เครื่องยนต์ ขอความคิดเห็นระหว่าง m104 280 กับ 2j-VVTI

เอาเป็นว่าลองอ่านดูคับเผื่อเป็นแนวทางความคิดให้คับ เมื่อก่อนผมก็คิดวาจะวางอะไรดีอย่าพึ่งตีตนไปก่อนไข้ คับและไม่ใช่ว่า 2J ไม่ดีผมก็ใช้อยู่ถ้าถามว่าคุณมีปัญญาเรื่องเครื่องนะใช่คับแต่ต้องถามว่าคุณมีอคติกับเครื่องยนตร์รถญี่ปุ่นไหมกับอัตราเร่งที่ดีกว่าราคาอะไหล่ที่ถูกกว่า แล้วค่าซ่อมคุณรับไหวแค่ไหนคับระหว่างอะไหล่เครื่องยนต์ยุโรปที่กำลังจะหมดกะอะไหล่เครื่องยนต์ญี่ปุ่น toyota ที่อู่ไหนๆก็ซ่อมได้ไม่ว่าจะไป ตจว. หรือใน กทม คุณต้องคิดถึงหลักความเป็นจริงด้วยว่าสมมุติคุณขับไป ตจว. แล้วรถเสียผมถามหน่อยว่า ตจว. มีซักกี่อู่ที่ซ่อมเครื่องเบนซ์ได้แล้วอะไหล่ที่ ตจว. หายากง่ายแค่ไหน สำหรับท่านที่ว่าวาง 2J แล้วไม่จบ ผมขอถามคับว่าคุณเคยวางแล้วหรือยัง อย่าพึ่งมาอคติสิคับ ถ้ายังไม่เคยได้ลองอย่าพึ่งพูดอะไรคับกับการที่ฟังเขามาหรือพูดต่อๆกันมา ส่วนเรื่องอู่ มีเยอะหลายที่คับที่เขาทำจบกันถูกบ้างแพงบ้างแล้วแต่ เราตัดสินใจคับ อู่ที่ผมวางเขาก็รับวางเครื่องหมดจะแปลงจะเดิมเขาก็รับ ว่าแต่แล้วทำไมหลายๆคันที่ผมรู้จักเขาไม่เห็นมีปัญหา อะไรเลย ผมเองก็ใช้อยู่ตอนนี้อาจจะใช้มาไม่นานกะเครื่องวาง ประมาณ 3-4ปี และได้อะไรมามามากกว่าเครื่องเดิมเยอะ คับทั้งอัตราเร่ง อัตราสิ้นเปลืองที่สำคัญค่าอะไหล่ถูกกว่าเยอะคับ ผมเองก็เป็นแค่พนักงานธรรมดาจ่ายค่าซ่อมเองเมื่อก่อนเครื่องเก่าผมก็โดนไปเยอะคับกับค่านิยมที่เรียกว่าซ่อมตั้งแต่รุ่นพ่อมามาคิดย้อนไปว่าแล้วรุ่นพ่อที่ผ่านมาหมดค่าซ่อมกับอู่ที่ทำไม่จบโดนหลอกฟันไปเท่าไรแล้วไม่รู้อันนี้ท่านใดอยากทราบว่าอู่ไหนหลังไมค์มานะคับ เอาเป็นลองเข้าไปดูในลิ้งค์ก่อนคับก่อนที่ผมจะมาจบที่ 2JzVvti 5 Speeds แต่ปัจจุบันมี 2JzVvti ใช้เป็น Air Flow แทนซึ่งดีกว่าคับ จขกท. ก็ลองดูคับ
http://www.benzowner.net/forum/showt...605#post868605
 
Last edited:
ตอนนี้เริ่มมีความคิดว่าถ้าขายคันนี้แล้วหา 124 e220 มา ค่าบำรุงรักษาจะถูกลงมั้ย ?

เนื่องจากรถคันนี้ของผมไปชนมา แคสซีมีปัญหา หลังจากนั้นรู้สึกว่าไม่เหมือนเดิม

เลยอยากสอบถามว่า หาสภาพสวยๆใหม่ หรือแก้ของเดิมดีกว่าครับ

ตอนนี้ช่วงล่างก็มีเสียงดัง ทำยังไงก็ไม่หาย

รบกวนขอคำแนะนำครับ ขอบคุณครับ

ปล.ชอบ 124 เป็นพิเศษ
 
ปัญหาหลัก ๆ ของการใช้รถคือ

- มีอู่ที่ถูกใจ ช่างคุยรู้เรื่อง ซ่อมจบ ราคารับได้ ไปมาสะดวก

- อะไหล่หาได้โดยไม่ลำบากนัก ราคารับได้

- อะไหล่แท้ อะไหล่เทียบ อะไหล่มือสอง กับ ราคา ที่ต้องมีประสบการณ์ ความรู้ เหมือนกันและ ความซื่อสัตย์ของช่างที่เลือกอะไหล่เป็นตัวแปรสำคัญ

ผมดูแล้ว เหมือนจะท้อเรื่องการซ่อมจุกจิก ไม่จบซักที กับ ค่าซ่อมที่บานเกินรับได้

คิดว่า อยู่ที่อู่ที่เราใช้บริการเป็นหลัก ยกตัวอย่างของผม W124 E280 code B พ่อใช้ ผมดูแล แต่อยู่คนที่ละใน กทม. ตั้งแต่เข้าอู่บ้าน (ค้นในเวบนี้แหละ) ผมไม่ไปทำรถที่ไหนเลย รอนาน ทำนานแค่ไหนก็รอ แม้ผมจะอยู่วงเวียนใหญ่ ฝั่งธน นอกจากแก๊ส แอร์ เพราะที่อู่บ้านไม่ได้ทำ และผมก็พบอู่ที่ไว้ใจได้ (ค้นในเนตแล้วไปทดสอบด้วยตัวเอง)

นอกจากนี้ อะไหล่ ของเหลว ผมพอไปหาซื้อได้ที่วรจักร เพราะบางกรณีสั่งอะไหล่ที่อู่บ้านรอนาน พวกชิ้นเล็ก ๆ หรือที่เปลี่ยนบ่อย เช่น หัวเทียน กรองอากาศ กรองน้ำมันเครื่อง น้ำมันเครื่อง ซื้อมาก่อนได้ อย่างน้ำมันเครื่องผมใช้ยี่ห้ออื่นอยู่แล้ว จะได้รีบทำรีบไป ทำเสร็จเร็ว จ่ายเงิน เคลียร์ที่ สบายใจทั้งสองฝ่าย

ปกติก่อนไปผมจะโทรถาม นัดคิวล่วงหน้าอยู่แล้ว แต่ถ้าเคสหนัก ๆ หรือ ต้องไล่เช็ค อันนี้ก็เช็ค แล้วประเมินว่า ต้องเปลี่ยนอะไร เท่าไหร่ อะไหล่จากไหน ก็เจรจาก่อนทำ ถ้ามีอะไหล่ทดสอบก็จะง่ายขึ้นเยอะ

ใช้มา 8 ปี 140,000 กิโล ค่าซ่อมค่าติดแก๊ส ก็ประมาณ 200,000 ได้ (มีค่าโอเวอร์ฮอลท่อนบน ยกเกียร์) ก็ขับได้อย่างสบายใจ มีงอแงบ้าง แต่พอจะแก้ไขได้เร็ว

ปัญหาของพี่ มันรบกวนจิตใจ จนเริ่มหาทางเลือก ซึ่งเครื่อง ตระกูลเจ มันก็เก่าพอสมควรแล้ว จริงอยู่อะไหล่ถูกกว่า ช่างเยอะกว่า ปัญหาก็อยู่ที่ช่างอยู่ดี

ตอนนี้ เหมือนกับใจมันไม่สบาย คิดมาก ผมเลยคิดว่าทางเลือกที่พอมี

- ตัดใจขายทิ้ง ถอย W124 E220 อันนี้แล้วแต่รถที่เราได้มา

- ซ่อมคันเดิม หาอู่ใหม่ ทำแบบชุดใหญ่

- ขายไป หารถญี่ปุ่น อายุไม่มาก มาใช้แทน

ปัญหาเรื่องเสียง คือ ปัญหาโลกแตก อันนี้ต้องใช้เวลา ความชำนาญของช่างเลย ยิ่งช่วงล่างมีส่วนที่เคลื่อนไหวมาก ยิ่งอายุรถขนาดนี้ ไล่กันยาก

เคสเพื่อนผม W124 E220 ขับทดสอบ ไล่กันพักนึง พบว่าเป็นที่ลูกยางกันโคลงสึกจนหมดแล้ว จารบีแห้งพอเปลี่ยนใหม่ ทาจารบีนิดนึง หาย

เอาใจช่วยให้ผ่านไปได้ด้วยดี ทุกคนก็แนะนำได้ตามที่ตัวเองรู้ ประสบพบเจอมาด้วยตัวเองครับ อยู่ที่พี่จะไปทางไหน ลางเนื้อชอบลางยาครับ
 
Last edited:
ปัญหาหลัก ๆ ของการใช้รถคือ

- มีอู่ที่ถูกใจ ช่างคุยรู้เรื่อง ซ่อมจบ ราคารับได้ ไปมาสะดวก

- อะไหล่หาได้โดยไม่ลำบากนัก ราคารับได้

- อะไหล่แท้ อะไหล่เทียบ อะไหล่มือสอง กับ ราคา ที่ต้องมีประสบการณ์ ความรู้ เหมือนกันและ ความซื่อสัตย์ของช่างที่เลือกอะไหล่เป็นตัวแปรสำคัญ

ผมดูแล้ว เหมือนจะท้อเรื่องการซ่อมจุกจิก ไม่จบซักที กับ ค่าซ่อมที่บานเกินรับได้

คิดว่า อยู่ที่อู่ที่เราใช้บริการเป็นหลัก ยกตัวอย่างของผม W124 E280 code B พ่อใช้ ผมดูแล แต่อยู่คนที่ละใน กทม. ตั้งแต่เข้าอู่บ้าน (ค้นในเวบนี้แหละ) ผมไม่ไปทำรถที่ไหนเลย รอนาน ทำนานแค่ไหนก็รอ แม้ผมจะอยู่วงเวียนใหญ่ ฝั่งธน นอกจากแก๊ส แอร์ เพราะที่อู่บ้านไม่ได้ทำ และผมก็พบอู่ที่ไว้ใจได้ (ค้นในเนตแล้วไปทดสอบด้วยตัวเอง)

นอกจากนี้ อะไหล่ ของเหลว ผมพอไปหาซื้อได้ที่วรจักร เพราะบางกรณีสั่งอะไหล่ที่อู่บ้านรอนาน พวกชิ้นเล็ก ๆ หรือที่เปลี่ยนบ่อย เช่น หัวเทียน กรองอากาศ กรองน้ำมันเครื่อง น้ำมันเครื่อง ซื้อมาก่อนได้ อย่างน้ำมันเครื่องผมใช้ยี่ห้ออื่นอยู่แล้ว จะได้รีบทำรีบไป ทำเสร็จเร็ว จ่ายเงิน เคลียร์ที่ สบายใจทั้งสองฝ่าย

ปกติก่อนไปผมจะโทรถาม นัดคิวล่วงหน้าอยู่แล้ว แต่ถ้าเคสหนัก ๆ หรือ ต้องไล่เช็ค อันนี้ก็เช็ค แล้วประเมินว่า ต้องเปลี่ยนอะไร เท่าไหร่ อะไหล่จากไหน ก็เจรจาก่อนทำ ถ้ามีอะไหล่ทดสอบก็จะง่ายขึ้นเยอะ

ใช้มา 8 ปี 140,000 กิโล ค่าซ่อมค่าติดแก๊ส ก็ประมาณ 200,000 ได้ (มีค่าโอเวอร์ฮอลท่อนบน ยกเกียร์) ก็ขับได้อย่างสบายใจ มีงอแงบ้าง แต่พอจะแก้ไขได้เร็ว

ปัญหาของพี่ มันรบกวนจิตใจ จนเริ่มหาทางเลือก ซึ่งเครื่อง ตระกูลเจ มันก็เก่าพอสมควรแล้ว จริงอยู่อะไหล่ถูกกว่า ช่างเยอะกว่า ปัญหาก็อยู่ที่ช่างอยู่ดี

ตอนนี้ เหมือนกับใจมันไม่สบาย คิดมาก ผมเลยคิดว่าทางเลือกที่พอมี

- ตัดใจขายทิ้ง ถอย W124 E220 อันนี้แล้วแต่รถที่เราได้มา

- ซ่อมคันเดิม หาอู่ใหม่ ทำแบบชุดใหญ่

- ขายไป หารถญี่ปุ่น อายุไม่มาก มาใช้แทน

ปัญหาเรื่องเสียง คือ ปัญหาโลกแตก อันนี้ต้องใช้เวลา ความชำนาญของช่างเลย ยิ่งช่วงล่างมีส่วนที่เคลื่อนไหวมาก ยิ่งอายุรถขนาดนี้ ไล่กันยาก

เคสเพื่อนผม W124 E220 ขับทดสอบ ไล่กันพักนึง พบว่าเป็นที่ลูกยางกันโคลงสึกจนหมดแล้ว จารบีแห้งพอเปลี่ยนใหม่ ทาจารบีนิดนึง หาย

เอาใจช่วยให้ผ่านไปได้ด้วยดี ทุกคนก็แนะนำได้ตามที่ตัวเองรู้ ประสบพบเจอมาด้วยตัวเองครับ อยู่ที่พี่จะไปทางไหน ลางเนื้อชอบลางยาครับ


ถูกต้องเลยครับ ของผมใช้งานมา 4 ปี ค่าซ่อมเกินของพี่ไปละครับ เลยหนักใจ 555+

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะครับ

สอบถามเพิ่มหน่อยครับ ค่าบำรุง 220 กับ 280 นี่ต่างกันระดับไหนครับ

หรือว่าไม่ต่างกันมาก เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

ขอบคุณครับ
 
ผมบอกตรงๆนะคับว่าถ้าขายในสภาพ ณ ปัจจุบันจะรับราคาไหวไหมเพราะอย่างน้อยสภาพรถต้องเกิน 80% คือตามเต็นท์ตีเข้าถ้าสภาพแย่เขาก็กดราคา แต่ถ้าได้ราคาหน่อยก็ดีคับ ช่วงที่ขายไปก็รอรถใน Bon ดูคับราคาอาจแพงกว่าในเต็นท์พอควรแต่ผมว่าผมมั่นใจใน สมช. ใน Bon มากกว่านะคับเพราะอย่างน้อยเขาก็ทำอะไรต่ออะไรกับรถไปเยอะดีกว่าเราต้องมางมเข็มทำใหม่ตั้งแต่ต้น อีกอย่างเราสามารถเลือกได้ว่าอยากได้แบบไหนจะเดิมหรือวางเครื่องมาตัวนอกตัวในเพียงแค่เราต้องรอคับของดีและของเราอาจยังมาไม่ถึงอยู่ที่ จขกท. จะรอไหวไหมและรับราคาจากเต็นท์ได้แค่ไหนคับ ขอให้โชคดีในการตัดสินใจคับแต่ผมไม่แนะนำให้ซ่อมแคตซีเพราะแคตซีถ้ามันมีปัญหาแล้วไม่ควรใช้ต่อคับ มันจะมีผลต่อศูนย์ของรถด้วย แต่สุดท้ายและท้ายสุดมันขึ้นอยู่กับตัว จขกท. เองคับ :n12:
 
ความเห็นผมนะครับ ผมใช้เครื่อง M111 อยู่ ซื้อคันใหม่ ก็ต้องมานั่งไล่ซ่อมใหม่ ค่าซ่อมไม่หนีกับเครื่อง M104 ซักเท่าไหร่หรอกครับ ถ้ามีรถคันเดียวแล้วชอบทนๆ ซ่อมถูกๆ หารถญี่ปุ่นใช้ผมว่าดีกว่าครับ ถนนประเทศไทยชอบน้ำท่วมบ่อยหารถสูงๆ หน่อยยิ่งดีครับ (CRV G1 ตัวล้อ 5 รูครับ เครื่อง B20Z ครับขับมันโคตรๆ เหยีบเป็นพุ่ง และเครื่องก็ทนทานครับ เหยีบหนักๆ กินแก๊สไม่มีต่ำกว่า 7 โลลิตรครับขับชิวๆ ก็ บาทกว่าๆ หรือ 10 โลลิตรสบายๆ ที่บ้านผมมี 2 คันครับคอมเฟิมว่าขับมันจริงๆ) หรือไม่ก็ไปดีเซลครับ เติมน้ำมันสะอาดๆ วีเพาเวอร์ดีเซล ไม่ต้องมานั่งซ่อมปวดหัวครับ

**รถเก่ายังไงก็ต้องซ่อมตามอายุรถครับ หาอู่เก่งๆ ที่ไว้ใจได้ไม่ฟันให้เจอครับ แล้วจะรู้สึกดีกับรถเก่าจนไม่อยากใช้รถใหม่ๆ ครับ


ตอนนี้เริ่มมีความคิดว่าถ้าขายคันนี้แล้วหา 124 e220 มา ค่าบำรุงรักษาจะถูกลงมั้ย ?

เนื่องจากรถคันนี้ของผมไปชนมา แคสซีมีปัญหา หลังจากนั้นรู้สึกว่าไม่เหมือนเดิม

เลยอยากสอบถามว่า หาสภาพสวยๆใหม่ หรือแก้ของเดิมดีกว่าครับ

ตอนนี้ช่วงล่างก็มีเสียงดัง ทำยังไงก็ไม่หาย

รบกวนขอคำแนะนำครับ ขอบคุณครับ

ปล.ชอบ 124 เป็นพิเศษ
 
ขอให้ความเห็นแบบสั้น ๆ สรุป ๆ ครับ

เข้าใจว่าคำถามจะเน้นไปที่ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเป็นสำคัญ เป็นปัจจัยหลัก ผมตอบตามนี้นะ

เครื่องตองหนึ่งหรือหนึ่งศุนย์สี่ ทนถึก ขึ้นอยู่กับว่า สภาพมันต้องการการดูแลแค่ไหน ถ้าต้อง overhual เครื่อง เกียร อะไหล่แท้ ๆ เทียบบ้างบางจุด (ถ้าโดน air flow กับ กล่องด้วยนี่ จะไปกันใหญ่ ขอไม่นับรวมแล้วกัน) ก็คงต้องใช้งบไม่ต่ำกว่าแปดหมื่นบาทขึ้นไป แต่ก็น่าจะอยู่กันนานเลยทีนี้

ถ้าจะหันไปคบเครื่องญี่ปุ่นอย่าง 2J ก็ควรต้องพิจารณาทำให้ครบ ครบในที่นี้ ในความหมายผมได้แก่
- ก่อนลงเครื่อง เปลี่ยนตาน้ำ เปลี่ยนซีลต่าง ๆ ท่อน้ำ ให้ครบถ้วนเสียก่อน
- เกียร์ ก็เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ เปลี่ยนกรองซะให้เรียบร้อย
- พิจารณาระบบเพลา เฟืองท้ายประกอบด้วย ว่าจะไปสูตรไหน
- ระบบน้ำ ท่อไอเสีย แอร์
- เรือนไมล์

คร่าว ๆ เพื่อให้ใช้งานได้ยาว ไม่ต้องมารื้อเข้าออกบ่อย ๆ ด้วยวิธีนี้ งบประมาณ ก็คงไม่ต่ำกว่าวิธีข้างบนแน่นอน และอาจจะสูงกว่าได้เช่นกัน

ทีนี้ จะเห็นว่ามันไม่ต่างกันเท่าไร จึงต้องกลับมาถามคำถามต่อไปว่า อยากจะแรง หรืออยากจะเดิม

สายญี่ปุ่น แรง ดูแลง่าย และถูกกว่า มีความเสี่ยงเรื่องทำแล้วจะจบไหม หาข้อมูลให้ดี

ถ้าจะเดิม ก็มีความเสี่ยงแค่ ตัวที่ยังไม่ได้ทำ มันก็จะทะยอยเสียตามมา ตามอายุไขย ถ้าไม่ถอดใจเสียก่อน

สรุป ขี่หลังเสือแล้ว ลงไม่ได้ ต้องเลือกเอาครับ รถมันเก่าแล้ว ต้องเจอเป็นธรรมดา เป็นสัจธรรมครับ

หวังว่าคงพอจะช่วยให้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจได้บ้าง กว่าผมจะมาถึงตรงนี้ ผมก็เสียค่าลงทะเบียนไปเยอะแล้วเหมือนกัน แต่ที่ยังทนอยู่ เพราะอย่างเดียว คือ ใจรักครับผม
 
การวางเครื่อง J นั้นจริงๆถ้าในกรณีวางที่อู่เดียวกันกับผมช่างบอกเลยเอามาทั้งเครื่องและเกียร์ไม่ใช่เอามาชนกับเกียร์เบนซ์เพียงแต่แป้นเกียร์ในห้องโดยสารใช้อันเดิมของเบนซ์เหมือนที่ผมใช้ ที่เปลี่ยนในห้องโดยสารแค่หน้าปัทม์ซึ่งอันนี้ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมบางอู่เขาถึงใช้เป็นไมล์เดิมได้เพราะจริงๆ j มันไมล์ไฟฟ้าคับ พัดลมผมแนะนำเป็นพัดลมไฟฟ้าจะได้ไม่ดึงรอบ กระป๋องฉีดน้ำกระป๋องน้ำสำรองใช้ของ BM ระบบเกียร์ยังสามารถใช้แบบเดิมได้ ส่วนการวาง J นั้นเท่าที่ผมทำเพิ่มไม่รวมยิบย่อยเอาแค่สเตปไว้ใช้งานแบบทั่วๆไปเลย อันแรกแน่ๆชัวร์ๆเพื่อต้องการการเบรคที่อยู่มากกว่าเดิมเปลี่ยนเลย
1.หม้อลมเบรค เป็นชั้นครึ่ง
2.ดิสเบรค อันนี้ผมยกเอาดิสของ E320 มาใส่หน้า/หลังถ้าเทียบกับหลายๆท่านคงเป็นสเตปตั้นๆแตนๆของระบบเบรค
อันนี้คือระบบเบรค
ต่อมาระบบช่วงล่างผมเปลี่ยน
1.โช้ค พอดีอันนี้จะเรียกว่าโชคดีหรือฟลุ๊คไม่ทราบ แต่ได้b6มาหน้าหลังที่เปลี่ยนเพราะคิดว่ามันน่าจะคล่องตัวและทรงตัวอยู๋กว่าโช้คเดิม
2.สปริงหน้าผมใส่ของ e320 หลังผมใส่ของ Neweye สปริงที่เปลี่ยนเพราะเวลาขึ้นลงคอสะพานถ้าใช้สปริงเดิมถามใส่ได้ไหมได้คับแต่เวลาเจอเนินหรือคอสะพานเวลาขับผ่านมันจะมีเสียงเอี๊ยดอ๊าดตลอดเลยเปลี่ยน
อันนี้ระบบการทรงตัว
นอกนั้นก็เป็นของเล่นที่มเปลี่ยนใส่เองสแตนดาดมันก็ทำเพิ่มแค่นี้เองคับแต่ถ้าจะเดิมๆก็ไม่ได้มีปัญหาแต่ตามที่ผมบอกไปว่าที่เปลี่ยนเปลี่ยนเพราะอะไร นอกนั้นที่ผมเปลี่ยนไปก็มี
1.กันโคลงเอา 320
2.ล้อใช้ขอบ 17 neweye
3.กันเบ้าโช้ค
4.ทำเฟืองท้าย จริงๆจะใช้เฟืองท้ายเดิมก็ได้แต่เวลาเร่งออกตัวรอบมันจะสูงและออกตัวช้าผมเลยเปลี่ยน

มันก็จบสเตปไว้ใช้ขับไปทำงานคับไม่ได้ไว้ซิ่ง ถ้าสนใจline มาสอบถามคุยกันได้คับ
 
รบกวนถามครับ

วางJ วิ่งน้ำมันได้ก๊๋ กม/ลิตรครับ
 
Back
Top