บังเอิญได้มีโอกาสไปจับ star ซึ่งก็ทำประจำ (เพราสนิทกะช่าง) รอบนี้ตกใจมาก เจอค่า O2 sensor ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ แล้วก็นิ่งไปที่ค่าต่ำมาก ช่างก็บอกว่าไม่กล่องก็ เซ็นเซอร์เสีย พอดีมีรถรุ่นเดียวกัน E220 อีกคันก็เลยขอเอากล่องมาสลับลองดู ปรากฎว่าค่า O2 sensor เป็นปกติดี งานเข้าเลยครับ กล่อง ECU เสียเฉพาะส่วนอ่านค่าจาก O2 sensor แต่รอบเครื่องปกตินะครับ แทบไม่แกว่งให้เห็นเลย ตอนจอดอยู่กับที่ หรือเข้าเกียร์แล้วเหยียบเบรค (มีเสียงว่ากระพือเป็นไซเคิลบ้างเล็กน้อยถ้าไปฟังที่หน้าเครื่อง ตอนปลดเกียร์ว่าง) รถก็ไม่ได้สั่นขึ้นนะครับ เหยียบเร่งก็มานะ เลยงงว่า O2 เสียแบบนี้จะรู้ตัวได้ไงถ้าไม่จับเครื่องสตาร์
ผมสงสัยว่ามันเกี่ยวกันอย่างไร ไม่ทราบท่านใดพอจะรู้ หรือช่วยกันวินิจฉัยหน่อยได้ไหมครับ อ่านกระทู้เก่า ๆ ลุงสี่ก็บอกให้ทำใจ ติดแก๊สกินกล่องเครื่องเป็นปกติ ถ้า M104 ก็ชอบขึ้นบางโค้ด หรือสูบ 3-4 ไปก่อน เป็นต้น ใครมีประสบการณ์มาเล่าแชร์กันก็ได้นะครับ
(ก่อนหน้านี้ก็ขึ้น error code 13 เป็นระยะครับ เพราะหนาหรือบางไปก็ขึ้นแล้ว ขนาดผมพยายามปรับจูนหัวฉีดให้ดีที่สุดละ ผมติดแก๊ส sec mini มา 4 ปีกว่าละครับ ไม่ได้ต่อเอาค่า แลมด้าจาก O2 sensor มาใช้)
หมายเหตุ ช่างบอกว่ากล่องเบอร์ 016-545-29-32 ยี่ห้อ VDO ซ่อมได้ (ไม่เหมือนกล่อง bosch ซ่อมไม่ได้) ซ่อมโดยการเปลี่ยนแผงบอร์ดที่เป็นตัวหลัก (มันมีหลายบอร์ด) ในกล่อง ECU โดยรุ่นนี้เบอร์ 29-32 ต้องบัดกรีเอาบอร์ดเก่าออก และบัดกรีเชื่อมบอร์ดใหม่ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายประมาณครึ่งหมื่นเศษ (ผมได้ถามเพิ่มเติมถึงกล่องเบอร์อื่น ช่างบอกกล่องเบอร์ 33-32 ของ C220 ก็เอามาใช้แทนกันได้ เบอร์นั่นแผงวงจรจะเป็น slot ถอดเสียบได้ง่ายกว่า ไม่ต้องมานั่งบัดกรีเปลี่ยน)
ถ้าเป็นพวกรถรุ่นกุญแจนำ้เต้าแล้วล่ะก็ กล่องเสียทีคือแจ็คพอตใหญ่เลย เพราะต้องสั่งกล่องใหม่เท่านั้น แสนต้น ๆ แล้วมาโปรแกรมออนไลน์เอา ถ้าสั่งของมือสองแม้ได้มาครบ (ทั้งกล่องเครื่อง คอพวงมาลัย กล่องควบคุม...) ก็ใช่ว่าจะจบ มักเจอปัญหาไฟ engine ขึ้นเตือนอีก เช่นระบบถุงลมและอื่นๆ มันผูกไว้ด้วยกัน เสี่ยงที่จะทำ (ผมไปอู่เจอ W203 C220 Cdi เครื่อง OM648 กล่อง ecu ระเบิดเองเป็นรูเบ้อเร่อเลย แถวตัวคาปาซิเตอร์ ก็ได้แต่ร้องว้าววว เจ้าของแค่ดับเครื่องตอนไปทานข้าวแล้วก็สตาร์ทไม่ติดแล้ว คงถึงคราวจริง ๆ ค่ากล่องต้องสั่งนอกมา แสนต้น ๆ เจ้าของคิดอยู่จะทำอย่างไรดี กลัวของชุดมือสองซ่อมไม่จบเพราะอู่ไม่กล้ารับประกัน) ฟังแล้วก็รู้สึกหนาวเหมือนกัน แต่ช่างยังพูดให้ใจชื้นว่า บางรุ่นก็แทบไม่เคยเจอกล่องเสีย เช่น W220 เป็นต้น แต่ W211 มีมาเป็นระยะ T_T
ปล. ผมก็ได้แต่ฟังเค้ามา เพราะชอบถาม แล้วก็มาเล่าต่อ ผิดถูกประการใดก็ช่วยกันแก้ไขด้วยนะครับ
ผมสงสัยว่ามันเกี่ยวกันอย่างไร ไม่ทราบท่านใดพอจะรู้ หรือช่วยกันวินิจฉัยหน่อยได้ไหมครับ อ่านกระทู้เก่า ๆ ลุงสี่ก็บอกให้ทำใจ ติดแก๊สกินกล่องเครื่องเป็นปกติ ถ้า M104 ก็ชอบขึ้นบางโค้ด หรือสูบ 3-4 ไปก่อน เป็นต้น ใครมีประสบการณ์มาเล่าแชร์กันก็ได้นะครับ
(ก่อนหน้านี้ก็ขึ้น error code 13 เป็นระยะครับ เพราะหนาหรือบางไปก็ขึ้นแล้ว ขนาดผมพยายามปรับจูนหัวฉีดให้ดีที่สุดละ ผมติดแก๊ส sec mini มา 4 ปีกว่าละครับ ไม่ได้ต่อเอาค่า แลมด้าจาก O2 sensor มาใช้)
หมายเหตุ ช่างบอกว่ากล่องเบอร์ 016-545-29-32 ยี่ห้อ VDO ซ่อมได้ (ไม่เหมือนกล่อง bosch ซ่อมไม่ได้) ซ่อมโดยการเปลี่ยนแผงบอร์ดที่เป็นตัวหลัก (มันมีหลายบอร์ด) ในกล่อง ECU โดยรุ่นนี้เบอร์ 29-32 ต้องบัดกรีเอาบอร์ดเก่าออก และบัดกรีเชื่อมบอร์ดใหม่ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายประมาณครึ่งหมื่นเศษ (ผมได้ถามเพิ่มเติมถึงกล่องเบอร์อื่น ช่างบอกกล่องเบอร์ 33-32 ของ C220 ก็เอามาใช้แทนกันได้ เบอร์นั่นแผงวงจรจะเป็น slot ถอดเสียบได้ง่ายกว่า ไม่ต้องมานั่งบัดกรีเปลี่ยน)
ถ้าเป็นพวกรถรุ่นกุญแจนำ้เต้าแล้วล่ะก็ กล่องเสียทีคือแจ็คพอตใหญ่เลย เพราะต้องสั่งกล่องใหม่เท่านั้น แสนต้น ๆ แล้วมาโปรแกรมออนไลน์เอา ถ้าสั่งของมือสองแม้ได้มาครบ (ทั้งกล่องเครื่อง คอพวงมาลัย กล่องควบคุม...) ก็ใช่ว่าจะจบ มักเจอปัญหาไฟ engine ขึ้นเตือนอีก เช่นระบบถุงลมและอื่นๆ มันผูกไว้ด้วยกัน เสี่ยงที่จะทำ (ผมไปอู่เจอ W203 C220 Cdi เครื่อง OM648 กล่อง ecu ระเบิดเองเป็นรูเบ้อเร่อเลย แถวตัวคาปาซิเตอร์ ก็ได้แต่ร้องว้าววว เจ้าของแค่ดับเครื่องตอนไปทานข้าวแล้วก็สตาร์ทไม่ติดแล้ว คงถึงคราวจริง ๆ ค่ากล่องต้องสั่งนอกมา แสนต้น ๆ เจ้าของคิดอยู่จะทำอย่างไรดี กลัวของชุดมือสองซ่อมไม่จบเพราะอู่ไม่กล้ารับประกัน) ฟังแล้วก็รู้สึกหนาวเหมือนกัน แต่ช่างยังพูดให้ใจชื้นว่า บางรุ่นก็แทบไม่เคยเจอกล่องเสีย เช่น W220 เป็นต้น แต่ W211 มีมาเป็นระยะ T_T
ปล. ผมก็ได้แต่ฟังเค้ามา เพราะชอบถาม แล้วก็มาเล่าต่อ ผิดถูกประการใดก็ช่วยกันแก้ไขด้วยนะครับ
Last edited: