ขอรบกวนพี่421เรื่องหม้อน้ำ190E+พัดลมไฟฟ้าครับ

par9695

New member
พี่421ครับถ้าจะใช้พัดลมไฟฟ้ากับ190E(1.
icon_cool.gif
จำเป็นต้องเปลี่ยนหม้อน้ำเป็นอลูมิเนียมก่อนหรือปล่าวครับ
 
190 ใช้หม้อน้ำใบใหญ่มากเมื่อเทียบกับขนาดเครื่อง จึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน

แต่เพราะมันมีขนาดใหญ่มาก จึงมีน้ำหนักมาก เทียบกับแรงม้า จึงควรเปลี่ยนครับ

งงป่าว ?
 
ครือว่า .... การเปลี่ยนจากพัดลมเครื่อง มาเป็นพัดลมไฟฟ้า มีจุดมุ่งหมายเพื่อ ลดภาระกรรมของเครื่องลง และ ปรับปรุงระบบระบายความร้อนเสียใหม่ให้มันดีกว่าเดิม พอรู้จุดมุ่งหมายของเราแล้วก็กลับมาดูตัวรถว่าจะทำอะไรได้มั่ง


เริ่มจากด้านหน้าสุด.....

บังลมรังผึ้งแอร์ มีหน้าที่บังคับลมที่พัดลมไฟฟ้าผลิตได้ให้ใหลเข้ารังผึ้งแอร์ให้หมด ไม่กระเด็นกระดอนออกมา แต่มันก็ไม่เคยทำหน้าที่อย่างได้ผลเต็มร้อย แถม มันยังบังลมที่มาปะทะ รังผึ้ง เมื่อรถใช้ความเร็วเสียอีก โดยมันกั่นลมไม่ให้รังผึ้งได้รับลมเสียตั้ง กว่า 30 % ทำให้แอร์ไม่เย็นเท่าที่ควร และ ความร้อนเครื่องยนต์ก็ลดช้า

มอเตอร์พัดลม ระบายความร้อนรังผึ้งแอร์ ต้องทำงานควบคู่กับบังลม และตัวพัดลมก็บังลมเช่นกัน เมื่อเทียบกับการไม่มีพัดลมอยู่ด้านหน้า

ถ้าเราเปลี่ยนวิธีการระบายความร้อนรังผึ้งแอร์ จากระบบ ดันลมเข้า มาเป็น ดูดลมออก เราจะพบว่า การดูดลมออก จะได้ผลกว่า เพราะลมจะใหลผ่านรังผึ้งแอร์ทั้งหมด ผิดกับแบบดัน ที่มีลมกระเด็นออกมาบ้าง ทำให้เสียพลังงานไปโดยปล่าวประโยชน์ แต่ทั้งนี้จะต้องดูด้วยว่า รังผึ้งแอร์ หนาเกินไปป่าว ? ด้วย ถ้ารังผึ้งหนามาก มันก็ดูดยาก หรือต้องใช้มอเตอร์พัดลมดูดตัวใหญ่กว่าที่ควร


ก็ในเมื่อเรามีรังผึ้งหม้อน้ำ และ รังผึ้งแอร์ ของเดิมอยู่แล้ว ก็ลองใช้ไปก่อน เพราะการที่รถรุ่นอื่นเขา เปลี่ยนรังผึ้งกันนั้นก็เพื่อเพิ่มพื้นที่การระบายความร้อน แต่ใน 190 มันขยายจนเต็มพื้นที่แล้ว ไม่อาจขยายได้อีก จึงทำได้แค่ การเปลี่ยนรังผึ้งหม้อน้ำ จาก ทองแดง มาเป็นหม้อน้ำแบบมีเนียม ที่ให้ผลการระบายความร้อนที่ดีกว่าเดิม อันเป็นการลดภาระ พัดลมไฟฟ้าโดยตรง เมื่อพัดลมที่เราใส่เข้าไปใหม่ทำงานไม่มาก ก็ไม่เปลืองไฟ = ไม่เปลืองกำลังเครื่อง = ไม่เปลืองน้ำมัน

ในเมื่อหาหม้อน้ำ 190 แบบมีเนียมไม่ได้ (ความจริงมีขาย เคยเห็นของเก่านอกวางขายตามเซียงกง ) เราก็ต้องใช้ของเดิมไปก่อน ก็แค่ ถอดพัดลมเครื่อง + บังลม ทิ้งไป เอามอเตอร์พัดลม ไฟฟ้ แบบ4 สาย ของ แอสติน่า มาใส่ 2 ตัว + ตีบังลมบังคับ ให้ดูดแต่ลมที่ใหลผ่านรังผึ้งหม้อน้ำเท่านั้น ทางด้านหน้าก็เอาพัดลมไฟฟ้า และบังลมออก

การต่อไฟ ในเมื่อมอเตอร์ มี 4 สาย ก็เอา คู่ที่ 1 ของพัดลมแต่ละตัว ตัดต่อแทน คลัชไฟฟ้า มู่เล่เครื่อง ให้พัดลมทำงานแทน คลัชไฟฟ้า ส่วนสายไฟอีก 1คู่ ก็ต่อแทน พัดลมไฟฟ้าหน้าที่ถอดทิ้ง

แบบนี้ การระบายความร้อนก็จะทำงานเหมือนตอนเครื่องร้อน แล้ว คลัชไฟฟ้าทำงาน พัดลมเครื่องของเดิมก็หมุนไง

พอรังผึ้งแอร์ร้อน น้ำยาแอร์มีแรงดันสูง พัดลมไฟฟ้าก็ทำงาน

ถ้าเครื่องร้อน + น้ำยาแอร์ก็ร้อน พัดลมก็ทำงานเร็วขึ้น

ถ้ารถวิ่งด้วยความเร็ว จะมีลมมาปะทะมากพอ ก็จะไม่มีพัดลมตัวใดทำงานเลย จึงประหยัดกำลังเครื่องมาก ระบบเดิมมันก็หยุดเหมือนกัน แต่หยุดที่ความเร็วสูงกว่า เพราะลมปะทะไปติดบังลมหน้าซะ 30 % จึงหยุดยากกว่า

วิธีนี้แอร์จะเย็นกว่าเดิม เพราะได้ระบายความร้อนรังผึ้งแอร์ดีกว่า

วิธีนี้ใช้เงินน้อยที่สุด ราวๆ 2 พันฝ่าก็จบได้ แต่ถ้าเป็น 6สูบต้องพูดกันที่ หมื่นกลาง จนทะลุ 2 หมื่นเลยนะ รู้แล้วรีบทำซะ

ถ้าได้รังผึ้งหม้อน้ำมีเนียม ก็จะได้การระบายความร้อนที่ดีกว่า แถมเบากว่า น้ำหนักหม้อน้ำ มีเนียม ถึงจะเบากว่าแบบทองเเดงไม่กี่โล แต่ในเมื่อมันไปอยู่ ปลายหัวสุดของตัวรถ มันก็มีผลถึงความสมดุลของน้ำหนักรถที่ดีกว่าเดิมนะพี่
 
แต่อย่ามองแต่ข้อดี เสียย่อมมี การทำพัดลมไฟฟ้าไม่ใช้พัดลมเครื่องทำให้เอนจิ่นเบรคหายไปพอควร จึงจำเป็นต้องปรับปรุงระบบเบรคให้ดีตามไปด้วย

190 นี่ พัฒนาเบรคง่ายจะตาย

ขั้นที่ 1 เปลี่ยนหม้อลมเบรคจากเดิมไปใช้ของ 124 ราคาราว 3500 แต่ในเมื่อรู้จักอู่ช่างศักดิ์ ก็ให้ดูจังหวะเหมาะ บางวันจะมี 124 ถอดทิ้ง แล้วเขาไปใส่ ของใหญ่กว่า ทำให้ได้ของดีในราคาเยาว์

ขั้นที่ 2 ถ้าเป็นรถล้อโตๆ ให้ถอดเบรคหน้าทิ้ง แล้วไปหาชุดเบรคหน้า ของ 124 โค๊ต A มาใส่แทน

ขั้นที่ 3 ถ้าเครื่องแรง ระดับเปลี่ยนใส่ จาก 1.8 เป็น 2.0 ก็หาชุดเบรคหน้าของ 124 โค๊ต B หรือ C มาใส่ซะ

ขั้นที่ 4 ถ้าไปวาง J มา ก็ต้องหาเบรคของ 124/ 300E - 24V มาใส่ แต่หายากและแพงมาก ก็ในเมื่อวาง J ได้ ก็เอาเบรค ของนิสสัน 4 พอร์ตมาใส่เลย หาง่ายราคาถูกมากด้วย
 
ขอบคุณพี่ 4 สำหรับคำแนะนำครับผมจะรีบไปทำเลยครับเพราะตอนนี้แอร์ไม่ค่อยเย็น+เวลารถติดความร้อนเกือบๆ100เลยครับ(สำหรับหม้อลมพอดีผมเพิ่งเปลี่ยนแบบชั้นครึ่งจาก126ไปใส่ใน124ไปเมื่อศุกร์ที่แล้ว ช่างศักดิ์ก็แนะนำให้เอาใบที่ถอดออกจาก124ไปใส่190 เดี๋ยวจะรีบเอาไปใส่พร้อมหม้อน้ำเลยครับ)
 
วันนี้ไปซื้อพัดลมมาแล้วครับเป็นแบบ4สาย(ที่ร้านบอกว่าเป็นของซูบารุแต่ไม่รู้ว่าเป็นรุ่นอะไรลองต่อไฟดูแล้วลมแรงมากๆ ของแอสติน่าหาไม่ได้เลยครับ) พอเอาไปให้ช่างศักดิ์ดูปรากฎว่าใช้ไม่ได้ครับใหญ่เกินไปที่ร้านมีให้เลือก2ขนาด 11นิ้วกับ14นิ้วมอเตอร์ขนาดเท่ากันถอดสลับกันได้ด้วยความโลภอยากได้ลมเย็นๆจึงเอาแบบ14 นิ้ว แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวเอาไปเปลี่ยนได้ ผมซื้อมา 6ตัว ตัวละ650บ.(เอาไว้ทำสแปร์เผื่อเสียกลางทาง 2ตัวแกะเอาแต่มอเตอร์ไว้ในรถ อีก2 ตัวจะเอาไปใส่300E ถ้าหาแผงรังผึ้งหม้อน้ำแบบมีเนียมได้)ช่างศักดิ์ให้ยืมหม้อน้ำเก่าของ190Eไปเป็นแบบเพื่อทำโก่งพัดลมจะได้ไม่ต้องทิ้งรถไว้เฝ้าอู่ ก่อนกลับก็พบกับพี่krisได้ความรู้เพิ่มอีก(เป็นข้อดีอีกประการของการไปอู่บ้าน) เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเปลี่ยนพัดลมจะถ่ายรูปมาให้ดูกันครับ
 
Back
Top