dodozung
Member
ขุนรองปลัดชู วีรบุรุษสองบรรทัด
เรื่องราวของ "ขุนรองปลัดชู" นั้นเชื่อว่าคนโดยส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่คนจังหวัดอ่างทอง คนประจวบฯ หรือชอบประวัติศาสตร์ อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูนัก และนั่นเองที่ทำให้ผู้ที่หยิบเอาเรื่องราวของท่านมานำเสนอให้คนไทยได้รับรู้ ใช้คำโฆษณาเสียน่าสนใจว่า "ขุนรองปลัดชู วีรบุรุษสองบรรทัด"
ตามบันทึก (จากหลายๆ แหล่ง) ระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2302 สมัยพระเจ้าเอกทัศขึ้นครองราชย์ ตอนนั้นพม่าโดยพระเจ้าอลองพญาได้รับสั่งให้ "มังระ" ราชบุตรตรี กับ "มังฆ้องนรธา" คุมทหารกว่า 8,000 คนนำทัพบุกเข้ามาลองเชิงกับไทยเพราะเห็นว่าเป็นช่วงผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน มีเรื่องวุ่นๆ ของผู้ที่จะครองราชย์ระหว่างพระเจ้าเอกทัศพระเชษฐา กับพระอนุชาพระเจ้าอุทุมพร รวมถึงการว่างเว้นจากการทำสงครามมานาน โดยอ้างเหตุว่าไทยให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏมอญที่หนีมากับเรือฝรั่งซึ่งโดน พายุซัดเข้ามาจอดซ่อมอยู่ที่เมืองมะริด
ฝ่ายอยุธยาทราบข่าวจึงให้พระยายมราชเป็นแม่ทัพคุมพล 3,000 เป็นทัพหน้า ให้พระยารัตนาธิเบศร์คุมทหาร 2 พันเป็นทัพหนุน โดยมี "ขุนรองปลัดชู" ผู้ชำนาญการรบซึ่งตอนนั้นรับตำแหน่งกรมการเมืองวิเศษชัยชาญอาสาสมัครพรรคพวก ไพร่พล 400 คนเป็นกอง "อาทมาต" ร่วมทัพไปด้วย
ครั้นพระเจ้าอลองพญาซึ่งมาดูผลงานของลูกชายเกิดความ "ได้ใจ" ที่สามารถยึดเมืองมะริด กับ ตะนาวศรีได้อย่างง่ายดายเตรียมที่จะนำทัพบุกเข้าไปยังกรุงศรีอยุธยา ซึ่งพอทัพของพระยารัตนาธิเบศร์ยกผ่านด่านสิงขร ประจวบฯ ก็ทราบข่าวว่าทัพของพระยายมราชนั้นพ่ายแพ้ พระยารัตนาธิเบศร์เห็นดังนั้นจึงสั่งกองทัพล่าถอยเพื่อไปตั้งหลักยังกรุง ศรีอยุธยา ด้านรองขุนปลัดชูจึงอาสานำกองอาทมาตของตนไปตั้งสกัดทัพพม่าอยู่ที่อ่าวหว้า ขาว (ปัจจุบันคือ ต.อ่าวน้อย อ. เมืองประจวบคีรีขันธ์) เพื่อเป็นการถ่วงเวลา
แม้จะมีจำนวนที่น้อยกว่ากันมากมายหลายเท่าตัว แต่ด้วยความกาจกล้าเก่งในการรบ กองอาทมาตจึงสามารถยันศัตรูได้ตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยง ก่อนจะถูกฆ่าตายจนหมดสิ้น
ว่ากันว่าวีกรรรมการต่อสู้ของขุนรองปลัดชูกับพรรคพวกได้ปรากฏอยู่ในบันทึก ของพม่าด้วย โดยระบุว่า...การตีกรุงศรีอยุธยาครั้งนั้น ได้มีการต่อสู้กองทัพของกรุงศรีอยุธยา ที่ช่องเขาแคบๆ ริมทะเลอย่างประจัญบาน ดุเดือด ก่อนเข้าเมืองกุย เมืองเพชรบุรี เมืองราชบุรี โดยง่าย...โดยหลังเหตุการณ์ดังกล่าวชาววิเศษชัยชาญ ก็ได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของขุนรองปลัดชู ชื่อว่า "วัดสี่ร้อย" รวมถึงในคำขวัญของ อบต.อ่าวน้อย ก็ได้จารึกชื่อของรองปลัดชูไว้เช่นกัน ว่า "โรงสีข้าวพระราชทาน ตำนานเขาตาม่องล่าย หลากหลายกสิกรรม พระนอนใหญ่เขาถ้ำ วีรกรรมขุนรองปลัดชู"
http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9540000083100
เรื่องราวของ "ขุนรองปลัดชู" นั้นเชื่อว่าคนโดยส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่คนจังหวัดอ่างทอง คนประจวบฯ หรือชอบประวัติศาสตร์ อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูนัก และนั่นเองที่ทำให้ผู้ที่หยิบเอาเรื่องราวของท่านมานำเสนอให้คนไทยได้รับรู้ ใช้คำโฆษณาเสียน่าสนใจว่า "ขุนรองปลัดชู วีรบุรุษสองบรรทัด"
ตามบันทึก (จากหลายๆ แหล่ง) ระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2302 สมัยพระเจ้าเอกทัศขึ้นครองราชย์ ตอนนั้นพม่าโดยพระเจ้าอลองพญาได้รับสั่งให้ "มังระ" ราชบุตรตรี กับ "มังฆ้องนรธา" คุมทหารกว่า 8,000 คนนำทัพบุกเข้ามาลองเชิงกับไทยเพราะเห็นว่าเป็นช่วงผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน มีเรื่องวุ่นๆ ของผู้ที่จะครองราชย์ระหว่างพระเจ้าเอกทัศพระเชษฐา กับพระอนุชาพระเจ้าอุทุมพร รวมถึงการว่างเว้นจากการทำสงครามมานาน โดยอ้างเหตุว่าไทยให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏมอญที่หนีมากับเรือฝรั่งซึ่งโดน พายุซัดเข้ามาจอดซ่อมอยู่ที่เมืองมะริด
ฝ่ายอยุธยาทราบข่าวจึงให้พระยายมราชเป็นแม่ทัพคุมพล 3,000 เป็นทัพหน้า ให้พระยารัตนาธิเบศร์คุมทหาร 2 พันเป็นทัพหนุน โดยมี "ขุนรองปลัดชู" ผู้ชำนาญการรบซึ่งตอนนั้นรับตำแหน่งกรมการเมืองวิเศษชัยชาญอาสาสมัครพรรคพวก ไพร่พล 400 คนเป็นกอง "อาทมาต" ร่วมทัพไปด้วย
ครั้นพระเจ้าอลองพญาซึ่งมาดูผลงานของลูกชายเกิดความ "ได้ใจ" ที่สามารถยึดเมืองมะริด กับ ตะนาวศรีได้อย่างง่ายดายเตรียมที่จะนำทัพบุกเข้าไปยังกรุงศรีอยุธยา ซึ่งพอทัพของพระยารัตนาธิเบศร์ยกผ่านด่านสิงขร ประจวบฯ ก็ทราบข่าวว่าทัพของพระยายมราชนั้นพ่ายแพ้ พระยารัตนาธิเบศร์เห็นดังนั้นจึงสั่งกองทัพล่าถอยเพื่อไปตั้งหลักยังกรุง ศรีอยุธยา ด้านรองขุนปลัดชูจึงอาสานำกองอาทมาตของตนไปตั้งสกัดทัพพม่าอยู่ที่อ่าวหว้า ขาว (ปัจจุบันคือ ต.อ่าวน้อย อ. เมืองประจวบคีรีขันธ์) เพื่อเป็นการถ่วงเวลา
แม้จะมีจำนวนที่น้อยกว่ากันมากมายหลายเท่าตัว แต่ด้วยความกาจกล้าเก่งในการรบ กองอาทมาตจึงสามารถยันศัตรูได้ตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยง ก่อนจะถูกฆ่าตายจนหมดสิ้น
ว่ากันว่าวีกรรรมการต่อสู้ของขุนรองปลัดชูกับพรรคพวกได้ปรากฏอยู่ในบันทึก ของพม่าด้วย โดยระบุว่า...การตีกรุงศรีอยุธยาครั้งนั้น ได้มีการต่อสู้กองทัพของกรุงศรีอยุธยา ที่ช่องเขาแคบๆ ริมทะเลอย่างประจัญบาน ดุเดือด ก่อนเข้าเมืองกุย เมืองเพชรบุรี เมืองราชบุรี โดยง่าย...โดยหลังเหตุการณ์ดังกล่าวชาววิเศษชัยชาญ ก็ได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของขุนรองปลัดชู ชื่อว่า "วัดสี่ร้อย" รวมถึงในคำขวัญของ อบต.อ่าวน้อย ก็ได้จารึกชื่อของรองปลัดชูไว้เช่นกัน ว่า "โรงสีข้าวพระราชทาน ตำนานเขาตาม่องล่าย หลากหลายกสิกรรม พระนอนใหญ่เขาถ้ำ วีรกรรมขุนรองปลัดชู"
http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9540000083100
Last edited: