ขอถามประสบการณ์เรื่องแก๊สครับ ใครเคยเป็นบ้าง

yeetrue

New member
แก๊ส ag 4 สูบ หม้อโทมา หลังเงิน ขับขี่ปกติไม่มีอาการใดๆ เร่งดี ประหยัด (เครือ่ง 3s)

ขับที่ความเร็ว 180 กม/ชม. ไม่มีการตัดเป็นน้ำมันแต่อย่างใด แช่ได้ยาวๆ

ปัญหาจะเกิดตอนที่ผมขับแช่มา 180 km/h แล้วเหยียบเบรคแช่หนักๆ เสมือนกับว่ามีรถปาดหน้า
จนความเร็วลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แก๊สจะตัดไปเป็นน้ำมันแล้วมีเสียงดังปี๊ด แช่ยาวๆ

กดสวิทช์ให้เสียงดับไป แล้วกดกลับมาเป็นแก๊ส มันก็ดังอีก เหมือนว่าไม่ยอมให้ใช้แก๊ส จนต้องจอดดับเครื่อง แล้วสตาร์ทใหม่ ถึงจะกลับมาเป็นปกติ

จะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง ที่ขับมาเร็วๆแล้วเบรคหนักๆ แต่ถ้าขับมาเร็วๆ แล้วค่อยๆลดความเร็ว ค่อยๆเบรค จะไม่มีอาการที่ว่านี้ครับ ทุกอย่างจะปกติ
ขับขี่ธรรมดา 140 แล้วเบรคแรงๆก็ไม่มีปัญหา จะมีก็ต่อเมื่อใช้ความเร็วเกิน 160 ครับ

เลยอยากสอบถามว่าพี่ๆท่านใดเคยมีอาการแบบนี้บ้างครับ จะได้ทราบสาเหตุคร่าวๆ แล้วลองไปตรวจเช็คดูครับ

ปล. ลืมไปครับ 180 นี่แช่คิกดาวน์ที่เกียร์ 3 นะครับไม่ได้ไปเกียร์ 4 รอบเครื่องประมาณ 5500
 
อาการนี้ เกิดจากหม้อต้มเล็กไปครับ
เครื่อง 3s 2000cc กินจุครับ
หม้อต้มโทมาหลังเงิน เหมาะกับรถ 1600cc ลงไป แรงม้าเฉลี่ย 90 แรงม้า
เวลาเอามาใช้งานในรถ CC เยอะ ๆ มักจะเจาะรูหัวฉีดใหญ่ ๆ เผื่อไว้รับ
แต่ปัญหาของคุณ yeetrue ไม่ได้อยู่ที่มันไม่พอครับ

แต่อยู่ที่ว่า เวลาเราซัดหนัก ๆ 170-180 แล้วถอนคันเร่งทันที
แรงดันส่วนเกินมันไม่มีที่ไป ผลก็คือ แรงดันสูงกว่าที่กล่องAGรับได้
ระบบจึงตัดการทำงานกล่องแก๊สครับ
ทำให้เราต้องดับเครื่อง เพื่อตั้งต้นให้กล่องเริ่มทำงานใหม่ครับ
ถ้ามีสายจูน ลองเปิดดู Error ผมฟันธงว่าต้องเจอ
Error แรงดันสูงเกินไปแน่ ๆ ครับ

ทางแก้ที่ถูกที่สุด คือ ปรับการขับขี่ ไม่เบรคกระทันหันครับ:D
แต่ผมไม่แนะนำให้เดินทางนี้นะครับ เพราะดูท่าแล้วคุณ yeetrue เท้าหนักไม่ใช่เล่น
เครื่องกินจุ แต่ใช้หม้อต้มเล็ก แถมขับลากยาว ๆ ที่ความเร็วสูง
ผมเสียวเครื่องจะไปครับ

ทางแก้ที่ถาวร และควรทำเป็นอย่างยิ่ง คือ

1.เปลี่ยนหม้อต้มให้เหมาะกับเครื่องยนต์ครับ
รับรองว่าอาการนี้หายขาดแน่ แถมยังขับดีขึ้นด้วยครับ
ถ้าเป็นท่านอื่น ๆ ผมก็จะแนะนำแค่ Tomasettoหลังทอง
แต่เท้าหนักอย่างคุณ yeetrue ให้ข้ามตัวนี้ไป
แนะนำ Tomasetto Antarctic ตัวนี้แรงม้าเฉลี่ย 120-160 แรงม้า
แรงม้าสูงสุด โทมาคุยไว้ 300 ม้าครับ

2.เปลี่ยนท่อทองแดง 8 มม.
หม้อต้มม้าเยอะ ๆ ต้องการท่อทองแดง 8มม.
ท่อเดิมเล็กขนาด 6 มม. ถึงเราเปลี่ยนหม้อต้มใหญ่ แต่ไม่เปลี่ยนท่อทองแดง
ก็ใช้งานหม้อต้มได้ไม่เต็มความสามารถ
เพราะแก๊สเดินทางจากท้ายรถ มาที่หม้อต้มไม่ทันครับ
 
ขอบคุณมากครับพี่ aids

ที่เบรคกระทันหันเพราะอยู่ดีๆมีรถเปลี่ยนเลนมาบังหน้าครับ แล้วก็เกิดอาการที่ว่า

ผมหายสงสัยแล้วครับ ตอนแรกนึกว่ามีอะไรเสียหรือเปล่า ถึงกดแก๊สไม่ได้ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเกิดจากอะไร

ก็คงต้องค่อยๆปรับไปครับ เมื่อก่อนอยากจูนให้ประหยัด แต่ตอนนี้อยากจูนให้มันพอดีๆกับเครื่องมากกว่า

กลัวเสียเครื่องครับ ที่เหยียบอัดเพราะไม่ได้อัดมานานครับ เจอทางโล่งๆเลยเหยียบเพื่อเช็คว่ายังวิ่งได้นิ่งเหมือนเดิมหรือเปล่า

ต้องขอขอบคุณพี่ aids อีกครั้งครับที่ช่วยคลายข้อสงสัยให้ครับ
 
- ปรึกษาหน่อยครับ ของผมเพิ่งจะเจอมาสดๆร้อนๆ เมื่อเที่ยงวันนี้เอง ปกติจะสตาร์ทใน mode น้ำมันก่อนเสมอ แล้วจะเข้า mode แก็สแบบอัตรโนมัติเมื่อรอบเครื่องได้ แต่วันนี้ปัญหาที่เกิดคือ พอรอบเครื่องได้แล้วเข้า mode gas เหมือนปกติแต่เครื่องยนต์ดับกลาง อากาศ (กลางถนนเลย) ต้องรีบเข้าข้างทางสตาร์ทเครื่องใหม่ติดทันที ( น้ำมัน) แต่พอเร่งรอบเข้าแก็สก็ดับอีก เลยตัดสินใจขับ น้ำมันอย่างเดียว ไปเรื่อยๆ และ พอสักพักก็เข้าแก็สได้ โดยเครื่องไม่ดับ ( งงงงง ) เป็นอย่างนี้ ทั้งขาไปและขากลับ อยากทราบว่าสาเหตุน่าจะมาจากอะไรได้บ้าง และแนวทางแก้ไข ครับ ขอบคุณครับ (ลืมแจ้งไปว่า เครื่อง M110 ครับ)
 
ตอนดับมีเสียง buzzer แก๊สดังค้างมั้ยครับ
 
คุณ Komet ใชแก๊สยี้ห้ออะไร
วิ่งแก๊สมานานแค่ไหน ระยะทางเท่าไหร่ครับ
เคยดูแลรักษาระบบแก๊สบ้างไหมครับ
 
ว่างๆเอารถไปเสียบสายจูนเช็คมาแล้วครับ เจออุณหภูมิหัวฉีดสูงเกินกำหนด กับแรงดัน map เกิน

อาการอย่างที่ว่าครับ เหยียบแช่มาเร็วๆแล้วยกคันเร่งทันที พร้อมเบรคด้วย แก๊สก็จะตัดพร้อมกับเสียงร้อง

แต่ปั๊มติ๊กจะยังไม่ทำงานนะครับ จนกว่าเราจะเหยียบคันเร่งส่งให้รถวิ่งต่อ ปั๊มติ๊กถึงจะหมุน (ผมต่อไฟไว้ดูการทำงานของปั๊มครับ)

การแก้ไขของช่างคือ ช่างเอาหกเหลี่ยมมาหมุนปรับแรงดันของหม้อต้มลง จากเดิมที่ผมเห็นในโปรแกรมมันโชว์ที่ 1.5 บาร์ ในรอบเดินเบา (ผมดูในหน้าหลักของโปรแกรม)
ช่างหมุนลดลงให้เหลือ 1.0 บาร์ แล้วเหมือนว่าจะยกกราฟขึ้นไปชดเชย (อันนี้ผมไม่ค่อยมีความรู้เท่าไรครับ กำลังศึกษาอยู่ เลยไม่ค่อยแน่ใจ แต่เหมือนช่างจะทำแบบนี้)

ผมถามช่างว่าจะมีผลต่อการขับขี่มั้ย ช่างบอกว่าแทบไม่มี เพราะกล่องมันจะปรับแรงดันให้เองเป็นแบบ variable อยู่แล้ว (อันนี้ผมก็งงๆ เพราะกำลังศึกษาเหมือนกัน)

แต่ผมเอามาลองได้สักสามสี่วันมานี้ เหมือนมันอืดๆลงไปครับ อัตราเร่งไม่เท่าเดิมแน่ๆ ออกตัวไม่ปรู๊ดปร๊าดเหมือนเดิมเลย
แต่การวิ่งใช้งานก็ดูเหมือนปกติ เพียงแค่อัตราเร่งหายไป เร่งแล้วเสียงเครื่องจากกรองอากาศดังอื้อมากกว่าเดิม รถอืดลง

การที่ช่างแก้ไขให้แบบนี้ถูกต้องมั้ยครับ?

ผมเข้าใจว่าการที่ปรับแรงดันลง ทำให้รถมันอืดลงตามไปด้วย ถึงแม้ว่าจะปรับเวลาการฉีดชดเชยแล้วก็ตาม ผมเลยอยากได้ค่าเดิมกลับมาครับ

เลยอยากถามว่าถ้าผมไปหาโปรแกรมกับสายจูนมาแล้ว ต้องทำการจูนใหม่ทั้งหมดเลยหรือไม่ครับ รวมทั้งปรับแรงดันด้วย เพราะส่วนตัวผมอยากจูนเองให้เป็น
อยากขับขี่แบบไหนก็ปรับได้เลย ไม่ต้องคอยวิ่งไปหาช่างอ่ะครับ เพราะช่างเค้าไม่ได้มานั่งขับรถเราทุกวัน เค้าอาจไม่รู้สึกถึงความต่างอ่ะครับ
 
มีแนวคิดเล็กๆมาบอกแม้ตัวผมเองยังลืมกรองแก็สที่หม้อต้มใด้เปลื่ยนกันหรือเปล่า
 
มีแนวคิดเล็กๆมาบอกแม้ตัวผมเองยังลืมกรองแก็สที่หม้อต้มใด้เปลื่ยนกันหรือเปล่า

ผมลองแกะออกมาดูแล้วครับ ยังดูสะอาดๆดี ไม่ค่อยสกปรกครับ
 
ว่างๆเอารถไปเสียบสายจูนเช็คมาแล้วครับ เจออุณหภูมิหัวฉีดสูงเกินกำหนด กับแรงดัน map เกิน

อาการอย่างที่ว่าครับ เหยียบแช่มาเร็วๆแล้วยกคันเร่งทันที พร้อมเบรคด้วย แก๊สก็จะตัดพร้อมกับเสียงร้อง

แต่ปั๊มติ๊กจะยังไม่ทำงานนะครับ จนกว่าเราจะเหยียบคันเร่งส่งให้รถวิ่งต่อ ปั๊มติ๊กถึงจะหมุน (ผมต่อไฟไว้ดูการทำงานของปั๊มครับ)

การแก้ไขของช่างคือ ช่างเอาหกเหลี่ยมมาหมุนปรับแรงดันของหม้อต้มลง จากเดิมที่ผมเห็นในโปรแกรมมันโชว์ที่ 1.5 บาร์ ในรอบเดินเบา (ผมดูในหน้าหลักของโปรแกรม)
ช่างหมุนลดลงให้เหลือ 1.0 บาร์ แล้วเหมือนว่าจะยกกราฟขึ้นไปชดเชย (อันนี้ผมไม่ค่อยมีความรู้เท่าไรครับ กำลังศึกษาอยู่ เลยไม่ค่อยแน่ใจ แต่เหมือนช่างจะทำแบบนี้)

ผมถามช่างว่าจะมีผลต่อการขับขี่มั้ย ช่างบอกว่าแทบไม่มี เพราะกล่องมันจะปรับแรงดันให้เองเป็นแบบ variable อยู่แล้ว (อันนี้ผมก็งงๆ เพราะกำลังศึกษาเหมือนกัน)

แต่ผมเอามาลองได้สักสามสี่วันมานี้ เหมือนมันอืดๆลงไปครับ อัตราเร่งไม่เท่าเดิมแน่ๆ ออกตัวไม่ปรู๊ดปร๊าดเหมือนเดิมเลย
แต่การวิ่งใช้งานก็ดูเหมือนปกติ เพียงแค่อัตราเร่งหายไป เร่งแล้วเสียงเครื่องจากกรองอากาศดังอื้อมากกว่าเดิม รถอืดลง

การที่ช่างแก้ไขให้แบบนี้ถูกต้องมั้ยครับ?

ผมเข้าใจว่าการที่ปรับแรงดันลง ทำให้รถมันอืดลงตามไปด้วย ถึงแม้ว่าจะปรับเวลาการฉีดชดเชยแล้วก็ตาม ผมเลยอยากได้ค่าเดิมกลับมาครับ

เลยอยากถามว่าถ้าผมไปหาโปรแกรมกับสายจูนมาแล้ว ต้องทำการจูนใหม่ทั้งหมดเลยหรือไม่ครับ รวมทั้งปรับแรงดันด้วย เพราะส่วนตัวผมอยากจูนเองให้เป็น
อยากขับขี่แบบไหนก็ปรับได้เลย ไม่ต้องคอยวิ่งไปหาช่างอ่ะครับ เพราะช่างเค้าไม่ได้มานั่งขับรถเราทุกวัน เค้าอาจไม่รู้สึกถึงความต่างอ่ะครับ

แรงดันที่หม้อต้ม ทั่วไป set ไว้ที่ 1.1 - 1.2 บาร์ ครับ
 
ว่างๆเอารถไปเสียบสายจูนเช็คมาแล้วครับ เจออุณหภูมิหัวฉีดสูงเกินกำหนด กับแรงดัน map เกิน

อาการอย่างที่ว่าครับ เหยียบแช่มาเร็วๆแล้วยกคันเร่งทันที พร้อมเบรคด้วย แก๊สก็จะตัดพร้อมกับเสียงร้อง

แต่ปั๊มติ๊กจะยังไม่ทำงานนะครับ จนกว่าเราจะเหยียบคันเร่งส่งให้รถวิ่งต่อ ปั๊มติ๊กถึงจะหมุน (ผมต่อไฟไว้ดูการทำงานของปั๊มครับ)

การแก้ไขของช่างคือ ช่างเอาหกเหลี่ยมมาหมุนปรับแรงดันของหม้อต้มลง จากเดิมที่ผมเห็นในโปรแกรมมันโชว์ที่ 1.5 บาร์ ในรอบเดินเบา (ผมดูในหน้าหลักของโปรแกรม)
ช่างหมุนลดลงให้เหลือ 1.0 บาร์ แล้วเหมือนว่าจะยกกราฟขึ้นไปชดเชย (อันนี้ผมไม่ค่อยมีความรู้เท่าไรครับ กำลังศึกษาอยู่ เลยไม่ค่อยแน่ใจ แต่เหมือนช่างจะทำแบบนี้)

ผมถามช่างว่าจะมีผลต่อการขับขี่มั้ย ช่างบอกว่าแทบไม่มี เพราะกล่องมันจะปรับแรงดันให้เองเป็นแบบ variable อยู่แล้ว (อันนี้ผมก็งงๆ เพราะกำลังศึกษาเหมือนกัน)

แต่ผมเอามาลองได้สักสามสี่วันมานี้ เหมือนมันอืดๆลงไปครับ อัตราเร่งไม่เท่าเดิมแน่ๆ ออกตัวไม่ปรู๊ดปร๊าดเหมือนเดิมเลย
แต่การวิ่งใช้งานก็ดูเหมือนปกติ เพียงแค่อัตราเร่งหายไป เร่งแล้วเสียงเครื่องจากกรองอากาศดังอื้อมากกว่าเดิม รถอืดลง

การที่ช่างแก้ไขให้แบบนี้ถูกต้องมั้ยครับ?

ผมเข้าใจว่าการที่ปรับแรงดันลง ทำให้รถมันอืดลงตามไปด้วย ถึงแม้ว่าจะปรับเวลาการฉีดชดเชยแล้วก็ตาม ผมเลยอยากได้ค่าเดิมกลับมาครับ

เลยอยากถามว่าถ้าผมไปหาโปรแกรมกับสายจูนมาแล้ว ต้องทำการจูนใหม่ทั้งหมดเลยหรือไม่ครับ รวมทั้งปรับแรงดันด้วย เพราะส่วนตัวผมอยากจูนเองให้เป็น
อยากขับขี่แบบไหนก็ปรับได้เลย ไม่ต้องคอยวิ่งไปหาช่างอ่ะครับ เพราะช่างเค้าไม่ได้มานั่งขับรถเราทุกวัน เค้าอาจไม่รู้สึกถึงความต่างอ่ะครับ

ปรับแรงดันต่ำเกินไป ระวัง back fire
ผู้ผลิตอุปกรณ์ จะมีคำแนะนำไม่ให้เซ็ตแรงดันต่ำ เกินไปครับ
 
Last edited:
กรรมของเวร

ปกติ หม้อต้มตั้งความดันไว้ จะตั้งที่รอบเดินเบา ซึ่งมันจะลดตามคันเร่ง เพราะแรงดันใช้ในการฉีดแก๊ส

ทั่ว ๆ ไป แก๊สจะใช้แรงดันที่ 1.2 +- 0.1-0.2 แล้วแต่ความเหมาะสม เพราะแรงดันที่ 1.0 มันต่ำไป บางกล่องยี่ห้อ ใช้ถึง 1.4 ก็มี มันอยู่ที่กล่องแก๊ส

เมื่อปรับแรงดัน ควรจะปรับจูนใหม่ ถ้าง่าย ๆ ก็ออโต้จูน แล้วปรับตรงรอบเดินเบาให้เท่าน้ำมัน ส่วนที่เหลือปรับตาม ถ้าสะดวกควรจะปรับจูนตอนวิ่งในรอบ กลาง สูงด้วย

ของพี่ ขอถามยี่ห้อ แก๊ส หม้อต้ม ตามที่พี่เอดถาม เพราะมันต้องใช้ในการวิเคราะห์
 
แก๊ส AG ครับ 4 สูบ เครื่อง 2000 cc หม้อต้ม tomasetto หลังเงิน

แสดงว่าช่างปรับแรงดันให้ต่ำไปใช่มั้ยครับ คือว่าผมยังไม่ได้ไปเปลี่ยนหม้อต้มให้ใหญ่ขึ้นตามที่พี่ aids แนะนำ

แต่ผมคิดว่าจะจูนแก๊สให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่หม้อต้มตัวนี้จะจ่ายไหว ส่วนที่เหลือคงเป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการขับขี่เอา

เดิมที่ช่างเซ็ตมา 1.5 นั้น ถือว่าอัตราเร่งใช้ได้ทีเดียวครับ แต่แรงดันเกินที่รอบปลายๆ (แต่ผมไม่ซีเรียสเท่าไร เพราะไม่ได้ขับที่ความเร็วนั้นบ่อยๆครับ ชอบวิ่งแข่งกับเครื่องบิน)

พอช่างปรับลดลงมาเหลือ 1.0 ทำให้อัตราเร่งหายไปนิดหน่อย ความเร็วขึ้นช้ากว่าเดิม เลยอยากได้ค่าเก่ากลับมาน่ะครับ

ขั้นแรกคือต้องปรับแรงดันให้ได้ 1.2 ก่อน แล้วที่เหลือก็คือการจูน แบบนี้ถูกต้องมั้ยครับ
 
แก๊ส AG ครับ 4 สูบ เครื่อง 2000 cc หม้อต้ม tomasetto หลังเงิน

พอช่างปรับลดลงมาเหลือ 1.0 ทำให้อัตราเร่งหายไปนิดหน่อย ความเร็วขึ้นช้ากว่าเดิม เลยอยากได้ค่าเก่ากลับมาน่ะครับ

ขั้นแรกคือต้องปรับแรงดันให้ได้ 1.2 ก่อน แล้วที่เหลือก็คือการจูน แบบนี้ถูกต้องมั้ยครับ

เพราะ ข้อมูลการจูน มันสำหรับแรงดัน 1.5 พอเราปรับลด ก็ต้องจูนใหม่ครับ อีกอย่างมันควรจูนใหม่ทุกครั้งที่ มีการบำรุงรักษาด้วยซ้ำ

ส่วนการแก้ไขเบื้องต้นก็ตามนั้นครับ หาร้าน อู่ ที่คุยรู้เรื่อง รับทำด้วย ปรับแรงดันที่ 1.2 เช็ค error ถ้าไม่มี ก็ ออโต้จูน จูนรอบเดินเบา วิ่งจูนรอบ กลาง สูง

แล้วพี่ ตรวจสอบ แรงดัน กลับเป็นน้ำมันด้วย ว่าตั้งที่เท่าไหร่ แถว ๆ 0.7 น่าจะได้อยู่ (รอพี่เอดเสริม เรื่องนี่ไม่ค่อยแน่ใจ)

เดี๋ยวนี้ ขนาด หม้อโทมาตัวหลังเงิน จาก enegy ยังแปะสติกเกอร์บอกรองรับ 200 ม้าเลยขะรับเหมือนสั่งพิเศษ แต่ใช้งานจริงได้รึปล่าวอีกเรื่อง

ถ้ากล่อง AG รุ่นธรรมดา ถ้าจำไม่ผิด จะไม่มีฟังค์ชั่น ปรับตามน้ำมันแบบออโต้ ต้องวิ่งจูน เก็บค่า และมีคนปรับเองเสริม
 
ช่างนี่ช่างเถรตรงจริง ๆ ครับ พบerrorแรงดันสูงไป ก็เลยลดแรงดันซะงั้น

อย่างที่นำเรียนครับว่าหม้อต้มเรา ให้ม้าน้อยไป ไม่พอม้ารถ
เขาถึงปรับแรงดันให้สูงไว้คือ 1.5 bar เพื่อชดเชยเพิ่มขึ้นไงครับ
พอลดแรงดันลงเหลือ 1.0bar เลยเห็นชัดเลยว่า รถเราแรงน้อยลง

ผมขอนำเรียนสเป็กหม้อต้ม tomasetto เกี่ยวกับแรงดันที่เหมาะสมดังนี้ครับ
ตามคู่มือแนะนำให้เราตั้งแรงดันให้อยู่ระหว่าง 1.0-1.2 bar ครับ
สูงสุดไม่เกิน 1.6 bar ครับ
แต่ไม่ใช่ว่าเราจะตั้งเกินกว่านี้ไม่ได้นะครับ
เพียงแต่ว่าถ้าตั้งแรงดันไว้สูงมาก หม้อต้มจะอายุสั้นลงกว่าแรงดันต่ำครับ

กรณีจะใช้หม้อต้มเดิม
ตั้ง1.5 วิ่งดี ถอนคันเร่งแล้วมีปัญหา แรงดันสูงเกิน ทำให้ใช้แก๊สต่อไม่ได้
ตั้ง1.0 ปัญหาแรงดันสูงหมดไป แต่วิ่งไม่ดี ไม่มีแรง


เราก็ตั้งแรงดันลงทีละน้อย จนกว่าปัญหา แรงดันสูงเกินจะหายไป
โดยลองตั้งแรงดัน 1.4 จูนใหม่ จากนั้นเอาไปวิ่งดูว่ายังมีปัญหาอยู่ไหม
ถ้าไม่มีเราก็จบ ได้รถแรง แถมถอนคันเร่งก็ยังใช้แก๊สต่อได้
ถ้ายังมีปัญหาก็ลงแรงดันลงเหลือ 1.3 แล้วลองใหม่ครับ

ถึงวันที่หม้อต้มพัง หรือวันที่คุณyeetrue อยากแรงอีกครั้ง
เปลี่ยนท่อทองแดง8มม. เปลี่ยนหม้อต้มให้ม้าเยอะขึ้นก็ได้ครับ

วันอาทิตย์9โมงเช้า ผมไปส่งน้องเพชรเรียนพิเศษ แถวสน.ประชาชื่น
ถ้าสะดวก เรียนเชิญครับ เดี๋ยวผมจูนให้ครับ
ค่ำวันศุกร์โทรมายืนยันกันอีกทีนะครับ

เอด 081-8441244
 
ขอบคุณพี่ aids มากครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่ำๆผมจะโทรไปนะครับ
 
รายงานผลการตรวจสอบเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

พอเสียบโปรแกรมดูที่ผมเดาไว้ ผิดหมดครับ
รถน้องyee วางเครื่อง3s เครื่องต้วนี้เป็นขับหลัง ไม่เหมือนกับที่อยู่ในโคโรน่าขับหน้า
หัวฉีดน้ำมันค่อนข้างใหญ่ สังเกตุจากเวลาน้ำมันตอนกดคันเร่งสุดไม่เกิน12ms
ประกอบกับ เจาะรูหัวฉีดแก๊สมาใหญ่พอ แรงดัน 1.05 bar จึงเหมาะสมแล้วครับ
จูนเดินเบา full load และ no load กินหมู
จูนตอนออกตัว เติมให้อีกเล็กน้อย เพิ่มแรงบิด เจ้าตัวถูกใจมากมาย
เพราะแตะคันเร่งเบา ๆ รถก็ออกตัวไป
ปลายก็ไม่ขี้เหร่ด้วยครับ

สรุปว่าไม่ต้องเปลี่ยนท่อทองแดง8มม. ไม่ต้องเปลี่ยนหม้อต้ม
แรงดัน1.05barใช้ได้ดี เหมาะสมจบเนียน ๆ ครับ

Hard ware จะเหมาะสมหรือไม่ ต้องเสียบสายจูนตรวจสอบ ถึงจะตอบได้ถูกต้องที่สุดครับ

สำหรับผลการใช้งาน รอน้องyee มารายงานนะครับ
 
ขออนุญาตเจ้าของกระทู้ครับ

คุณเอดและเพื่อนๆ ครับ

อ่านปัญหาและสงสัยมานานครับ

- ทำไมร้านติดแก๊สถึงชอบใส่หม้อเต็มเล็กๆ มาให้ และเดินท่อแก๊สเล็กๆ เพื่อรถต้นทุนใช่หรือไม่ครับ หรือร้านพวกนั้นไม่มีความรู้ หรือว่าถ้าใส่หม้อต้มใหญ่เกินไปหรือท่อแก๊สที่มีขนาดใหญ่มากเกินไปจะเกิดผลเสียอีก
- ตัวเซ็นเซอร์วัดอนุหภูมิหม้อต้มนี่ทำไมถึงเสียบ่อยครับและราคาแท้จริงมันแพงไหมครับ เห็นตัวนิดเดียวร้านเอาตั้ง 900 บาท ปีละ 2 ครั้ง มันเสียเพราะอะไรคุณภาพไม่ได้หรือเราใช้ผิดวิธี รถวิ่งปีละ 1 หมื่นโลครับ

อันนี้ขอบ่นครับ
ทำไมร้านติดแก๊สใหญ่ๆ ที่เจอกับตัวชอบเอาแต่เงิน และวิเคราะห์หรือแก้ปัญหาให้ลูกค้าไม่ค่อยจบ (คุณเอดดูรถแป๊บเดียววิเคราะห์ปัญหาตรงเป๊ะเลยน่ารับเป็นที่ปรึกษาน่ะครับ:n12:)
 
อ่านปัญหาและสงสัยมานานครับ

- ทำไมร้านติดแก๊สถึงชอบใส่หม้อเต็มเล็กๆ มาให้ และเดินท่อแก๊สเล็กๆ เพื่อรถต้นทุนใช่หรือไม่ครับ หรือร้านพวกนั้นไม่มีความรู้ หรือว่าถ้าใส่หม้อต้มใหญ่เกินไปหรือท่อแก๊สที่มีขนาดใหญ่มากเกินไปจะเกิดผลเสียอีก

คนเราชอบตัดสินกันที่ราคาครับ คนที่ตัดสินใจติดแก๊ส เป็นเพราะทนกับภาระค่าน้ำมันไม่ไหว
จึงหาข้อมูลากเว็บร้านแก๊ส ข้อมูลแรกที่หาก็คือฉันต้องควั๊กกระเป๋าเท่าไหร่
บางท่านก็อาจจะอ่าน ศึกษามากหน่อย บางท่านก็ง่ายกว่านั้น
ร้านแก๊สส่วนใหญ่จึงลงราคาชุดสี่สูบ ในราคาและสเป็คต่ำสุดครับ
พอเราเข้าไปทำจริง ร้านที่มีจรรยาบรรณ มีความรู้ก็จะแนะนำสิ่งที่เหมาะกับรถเรา
แต่ก็มีไม่น้อยที่สุขเอาเผากิน เอาเงิน ใช้ได้ ใช้ไม่ได้ ไม่ใช่ภาระ
คำที่จะได้ยินบ่อย ๆ ใช้แก๊สมันก็ได้แค่นี้ หรือทิ้งเราไปดื้อ ๆ ครับ

หม้อต้มใหญ่ ท่อใหญ่ไม่มีผลเสียอะไร นอกจากราคาแพงขึ้นครับ
นอกนั้นมีแต่ข้อดีล้วน ๆ ครับ

หม้อต้มก็เหมือนปั๊มน้ำที่เราใช้ในบ้าน
บ้านเราเป็นตึก7ชั้น ถ้าเราติดปั๊มน้ำตัวเล็ก น้ำอาจไปได้แค่ชั้น5 ไม่ถึงชั้น7(ดาดฟ้า)
แต่ถ้าเราอาบน้ำแค่ชั้น 3 ไม่เคยอาบน้ำชั้น6 (ขับช้าๆไม่เกิน3000รอบ ไม่เคยลากรอบถึง6000)
เราก็ใช้หม้อต้มเล็ก ท่อเล็กได้ครับ

แต่ถ้าเราเป็นคนชอบกินเหล้าดาดฟ้า เท้าหนักชอบลากรอบถึง7000รอบ/นาที
หม้อต้มเล็ก ปั๊มน้ำเล็ก น้ำไม่ไหล หรือไหลเอื่อย ๆ มันก็ใช้งานที่ดาดฟ้าไม่ได้ครับ
ถ้าถามว่า เราเอาหม้อต้มใหญ่ ที่สามารถปั๊มน้ำได้10ชั้น มาใช้งานในตึก7ชั้นได้ไหม
คำตอบคือว่า ใช้ได้สบาย ไม่มีข้อเสียครับ



- ตัวเซ็นเซอร์วัดอนุหภูมิหม้อต้มนี่ทำไมถึงเสียบ่อยครับและราคาแท้จริงมันแพงไหมครับ เห็นตัวนิดเดียวร้านเอาตั้ง 900 บาท ปีละ 2 ครั้ง มันเสียเพราะอะไรคุณภาพไม่ได้หรือเราใช้ผิดวิธี รถวิ่งปีละ 1 หมื่นโลครับ

ถ้าร้านขายส่งราคาประมาณ 3-400ครับ เปลี่ยนเองได้ไม่ยาก
กรณีเสียทุก6เดือน ต้องดูแล้วครับว่า มีอะไรดึงสายไฟให้ขาดในรึเปล่า
จุดที่ติดตั้ง น้ำแอร์หยดใส่ไหม หรือสายไฟตึงไป
ช่างตัดต่อสายไฟก่อนหมุนใส่ ทำให้สายไฟเป็นเกลียว ไม่ทน รึเปล่า
ถ่ายรูปมุมนั้นให้ชมนิด จะได้เดาง่ายขึ้นครับ



อันนี้ขอบ่นครับ
ทำไมร้านติดแก๊สใหญ่ๆ ที่เจอกับตัวชอบเอาแต่เงิน และวิเคราะห์หรือแก้ปัญหาให้ลูกค้าไม่ค่อยจบ (คุณเอดดูรถแป๊บเดียววิเคราะห์ปัญหาตรงเป๊ะเลยน่ารับเป็นที่ปรึกษาน่ะครับ

น่าจะเป็นเพราะ มีเพื่อน ๆ เอามาให้จูนมากล่ะมั๊งครับ
เลยได้เรียนรู้ เห็นบทเรียน ประสบการณ์ที่หลากหลาย
ต้องขอบคุณเพื่อน ๆ เหล่านั้นที่มอบประสบการณ์ให้ผม 6ปี น่าจะหลักพันคันที่ผ่านมือครับ
ที่ปรึกษาก็เป็นอยู่นี่ไงครับ ฟรีด้วย:D
 
ขอบคุณครับ กระจ่างเลยครับ

ขอบคุณครับคุณเอด
กระจ่างเลยครับ
:n20:
อาร์ท
 
Back
Top