การupgradeไดชาจเป็นแบบแอมสูงๆมีผลเสียอะไรมั๋ยครับ

patty

New member
สืบเนื่องจากอาทิตยที่แล้วไฟใหม้ไดชาจไป ของเดิม 90 แอม ก็เลยคิดว่าไหนๆเปลี่ยนแล้วก้เปลี่ยนให้แอมสูงกว่าเดิมไปเลย เพราะรถมีชุดเครื่องเสียงอยู่ด้วย ชุดปานกลาง แอมหลอด ใจคิดว่าจะอัพเป็น 115 แต่พอไปถึงร้านเห็น 143 แอม แล้วแพงกว่ากันไม่มาก ก็เลยตัดสินใจเอามาใส่ ก็เลยอยากทราบว่ามันจะมีผลเสียอะไรบ้างหรือเปล่าครับ เห็นบางท่านบอกว่ากินแรงเครื่อง w202-c220 ครับ
 
เปลี่ยนไปแล้วก็อย่าไปกังวลกะมันเลย มีความสุขกะของใหม่ดีกว่าครับ

ของผมใช้ Bosch 120 แอมป์มาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วก็ยังใช้ได้ดีอยู่ครับ
จริงๆแล้ว 143 แอมป์อาจจะมากเกินจำเป็นไปนิดนึง อาจจะกินแรงเครื่อง
บ้าง แต่ก็คงไม่ถึงกับกินน้ำมันแบบถล่มทะลาย มีความสุขกะมันไปดีกว่า
นะครับ ไหน ๆ ก็เสียเงินติดไปแล้ว ถ้ายังไม่ได้ติดก็ว่ากันไปอีกเรื่อง
 
เปลี่ยนไปแล้วก็อย่าไปกังวลกะมันเลย มีความสุขกะของใหม่ดีกว่าครับ

ของผมใช้ Bosch 120 แอมป์มาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วก็ยังใช้ได้ดีอยู่ครับ
จริงๆแล้ว 143 แอมป์อาจจะมากเกินจำเป็นไปนิดนึง อาจจะกินแรงเครื่อง
บ้าง แต่ก็คงไม่ถึงกับกินน้ำมันแบบถล่มทะลาย มีความสุขกะมันไปดีกว่า
นะครับ ไหน ๆ ก็เสียเงินติดไปแล้ว ถ้ายังไม่ได้ติดก็ว่ากันไปอีกเรื่อง

โดนดัดทางไป ..... งั้นว่าไงว่าตามกันคับ


:n16: :icon_sad:
 
ของเดิมผม 100 A เปลี่ยนใหม่ มันก็มี 120 A ก็ใส่ดี ไม่มีปัญหาครับ
แต่ช่างบอก มันอาจกินกำลังเครื่องมากกว่าเดิม

อย่าไปต่างจากเดิมมาก แต่ก็...ใส่ไปเท้อออ
 
มันกินกำลังเครื่องตรงไหน ทางกายภาพแล้วมันก็หมุนบนแกนมีลูกปืนรองอยู่ 90 หรือ 140 มันก็หมุนคล่องพอกัน ใช้แรงในการหมุุนก็น่าจะเท่ากันนะครับ น่าคิดนะครับ ถ้ามีผลก็น่าจะเป็นแบตเตอรี่ต่างหาก อาจจะรับกระแสที่ผลิตออกมาไม่ไหว ทำให้น้ำกลั่นเดือดเร็วเท่านั้น
 
เขาว่าทุ่นใหญ่กว่า หนักกว่า ยังไม่เคยเห็นตัวที่มากกว่า 90 แอมป์ ถ้าจริงอย่างที่เขาว่ามันต้องกินกำลังเครื่องมากกว่าเดิมแต่ไม่ได้มากมายจนท่านทั่วไปรู้สึกได้ คิดว่าต้องท่านเตปจริงๆ จึงจะจับพิรุธได้ ลองคอยดูช่วงเร่งรอบขึ้นอาจรับรู้ได้บ้าง ที่ความเร็วคงที่คงสังเกตุยาก อะไรกินแรงเครื่องแม้เพียงเล็กน้อย เตป ๆ เขาถือว่าเป็นเรื่องสำมะคัญ ถ้าท่านจะเดินตามต้องทำอีกหลายอย่างเช่น ถอดแอร์ปั้มทิ้ง ลดลูกรอกเหลือเท่าที่จำเป็น พัดลมเครื่องถอดทิ้งไป ใช้พัดลมไฟฟ้าแบบดูดแทน ขยายหม้อน้ำกับรังผึ้งแอร์เป็นอลูมิเนียม เปลี่ยนล้อและจานเบรคเบาๆ ใช้น้ำมันเกียร์และน้ำมันเฟื่องท้ายของเบ็นซ์ รายการที่ว่านี้ล้วนเห็นผลเรื่องเพิ่มกำลังมากกว่าเรื่องไดทั้งสิ้น จะเดินตามไหวป่าว

ส่วนเรื่องผลกระทบกับแบตเตอรี่ไม่ได้เป็นปัญหาครับ เพราะปริมาณกระแสที่ชาร์จเข้าแบตขึ้นอยู่กับแรงดันจากไดชาร์จ ไดชาร์จที่ใหญ่สามารถจ่ายแอมป์ได้สูงเท่าขนาดของไดซึ่งมากกว่าตัวเดิมแน่ๆ แต่เจ้าแรงดันมันคงเท่าเดิมราว 13 - 14 โวลท์ กระแสไฟที่ชาร์จขึ้นกับค่าแรงดันจึงชาร์จเท่าเดิม ข้อดีของไดใหญ่นอกจากเรื่องแอมป์สูงแล้วมันจะร้อนน้อยกว่าไดเล็ก ๆ ที่กระแสไฟจ่ายเท่ากัน แต่มีบางท่านเจอว่าไดตัวเดิมทำไงไม่รู้ มันสามารถจ่ายแรงดันได้สูงเกิน ตัวที่กังวลไม่ใช่แบตแต่เป็นพวกกล่อง ECU และกล่องควบคุมไปหมดล้วนแต่แพงๆ ทั้งน๊าน
 
Last edited:
การกินกำลังของไดชารท
แอมปสูง

มันเป็นเรื่องสนามแม่เหล็ก

ขณะทำงาน

เพื่อสร้างกระแสไฟ


ไดที่แอมสูงกว่า
ต้องใช้พลังมากกว่า
ในการหมุนตัดคลื่นแม่เหล็ก
เพื่อสร้างไฟ

กินแรงตรงนี้แหละ

ไม่ใช่ทางกายภาพ
 
มันกินกำลังเครื่องตรงไหน ทางกายภาพแล้วมันก็หมุนบนแกนมีลูกปืนรองอยู่ 90 หรือ 140 มันก็หมุนคล่องพอกัน ใช้แรงในการหมุุนก็น่าจะเท่ากันนะครับ น่าคิดนะครับ ถ้ามีผลก็น่าจะเป็นแบตเตอรี่ต่างหาก อาจจะรับกระแสที่ผลิตออกมาไม่ไหว ทำให้น้ำกลั่นเดือดเร็วเท่านั้น


ความรู้สมัย มปลาย อาจารย์บอกว่า จะเพิ่มกำลังไฟฟ้า ก็ต้อง

1 แม่เหล็กใหญ่ขึ้น
2 ขดทองแดง มากขึ้น หนักขึ้น กว้างขึ้น

ขดทองแดงที่ใหญ่ขึ้น หนักขึ้น กว้างขึ้น ก็ส่งผลให้ต้องใช้กำลัง ในการจะทำให้มันหมุนมากขึ้น ก็แค่นั้น
ไม่ต่างจากการหมุน ล้อแม๊ก และ น้ำหนักยาง
 
ปั้มน้ำ พาวเวอร์พวงมาลัย คอมแอร์ กินกำลังมากกว่าไดชารท์หลายสิบเท่า ผมว่าการใช้ 90 หรือ 140 แทบจะไม่มีความแตกต่างในการกินกำลังเครื่องยนต์ตามที่รู้กันมาเพียงแต่เราฟังแล้วไปเชื่อช่างที่บอกต่อๆกันมามากกว่า ส่วนผลเดี หรือ ผลเสียในการเปลี่ยนนั้น ไม่ขอวิจารณ์ ต้องถามช่างไฟที่รู้จริงๆ เป็นผู้ตอบ
 
ปั้มน้ำ พาวเวอร์พวงมาลัย คอมแอร์ กินกำลังมากกว่าไดชารท์หลายสิบเท่า ผมว่าการใช้ 90 หรือ 140 แทบจะไม่มีความแตกต่างในการกินกำลังเครื่องยนต์ตามที่รู้กันมาเพียงแต่เราฟังแล้วไปเชื่อช่างที่บอกต่อๆกันมามากกว่า ส่วนผลเดี หรือ ผลเสียในการเปลี่ยนนั้น ไม่ขอวิจารณ์ ต้องถามช่างไฟที่รู้จริงๆ เป็นผู้ตอบ

ใดชาร์ท พอปล่อยกระแสร์ไฟ เพื่อไปสร้าง สนามแม่เหล็ก ก็จะมีความหน่วงกำลังมากกว่า ปั๊มน้ำ หรือ คอมแอร์ หรือ ปั๊มพาวเว่อร์เยอะเลยคับ นี่ยังไม่นับขนาดเล็ก - ใหญ่ของตัวทุ่นนะคับ
 
ปั้มน้ำ พาวเวอร์พวงมาลัย คอมแอร์ กินกำลังมากกว่าไดชารท์หลายสิบเท่า ผมว่าการใช้ 90 หรือ 140 แทบจะไม่มีความแตกต่างในการกินกำลังเครื่องยนต์ตามที่รู้กันมาเพียงแต่เราฟังแล้วไปเชื่อช่างที่บอกต่อๆกันมามากกว่า ส่วนผลเดี หรือ ผลเสียในการเปลี่ยนนั้น ไม่ขอวิจารณ์ ต้องถามช่างไฟที่รู้จริงๆ เป็นผู้ตอบ

ท่านเคยขี่รถจักรยานรุ่นเก่าๆ สมัยโบราณที่มีตัวปั่นไฟหน้ารถไหมครับ
ลองนึกดูว่า ใส่ไดปั่นไฟ กับไม่ใส่ไดปั่นไฟ ออกแรงต่างกันไหมครับ


ทุ่นเวลาหมุนเปล่า ๆ ไม่มี Load (ไม่ใช้กระแสไฟฟ้า)กับ หมุนตอนมี Load (ใช้กระแสไฟฟ้า) ออกแรงหมุนต่างกันนะครับ

การใช้กำลังกลไปปั่นทุ่นเพื่อให้หมุนเพื่อตัดแรงสนามแม่เหล็ก (field coil)
ต้องใช้แรงเพิ่มขึ้นตามความแรงของสนามแม่เหล็ก เพื่อให้ได้แอมป์แปร์
(หรือกระแสไฟ) ถ้าต้องการแอมป์มาก สนามแม่เหล็กก็ต้องมีแรงมาก
กำลังกลที่จะต้องเอาชนะมันก็ต้องมากเป็นปฏิภาค โดยตรงกัน ถ้าแอมป์
น้อย ก็ใช้สนามแม่เหล็กแรงน้อย กำลังกลที่จะเอาชนะแรงสนามแม่เหล็ก
ก็ไม่ต้องมาก นี่คือสาเหตุของการสิ้นเปลืองพลังงาน(แรงกลทื่เกิดจากการ
เผาน้ำมันเชื้อเพลิง) และแทนที่จะเอาแรงไปปั่นล้อ ก็ต้องเอาาแรงมาชนะ
สนามแม่เหล็ก แรงต้านหลายๆ แรงเช่น ล้อใหญ๋ เบรคหนัก ปั้มน้ำ ความฝืด
ในส่วนต่างๆที่หมุน คอมแอร์ ปั้มเพาเวอร์ช่วยแรงพวงมาลัียฯลฯ มันหน่วง
ความเร็วรถ และสิิ้นเปลืองเชื้อเพลิงทั้งสิ้น ไม่ใช่ได้มาฟรีๆ ลดโหลดอะไรได้
แม้นิดหน่อย ก็ต้องลด ไม่ใช่เรื่องมากอะไรครับ แต่ที่ผมว่าเราซื้อไดใหม่ใหญ่ๆ
มาแล้ว ค่อยมาคิดทีหลังแล้วเราจะถอดทิ้งเหรอ ผมถึงว่าก็ใช้ๆไปให้ได้ทุนคืน
ซักพักแล้วค่อยมาคิดใหม่ดีกว่าครับ เหมือนแต่งงานแล้วมาคิดทำไมว่าแฟน
เราไม่สวย สู้บอกว่าเธอพูดไพเราะห์ หรือเป็นแม่บ้านที่ดี ไม่สบายใจกว่าที่
มามองว่าสวยหรือไม่สวยประมาณนั้นดีกว่ากระมังครับ
 
Last edited:
เรื่องพังหรือเปล่า
ตอบว่า ไม่พังครับ ไดชาร์ต เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ที่จ่ายแรงดันคงที่ แต่จ่ายกระแสได้มากหรือน้อย ตามขนาดของเครื่องกำเนิด ตัวที่ใหญ่กว่า ก็จะมีจำนวนรอบของขดลวดเยอะกว่า ทุ่นใหญ่กว่า เลยจ่ายกระแสได้มากกว่า อุปกรณืไฟฟ้าจะพังเพราะแรงดันเกินครับ เช่นต้องการ 12V ไปจ่าย 24V อาจพังครับ
กินแรงเครื่องมากกว่าหรือเปล่า
ตอบว่าขึ้นอยู่กับโหลดที่เครื่องกำเนิดตัวนี้จ่ายไฟให้ครับ ในสภาวะ No Load มันกินแรงเครื่องมากกว่าตัวเล็กนิดหน่อย เพราะทุ่นมันใหญ่กว่า หนักกว่า แต่สภาวะ On Load ติ้งต่างว่า เรามีโหลดรวมของทั้งรถ รวมเครื่องเสียง ไฟหน้า และอีกมากมาย อยู่ 110A แต่เราไปใช้ไดชาร์ตขนาด 75A มันก็ไม่พอกินแรงเครื่อง และ ไดชาร์ตอาจพังได้ ถ้าเรา up Size ไดชาร์ตเป็น 140 Aกำลังสำรองมันก็เหลือเฟือ ที่จะจ่ายกระแสให้รถได้ จะกอนแรงเครื่องมากหรือน้อย มันขึ้นอยู่กับกระแสไฟที่จ่ายครับ จ่ายมาก กินมาก แต่ไม่ได้หมายความว่า ไดชาร์ต 140A จะจ่ายกระแส 140A ตลอดเวลาครับ
 
ความต้านทานการหมุนของเครื่องปั่นไฟทั้งหลายมาจากสามส่วน

ส่วนที่หนึ่งเป็นความฝืดจากลูกปืนเพลาของทุ่น(Rotor)ซึ่งมีค่าคงที่และไม่มากนัก

ส่วนที่สอง เกิดจากแรงเฉื่อยของมวลของทุ่น ซึ่งไดตัวใหญ่กว่าก็จะมีมวลมากกว่า เพื่อรองรับโหลดที่มากกว่า ค่าแรงต้านนี้จะมีขึ้นเฉพาะในห้วงที่มีการเร่งเปลี่ยนความเร็วรอบเท่านั้น เมื่อหมุนด้วยความเร็วคงที่แล้วค่านี้จะลดลงเข้าสู่ศูนย์

ส่วนที่สามคือค่าแรงต้านการหมุนที่เกิดจากการใช้พลังงานไฟฟ้า ถ้าใช้มากคือโหลดทางไฟฟ้ามากจะเกิดสนามแม่เหล็กทั้งที่ทุ่น(Rotor)และขดลวดที่ฟีลด์หรือ(Stator)มากทำให้กลายเป็นแรงต้านทานการหมุนของไดชาร์ท ถ้าเปลี่ยนขนาดของไดชาร์ทให้ใหญ่ขึ้นแต่โหลดทางไฟฟ้าเท่าเดิม แรงส่วนนี้จะใกล้เคียงกันมาก ส่วนที่ต่างกันก็จะมีเฉพาะในส่วนที่สองเท่านั้น

ลองมาดูกันว่าแรงส่วนนี้จะกินกำลังสักเท่าใด เราสามารถเทียบเป็นแรงม้าได้จากค่าที่ว่า 746 W = 1 แรงม้า , สมมุติว่าเราใช้โหลดทางไฟฟ้าเต็มที่รวมกันได้ 90 A x 12V = 1080 W เมื่อทำเป็นแรงม้าจะได้ 1080/746 = 1.447 HP เห็นใหมครับว่าม้าตัวใหญ่ๆหายไปตัวครึ่งแน่ะ..อุ..อุ :) นอกจากนั้นลองคิดเล่นๆดูซิว่าเจ้าตัวไดชาร์ทนั้นกำลังถูกเผาด้วยฮีตเตอร์ที่กินกำลังไฟถึงพันกว่าวัตต์แล้วมันจะร้อนเพียงใด :n18:
 
90 แอมป์ ตามเดิม ไม่ฉุดกำลังเครื่อง ดีกว่า ครับ
140 แอมป์ ผลเสีย มันใหญ่เกินกำลัง กินกำลังเครื่อง มาก ยิ่งเครื่องเล็กด้วยละ
ผมว่า ปรับปรุง ใส่แบตเตอรี่ แบบพวก Optima จะเห็นผลดีกว่า ครับ
พลังไฟ เหลือๆๆ
ยิ่ง เพราะรถมีชุดเครื่องเสียงอยู่ด้วย ชุดปานกลาง แอมหลอด ด้วยแล้ว
 
ขอเพิ่มเติม ครับ

ง่ายๆ เลยครับ

ลองคิดกลับกัน ระหว่าง ไดนาโม กับ มอเตอร์ ซึ่งทำงานสลับหน้าที่กัน


เพียงสลับกันระหว่าง ตัวโหลด กับ กำลังหรือกระแสไฟฟ้าที่ต้องใช้/ที่ได้ออกมาจากเครื่องกลทางไฟฟ้า 2 ตัวนี้

ในมอเตอร์ เราต้องจ่ายไฟฟ้าให้ แล้วได้กำลังทางกลออกมา
ไดนาโม ใช้กำลังกล ปั่น หมุน แล้วได้ไฟฟ้าออกมา

ใน มอเตอร์ ถ้าต้องการกำลังฉุดเยอะๆ ก็ต้องจ่ายไฟเข้าไปมากขึ้น
อันนี้ละในส่วนการทำงานแบบรายละเอียดด้านโครงสร้างไว้ฐานเข้าใจครับ :)

เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นไดนาโม หากเราต้องการ ใช้ไฟมากขึ้น ก็ต้องใช้กำลังปั่นมากขึ้น

ได ที่แอมป์สูงๆ จะโหลดตัวเครื่องยนต์มากขึ้นในช่วงที่เราใช้โหลดมากขึ้นเท่านั้น
ถ้าไม่ได้ใช้โหลดเต็มพิกัดของมัน ก็ดึงกำลังเครื่องยนต์ลดลงตามอัตราส่วน

ส่วนค่าความฝืด ทางกลก็เพิ่มขึ้นตามน้ำหนักวัสดุที่ใช้ผลิต

ส่วนในเรื่องสนาม แม่เหล็กนั้น เป็นรายละเอียดในการทำงาน รวมไปถึง back emf แรงต้าน แรงฉุด
พูดไป เปิดคอร์ส ได้เลยครับ :D

เอาว่า โหลดของไดนาโม มีแรงฉุดกำลังเครื่องยนต์ตามจำนวนไฟฟ้าที่อุปกรณ์เราใช้งาน
ซึ่งต้องตามความสามรถของขนาดตัวไดด้วย ครับ

ติดไดตัวใหญ่ ถ้าใช้ไฟน้อย ก็หนัก และฝืดเพิ่มขึ้นตาม นน. ของตัวไดเอง
เปลืองตังด้วย :icon_mrgreen:

ถ้าไม่ได้ติดอุปกรณ์ไฟฟ้าเพิ่มมากมาย และคิดว่าไฟในรถพอใช้งานสมบูรณ์ ก็ไม่น่าเพิ่มขนาด

หลักๆ มันอยู่ที่โหลดที่เปิดใช้งาน

ท่านใดจะเพิ่มเติม อีกก็เชิญครับ
 
Last edited:
ท่านเคยขี่รถจักรยานรุ่นเก่าๆ สมัยโบราณที่มีตัวปั่นไฟหน้ารถไหมครับ
ลองนึกดูว่า ใส่ไดปั่นไฟ กับไม่ใส่ไดปั่นไฟ ออกแรงต่างกันไหมครับ


ทุ่นเวลาหมุนเปล่า ๆ ไม่มี Load (ไม่ใช้กระแสไฟฟ้า)กับ หมุนตอนมี Load (ใช้กระแสไฟฟ้า) ออกแรงหมุนต่างกันนะครับ

ผมถึงว่าก็ใช้ๆไปให้ได้ทุนคืน
ซักพักแล้วค่อยมาคิดใหม่ดีกว่าครับ เหมือนแต่งงานแล้วมาคิดทำไมว่าแฟน
เราไม่สวย สู้บอกว่าเธอพูดไพเราะห์ หรือเป็นแม่บ้านที่ดี ไม่สบายใจกว่าที่
มามองว่าสวยหรือไม่สวยประมาณนั้นดีกว่ากระมังครับ


ประโยคหลัง ตอบ เหมือนจำใจยังไงชอบกลครับ (แซวเล่นครับ) :toast:

แต่คิดในทางบวกแบบนี้มีแต่ทำให้ จิตใจ เจริญ ขึ้นเรื่อย ๆ ครับ :n20:
 
ผมลองไปถามผู้รู้เกี่ยวกับเจ้าไดชารท์ การเพิ่มแอมป์ของไดชาทร์ เนื่องจากรถคันดังกล่าวมีอุปกรณ์ที่ต้องการใช้ไฟ้ที่กิน amp สูงหรือพวกที่มีเคริ่องเสียงที่ใช้ Watt สูงเช่นรถทีชอบตกแต่งให้มีเครื่องเสียงดังมาก (รถโรงยี่เกเครื่องที่) หรือรถตู้ที่เพิ่มแอร์ด้านหลังต้องมีมอเตอร์สำหรับ Blower หลังเพิ้มเติม หรือพวกรถ rally ที่ติด Sportlight จำนวนหลายดวงเพื่อส่องสว่างมากกส่าเดิม การใช้ไฟจากแบตเตอรี่มีความต้องการมากขึ้น (อุปกรณ์ทุกชนิดใช้ไฟที่เ็ก็บสะสมในแบตเตอรี่ ไม่ใช้ไฟตรงจากไดชารท์) ไดชารชท์เดิมไม่สามารถผลิตกระแสป้อนเข้าสู่แบต เพื่อให้อุปกรณ์เหล่านั้นใช้งานได้เพียงพอ ทำให้ไม่มีกำลังในการใช้งาน จึงต้องเปลี่ยนไดชารท์ให้สามารถผลิตแอมป์ที่สูงขึ้นแทน ขณะเดียวกันตัวแบตเตอรี่เองก็ต้องเพิ่มขนาดให้ใหญ่ตามไปด้วยในอัตราส่วนที่เหมาะสม ถ้่าจิตนาการเหมือนการตักน้ำใส่ถังที่เจาะรูไว้เพียง 1 รู เราก็ต้องเทน้ำใส่ถังในปริมาณที่พอดีกันน้ำที่ไหลออกไป แต่ถ้าถังมีรูเพิ่มขึ้นหลายรู เราต้องเพิ่มความเร็วในการเทน้ำลงถังให้มากเพื่อให้ทันกับการไหลออกของน้ำ ทำให้เราเหนื่อยเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ทางแ้ไขก็คือเพิ่มถังให้ใหญ่ขึ้น ก็คือการเพิ่มขนาดของแบตเตอรี่ีให้สัมพันธ์กับไดชารท์ที่เพิ่มขึ้น รถเดิมๆทาง Benz ออกแบบไว้ดีเยี่ยมแล้วเป็นของเดิมๆจะเหมากว่า แต่ถ้าเรามีอุปกรณ์เพิ่มดังที่กล่าวมาแล้วก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องพิจารณาเอาเองครับ ส่วนการไดชารท์ 90 กับ 140 กินแรงในการหมุน (แรงฝืด)ต่างกันไม่ถึง 5-10% ไม่เชื่อลองทดสอบด้วยตัวเองโดยเอามือหมุนเล่นดูตอนยังใม่ใส่่สายพานก็จะรู้สึกได้
 
เปลี่ยนไปแล้วก็อย่าไปกังวลกะมันเลย มีความสุขกะของใหม่ดีกว่าครับ

ของผมใช้ Bosch 120 แอมป์มาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วก็ยังใช้ได้ดีอยู่ครับ
จริงๆแล้ว 143 แอมป์อาจจะมากเกินจำเป็นไปนิดนึง อาจจะกินแรงเครื่อง
บ้าง แต่ก็คงไม่ถึงกับกินน้ำมันแบบถล่มทะลาย มีความสุขกะมันไปดีกว่า
นะครับ ไหน ๆ ก็เสียเงินติดไปแล้ว ถ้ายังไม่ได้ติดก็ว่ากันไปอีกเรื่อง

เพิ่มแล้วมีผลต่อระบบจุดระเบิด คือจุดดีขึ้นไหมครับ?
 
Back
Top