คนขับรถทุกคนควรอ่าน

anuwatsu

New member
พอดีได้รับ Forwward Mail มา คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ครับ ข้อความดังนี้ครับ



วันที่ 14 สิงหาคม เวลาประมาณ 11.00 น. เป็นวันที่ผมมิอาจลืมได้ ในชีวิตนี้
ผมได้ขับรถขึ้นทางด่วนพิเศษจาก ถนนจันทน์ มุ่งหน้าไปถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อที่จะไปทำบุญบริจาคสิ่งของ ที่บ้านเด็กอ่อนพญาไท ติด ถ.แจ้งวัฒนะ- ปากเกร็ด

ขณะขับรถไปได้ประมาณ 20 นาที และมองไปที่คันเร่ง เห็นหน้าจอ ที่ 140 กม.ผมก็ได้ถอนคันเร่งและแตะเบรก 2 ครั้งเพื่อลดความเร็ว
แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมได้ลองใหม่อีก 3 ครั้ง คราวนี้กระชากเบรกมือด้วยอีก 2 ครั้ง เบรกเท้าอีกก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ลองเกียร์ว่าง 1 ครั้ง ความเร็วอยู่ที่ 130 กม/ชม. ผมได้พยายามกดโทรศัพท์ไปหาเพื่อนสนิทที่นัดแนะไปทำบุญด้วยกัน
เพื่อนแนะให้ลดเกียร์ จาก D เป็น 2 และ L ความเร็วลดจาก 130/ชม. เป็น 120- 110 ซึ่งลดลงได้เพียงเท่านี้

ความพยายามในการชะลอรถมากกว่า 10 นาที และลองเกียร์ว่าง 1 ครั้ง ไม่มีผลเลย
ผมคิดว่าคงอาจจบชีวิตบนการทางพิเศษแล้ว และคิดว่าถ้าไม่มีอุบัติเหตุใดใดเลยจะขอทำบุญบวชอีกครั้งในชีวิต
( บวชพราหมณ์หรือพระภายใน 2 ปีนี้ ) และจะเริ่มล! ดละบาปกรรม

เพื่อนได้แนะอีกครั้ง และสมาธิเริ่มรวบรวม ความพยายามประมาณครั้งที่ 7 โดยการดับเครื่อง
คราวนี้รถได้ชะลอความเร็วลงมาก ผมได้ประคองขับรถต่อไปอีกประมาณ 5 กม.. กว่ารถจะหยุดได้ ซึ่งผมก็สามารถหยุดชิดขอบทางได้
เหมือนรอดตายพ้นนรก ผมรีบโทรบอกที่บ้านเพราะตอนแรกนึกว่าคงไม่ได้โทรสั่งเสียหรือสั่งลา
ผมได้เดินอีกประมาณ 100 เมตรไปบอกเจ้าหน้าที่เก็บเงินที่ ด่านเก็บเงินใกล้แจ้งวัฒนะเพื่อขอความช่วยเหลือ
รอประมาณ 10 นาที ก็มาช่วย ผลปรากฏว่าสาเหตุที่คันเร่งค้าง เพราะกล่องสัญญาณกันขโมยซึ่งหนักประมาณเกือบครึ่งกิโลไปทับอยู่ที่ ก้านของคันเร่งและเกิดการล็อคขึ้น

พี่สุทธิครับ
ได้สอบถามกับอู่รถแล้ว อู่แจ้งว่า มีโอกาสเป็นไปได้ที่คันเร่งค้างจากสาเหตุดังกล่าว เนื่องจากกล่องสัญญาณกันขโมยจะติดตั้งอยู่เหนือคันเร่งติดตัวถังรถ
สิ่งที่ควรกระทำคือ ตั้งสติแล้วโยกเกียร์มาที่ช่อง N เป็นเกียร์ว่าง จากนั้นปิดสวิทช์กุญแจงดับเครื่องยนต์และเปิดไฟฉุกเฉิน รถก็ยังวิ่งอยู่แล้วค่อย ๆ เหยียบเบรคเป็นระยะ ๆ ความเร็วรถจะค่อยลดลง จนสามารถจอดรถได้
การปิดสวิทช์กูญแจงรถยนต์ดับเครื่องเลยในขณะที่เกียร์รถไม่อยู่ที่ N รถก็ยังวิ่งอยู่เครื่องยนต์และระบบเกียร์จะเสียหายมากกว่าที่อยู่ช่อง N ครับ
 
ยินดีที่ปลอดภัยนะครับ เสียใจด้วยที่เจอความมักง่ายของช่าง
 
-ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่เอามาแชร์ให้ครับ ดีใจด้วยครับที่ปลอดภัย:)
 
เชื่อยาก ...


ขับรถความเร็วร้อยกว่า ... คันเร่งค้าง ...แต่มีเวลากดโทรศัพท์หาเพื่อน :n30:

นิทานก่อนนอนมากกว่าคับ
 
มันมีอะไรแปลกๆหลายอย่างเลยครับ ผมว่าเรี่องเล่าเล่นๆมากกว่า เรื่องจริงไม่น่าเป็นไปได้
 
นี่เป็นอีก 1 ฟอร์วอร์ดเมล์


ที่ ผมเชื่อว่า นั่งเทียนเขียนขึ้นมา


ยอมรับว่า จินตนาการล้นเหลือ แต่ ไม่เนียน


1.ลองคิดดู ความเร็ว แรกที่ค้าง คงที่ คือ 140

แสดงว่า แตะคันเร่ง ไม่มาก จิ๊บๆ แค่นั้น

ถ้ามาก มันพุ่งทะลุ 140 เห็นๆ

ดังนั้น เมื่อตบเกียร์ลง มา ถึง L

แน่นอน ว่า ความเร็ว ไม่มีทางเกิน 7-80 ไปได้

แล้ว ตบเกียร์ว่าง ความเร็ว ซักพักมันก็ลงแล้ว


2. กล่อง รีโมทกันขโมย มัน ไม่ได้ เล็ก
และ ที่ บริเวณ ชุดคันเร่ง ที่ปลายสายนั้น
ช่องมันแคบมาก ไม่มีโอกาสที่กล่องจะเข้าไปใกล้เลยคับ

กอรปกับ เพราะ ข้อ1 คันเร่งถูกกดน้อย

ยิ่ง ไร้โอกาสเลยคับ



3. รถที่ดับเครื่องแล้วปล่อยไหล

มีอย่างที่ไหน วิ่งได้ 5 กิโล




อีกอย่าง หมอนี่ ไม่แตะเบรคเลยรึไง






เฮ้อ ฟอร์วอร์ดเมล์


ทำคนทะเลาะกันมานักต่อนักแล้ว
 
อ่านเอามันส์ก็ให้ข้อคิดดีครับ แต่ฟังพี่สมชายแล้วก็ก็เห็นด้วย ถึงอย่างไรก็พิจารณาจากเจตนาของผู้เขียนก็แล้วกันครับว่าประสงค์สิ่งใดครับ
 
จับผิดมั่ง

ขึ้นทางด่วนจากถนนจันทร์ ผ่านไป 20 นาทีรถมีปัญหา ใช้เวลาพยายามแก้อีก 10 นาที ที่ความเร็ว 130-140
รวมเวลาแล้วปาเข้าไป 30 นาที นี่มันเลยทางลงแจ้งวัฒนะไปแล้ว หรืออย่างน้อย ๆ ก็ต้องผ่านด่านเก็บค่าผ่านทางที่ประชาชื่นก่อน แล้วที่บอกว่าอีก 100 เมตรถึงด่านเก็บเงินแจ้งวัฒนะ ที่จริงแล้วทางลงแจ้งวัฒนะไม่มีด่านเก็บเงินเลย
สมมุติว่าที่บอกหมายถึงด่านเก็บเงินประชาชื่น ช่วงที่เกิดปัญหาเวลาน่าผ่านด่านไปแล้วหรือชนรถจอดจ่ายเงินคันหน้าไปแล้ว
ถ้าบอกรถติดใช้เวลานานแล้วกดได้ไง 140 ผมเคยวิ่งเร็วระดับนี้แต่เป็นกลางคืนถนนว่าง ๆ ครึ่งชั่งโมงลงแจ้งวัฒนะไปแล้ว
 
ผมอ่านแล้วก็รู้สึกแปลๆ คันเร่งค้าง แต่เบรคไม่ได้พังก็แค่เปลียนเกียร์จาก D เป็น N แล้วก็เบรคก็จบแล้วไม่เห็นต้องโทรหาเพื่อนไม่ต้องดับเครื่อง..รอบเครื่องมันก็จะค้างอยู่ที่2-3พันหรือ4พันแล้วแต่ว่ามันค้างขนาดใหน:n06: ผมว่าบทความนี้เขียนเอามันแถมยังไม่รู้จริงอีก:rotflol:
 
รอบเครื่องค้าง ผมเป็นอยู่เกือบอาทิตย์ (accord) สตาร์ทรอบจะพุ่งไป 2500 แล้วไม่ลงเลย

บางจังหวะตีไป 3000 ผมก้อใช้งานแบบนั้นไป เพราะยังไม่มีเวลาเอารถเข้าอู่ ต้องใช้งาน

ขับโดยไม่ได้เหยียบคันเร่ง ความเร็วจะอยู่ที่ 80 บ้าง 90 บ้าง

ก็ยังโชว์ให้คนนั่งข้างว่า นี่กรูไม่ได้เหยียบคันเร่งนะเฟร้ย รถแรงขนาดไหน(ปัญญาอ่อน)

ถ้าเบรคใช้งานได้ ความเร็วต้องรถลง แต่รอบเครื่องก้อยังคำรามอยู่

เบรคจะหมดเร็ว เข้าเกียร์กระชากหน้าหงาย เกียร์จะพังไว

เจตนาของเมลล์ อาจต้องการให้คนไม่ประมาท และทำบุญไว้เยอะๆ

แต่การผูกเรื่องมาเล่า ดูไม่เนียนเลย อ่านไปครึ่งนึงก้อรู้แล้วว่า คงจะดูหนังเยอะไป

ประเภทวินาทีวิกฤต มีเวลาคิดเรื่องอะไรต่อมิอะไรได้เยอะแยะ ตั้งแต่เล็กจนโต(ใครดู inception แล้วมั่ง)

ช่วงเวลาติ๊ดนึง แม๋สามารถทำอะไรได้มากมายไปหมด


ขอบคุณเจตนาของเจ้าของกะทู้ด้วยครับ

แต่ท่านเจ้าของเรื่อง...ถ้าเป็นญาติหรือเพื่อนผม ผมก้อจะถามเค้าว่า












ขับรถเป็นไม๊
 
Back
Top