ผู้รู้กำมะลออ่ะเซ่ :evil:
ผมว่าอ้ายออคเทนสูงๆเนี่ยมันไม่มีฟามหมายใดๆกะรถ N/A หรอกม้าง ..มันเป็นของเล่นของพวกติดหอยเค้ามากกว่าง่ะ
เพราะเมื่ออ๊อคเทนสูงขึ้น น้ำมันมันก็จุดติดไฟได้ยากขึ้น ก็จะทำให้สามารถเพิ่มบู๊สได้สูงขึ้นโดยไม่เขก (การชิงจุดระเบิดก่อนหัวเทียนจุด-Detonation) โดยไม่ต้องไปลดกำลังอัดโดยการไปยุ่งกับไส้ในหรือฝาสูบ
สมมุติเคื่อง 3.6 ...
กระบอกสูบนึงก็ดูดอากาศแบบ N/A ในจังหวะดูด ได้ 600 ซีซี พร้อมหัวฉีดจ่ายไอน้ำมันผสมเข้าไปเรียบร้อย (สมมุติ..อีก..ว่า Volumetric efficiency มันเท่ากับ 100%)
ตอนจังหวะอัด ลูกสูบมันก็ดันขึ้น จนอากาศที่ดูดเข้ามา 600 ซีซี เมื่อเกี้ยย..มันถูกอัดเหลือปริมาตรแค่ 60 ซ๊ซ๊..(คือ กำลังอัด 10:1)
พอได้จังหวะไฟที่ตั้งไว้ หัวเทียนก็จุดระเบิด แรงระเบิดก็ดันหัวลูกสูบลง..ส่งแรงไปหมุนข้อเหวี่ยง ผ่านเกียร์ ผ่านเพลา ผ่านเฟืองท้าย..ทำให้ล้อหมุน...ตามจังหวะการทำงานของเคื่องตามปกติ
พอยัดโบเข้าไป ..
จังหวะดูด..มันดูดได้มวลมากกว่าหกร้อยแล้วล่ะเซ่..เพราะมันเป็นอากาศที่ถูกอัดเข้ามาโดยเทอร์โบ สมมุติ(อีก)ว่าได้มวลอากาศเทียบเท่ากับการดูดปกติ 900 ซีซี
แต่พอตอนอัด มันก็ต้องอัดให้เหลือ 60 ซีซีเหมือนเดิม (กำลังอัดกลายเป็น 15:1)
มันยุ่งตอนนี้แหละ...อ้ายเจ้าอากาศที่ถูกอัดเนี่ย อุณหภูมิมันก็จะสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ ตามกฎของก๊าซ ( PV=nRT ) ยิ่งถูกอัดจนแรงดันสูงขึ้นเท่าไร อุณหภมิก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามเท่านั้น
ยิ่งบู๊สมากเท่าไร กำลังอัดก็จะเพิ่มตามขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะมันกระบอกสูบอันเดิม
บู๊สเพิ่มเรื่อยๆ อุณหภูมิมันก็สูงขึ้นตามไปเรื่อยๆ
พอถึงจุดนึง..มันก็ร้อนจนถึงจุดที่ไม่ต้องจุดระเบิดด้วยหัวเทียน น้ำมัน..มันก็จุดระเบิดตัวเองได้แล้ว..บึ้มมม..
เผาไหม้ยังไม่ทันหมด หัวเทียนก็มาจุดระเบิดต่ออีกที ..อีก..บึ๊มม..นึง...ก็เหมือนมีระเบิดสองลูกในห้องเผาไหม้ เกิดแรงถีบหัวลูกสูบย้อนศรกับทิศทางการเคลื่อนที่ขึ้นของลูกสูบ..มันก็อิ๊บอ๋ายในเวลาอันรวดเร็วงัยคับ
อ๊อคเทนสูงๆเลยเข้ามาเป็นพระเอกตอนเนี้ย
อ๊อคเทน 130 อาจทนกำลังอัดได้ถึง สิบห้า(สมมุติอีก :a22 :twisted: