ความล้มเหลวจากการไล่ลมเบรค

harm_c220

New member
สืบเนื่องจากกระทู้
"ขั้นตอนการเปลี่ยนคาร์ลิปเปอร์เบรค"
ที่ผมได้โพสใว้ก่อนหน้า

ปฏิบัติการเปลี่ยนคาร์ลิปเปอร์เบรคหลัง
จึงเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผลคือ
ไล่ลมเบรคไม่ผ่าน ทำกัน2คนกับเพื่อนผลคือ
ล้มเหลวไล่ลมไม่ผ่าน เบรคจมไล่อย่างไรก็ไม่หมด

ขั้นตอนที่ทำน่าจะไม่รัดกุมพอมีดังนี้ครับ

1.ถอดล้อ เปลี่ยนจานใหม่278มิลแทนจานเดิม258มิล
2.ถอดคารลิปเปอรเก่าใส่คารลิปเปอรใหม่ทันที
ขันนอตเบอร์14ฝั่งสายอ่อนแน่นทันที ประกอบ
คารลิปเปอร์กลับทันที

3.ทำล้ออีกข้างเหมือนกับข้อ1และ2
4.ไล่ลมพอดีอุตริอยากใล่แบบไล่คนเดียวคือ
ขันนอตเบอร9สกรูไล่ลมออกครึ่งรอบนำเอาท่อ
ยางใสขนาดใช้กะตู้ปลามาสวมกะนอตถ่ายอีก
ข้างลงขวดใว้ แล้วสตารทรถ เหยียบปล่อยๆๆ
ไปเรื่อยๆสลับกับวิ่งไปเติมน้ำมันเบรคในกระปุก
อย่างให้ขาด สุดท้ายใล่กันจนน้ำมันเบรคหมดไป
1ลิตรพอดีเบรคก้อจมอยู่ดีเลยท้อ สรุปผมทำผิดขั้นตอนไหนครับ???

ดูด้วยสายตาสายยางใสน้ำมันก้อไม่มีฟอง
แล้ว แต่เบรคยังจมอยู่เลยครับ งงเลย???
 
Last edited:
ปกติผมจะใช้สองคน หลังจากเติมน้ำมันเบรคลงกระปุกเต็มแล้ว คนนึงจะย้ำๆ สักอึดใจแล้วเหยียบเบรคค้างไว้ อีกคนคลายน็อตไล่ลมสังเกตุฟองอากาศที่ไหลออกมาด้วยแล้วขันปิด และทำซ้ำอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีฟองออกมา ทำทีละล้อจนครบ จบแล้วน้ำมันเบรคใช้ไปไม่น่าจะถึงลิตรครับ

ถ้าคลายสกรูไล่ลมแล้วเราไม่เหยียบเบรคไว้อากาศมันจะย้อนเข้าไปในท่อได้ครับ มันย้อนตอนเราปล่อยเบรคนั่นแหละ อีกกรณีหนึ่งคือไล่ลมตามขั้นตอนจนน่ำมันเบรคในกระปุกพร่องลงไปในแม่ปั๊มอากาศเข้าทางแม่ปั๊มอีก
 
พลาดจริงๆครับท่านสุรัช
เกือบจะดีแล้วเชียวครับ

ผมมาทบทวนก้อคงเป็นอย่าง
ที่ท่านว่าล่ะ ลมคงตีเข้าตอนเปิด
นอตค้างใว้ตลอดพอดีต่อสายยาง
ใว้ด้วยเผื่อดูฟองอากาศว่าหมดหรือยัง

จริงๆคราวก่อนๆก้อเคยใล่น้ำมันเก่าโดย
วิธีเบสิคคือเหยียบคนนึงขันนอตเปิดปิดคนนึง
ก็ไม่ได้มีปันหาอะไรแต่อันนั้นมันต่างกันคือ
อากาศในระบบมันไม่ได้มีตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

แต่คราวนี้คารลิปเปอรใหม่มันมีอากาศอยู่ด้วยแล้ว
บวกกับวิธีการใล่ลมแบบอยากลองคนเดียวอย่าง
ที่ว่าลมเลยตีเข้าระบบเต็มๆใล่อย่างไรก้อไม่หมด
แถมแทนที่เปลี่ยนเส้ด1ข้างแล้วไล่ลมเลยจะได้ตัดปันหาใฟ้น้อยลง แต่ดันเปลี่ยนเส้ดทั้ง2ข้างแล้วค่อยไล่ลม รวมๆกันปันหาเลยเกิดเลยครับ

อ้ออยากฟังความคิดเห็นของ พี่ถ้วยกาแฟด้วยครับพี่
 
Last edited:
จริงๆ การไล่ลมควรเป็นภาระกิจสุดท้ายของการทำงานระบบเบรค
คือประกอบทุกอย่างทุกล้อให้เสร็จเรียบร้อยก่อนจึงไล่ลม


ผมทำตามแบบวีดีโอแรก เพียงแต่ทำ 2 คน
และทั้งสองคนต้องพูดภาษาเดียวกันเข้าใจ
ตรงกัน เรื่อง ย้ำ เหยียบ ฯลฯ

และเพื่อให้ได้ผลงานดีสมบูรณ์แบบ
งาน DIY ซ่อมรถทุกกรณีไม่ควรให้ภรรยา
มาช่วยทำเด็ดขาด ไม่เวิร์ค

แต่ถ้าเป็นแฟนกัน หรือกิ๊ก ช่วยไม่รู้ว่าจะได้ผลอย่างไร
เพราะไม่เคยลองครับ
 
Last edited:
คราวนี้ผมพอมโนภาพออกแล้วล่ะครับว่า
เจ้าฟองอากาศมันแทรกซึมเข้าไประบบอย่างไร

ตอนขันคารลิปเปอรใหม่เข้าไปภายในคารลิปเปอรมีอากาศค้างอยู่ และผมไล่ลมโดยวิธีไล่คนเดียวคือเปิดสกรูไล่ลมครึ่งรอบ สตารทรถแล้ว
เหยีบปล่อยๆไปเรื่อยช่วงที่เหยียบปล่อยๆนั้นเป็น
จังหวะให้อากาศเข้าไปในระบบลึกขึ้นไปเรื่อยๆจน
แก้ได้ยาก เลยทำให้การไล่ลมล้มเหลวอย่างที่ว่า

ส่วนวิธีการไล่ลมคนเดียวนั้นสามารถทำได้แต่บน
เงื่อนไขที่ว่าเป็นการไล่น้ำมันเบรคเก่าในระบบเท่านั้นเพราะอากาศมันไม่ได้อยู่ในระบบแต่เดิม

แต่ถ้าเปลี่ยนคารลิปเปอรใหม่หรือสายอ่อนใหม่
สมควรอย่างยิ่งที่จะทำการไล่ลมแบบวิธีเบสิคเดิมๆคือเหยียบคนนึงขันนอตปิดเปิดคนนึงวิธีนี้จึงจะสำเร็จครับ

อีกอย่างความคิดผมคือจะพยายามทำที่ละล้อ
ไล่ที่ล้อให้สำเร็จแล้วค่อยไปล้อถัดไปจะได้ตัด
ตัวแปรให้น้อยลงตอนแก้ปันหาจะได้แคบลงครับ
 
Last edited:
คราวนี้ผมพอมโนภาพออกแล้วล่ะครับว่า
เจ้าฟองอากาศมันแทรกซึมเข้าไประบบอย่างไร

ตอนขันคารลิปเปอรใหม่เข้าไปภายในคารลิปเปอรมีอากาศค้างอยู่ และผมไล่ลมโดยวิธีไล่คนเดียวคือเปิดสกรูไล่ลมครึ่งรอบ สตารทรถแล้ว
เหยีบปล่อยๆไปเรื่อยช่วงที่เหยียบปล่อยๆนั้นเป็น
จังหวะให้อากาศเข้าไปในระบบลึกขึ้นไปเรื่อยๆจน
แก้ได้ยาก เล

แต่ถ้าเปลี่ยนคารลิปเปอรใหม่หรือสายอ่อนใหม่
สมควรอย่างยิ่งที่จะทำการไล่ลมแบบวิธีเบสิคเดิมๆคือเหยียบคนนึงขันนอตปิดเปิดคนนึงวิธีนี้จึงจะสำเร็จครับ

อีกอย่างความคิดผมคือจะพยายามทำที่ละล้อ
ไล่ที่ล้อให้สำเร็จแล้วค่อยไปล้อถัดไปจะได้ตัด
ตัวแปรให้น้อยลงตอนแก้ปันหาจะได้แคบลงครับ

ออ...รอบก่อนผมก็ไล่ลมคนเดียวนะ
ตอนถอดคาลิเปอร์มาล้างลูกสูบเบรค
เปลี่ยนซีลยาง..เบรคหลังมี2ลูก
ถอดสายอ่อน..ผมเอาน้อตอุดเส้นเก่าแล้วสวมไว้
ปล่อยห้อยไว้ ลมไม่เข้านิ
 
เคยลองไล่ลมคนเดียวอย่าง จขกท. ไม่เคยประสพความสำเร็จเลย พอคลายน๊อตไล่ลม อากาศก็ย้อนเข้าทางเกลียวสกรูว. (คิดเอาเอง) เคยลองระบบเวคคั้มแบบฝรั่งก็ไม่ได้ผล สุดท้ายที่ทำได้สำเร็จก็ต้องใช้ระบบแรงดัน คือทำฝาปิดแล้วใช้ลมแรงดันราวครึ่งบาร์ อัดเข้ากระปุกน้ำมันเบรค-คลัทช์ แล้วจึงคลายน๊อตไล่ลม ด้วยวิธีนี้ทำให้การทำงานคนเดียวง่ายขึ้นแยะ แต่ความยากคงอยู่ที่การทำฝาปิดให้สามารถซีลไม่ให้ลมรั่วจากกระป๋องน้ำมันเบรค (ลองหาดูใน Youtube มี ตย.ให้ดูมากมาย)
 
ขอบพระคุณสำหรับข้อมูลและคลิปแนวทางเปลี่ยนถ่านน้ำมันเบรก รวมทั้งการไล่ลมเบรกที่ควรเป็น ผมเองยังคุ้นเคยและชอบวิธีการเดิมๆ คือย้ำๆๆๆๆๆๆ เหยียบ ย้ำๆๆๆๆๆ เหยียบ...ที่ข้อดีคือเห็นชัดๆ ว่าไม่มีฟองอากาศแล้ว ส่วนข้อเสียหนึ่งคือ นมบ.ไหลนองทิ้งสกปรกต้องมาล้างอีกรอบ

ขอสอบถามท่าน harm_c220 เพิ่มเติมว่ามีวิธีจัดการอย่างไรกับบังฝุ่นที่เป็นแผ่นเหล็กขึ้นรูปหนาๆ พอดีกับจาน 258 มิล ระหว่างการทุบๆๆๆ ให้แบน หรือตัดเฉือนด้วยใบตัด (หรือถอดน็อตดุมล้อออกก่อนแล้วเอาจานบังฝุ่นออก) ผมเองก็มีโครงการเปลี่ยนคาลิเปอร์เบรก และจาน 278 มิล (จาก w124te) แต่ชะงักงันไปเพราะติดปัญหาจานบังฝุ่นนี้ (ผมได้บล็อก เบอร์ 30 ตัวยาวมาแล้ว แต่คงไม่ใช้วิธีถอดดุมล้อ เพราะจะยุ่งยากอื่นๆ อีก ตามที่เพื่อน สมช.แนะนำไว้ครับ)
 
ถึงท่านนิโรจนครับผมตั้งใจจะโพสภาพที่กระทู้
เปลี่ยนคารลิปเปอรโน้นแต่รอก่อนจะถ่ายลงคอมก่อนครับ เพราะภาพทุกอย่างอยู่มือถือโลวเทคของผม

คร่าวๆก่อนนะครับ,ไม่มีตัดบังฝุ่นใดๆครับ

ใช้เหล็กสกัด2อันหรือไขควงใหญ่2อัน
เสียบในช่องว่างของจานเก่านะครับย้ำ
อย่าเพิ่งถอดจานเก่า งัดเลยครับเทคนิคคือ
งัดด้านบนพร้อมๆกันมันจะบานออกเองอย่างัดข้างเดียวมันจะง้าข้างหุบข้างให้งัดพร้อมกันเลย

งัดพอห่างซัก2มิลพอโอเคครับออกแรงไม่เยอะเลยทำคนเดียวได้เลยครับ ส่วนบังฝุ่นด้านล่างไม่
ต้องงัดเพราะมันห่างอยู่แล้วครับ

แต่ปันหาผมมันดันอยู่ที่ไล่ลมนี่แหละครับ555
 
แต่ปันหาผมมันดันอยู่ที่ไล่ลมนี่แหละครับ555

ต้องคนช่วยไหม?
ผมก็อยากให้ช่วยหมุนกุญแจสตาร์ท
จะดูน้ำมันจากฝักบัวถึงหัวฉีด

ตอนนี้ถอดแป๊บออก..
แต่กำลังหาหลอดแก้วรองน้ำมัน
ซอกมันแคบมากอ่ะ555
 
ขอบพระคุณสำหรับข้อมูลและคลิปแนวทางเปลี่ยนถ่านน้ำมันเบรก
รวมทั้งการไล่ลมเบรกที่ควรเป็น ผมเองยังคุ้นเคยและชอบวิธีการเดิมๆ

คือย้ำๆๆๆๆๆๆ เหยียบ ย้ำๆๆๆๆๆ เหยียบ..
.ที่ข้อดีคือเห็นชัดๆ ว่าไม่มีฟองอากาศแล้ว ส่วนข้อเสียหนึ่งคือ
นมบ.ไหลนองทิ้งสกปรกต้องมาล้างอีกรอบ

ตอนแรกผมก็พบกับปัญหานี้
แต่ตอนหลังใช้สายยางตู้ปลาเสียบสกรู
ปล่อยน้ำมันเบรคลงขวดที่เตรียมไว้
แก้ปัญหานี้ได้ครับ ไม่มีหกเลอะเทอะ
เลย และมองเห็นฟองอากาศชัด
เจนด้วย
 
เท่าที่เคยรื้อมา
1.คาลิเปอร์เบรครถ w124 เขาทำมาประกบกัน 2 ชิ้น ระหว่างชิ้นมีโอริง ถ้าลองถอดแยกออกมาดู จะพบว่าน้ำมันเบรคเป็นขี้โคลน ยิ่งซื้อคาลิเปอร์เซีงกงมา ควรแกะออกล้าง

2.คาลิเปอร์เบรครถ w124 เป็นแบบยึดตายตัวกับเฟรมรถ มีลูกปั้มทั้ง 2 ข้าง ไม่เหมือนรถญี่ปุ่น ที่มักยึดติดบูชที่ให้ตัวได้ และมีลูกสูบข้างเดียว

3.การย้ำเบรค สำหรับผม ผมว่าคนย้ำก็สำคัญไม่น้อยกว่าคนคลายไล่ลม โดยเฉพาะการเหยียบย้ำครั้งแรก ถ้าเหยียบจนแป้นเบรคจม โอกาสที่ลูกยางแม่ปั้มค้างมีสูง ถ้าค้างบางทีถึงกับต้องถอดแม่ปั้มออกมาดึงกลับ ดังนั้นในช่วงแรกๆที่น้ำมันเบรคยังไม่เข้าแม่ปั้มเต็มที่ ควรเหยียบแป้นเบรคย้ำสักครึ่งถี่ๆ จนกว่าจะรู้สึกถึงแรงต้านที่เท้า

4.สำหรับผม การไล่ลมคนเดียวผมใช้วิธีดูดออก หรือใช้ในกรณีที่ไม่มีใครช่วย คือเอาแค่พอเบรคได้ แล้วขับไปหาคนช่วยย้ำเหมือนเดิม ครับ
 
Back
Top