถบ้าน
ยังมีอีก เล่นอัพเดดข้อมูลในเวปบ่อยๆ ดูแล้วเหมือนกับว่า
รถพึ่งลงประกาศขาย แต่จริงแล้วลงขายมานานแล้ว
แต่ยังขายไม่ได้สักที

ที่ผมรู้สึกแย่มากๆ คือ ไปเจอรถน้ำท่วมมา
ตอนแรกผมก็ดูไม่ออกหรอก ยอมรับว่าเก็บได้เนียนมาก
แต่เจ้าของอู่ทำสี ที่ผมทำรถอยู่ประจำแกไปดูให้
พี่แกพูดว่ากลิ่นน้ำท่วม แกจำได้ แต่ก็จางมาก
เท่านั้นแหระ เริ่มแงะ เริ่มแกะ ตามซอกเล็กซอกน้อย
ถึงได้เห็นว่ามีสนิม แต่โดนพ่นสีดำทับ
ฝากไว้ครับ ระวังๆ หน่อย ซื้อรถเก่าช่วงนี้
ถ้าเจอราคาถูกผิดปกติ แล้วยังอยู่เดาไว้ก่อนได้เลย
 
อยากได้ w140 เหมือนกันครับ

ขอติดตามเก็บข้อมูลครับ:bonk:
 
Back
Top