ณ.ช่วงเวลานี้ งบ7-8 แสน เล่นรุ่นไหนต่อจาก w124 ดีครับ

nsscbenz

Member
รบกวนเพื่อนสมาชิก ผู้เก๋าประสบการณ์หน่อยนะครับ...:D:thumbup:
 
W211 เป็นรุ่นที่น่าสนใจครับ เครื่องยนต์มีให้เลือกหลากหลาย
การซ่อมแซมยังมีค่าใช้จ่ายระดับกลางๆไม่โหดจนเกินไป :)
 
หรือเอา W210 ตัว facelift มาทำให้สมบูรณ์ มีเงินเหลือ ครับ
 
204 รถเล็กคล่องตัวกว่า
210 211 ใหญ่กว่าสบายกว่า หนึบกว่า
 
งบ 700K แบบเหลือๆ

W 210 ปี 2000 - 2002 เครื่อง M 112 (240, 280, 320 ได้หมด) ดูแลไม่ยาก หาหมอไม่แพง ทนทาน ใช้ดี อะไหล่เพรียบยังกับตลาดสดเลย

W 211 ถ้ารับกับค่าใช้จ่ายพบแพทย์ครั้งละ 50,000 - 1 แสนบาท ต่อครั้งได้ก็.......ตามนั้น

การขับ/ ใช้งาน ไม่มีนัยสำคัญ ยกเว้นเขียนคิ้ว ทาปาก คงเทียบ W 211 ไม่ได้นะ ที่เหลือก็ Emotional ครับ

หมายเหตุ : เป็นข้อคิดเห็นเท่านั้น ขออนุญาตไม่โต้แย้งกับผู้ที่ชื่นชอบในรุ่นที่ระบุนะ ต้นทุนการใช้ชีวิตแต่ละท่านไม่เท่ากันคร้าบ
 
210 ทำให้ เป๊ะๆ เก็บเงินที่เหลือไว้.......รถไฟฟ้าเต็มคันครับ :)

ปล. จาก 210 ขึ้นไป แทบไม่มีเทคโนโลยี อะไรในรถที่คุ้มเงินลงไปเท่าไหร่ครับ ไม่ประหยัดขึ้น ไม่ทนทานขึ้น ซ่อมไม่ถูกลง.......จ่ายแพงกว่าทำไมละครับ
 
ถ้าไปค่ายญี่ปุ่น นิสสัน เทียน่า ใช้ดีครับ
 
สำหรับงบที่ตั้งไว้ 7-800,000 บาท ณ เวลานี้มีรถให้เล่นเยอะมากครับก่อนอื่นขอให้เจ้าของกระทู้
ระบุรายละเอียดความต้องการออกมาให้ชัดเจนก่อนว่ามีความต้องการอะไรเป็นพิเศษหรือเฉพาะเจาะจงบ้าง เช่น

1. ขนาดของรถ แต่ละคลาสของรถก็จะมีขนาดไม่เท่ากัน C, E, S,...
2. ลักษณะการใช้งาน ขับในเมือง/ทางไกล ขับเอง/มีคนขับ
3. การซ่อมบำรุง เข้าอู่/ศูนย์บริการ อะไหล่เทียบ/แท้
4. รูปทรงวัยรุ่น ภูมิฐาน สปอร์ต ฯลฯ
5. เครื่อง ต้องการกี่สูบ 4,6,8,12 มีระบบอัดอากาศหรือไม่ ถ้ามีต้องการแบบอัดไอเสียหรืออัดไอดี
6. เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วก็ถึงเวลาเลือกรุ่นรถตามงบที่พี่ว่ามาเท่าที่ผมนึกออกก็มี

6.1 C-Class :
- W203 เลือกได้ตั้งแต่ C180 ตัวแรกปี 2004 เครื่อง M111 (ฝาขาว/ฝาแดง) จนถึง C180 Kom ปี 07 เครื่อง M271 (ฝาเรียบ/ฝาร่อง)/M272 (V6) หรือจะดีเซล C220 CDI
- W204 ได้ตัวแรกๆ ปี 2008 เครื่อง M271 (ฝาร่อง)

6.2 E-Class :
- W210 เลือกได้ตั้งแต่ E230 ตัวแรกปี 1996 เครื่อง M111 (ฝาขาว) จนถึง E200 Kom ปี 02 เครื่อง M111 (ฝาแดง)/E240 เครื่อง M112 (V6) หรือจะดีเซล E220 CDI
- W211 ตัวก่อนเฟสลิฟมี E240/2.6 เครื่อง M112 (V6) ปี 2004 หรือ E200 Kom/1.8 ปี 2004 เครื่อง M271 (ฝาเรียบ/ฝาร่อง) รวมไปจนถึง E220 CDI

6.3 S-Class :
- W140 ตั้งแต่ปี 1993 - 1999 กาบเรียบ/ร่อง เครื่องมีตั้งแต่ 6 สูบ ถึง 12 สูบ เครื่อง M104 หัวโหนก/M104 หัวฉีดไฟฟ้า/M119/M120
- W220 ตั้งแต่ปี 2000 - 2004 โฉมก่อนเฟส S280/S320/S500

ลองระบุความต้องการของตัวเองออกมาดูก่อนครับ และคำว่าดีของแต่ละคนไม่เท่ากัน ที่ผมบอกว่าดีอาจจะไม่ดีสำหรับพี่ก็เป็นไปได้ครับ เพราะมุมมองและการให้ความสำคัญในแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกันออกไปไม่มีใครสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ดีที่สุดเท่าตัวเราเอง อย่าลืมว่าเวลาซื้อก็เงินเรา เวลาซ่อมก็เงินเรา เวลาใช้ก็เราใช้ คนอื่นๆรวมถึงผมไม่ได้มีส่วนได้เสียอะไรเลยครับลองหาข้อมูลของรถที่ตัวเองสนใจให้ได้ก่อนแล้วค่อยๆ ศึกษาเปรียบเทียบข้อดี/ข้อเสีย จนแน่ใจแล้วค่อยซื้อ อย่าซื้อเพราะคนอื่นว่าดีเลยซื้อตามเค้าครับ เพราะมันอาจจะดีสำหรับเค้าแต่อาจจะไม่ใช่สำหรับเรา
 
เอางี้ แคบมาหน่อย ใช้รถในเมืองหรือนอกเมืองครับ:icon_question:
 
สวัสดีทุกท่าน ไม่ได้มาเจอกันนาน

ต่อจาก 124 เหรอ เอางี้

ท่านๆที่รู้จักผมคงจะพอทราบว่าผมรักเบนซ์แค่ไหน จบจาก 201 210 124 140 202 ตอนนี้พอกันทีสำหรับเบนซ์

สรุปว่าตอนนี้ผมเหลือ 210 เป็นรถจอดสำรองที่บ้าน ส่วนใช้ประจำคือ Teana และ X-Trail ครับ

มีเงินเท่านั้น teana v6 สบายๆครับ ผมละช๊อบชอบ

ปล. ทั้งนี้การตัดสินใจแต่ละคนตั้งบนพื้นฐานต่างกันนะครับ พอดีช่วงนี้ผมไม่สนุกกับการเข้าอู่เท่าไร ไว้มีเวลาสนุกเมื่อไรจะมาพบกันอีกครับ

2011_11_22_Nissan_Teana_Minorchange_2_Sport_Series.jpg
 
Last edited:
ครับ..ขอบคุณทุก ๆ ท่านครับ สนใจ E Class ครับ มีคนแนะนำ Face lift Benz W210 ตอนนี้ไม่เห็นมีขายสวย ๆ เลย อิอิ เลยดู ๆ ไปก่อนครับ พอดีพอขับ w124 มันขับดี ลืมรถยุ่น เลย ..ภรรยาก็ชอบขับครับ ผมมือใหม่ เลยต้องมาขอคำชี้แนะ....ครับผม :n20: :D
 
สวัสดีทุกท่าน ไม่ได้มาเจอกันนาน

ต่อจาก 124 เหรอ เอางี้

ท่านๆที่รู้จักผมคงจะพอทราบว่าผมรักเบนซ์แค่ไหน จบจาก 201 210 124 140 202 ตอนนี้พอกันทีสำหรับเบนซ์

สรุปว่าตอนนี้ผมเหลือ 210 เป็นรถจอดสำรองที่บ้าน ส่วนใช้ประจำคือ Teana และ X-Trail ครับ

มีเงินเท่านั้น teana v6 สบายๆครับ ผมละช๊อบชอบ

ปล. ทั้งนี้การตัดสินใจแต่ละคนตั้งบนพื้นฐานต่างกันนะครับ พอดีช่วงนี้ผมไม่สนุกกับการเข้าอู่เท่าไร ไว้มีเวลาสนุกเมื่อไรจะมาพบกันอีกครับ

2011_11_22_Nissan_Teana_Minorchange_2_Sport_Series.jpg


ไปอีกคนซะละ:icon_cry:
 
จากใจคนนั่ง/ใช้ w211 ผมไม่แนะนำรุ่นที่ใช้ปั้ม SBC ครับ (ใช้อยู่ในปีแรกๆ) ถ้าไม่อยากปวดหัวกับระบบเบรคที่ไม่มีหม้อลม และเป็นเบรคไฟฟ้าที่ถ้าระบบไฟฟ้าขัดข้องก็จบกัน (แม้จะมีแบตสองลูกก็เถอะ) ถ้าปั้มพังทีก็ต้องยกเปลี่ยนทั้งลูก ราคาไม่ใช่ถูก ๆ นะครับ ถ้าปีหลัง ๆ มาหน่อยจะไม่ใช้ระบบเบรคนี้แล้วก็น่าสนครับ

โดยรวมรุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่โอเคเลยครับ เท่าที่ถามพี่ชายบอกว่ารุ่นนี้อู่นอกเก่ง ๆ ซ่อมกันได้แบบสบาย ๆ แล้วครับ เรื่องระบบไฟฟ้าอะไรไม่ต้องห่วงเพราะยังมีไม่เยอะมากเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้เจ็บปวดมากกลาง ๆ ครับ
 
ครับ..ขอบคุณทุก ๆ ท่านครับ สนใจ E Class ครับ มีคนแนะนำ Face lift Benz W210 ตอนนี้ไม่เห็นมีขายสวย ๆ เลย อิอิ เลยดู ๆ ไปก่อนครับ พอดีพอขับ w124 มันขับดี ลืมรถยุ่น เลย ..ภรรยาก็ชอบขับครับ ผมมือใหม่ เลยต้องมาขอคำชี้แนะ....ครับผม :n20: :D

จากใจคนนั่ง/ใช้ w211 ผมไม่แนะนำรุ่นที่ใช้ปั้ม SBC ครับ (ใช้อยู่ในปีแรกๆ) ถ้าไม่อยากปวดหัวกับระบบเบรคที่ไม่มีหม้อลม และเป็นเบรคไฟฟ้าที่ถ้าระบบไฟฟ้าขัดข้องก็จบกัน (แม้จะมีแบตสองลูกก็เถอะ) ถ้าปั้มพังทีก็ต้องยกเปลี่ยนทั้งลูก ราคาไม่ใช่ถูก ๆ นะครับ ถ้าปีหลัง ๆ มาหน่อยจะไม่ใช้ระบบเบรคนี้แล้วก็น่าสนครับ

โดยรวมรุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่โอเคเลยครับ เท่าที่ถามพี่ชายบอกว่ารุ่นนี้อู่นอกเก่ง ๆ ซ่อมกันได้แบบสบาย ๆ แล้วครับ เรื่องระบบไฟฟ้าอะไรไม่ต้องห่วงเพราะยังมีไม่เยอะมากเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้เจ็บปวดมากกลาง ๆ ครับ

ถ้าสนใจ E-Class ส่วนตัวผมแนะนำ W210 มากกว่า W211 จริงอยู่ที่ในด้านรูปลักษณ์ การออกแบบ ทั้งภายนอกและภายในนั้น W211 ได้คะแนนนำทิ้งห่างแบบสบายๆ

แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวแล้วผมว่า W210 ขับสนุกกว่า ความจุกจิก(อาจจะ)น้อยกว่า ความซับซ้อนของระบบคอมพิวเตอร์ไม่มากมายนักปัญหาประจำตัวก็น้อยตามไปด้วย

เช่น W210 แร็คชอบรั่วเป็นกันทุกคันจะช้าหรือเร็วก็ต้องโดนแต่ถ้าซ่อมแล้วก็อยู่ยาว สวิทช์ขาเบรคแท้เบิกห้างราคาไม่กี่บาท ยิ่งถ้าฟังราคาเทียบกับของวัดโสมแล้วราคาต่างกันหลักสิบ

แต่ถ้าเล่น W211 ณ ตอนนี้ปัญหาประจำตัว คือ แม่ปั๊มเบรคไฟฟ้า หรือที่เค้าเรียกกันว่า SBC ชอบพังซ่อมได้ก็จริง แต่ถ้าไม่ต้องซ่อมจะดีกว่ามั้ย เบรคแล้วปั๊มจะทำงานดังอืดๆๆๆๆๆๆ ตลอดเวลา

บอกตามตรงว่าขับแล้วได้ยินเสียงนี้ตลอดเวลาที่เบรคมันน่ารำคาญมากครับ แบตมี 2 ลูก ลูกแรกใช้เหมือนปกติสำหรับรถ ลูกที่สองแยกออกมาสำหรับเลี้ยงไฟระบบไฟฟ้าของรถ

เมื่อเสื่อมก็ต้องเปลี่ยนแต่ราคาก็ไม่ได้ถูกตามขนาดตัวมันเลย ต่อด้วยเรื่องเครื่องยนต์ สำหรับโฉมนี้มีเครื่องออกมาให้เลือกด้วยกัน 4 บล็อคหลักๆ คือ

1. ดีเซลฝาขาว อยู่ในตัวแรกๆที่ออกมาขายฝาครอบเครื่องจะมีสีขาวตรงฝั่งท่อไอดี

2. ดีเซลฝาดำ ฝาครอบเครื่องจะเหมือนกับตัวแรกแต่ฝาจะดำทั้งอัน (เค้าว่ากันว่าตัวนี้ดีกว่าฝาขาวจริงหรือไม่นั้นไม่ทราบ)

3. เบนซิล 4 สูบ เครื่อง 1,800 cc. พร้อมด้วยระบบอัดอากาศไอดีที่เค้าเรียกว่าคอมเพรสเซอร์ มี 2 รุ่นย่อย คือ ฝาเรียบและฝาร่องต่างกันที่แรงม้า
(เกินแสนกิโลเตรียมใจซ่อมระบบอัดอากาศและน้ำรั่วได้เลยเป็นทุกคันจะช้าหรือเร็วเท่านั้น)

4. เบนซิล 6 สูบ เครื่องมี 3 ขนาด คือ 2,600/3,000/2,500(เฟสลิฟ) เครื่อง 2.6 ไม่ค่อยได้ยินเสียงบ่นสักเท่าไหร่ แต่สำหรับเครื่อง 2.5/3.0 นั้นมันเป็นเกียร์จุด 9
ช่างซ่อมเกียร์ยังขยาดไม่อยากซ่อมสักเท่าไหร่ รวมถึงทำเสร็จต้องขับเข้าศูนย์จับสตาร์ออนไลน์เสียเงินอีกหลักพัน

อันนี้เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งที่ผมได้ศึกษาหาข้อมูลก่อนที่จะเล่นและไม่ใช่ว่า W210 จะดีเลิศไม่มีข้อเสียอะไรเลย ถ้าว่างแล้วจะเอาตัวอย่างของ W210 มาเล่าให้ฟังอีกครั้ง ส่วนตอนนี้ขอตัวไปทำงานก่อนครับ
 
ถ้าสนใจ E-Class ส่วนตัวผมแนะนำ W210 มากกว่า W211 จริงอยู่ที่ในด้านรูปลักษณ์ การออกแบบ ทั้งภายนอกและภายในนั้น W211 ได้คะแนนนำทิ้งห่างแบบสบายๆ

แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวแล้วผมว่า W210 ขับสนุกกว่า ความจุกจิก(อาจจะ)น้อยกว่า ความซับซ้อนของระบบคอมพิวเตอร์ไม่มากมายนักปัญหาประจำตัวก็น้อยตามไปด้วย

เช่น W210 แร็คชอบรั่วเป็นกันทุกคันจะช้าหรือเร็วก็ต้องโดนแต่ถ้าซ่อมแล้วก็อยู่ยาว สวิทช์ขาเบรคแท้เบิกห้างราคาไม่กี่บาท ยิ่งถ้าฟังราคาเทียบกับของวัดโสมแล้วราคาต่างกันหลักสิบ

แต่ถ้าเล่น W211 ณ ตอนนี้ปัญหาประจำตัว คือ แม่ปั๊มเบรคไฟฟ้า หรือที่เค้าเรียกกันว่า SBC ชอบพังซ่อมได้ก็จริง แต่ถ้าไม่ต้องซ่อมจะดีกว่ามั้ย เบรคแล้วปั๊มจะทำงานดังอืดๆๆๆๆๆๆ ตลอดเวลา

บอกตามตรงว่าขับแล้วได้ยินเสียงนี้ตลอดเวลาที่เบรคมันน่ารำคาญมากครับ แบตมี 2 ลูก ลูกแรกใช้เหมือนปกติสำหรับรถ ลูกที่สองแยกออกมาสำหรับเลี้ยงไฟระบบไฟฟ้าของรถ

เมื่อเสื่อมก็ต้องเปลี่ยนแต่ราคาก็ไม่ได้ถูกตามขนาดตัวมันเลย ต่อด้วยเรื่องเครื่องยนต์ สำหรับโฉมนี้มีเครื่องออกมาให้เลือกด้วยกัน 4 บล็อคหลักๆ คือ

1. ดีเซลฝาขาว อยู่ในตัวแรกๆที่ออกมาขายฝาครอบเครื่องจะมีสีขาวตรงฝั่งท่อไอดี

2. ดีเซลฝาดำ ฝาครอบเครื่องจะเหมือนกับตัวแรกแต่ฝาจะดำทั้งอัน (เค้าว่ากันว่าตัวนี้ดีกว่าฝาขาวจริงหรือไม่นั้นไม่ทราบ)

3. เบนซิล 4 สูบ เครื่อง 1,800 cc. พร้อมด้วยระบบอัดอากาศไอดีที่เค้าเรียกว่าคอมเพรสเซอร์ มี 2 รุ่นย่อย คือ ฝาเรียบและฝาร่องต่างกันที่แรงม้า
(เกินแสนกิโลเตรียมใจซ่อมระบบอัดอากาศและน้ำรั่วได้เลยเป็นทุกคันจะช้าหรือเร็วเท่านั้น)

4. เบนซิล 6 สูบ เครื่องมี 3 ขนาด คือ 2,600/3,000/2,500(เฟสลิฟ) เครื่อง 2.6 ไม่ค่อยได้ยินเสียงบ่นสักเท่าไหร่ แต่สำหรับเครื่อง 2.5/3.0 นั้นมันเป็นเกียร์จุด 9
ช่างซ่อมเกียร์ยังขยาดไม่อยากซ่อมสักเท่าไหร่ รวมถึงทำเสร็จต้องขับเข้าศูนย์จับสตาร์ออนไลน์เสียเงินอีกหลักพัน

อันนี้เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งที่ผมได้ศึกษาหาข้อมูลก่อนที่จะเล่นและไม่ใช่ว่า W210 จะดีเลิศไม่มีข้อเสียอะไรเลย ถ้าว่างแล้วจะเอาตัวอย่างของ W210 มาเล่าให้ฟังอีกครั้ง ส่วนตอนนี้ขอตัวไปทำงานก่อนครับ

ขอบคุณครับ...ที่มาแบ่งปันประสบการณ์
 
หลังจากช่วงเช้าเข้าประชุมบ่ายพอมีเวลาขอแชร์ประสบการณ์กับ W210 ต่ออีกสักคัน สำหรับ W210 หรือที่เรียกกันว่า "เบ็นซ์ตากลม" นั้นไม่รู้จะเริ่มต้นเล่าปัญหาจากอะไรก่อนดี

ขอเริ่มจากเครื่องที่มีหลากหลายเยอะแยะมากมายให้พี่ได้เลือกเริ่มต้นจากเครื่องตัวแรก M111/4 สูบ พื้นฐานมาจาก W124 ปรับโน่นนิด นี่หน่อยมายัดใส่ตากลมตัวแรก (ก่อนเฟส)

ขนาดเครื่องมีตั้งแต่ 2.0 N/A, 2.3 N/A, 2.8/6 สูบ แถวเรียง และสุดท้ายก่อนที่จะเฟสลิฟได้ใส่เครื่อง 2.8/V6 มาให้เลือกใช้กัน หลังจากนั้นก็ทำการเฟสลิฟแต่งหน้าทาปากให้ดูสวยขึ้น

ทำเครื่อง 2.4/V6 มาให้เลือกก่อนจะทิ้งท้ายด้วย 2.0/4 สูบ+ระบบอัดอากาศ (Kompressor) และดีเซลเข้ามาขายก่อนจะทำการปิดไลน์การผลิตไปขาย W211 แทน

เรื่องปัญหาประจำตัวสำหรับ "ตากลม" อันดับหนึ่ง คือ แร็คพวงมาลัย เกือบทุกคันจะเจอปัญหารั่ว ซึม หรือแม้กระทั่งกระเปาะยางระเบิด 5555 แต่ก็สามารถทำการซ่อมโดยเปลี่ยนโอริงต่าง

โดยมีข้อแม้ว่าแกนจะต้องไม่สึกเสียหายมากเกินเยียวยา บางท่านเอาแกนไปชุบใหม่เพื่อเคลือบแข็งป้องกันการสึกหรอกอีกทางหนึ่ง หากแกนเสียหายเกินเยียวยาก็เปลี่ยนใหม่ทั้งแร็ค

แต่ก็ต้องวัดดวงกันเองว่าเปลี่ยนแล้วจะจบหรือไม่เพราะของมือสองตา(ไม่ค่อย)ดีได้ ตาร้ายก็เสียเหมือนเดิม พรรคพวกกันบางคนเคลมไป 4 อัน กว่าจะจบก็อันที่ 5 ถึงจะหายสนิท

รายการต่อมา คือ ล้อหลังชอบแบะหุบเข้าทำให้กินยางด้านในต้องซื้อแคมเบอร์ล้อหลังแบบปรับได้มาใส่ถึงจะจบล้อตั้งตรงขับอย่างสบายใจ ยางกินเท่ากันทุกเส้น (กรณีรถศูนย์ล้อไม่เสีย)

ตามด้วยสวิทช์ขาเบรคชอบค้าง ไฟเบรคติดตลอดเวลา เบิกใหม่แท้ห้างราคาแพงกว่าร้านตามวัดโสมไม่ถึงร้อยบาท รายละเอียดดูได้จากกระทู้คุณชายของน้าหมู

รายการต่อไป คือ คนชอบบ่นว่ารถตากลมนั้นกินน้ำมันเครื่อง ใช้ๆไปแล้วน้ำมันเครื่องหาย แต่ความเป็นจริงการที่น้ำมันเครื่องหายโดยตัดประเด็นที่ว่าเครื่องหลวมออก คือ มันมีการรั่วตามซีลต่าง

ไม่ว่าจะเป็นออยน้ำมันเครื่องถ้ารั่วก็มีชุดซ่อม หรือจะเปลี่ยนออยใหม่ก็แล้วแต่บุคคล ท่อยางที่ต่อเข้าออยน้ำมันเครื่องเปื่อย ซีลหน้าเครื่อง ซีลท้ายเครื่อง ฯลฯ สาระพัดซีลที่จะเอ่ยครบ

ถ้าระบบมันสมบูรณ์มันไม่มีทางที่จะหายไปไหนหรอกครับ หลังจากนั้นก็มาต่อที่ระบบไฟและแวคคั่มของรถที่ถ้าไม่สมบูรณ์หรือเสื่อมก็จะทำให้รถเดินไม่ดี อัตราการบริโภคเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น

ก็ต้องมานั่งไล่เช็คหาจุดรั่วกันให้ดี รวมถึงฝาครอบวาล์วของเครื่องวีและเครื่องคอมฝาแดงที่ชอบผุ ระเบิดออกมาต้องไปหาเชียงกงต่าง ณ เวลานี้ก็เริ่มหาสวยๆ ยากแล้ว

เนื่องจากบางท่านเริ่มซื้อเก็บไว้เป็นอะไหล่ แต่ก็ใช่ว่าจะหาของใหม่ไม่ได้ แต่อยู่ที่ว่าจะสู้ราคาของใหม่ได้มั้ยต่างหาก ซึ่งผมคนนึงหละที่ไม่สู้ราคา 5555

ต่อด้วยจุดอ่อนของเครื่องคอมฝาแดง คือ ตัวคอมเพรสเซอร์อัดอากาศ หลายๆ ท่านอาจจะเรียกว่าซุปเปอร์ชาร์จ มันก็ตัวเดียวกันนั่นแหละใครจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งปัญหาของมันคือ

ชอบส่งเสียงดังเนื่องจากลูกปืนหลวม ส่งผลต่อมาให้แกนอัดอากาศสึกหรอทำให้กำลังตกรถไม่วิ่งอีกเจ้าของคนหลายท่านไม่ได้ใส่ใจลืมเปลี่ยนน้ำมันคอมบ้างอะไรบ้าง

แต่ก็ไม่เกินความสามารถของช่างไทยที่สามารถซ่อมได้หมดแต่จะดีขนาดไหนก็แล้วแต่คน หรือจะไปเล่นของมือสองเซียงกงเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วราคาลูกละสองหมื่นกว่าบาทประกัน 7 วัน

ของใหม่หิ้วมาจากสิงคโปร์ หรือฮ่องกง ราคาอยู่ประมาณแปดหมื่นกว่าๆ เบิกห้างราคาหนึ่งแสนสองหมื่นบาทไม่รวม vat และค่าแรง หลักๆ ที่นึกออกก็ประมาณนี้และจุกๆจิกๆนิดหน่อย เช่น

ไฟหน้าซีน่อนเลนส์เป็นพลาสติกชอบขุ่นเหลืองต้องเสียเงินขัดอยู่ได้ไม่นานก็กลับไปเหลืองใหม่เหมือนเดิม อุปกรณ์ภายในที่เป็นพลาสติกเป็นวัสดุรีไซเคิลกรอบแตกง่ายกว่า W124 มากมาย

ไม่ว่าจะเป็นฝาปิดกระจกบังแดด นวมคอนโซลหน้ารถ แผงสวิทช์เปิดไฟหน้า รวมถึงตัววัดระดับรถหน้า-หลัง เพื่อปรับระดับไฟหน้าอัตโนมัติที่หลายคันปัจจุบันไม่หลงเหลือร่องรอยว่าเคยมีอยู่

ตอนนี้ก็นึกออกเท่านี้อยากรู้โดยละเอียดก็ลองเข้าไปอ่านกระทู้เบ็นซ์คุณชายของน้าหมูดูได้ครับคันนั้นเรียกว่าเป็นรถที่สมบูรณ์มากๆและออฟชั่นครบๆคันหนึ่งของตากลมเลยทีเดียว
 
เป็นคำถามเดียวกันค่ะ แต่ถามตัวเองเมื่อสองปีที่แล้ว

ช่างบอกว่าตากลม 210 เป็นเบ๊นซ์ที่ทนถึกรุ่นสุดท้าย เพราะดูเหมือนเบ๊นซ์จะเปลี่ยนปรัชญาการทำรถไปแข่งกับรถญี่ปุ่นในรุ่น 211 ช่างก็เลยบอกว่าข้ามไปเลย ให้ไป 212 เพราะเบ๊นซ์เริ่มคิดได้ว่าควรที่จะใช้ปรัชญาของเบ๊นซ์ในการทำรถต่อไป แต่ก็ยังอดแข่งกับรถตลาดไม่ได้ จับใส่สารพัดอุปกรณ์ที่น่าจะแพงเมื่อเสีย

อยากให้ลองฟัง Kent Bergma ช่างซ่อมเบ๊นซ์ที่เมกาพูดว่า ทำไมเราถึงควรซื้อเบ๊นซ์อายุ 10-15 ปี ค่ะ
 
Back
Top