ขอความรู้เกี่ยวกับ C 200 classic หน่อยครับ

manow

New member
พึ่งจะได้มาขับยังไม่ถึงเดือนขอความรู้เกี่ยวกับ C 200 classic หน่อยครับว่าเป็นอย่างไรบ้างเข้ามาหาความรู้แต่ไม่เข้าใจกับ w201, w202, หรือ AMG รถรุ่นนี้น่าใช้มั้ยครับสำหรับมนุษย์เงินเดือนถ้าเผื่อว่าจะดูแลรักษาตามสภาพเช่นตรวจเติม หรือดูสภาพทั่วไปก่อนใช้งานเหมือนรถญี่ปุ่นทั่วไปมั้ย เพราะถ้าดูในคู่มือติดรถจะไม่บอกว่าต้องใช้อะไรเติมหรือใช้น้ำมันอะไรนอกจากเข้าศูนย์อย่างเดียว และขณะที่ขับไปบางครั้งก็มีลมร้อนออกมาจากช่องแอร์ อยากทราบว่าเป็นอาการปกติมั้ย
 
พึ่งจะได้มาขับยังไม่ถึงเดือนขอความรู้เกี่ยวกับ C 200 classic หน่อยครับว่าเป็นอย่างไรบ้างเข้ามาหาความรู้แต่ไม่เข้าใจกับ w201, w202, หรือ AMG รถรุ่นนี้น่าใช้มั้ยครับสำหรับมนุษย์เงินเดือนถ้าเผื่อว่าจะดูแลรักษาตามสภาพเช่นตรวจเติม หรือดูสภาพทั่วไปก่อนใช้งานเหมือนรถญี่ปุ่นทั่วไปมั้ย เพราะถ้าดูในคู่มือติดรถจะไม่บอกว่าต้องใช้อะไรเติมหรือใช้น้ำมันอะไรนอกจากเข้าศูนย์อย่างเดียว และขณะที่ขับไปบางครั้งก็มีลมร้อนออกมาจากช่องแอร์ อยากทราบว่าเป็นอาการปกติมั้ย
w201 คือเบบี้เบนนซ์190e
ต่อมาเบนซ์ได้มีการจัดคลาส c e s class
ถัดจาก190eจึงเป็นc classตัวแรก คือw202 และc ตาถั่วคือ w203 cปัจจุบัน w204 เป็นชื่อรหัสตัวถังนั่นเองครับ
ส่วนamg เป็นของแต่งของเบนซ์เช่นชุดแต่ง แม็ก ปั้มเบรก ที่เหนือstd.รอท่านอื่นเพิ่มเติมอีกทีครับ
 
Last edited:
ผมก็มนุษย์เงินเดือนครับ

แชร์ความรู้สึกนะครับ

อยู่ที่รถที่ได้มาว่าสภาพเป็นอย่างไรเจ้าของเดิมทำมาแค่ไหน ถ้าทำของใหญ่ๆมาหมดแล้วคุณก็รอดตัวไป เช่น เกียร์ ISC คอมแอร์ เฟืองท้าย สภาพเครื่อง ช่วงล้างทั้งยวง และอื่นๆที่หลักหมื่น ดังนั้นมนุษย์เงินเดือนจะต้องห่วงของใหญ่ๆแบบนี้ครับ

ถ้าทำมาจบแล้วเจียดมาหลักต้นๆหมื่นต่อปีก็เอาอยู่ครับ

ทีนี้เงินเดือนไม่เงินเดือนไม่สำคัญครับ อยู่ที่คุณมีเงินเหลือเท่าไรเท่านั้นครับ ผมรับน้อยแต่จ่ายน้อยก็เหลือมากกว่าคนได้มากใช้มากครับ รถผมใช้แก๊ส ประหยัดไปอีกต่อ

เทียบกันระหว่างญี่ปุ่นปีเดียวกันนี้ รถนี้ถ้าทำแล้วใช้ได้นานกว่าญี่ปุ่นครับ
 
ผมก็มนุษย์เงินเดือนครับ

แชร์ความรู้สึกนะครับ

อยู่ที่รถที่ได้มาว่าสภาพเป็นอย่างไรเจ้าของเดิมทำมาแค่ไหน ถ้าทำของใหญ่ๆมาหมดแล้วคุณก็รอดตัวไป เช่น เกียร์ ISC คอมแอร์ เฟืองท้าย สภาพเครื่อง ช่วงล้างทั้งยวง และอื่นๆที่หลักหมื่น ดังนั้นมนุษย์เงินเดือนจะต้องห่วงของใหญ่ๆแบบนี้ครับ

ถ้าทำมาจบแล้วเจียดมาหลักต้นๆหมื่นต่อปีก็เอาอยู่ครับ

ทีนี้เงินเดือนไม่เงินเดือนไม่สำคัญครับ อยู่ที่คุณมีเงินเหลือเท่าไรเท่านั้นครับ ผมรับน้อยแต่จ่ายน้อยก็เหลือมากกว่าคนได้มากใช้มากครับ รถผมใช้แก๊ส ประหยัดไปอีกต่อ

เทียบกันระหว่างญี่ปุ่นปีเดียวกันนี้ รถนี้ถ้าทำแล้วใช้ได้นานกว่าญี่ปุ่นครับ
ท่านขับรุ่นไหนหรือครับ ผมก็มนุษย์เงินเดือน กำลังคิดหนัก ว่าจะเอาw124 หรือw210 หรือw202 ที่อะไหล่ค่าซ่อมไม่แพงน่ะครับ ขอบคุณครับ
 
ท่านขับรุ่นไหนหรือครับ ผมก็มนุษย์เงินเดือน กำลังคิดหนัก ว่าจะเอาw124 หรือw210 หรือw202 ที่อะไหล่ค่าซ่อมไม่แพงน่ะครับ ขอบคุณครับ

ขับหลายรุ่นแล้วแต่คันไหนว่างครับ 210 201 202 แต่ทุกคันผมก็มีหน้าที่ดูแลและซ่อมครับ และเคยใช้ 124 ครับ ไม่ได้มีเงินเหลือมากมาย แต่ใช้กันหลายคน ซื้อด้วยจำเป็นต้องใช้ทั้งนั้นครับ

อะไหล่ถ้ามันเสียเหมือนๆกันมันก็พอกันครับไม่ได้ต่างกันมากมายครับ บางตัวใช้ชิ้นเดียวกันด้วยซ้ำ แต่ว่าแต่ละตัวก็มีจุดระวังอาจจะต่างกันบ้าง

เช่น
124 ก็มีเรื่องเบรคเรื่องความร้อน
210 ก็มีเรื่องแรคพวงมาลัย ภายในกรอบแตกง่าย
201 ก็เรื่องเครื่องเก่าไปหน่อยเป็น K-jet และเฟืองท้าย
202 ก็มีปัญหาอุปกรณ์ภายในที่โทรมง่ายกว่า 124 201 และอื่นๆหรือเปล่า ยังไม่เจอ เพราะเพิ่งได้มาไม่นานครับ

เรื่องเกียร์ 124 201 210 โดนมาแล้ว ราคาต่างกันไป

เรื่องซ่อมก็พูดยากครับ อยู่ที่ว่าได้มาสภาพดีแค่ไหนมากกว่า แต่อย่างหนึ่งคือ ถ้ายังไม่ได้ทำอะไรเปลี่ยนอะไหล่ใหญ่ๆอะไรๆมาเหมือนๆกัน รถเก่ากว่าและหรือใช้มามากกว่า ย่อมน่ากลัวกว่ารถใหม่กว่าและหรือใช้มาน้อยกว่า ครับ

พูดยากว่าจะฟันธงว่าน่าใช้คันไหน อยู่ที่ การใช้งาน การขับขี่ ความชอบ ของคุณมากกว่าครับ


ต่ออีกนิด ถามว่าตอนนี้จ่ายเงินค่าซ่อมคันไหนน้อยสุด ผมตอบว่า ใช้ 190E เครื่อง 1JZ ในห้วงระยะ 1 ปี ไม่มีปัญหาอะไรเลยไม่ได้จ่ายค่าอะไรเลยนอกจากน้ำมันเครื่องครับ แต่กว่าจะเป็นแบบนั้นกว่าจะเนียนนิ่งก็หมดไปสองแสนได้กระมังครับ

เห็นไหมครับ บอกไม่ได้หรอกครับว่า คันไหนซ่อมน้อยกว่ากันครับ
 
ผมไปตรวจสอบดูคู่มือแล้วเป็นปี 1995 แต่งงอยู่ว่าในคู่มือ มีแต่ c 220 ที่เป็นเบ็นซิน c 200 เป็นดีเซลแต่ของผมเป็น c200 classic เป็นเบ็นซิน รุ่นนี้ ตัวถังใช่รุ่น w 202 มั้ยครับ รุ่นนี้ประกอบนอกหรือในครับ ขณะขับทางเรียบรู้สึกว่าช่วงล่างนิ่มดี แต่พอลงหลุมขรุขระ มีเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ อย่างนี้แสดงว่าช่วงล่างต้องมีการซ่อมทำรึยัง สำหรับเครื่องสามารถอัดฉีดล้างได้มั้ยเพราะตอนนี้สกปรกค่อนข้างมากพยายามเช็ดอยู่แต่บางจุดมือเข้าไม่ถึง รุ่นนี้เฟืองท้ายมีสลิปหรือดิฟเฟอเรนเชียลมั้ย
 
เป็นW202

เอาเลขตัวถังมาเชค บอกได้หมดว่าสร้างที่ไหน มีอะไรให้มามั่ง

ล้างอัดฉีดอย่าทำ ค่อยๆเช็ดไปวันละนิดบ่อยเข้าก็เนียน ออกยากก็ใช้น้ำยา ผมใช้น้ำยาล้างเครื่องกระป๋องเขียวฉีดลงผ้าชุบน้ำหมาดเช็ด บางทีก็น้ำยาเชียงกงแล้วแต่คราบ ควรมีแปรงทาสีขนาดต่างๆไว้ดปัดด้วย ติดรถไว้ก็ดี ไปไหนว่างๆก็ปัดๆๆ เช่นตอนรอคิวช่าง เป็นต้นครับ
คันที่ผมเพิ่งได้มาก็ไม่ได้สกปรกอะไร แต่ก็ใช้ระยะเวลาเดือบสองเดือนกว่าจะเนียนหมดครับ เวลามาเปิดเครื่องทำมีน้อยครับ
 
Last edited:
ขับหลายรุ่นแล้วแต่คันไหนว่างครับ 210 201 202 แต่ทุกคันผมก็มีหน้าที่ดูแลและซ่อมครับ และเคยใช้ 124 ครับ ไม่ได้มีเงินเหลือมากมาย แต่ใช้กันหลายคน ซื้อด้วยจำเป็นต้องใช้ทั้งนั้นครับ

อะไหล่ถ้ามันเสียเหมือนๆกันมันก็พอกันครับไม่ได้ต่างกันมากมายครับ บางตัวใช้ชิ้นเดียวกันด้วยซ้ำ แต่ว่าแต่ละตัวก็มีจุดระวังอาจจะต่างกันบ้าง

เช่น
124 ก็มีเรื่องเบรคเรื่องความร้อน
210 ก็มีเรื่องแรคพวงมาลัย ภายในกรอบแตกง่าย
201 ก็เรื่องเครื่องเก่าไปหน่อยเป็น K-jet และเฟืองท้าย
202 ก็มีปัญหาอุปกรณ์ภายในที่โทรมง่ายกว่า 124 201 และอื่นๆหรือเปล่า ยังไม่เจอ เพราะเพิ่งได้มาไม่นานครับ

เรื่องเกียร์ 124 201 210 โดนมาแล้ว ราคาต่างกันไป

เรื่องซ่อมก็พูดยากครับ อยู่ที่ว่าได้มาสภาพดีแค่ไหนมากกว่า แต่อย่างหนึ่งคือ ถ้ายังไม่ได้ทำอะไรเปลี่ยนอะไหล่ใหญ่ๆอะไรๆมาเหมือนๆกัน รถเก่ากว่าและหรือใช้มามากกว่า ย่อมน่ากลัวกว่ารถใหม่กว่าและหรือใช้มาน้อยกว่า ครับ

พูดยากว่าจะฟันธงว่าน่าใช้คันไหน อยู่ที่ การใช้งาน การขับขี่ ความชอบ ของคุณมากกว่าครับ


ต่ออีกนิด ถามว่าตอนนี้จ่ายเงินค่าซ่อมคันไหนน้อยสุด ผมตอบว่า ใช้ 190E เครื่อง 1JZ ในห้วงระยะ 1 ปี ไม่มีปัญหาอะไรเลยไม่ได้จ่ายค่าอะไรเลยนอกจากน้ำมันเครื่องครับ แต่กว่าจะเป็นแบบนั้นกว่าจะเนียนนิ่งก็หมดไปสองแสนได้กระมังครับ

เห็นไหมครับ บอกไม่ได้หรอกครับว่า คันไหนซ่อมน้อยกว่ากันครับ
ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูล
 
ม่านกันแดดกระจกหลังซ่อมได้ที่ไหนครับ เวลาขับรู้สึกมีเสียงเหมือนม่านเคาะตลอดเวลา ขณะมี้ก็ไฟเบรค ABS ติดตลอดเวลาจะตรวจสอบอย่างไรครับ
 
ท่านขับรุ่นไหนหรือครับ ผมก็มนุษย์เงินเดือน กำลังคิดหนัก ว่าจะเอาw124 หรือw210 หรือw202 ที่อะไหล่ค่าซ่อมไม่แพงน่ะครับ ขอบคุณครับ

ต่อนิดนึง เมื่อวานได้มีโอกาสขับในวันเดียวกันจึงพยายามจำและจับความรู้สึกดังนี้

W124E280, W202C280, W210E280

เครื่องเดียวกัน เกียร์น่าจะอันเดียวกัน

สรุปไล่จาก มาก==>น้อย ดังนี้

ความรู้สึกว่าโปร่ง กว้าง = 210 124 202
202 ดูโปร่งน้อยที่สุดถึงแม้ว่าความกว้างวัดด้วยระยะมือ ไม่ได้ต่างจาก 124 เท่าไรนัก แต่สำหรับ210 รู้สึกกว้างกว่าคันอื่นๆมาก
ความยาวช่วงขาคนนั่งหลังก็เช่นกัน ไล่ตามลำดับเดียวกัน

อัตราเร่ง = 202 210 124 รถโหลดเหมือนกัน ล้อ 17 เหมือนกัน แต่ 202 ใช้ล้อเบา
ดูจากน้ำหนักจริงๆแล้วแต่ละคันไม่ได้ต่างกันเท่าไร แต่คัน 124 คันเร่งแข็งสุดและรู้สึกว่าอืดกว่าคนอื่น
การเปลี่ยนเกียร์ 202 124 รู้สึกเหมือนๆกัน ในขณะที่ 210 เปลี่ยนเกียร์ได้นุ่มนวลกว่ามากโดยเฉพาะในต้นๆของการออกตัว ไม่รู้เพราะอะไร

ความกระชับในการขับ การควบคุม = 202 124 210
ความจริงเลือกลำดับไม่ถูกระหว่าง 202 กับ 124 รถเล็กดูเหมือนคล่องตัวกว่า แต่ 124 พอเข้าไปนั่งแล้วการกะระยะต่างๆรู้สึกว่าไม่ได้เป็นรถใหญ่ๆเลย ออกแบบได้ดีมาก
สองอันบนเวลาขับแล้วเหมือนตัวรถกับตัวเราเป็นหนึ่งเดียวกัน ต่างจาก 210 ที่รู้สึกว่ามันใหญ่ๆไม่เป็นหนึ่งเดียวกับตัว
การขับเทียบให้เข้าใจง่ายคือ 202 124 เหมือนใช้มือเปล่าทำกับข้าวรู้สึกได้ถึงรายละเอียดของที่จะจับทุกอย่าง สากก็รู้สึกสาก ร้อนก็รู้สึกร้อน กะระยะต่างๆได้แม่นยำ ต่างจาก 210 ที่ใส่ถุงมือหนาๆทำกับข้าว หยิบจับอะไรก็ดูนุ่มนวลไม่สากมือสบายมือนุ่มนวลแต่จะหยิบจับคุมเครื่องแกงหรือตลิวยากกว่าตอบสนองอารมณ์ไม่แม่นยำแต่นุ่มนวลครับ

ความนุ่มนวลช่วงล่าง = 210 124 202 ครับ ถ้าเป็นผู้โดยสารนะ 210 นี่นั่งสบายจริงๆ ผู้โดยสารไม่ต้องการหรอกว่าขับมันส์ไม่มันส์ขอฉันนั่งสบายๆ

การสิ้นเปลืองน้ำมัน ระยะไม่ยาว แต่เท่าที่เคยวัดๆกันไม่แตกต่างกันเท่าไร

อุปกรณ์ต่างๆ เช่น ปุ่มต่างๆ ผมชอบ 124 ยิ่งทันสมัยฟังก์ชั่นแยะๆผมยิ่งไม่ชอบ ชอบน้อยๆง่ายๆไม่ต้องฉลาดมาก ผมคุมเอง

อื่นๆนึกไม่ออก ถ้าอยากทราบอะไรจากการเทียบครั้งนี้ก็ถามครับ ถ้าตอบได้จะตอบ

ให้ผมขับทุกวันเลือกคันไหน ??? เลือกไม่ถูกครับ ต่างวันก็อยากต่างคันครับ ชอบทุกคันเลย ถ้าให้เลือกแค่คันเดียว คิดหนักครับ
 
Back
Top