กระป๋องพักน้ำข้อต่อกับท่อยางหักกกก

vut 190 3.0

New member
กระป๋องพักน้ำนี่มันตามอายุการใช้งานเจงๆๆ เพื่อนๆ อย่าลืมเปลี่ยนกันด้วยนะค๊าบบ เจอมากับตัวเร้ยยย ตรงข้อต่อพลาสติกของกระป๋องพักน้ำต่อเข้ากับท่อยางหักซะง้านนนนน .... งานเข้าเยยอยู่พัทยาซะด้วยย:n44::n44:

งานนี้ก้อต้องขอบคุณสำหรับมิตรภาพที่เวป BON นี้มีให้สำหรับคำแนะนำในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นทั้งจากพี่นก เมืองชล และพี่สมชายย ณ นครพนม อ้อ ตาเจ็ทเพื่อนเลิฟด้วย ผมก็เอาอีพ๊อกซี่พอกไปก่อนชั่วคราวเพื่อนำรถกลับมาที่พักให้ได้ก่อน...:( กลับมาถึงที่พักได้เปิดดูก็ยังเห็นมีซึมอยู่นิดๆๆๆ

ผมต้องขอบคุณพี่พิมลเป็นอย่างมากด้วยครับ สำหรับความมีน้ำใจที่อุตส่าห์เอากระป๋องพักน้ำจากระยองมาให้ถึงที่พักผมในวันพรุ่งนี้ ขอบคุณมากๆๆ ครับ :n22: ที่ผมเห็นคราบน้ำรั่วซึมที่กระป๋องพักน้ำก็เพราะพี่เห็นและบอกผมเมื่อวานนี้ ทีแรกนึกว่าไขไม่แน่นซะอีก สุดท้ายก็เป็นอย่างที่กล่าาวมาข้างต้น หักซะแย้วววว :n23:
 
ตาวุด


ถ้ากระป๋องเดิม ยังขาวสวย หมวย เอ๊กซ์


ก็ คุ้ม ที่จะซ่อม ดาม บริเวณนั้น ไม่ยากเกินความสามารถช่าง




แต่ถ้า ไม่สวยแล้วไซร้



ควรเปลี่ยน ใหม่เป็นของแท้ ใหม่ (เก่าก็ได้ แต่ต้องของแท้)

ของเทียบ ของ เทียม ห้าม-ขาด

ผมผ่าน มาแล้ว
 
ตาวุด


ถ้ากระป๋องเดิม ยังขาวสวย หมวย เอ๊กซ์


ก็ คุ้ม ที่จะซ่อม ดาม บริเวณนั้น ไม่ยากเกินความสามารถช่าง




แต่ถ้า ไม่สวยแล้วไซร้



ควรเปลี่ยน ใหม่เป็นของแท้ ใหม่ (เก่าก็ได้ แต่ต้องของแท้)

ของเทียบ ของ เทียม ห้าม-ขาด

ผมผ่าน มาแล้ว



รับทราบค๊าบบบ หน้าตาก็ยังดูดีอยู่ทีเดียวฮับ แต่ดูแล้วเปลี่ยนดีฝ่า เพื่อความปลอดภัย

ขอบคุณพี่สมชายมากคับ เมื่อเช้าไปดูอาการแระ น้ำม่าายหยดแระ ค่อยยังชั่ว
 
มาขอแชร์ประสบการณ์เพิ่มบ้างครับ

ก่อนเดินทางมันยุ่งๆนิดหน่อย
ผมเคยลืมปิดฝา แล้ววิ่งไปพัทยา
ความร้อนไม่ขึ้น

พอจอดรถ
โดยนิสัย จะเปิดฝากระโปรงดูของเหลวเสมอ
เนื่องจากรถอายุมากแล้ว ทำให้ไม่รู้ล่วงหน้าว่า จุดใดจะรั่วเมื่อไหร่
ก็ตกใจเหมือนกันที่ลืมปิดฝา
แต่โชคดีที่ ระดับน้ำในป๋องพักสูงเกือบบนสุด

อาจพอสรุปได้ว่า
การวิ่งทางไกล อุณหภูมิน้ำคงอยู่แถว80-90องศา ไม่ใช่จุดเดือดแน่
น้ำมีการขยายตัวตามอุณหภูมิ
การระบายความร้อนจากเครื่องยังดีอยู่
วิ่งไม่ไกล น้ำระเหยออกจากระบบไม่มากนัก
จึงโชคดีที่ไม่เกิดเรื่องราว

ลองสังเกตกรณีที่ท่อพลาสติกหัก
ด้านในจะมีท่อโลหะอยู่
สงสัยคนออกแบบ เดาใจuserไว้ ว่า
เวลาใช้เข็มขัดรัด จะขันแน่นมาก กันน้ำรั่ว จะได้กันไม่ให้ท่อพลาสติกถูกรัดจนแตกได้

แต่ว่า ผู้ขันรัดเข็มขัด มักเป็นลูกมือของนายช่างใหญ่ มักเป็นมือใหม่
ขณะขันกวดให้แน่น เลยกดลงด้วย (ลองยืนสังเกตดูได้)
ของเก่าติดรถเป็นสิบๆปี มันกรอบพร้อมที่จะหักอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่อง
แล้วค่อยบอกเจ้าของรถว่า ของมันหมดอายุแล้วจึงหัก
จึงเป็นเรื่อง ระหว่างเจ้าของรถและช่าง หงุดหงิดกันไป

โดยสรุปแล้ว
ในขณะที่เราเป็นเจ้าของรถเก่าที่อายุสิบกว่ายี่สิบปี
เราจำเป็นต้องเข้าใจอุปกรณ์เสื่อมในรถเราก่อน
ในที่นี้คือ พลาสติก ซึ่งมีหลายเกรดในรถเรา
หลายๆจุดด้วย ทั้งคันรถก็ว่าได้
ของแท้จะทนมาก แต่มันก็อายุมาก
ของเทียบ ของเทียม มักไม่ทนเท่าของแท้

เวลาไปหาช่าง
ถ้าไม่แน่ใจว่านายช่างท่านละเอียดเหมือนเรา ก็อยู่เป็นเพื่อน ช่วยเป็นลูกมือ จะได้คอยระวังด้วยตัวเอง
ถ้าไม่ว่างเฝ้ารถ ก็ต้องหานายช่างที่มีประสบการณ์ รักรถเหมือนเราเพราะนายช่างท่านก็กลัวหักเหมือนกัน

ยิ่งก่อนเราจะทิ้งรถเราให้นายช่างดูแล แล้วรู้ว่ามีช่างมือใหม่ร่วมทำอยู่ด้วย
ต้องตรวจสภาพละเอียด ก่อนรับรถ
เพราะน้องๆมือใหม่บางคน เวลาทำอะไรเสีย
จะไม่กล้าบอกลูกพี่กลัวโดนตำหนิ
ถ้าเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ไม่มีผลใดกับรถเรา
แต่ถ้าอยู่ในจุดสำคัญ ชีวิตเราคงเสี่ยงน่าดู

เช่น เคยมีครั้งหนึ่ง
ไปเปลี่ยนคาลิปเป้อเบรคใกล้บ้าน ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ยืนดูแล้วจบ
พอต้องปรับรายละเอียดเล็กๆ กลับพบว่า

สกรูที่ยึดคาลิปเป้อสแตนดาร์ด
จะถูกออกแบบให้เข้าไปในรูน้อตตัวเมียอย่างน้อย5เกลียวเป็นมาตรฐานแข็งแรงปลอดภัย
แต่ คาลิปเป้อแต่ง พอใช้สกรูเดิมในรถผม มันสั้นเกินไป
หมุนเกลียวเข้าได้แค่ครึ่งนึงในรูน้อต คือ 2-3เกลียว
มันไม่เกิดเรื่องใดในการใช้เบรคปกติ แต่ไม่มีใครทราบว่าการใช้ความเร็วสูงแล้วบรคแรงๆจะเป็นอย่างไร
มันเป็นกฏ all-or-none ซึ่งอันตรายมาก

:toast::toast:

 
ขอแชร์ประสบการณ์ด้วยคนเพิ่งเกิดเมื่อวันอังคารนี้เองขับรถจากลำปางตอนเช้าจะไปทำงานที่

กำแพงเพชรอีก 30 โลเองจะถึงกำแพงเพชรแล้วอยู่ๆก็มีสัญญาณเตือนหม้อน้ำในใจคิดว่าสวิทใน

หม้อน้ำคงเสียอีกแล้วเพราะเพิ่งเปลี่ยนไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อนก็ยังขับต่อคราวนี้มองที่เข็มความร้อน

มันขึ้นมาแตะที่ 100 แล้วก็ลงไปเหลือ 90 กว่าๆแล้วก็ขึ้นอีกสองสามรอบคราวนี้จอดป้อมตำรวจ

เปิดฝากระโปรงดูไอน้ำร้อนพุ่งเต็มเลยมองไปมี่หม้อพักน้ำเลยเห็นว่าสายเส็นเล็กที่มาจากปั้มมันหลุด

มันไม่ได้หลุดแค่สายท่อยางมันดึงเอาท่อเหล็กออกมาด้วยสงสัยว่าทำไมมันออกแบบมาอย่างนี้

เลยจับยัดเข้าไปก่อนแล้ววิ่งเข้ากำแพงมาร้านหม้อน้ำเลยให้ถอดสายที่ว่าออกมาเอาท่อเหล็กเล็กๆ

ออกมาด้วยคิดว่าใส่เข้าไปแบบเดิมเดี๋ยวก็เป็นอีกเลยให้ช่างบานปลายท่อเหล็กให้บานออกแล้วใส่

จากข้างในหม้อพักออกมามันจะได้ไม่หลุดออกมาง่ายๆอีก ไม่งั้นเจอทางขรุขระหลุดอีกแน่เลย

:n43::n43::n43:
 
ไปเปลี่ยนมาแล้ว

เมื่อวันอังคารได้เข้าไปเปลี่ยนกระป๋องพักน้ำของใหม่ที่อู่บ้านมาแล้วฮับ... เปลี่ยนป๋องพักน้ำมาใหม่ สีขาวใสดี ในราคา 2200 บาท ขึ้นฮอยแล้วก็เปลี่ยนยางหุ้มเพลาที่ขาดซะเยย เจอพี่ฉุย ตาเจ็ท อาร์มซัง ครุตู้เย้น และอีกหลายท่าน มากันแต่เช้ากว่าจะได้คิวและเสร็จก็เย็นเหมือนเดิม พี่ศักดิ์บอกไม่ต้องรีบนั่งเล่นนั่งคุยกันไปก่อนนะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน :n32::n32:


อู่บ้านเปิดแล้ววผมว่างานเยอะกว่าเดิมๆ อีกหลายเท่าแน่ๆ เยยฮะ เพราะนั่งอยู่อู่ตั้งแต่เช้ามีรถเข้ามาไม่ขาดแถมมีสไลด์มาเท่าที่เห็นก็ 4 - 5 คันเข้าไปแระ
 
ท่อยางที่ต่อเข้าท่อนี่ก็มีส่วนนะครับ

เห็นเป็นท่อธรรมดา ขนาดเท่านิ้วชี้
ช่างก็เอาแบบถูกๆ พอใส่สักพักก็แข็ง ถึงคราวต้องถอดคราวนี้ดึงๆ บิดๆ เพราะมันแข็งเลยออกยาก
ท่อพลาสติก มันก็ปริเพราะแรงเราดึง ด้วยครับ

ของ R129 แท้ใบนึงเกือบๆ 4 พันครับ มี 2 รุ่นฝาเหล็ก(แบบเก่า) กะ แบบฝาพลาสติก
 
ขอแชร์ประสบการณ์ด้วยคนเพิ่งเกิดเมื่อวันอังคารนี้เองขับรถจากลำปางตอนเช้าจะไปทำงานที่

กำแพงเพชรอีก 30 โลเองจะถึงกำแพงเพชรแล้วอยู่ๆก็มีสัญญาณเตือนหม้อน้ำในใจคิดว่าสวิทใน

หม้อน้ำคงเสียอีกแล้วเพราะเพิ่งเปลี่ยนไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อนก็ยังขับต่อคราวนี้มองที่เข็มความร้อน

มันขึ้นมาแตะที่ 100 แล้วก็ลงไปเหลือ 90 กว่าๆแล้วก็ขึ้นอีกสองสามรอบคราวนี้จอดป้อมตำรวจ

เปิดฝากระโปรงดูไอน้ำร้อนพุ่งเต็มเลยมองไปมี่หม้อพักน้ำเลยเห็นว่าสายเส็นเล็กที่มาจากปั้มมันหลุด

มันไม่ได้หลุดแค่สายท่อยางมันดึงเอาท่อเหล็กออกมาด้วยสงสัยว่าทำไมมันออกแบบมาอย่างนี้

เลยจับยัดเข้าไปก่อนแล้ววิ่งเข้ากำแพงมาร้านหม้อน้ำเลยให้ถอดสายที่ว่าออกมาเอาท่อเหล็กเล็กๆ

ออกมาด้วยคิดว่าใส่เข้าไปแบบเดิมเดี๋ยวก็เป็นอีกเลยให้ช่างบานปลายท่อเหล็กให้บานออกแล้วใส่

จากข้างในหม้อพักออกมามันจะได้ไม่หลุดออกมาง่ายๆอีก ไม่งั้นเจอทางขรุขระหลุดอีกแน่เลย

:n43::n43::n43:

พี่ระวังกรรมวิธีของพี่กลัวน้ำมันร้อนแล้วมันจะดันเหล็กของพี่ลงกระป๋องพักน้ำไหลไปหาเครื่องนะครับ
 
Back
Top