เครื่องยนต์ ขอความช่วยเหลือคับ w202 c230kom สตารทน้ำมันไม่ติด

pvs1

New member
เครื่อง m111 kompressor รถใช้งาน 2ระบบ LPG กะ เบนซิน95 ไม่เติมโซฮอล ใช้งานน้ำมันเดือนละถังไม่เคยมีอาการ มาก่อนนะคับ สองวันก่อน มีสตารท แล้วเหมือนจะวอดดับ อยู่สองรอบ แต่ติดแล้ววิ่งน้ำมันปกติ

เมื่อวานหลังดับเครื่อง สตารทน้ำมันไม่ได้ 2-3รอบ เปลี่ยนเป็นแก๊สชิ่งเดียวติด วิ่งแก้สไปหาอู่ สตารทเป็นปกติ ทั้งน้ำมัน และ แก้ส... เดาเอาว่าปั้มติ้ก

เช้านี้สตารท น้ำมันไม่ติด เเก้สติด วิ่งสัก10นาที สตารทน้ำมันได้ เหมือนเดิมวิ่งน้ำมันยาวๆ ปกติเบาไม่ดับ เร่งดี ไม่สั่น ตัดสินใจเปลี่ยนปั้มติก กะ กรอง เอาชัวร หลังเปลี่ยนลองใช้แต่น้ำมันใช้งานปกติมากๆ

ตกดึก เครื่องเย็นสนิท สงสัยว่าเป็นอีกมั้ย ไปสตารทน้ำมัน อีก2รอบ... ไม่ติด ลองแก้สชิ่งเดียวติด! มึนตึบเลยคับ

โทรหาช่างๆว่าถ้าเป็นหัวฉีดวิ่งจะสะดุด แต่นี่ทุกอย่างปกติ มีตัวการอื่นมั้ยคับ
 
งานนี้น่าจะเสียแค่500นะ
รีเลยตัดติกเสื่อม สตารทน้ำมัน
ติดยาก จนตอนหลังไม่ติดเลย
ช่างเปลี่ยนตั้งแต่วาวลกัก ติก
กรอง สายน้ำมัน คงเกือบหมด
ทั้งระบบน้ำมัน เจ้าของก็เริ่มมึน
เพราะควักตังค ช่างก็มึนและมั่ว
อันนี้เล่าถึงตัวเองนะ

สุดท้ายสำเร็จด้วยตัวเอง ไปอู่แกส
บอกให้เค้าเปลี่ยนรีเลย์ตัดติกโดน
พันค่อน แต่รีเลย์แค่350ลองดูครับ

W202
 
Last edited:
พรุ่งนี้ลองดู..ถ้ามีร้านเปิด ขอบคุณคับ
 
จบงานคับ เป็นรีเลยปั้มติ้กหมดสภาพ สั่งปั้มติ้กทำงานบ้าง ไม่ทำบ้าง ค่าตัว1300 บาท สตารทสลับไปมาปกติแล้ว.:)

ระบบแก้สผมเป็น AG คุมตัดติ้กด้วยกล่อง ไม่มีรีเลย์แก้สตัดปั้มติ้ก มีแต่รีเลยคุมติ้กคับ ลองดูเป็นแนวทางเผื่อให้มีอาการใกล้เคียง

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคับ
 
Last edited:
จบงานคับ เป็นรีเลยปั้มติ้กหมดสภาพ สั่งปั้มติ้กทำงานบ้าง ไม่ทำบ้าง ค่าตัว1300 บาท สตารทสลับไปมาปกติแล้ว.:)

ระบบแก้สผมเป็น AG คุมตัดติ้กด้วยกล่อง ไม่มีรีเลย์แก้สตัดปั้มติ้ก มีแต่รีเลยคุมติ้กคับ ลองดูเป็นแนวทางเผื่อให้มีอาการใกล้เคียง

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคับ

คันของเจ้าของกระทู้มีรีเลย์ปั้มติ๊กเท่านั้น
ตอนนี้แก้ไขได้แล้วยินดีด้วย

ผมเองพกอีกลูกไว้ในเกะหน้ารถพร้อมสารพัดฟิวส์
เพราะของเล็กๆบางทีก็ทำให้เราไม่ตัองกินข้าวลิง
ตัวรีเลย์ต้องของMade in Germany เสียยากครับ
 
คันของเจ้าของกระทู้มีรีเลย์ปั้มติ๊กเท่านั้น
ตอนนี้แก้ไขได้แล้วยินดีด้วย

ผมเองพกอีกลูกไว้ในเกะหน้ารถพร้อมสารพัดฟิวส์
เพราะของเล็กๆบางทีก็ทำให้เราไม่ตัองกินข้าวลิงครั
ตัวรีเลย์ต้องของMade in Germany เสียยากครับ

คุณเอส..เริ่มเป็นมืออาชีพละ555.. ออก ตจว.อย่าลืมไดชาจท้ายรถอีกลุกนะครับ
 
คุณเอส..เริ่มเป็นมืออาชีพละ555.. ออก ตจว.อย่าลืมไดชาจท้ายรถอีกลุกนะครับ

เรื่องรถเนี่ยรู้ไว้มีประโยชน์มาก
ไม่แค่แก้ปัญหาคันเราเอง
ยังช่วยเพื่อนร่วมทางได้อีก

พอพี่ธนะทักเรื่องไดชาร์จ
สังเกตหลายวันแล้ว
ไฟขึ้น13.9V
ก่อนนั้น14.2Vตลอด
แต่อยู่ในเกณฑ์13.5-14.5V
ยังไม่เสียวเท่าไร

หรือใครถอดทิ้ง
มาขายให้ผมซ้อมมือก่อน555
 
คุณเอส..เริ่มเป็นมืออาชีพละ555.. ออก ตจว.อย่าลืมไดชาจท้ายรถอีกลุกนะครับ

ไดนาโมไม่เสียง่ายๆ หรอกครับ ถ้าเราใช้แบตและใช้ไฟตามขนาดอย่ากลัวเลยครับ
 
ไดนาโมไม่เสียง่ายๆ หรอกครับ ถ้าเราใช้แบตและใช้ไฟตามขนาดอย่ากลัวเลยครับ

อัลเทอร์เนเตอร์(Alternator) หรือเปล่าครับ
 
ไดชารจ=Alternator=ไดนาโม
แล้วแต่จะเรียก

แรงดันไม่เกิน14.4v เปนใช้ได้
ไม่โอเวอรชารจ แบตไม่เสียแน่ๆ
(แบตรถยนต์12v มี6เซลล์ 1 เซล
ถ้าชารจแบตจะมีไฟ 2.4v
6เซลล์=14.4v)

แรงดันแบตฯ ตอนยังไม่สตารท
ประมาน12.5v ถ้าไดชารจผลิต
แรงดันมากกว่านี้ ยังไงก็ชารจเข้า
ฮ่ะ
 
Last edited:
ไดชารจ=Alternator=ไดนาโม
แล้วแต่จะเรียก

แรงดันไม่เกิน14.4v เปนใช้ได้
ไม่โอเวอรชารจ แบตไม่เสียแน่ๆ
(แบตรถยนต์12v มี6เซลล์ 1 เซล
ถ้าชารจแบตจะมีไฟ 2.4v
6เซลล์=14.4v)

แรงดันแบตฯ ตอนยังไม่สตารท
ประมาน12.5v ถ้าไดชารจผลิต
แรงดันมากกว่านี้ ยังไงก็ชารจเข้า
ฮ่ะ

งั้นผมเรียนมาผิด 555
 
Dynamo = เครื่องกำเนิดหรือผลิตไฟฟ้าในรถ เป็นไฟ DC
เช่นรถโฟล์คเต่า รถฝรั่งเก่าๆเก๋ากึ๊กส่วนใหญ่
รุ่นเก่า ๆ ใช้ไฟ DC 6 V แต่ตอนหลังเปลี่ยนเป็น
ไฟ AC 12 V กันหมดแล้ว แต่อุปกรณ์ในรถ
บางชิ้นไม่ได้เปลี่ยนทำให้ไฟเกินเช่นปัดน้ำฝน
หมุนติ้วๆ ยังกะใบพัด ผมใช้แบบนี้ตั้งหลายปี
ต้องกล่องแปลง/ควบคุมไฟกล่องเบ้อเร่อ
เรียกว่าเร็กกูเลเตอร์ อยู่นอกไดนาโม

Alternator = เครื่องกำเนิดไฟฟ้าในรถ 12 โวลต์ AC ต้อง
แปลงไฟกลับไปเป็น DC 12V ให้พลังไฟที่
เสถียรดีกว่าไฟ DC จากไดนาโม ใช้รอบหมุน
ที่ต่ำกว่า รถปัจจุบันใช้แต่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบนี้
ตัวควบคุมที่เรียกว่าเร็กกูเลเตอร์ส่วนใหญ่อยู่
ในตัวเลย ส่วนใหญ่เป็นไดโอดและทรานซิสเตอร์
 
Last edited:
ขอบคุณพี่ถ้วยกาแฟมั่กๆครับ
ละเอียดยิบ ชอบพี่ถ้วยก้อตรง
นี้ อธิบายละเอียดดีผมชอบ

ปีใหม่ฟ้าใหม่ทั่นพี่ทั้งหลายไป
ท่องเที่ยวที่ไหนบ้างครับผม
 
เสริมอีกนิดว่า

แรงดันตอนดับเครื่องตอนยังไม่บิดกุนแจ
ประมาน 12.5V +-
แรงดันตอนบิดกุนแจจังหวะจังหวะ1,หน้าปัดติด
12+
แรงดันตอนบิดสตารทเครื่องติดแล้ว
14+-0.2

ถ้าตามนี้รถปกติครับ
ถ้าเคลื่อนจากนี้มากๆโปรดตรวจ กันกินข้าวลิงฮ่ะ
 
คับขอบคุณทุกคำแนะนำคับ นี่ก้อเป็นเหตุผลหลักที่ติดแก๊สด้วย รถเก่าเดายากอะไรจะเริ่มอะไรจะเสีย รถใช้น้ำมันแต่มีLPG สำรองกันกินข้าวลิง เอาว่าพกแก้สเต็มถังตลอด 55+
 
คับขอบคุณทุกคำแนะนำคับ นี่ก้อเป็นเหตุผลหลักที่ติดแก๊สด้วย รถเก่าเดายากอะไรจะเริ่มอะไรจะเสีย รถใช้น้ำมันแต่มีLPG สำรองกันกินข้าวลิง เอาว่าพกแก้สเต็มถังตลอด 55+

W202 รถผม 23 ปี
แล้วยังมีสภาพเครื่องยนต์ที่ดีแบบปกติเลยครับ การดูแลก็ดูและแบบ
ปกติไม่มีพิเศษอะไร

แม้น้ำมันจะลดราคาลงมาจาก 10 ปีก่อนที่เคยสูงสุดถึงลิตรละ 51.-บาท
ลงมาเหลือแค่ 34 บาท แต่ก็นับว่าเป็น 2 เท่าของการใช้เชื้อเพลิงแก๊ส
LPG ถ้ารถยังติดแก๊สอยู่ใช้ได้สมบูรณ์ ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงสำรอง
น่าจะดีกว่าใช้ LPG เป็นเชื้อเพลิงสำรอง

รถผม W202C220 ติดแก๊ส EMME ครบ 10 ปี ในปีนี้ ค่าแก๊สไม่เกิน
กม.ละ 2 บาท(จูนให้ต่ำกว่านี้ได้ถ้าสภาพเครื่องสมบูรณ์) ถ้าดูแลปกติ
การใช้งานก็ปกติ ไม่มีปัญหาอะไร แต่ประหยัดค่าเชื้อเพลิง
ได้ 50% ครับ
 
Last edited:
W202 รถผม 23 ปี
แล้วยังมีสภาพเครื่องยนต์ที่ดีแบบปกติเลยครับ การดูแลก็ดูและแบบ
ปกติไม่มีพิเศษอะไร

แม้น้ำมันจะลดราคาลงมาจาก 10 ปีก่อนที่เคยสูงสุดถึงลิตรละ 51.-บาท
ลงมาเหลือแค่ 34 บาท แต่ก็นับว่าเป็น 2 เท่าของการใช้เชื้อเพลิงแก๊ส
LPG ถ้ารถยังติดแก๊สอยู่ใช้ได้สมบูรณ์ ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงสำรอง
น่าจะดีกว่าใช้ LPG เป็นเชื้อเพลิงสำรอง

รถผม W202C220 ติดแก๊ส EMME ครบ 10 ปี ในปีนี้ ค่าแก๊สไม่เกิน
กม.ละ 2 บาท(จูนให้ต่ำกว่านี้ได้ถ้าสภาพเครื่องสมบูรณ์) ถ้าดูแลปกติ
การใช้งานก็ปกติ ไม่มีปัญหาอะไร แต่ประหยัดค่าเชื้อเพลิง
ได้ 50% ครับ

เยี่ยมเลยคับใช้แก้ส10ปีนี่คุ้มสุดๆ รถพี่วิ่งแก้สมาได้สักกี่โลเเล้ว ต้องบดวาวล เปิดฝาบ้างรึยังคับ บำรุงรักษาพิเศษอะไรบ้าง
 
Back
Top