จะซ่อมสีรถเองคิดถูกหรือคิดผืด?

อ่านกระทู้นี้แล้วรู้สึกคัน อยากลองทำเองดูมั่ง พอดีได้จังหวะถอยรถไปชนรถแถวโรงพักที่เค้าจอดไว้ จริงๆแล้วเคลมประกันก็คงได้ แต่ขั้นตอนการติดต่อกับคู่กรณีค่อนข้างเหลือวิสัย และจริงๆก็ไม่อยากติดต่อเท่าไหร่ เพราะ...เอ้ออออ ต้องจุดธูปบอกกล่าว..อะไรประมาณนั้น และมาดูความเสียหายก็มีเฉพาะกาบแค่นั้น เลยไปซื้อกาบมา1300 รอไว้ จากนั้นก็ไปร้านผสมสีแถวจรัญ18-20(จรัญอีกแล้ว) สั่งสีรองพื้นพลาสติก สีจริงอัดกระป๋อง เคลียร์แลคเกอร์มาเตรียมไว้ (เฉพาะเคลียร์แลคเกอร์นี่เค้าให้แช่เย็นไว้เวลาใช้ค่อยเอาออกมา) ยกไปทำที่บ้านพักนครปฐม วันนี้ได้ฤกษ์แต่เช้าหลังบ้านเป็นห้องอับทึบพอเหมาะมีหลังคาโปร่งแสง ก็เลยจัดการลูบกระดาษทรายน้ำเบาๆแล้วล้างทำความสะอาดพอแห้งก็พ่นรองพื้นพลาสติก 2 รอบ ห่างกัน 5 นาที จากนั้นรอ 10 นาทีก็ลงสีจริงรอบแรกบางๆ ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง เอาอีกรอบ ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง ทำอย่างนี้ 3 รอบ (พอพ่นแล้วทุกครั้ง ทิ้งสักพักแล้วยกมาเข้าห้องอบสีจำเป็นหน้าบ้าน หน้าบ้านเป็นที่จอดรถมีหลังคาโปร่งแสงเป็นแนวยาวประมาณ 4 เมตร อากาศร้อนแบบห้องอบสีเลย) วันนี้ไม่เสร็จได้แค่ขั้นตอนพ่นสีจริงเพราะต้องวิ่งเข้าออกไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งล่วงหน้าครับ พรุ่งนี้ค่อยมาต่อ :smash:
 
Last edited:
ผมอยากจะลองกับฝาปิดรูปแม่แรงอันใหม่ผมจัง
แต่ลงทุนไปผสมสีมันจะคุ้มป่าวครับเนี่ย...
 
ผมอยากจะลองกับฝาปิดรูปแม่แรงอันใหม่ผมจัง
แต่ลงทุนไปผสมสีมันจะคุ้มป่าวครับเนี่ย...

แค่ฝาปิดรูแม่แรง ถ้าเป็นผมจะหาซื้อสีสเปรย์เทียบใกล้เคียงสีรถแล้วเอากระดาษทรายน้ำลูบๆขัดๆแล้วพ่นสาดเลย หรือถ้าใจเย็นหน่อยก็รอทำสีพร้อมๆกับซ่อมสีรถครับ
 
ฝาปิดรูแม่แรง ของผมก็พ่นเองครับ
ผลงานพอทน

ของเดิมหลุดหายก็ไป สั่งร้านไฟเบอร์ทำให้ใหม่ และ ก็พ่นสีเอง

ไม่ยากครับ เตรียมผิวที่จะพ่นให้ดีๆ ขัดกระดาษทรายให้ละเอียดๆ
ไม่ต้องรีบครับในขั้นตอนนี้

ดีที่รถผมสีเงิน กว่าจะเลือกยี่ห้อป๋องสีที่ใกล้เคียงได้ก็ลองมา 3-4 ยี่ห้อครับ
ถ้ารถสีแปลกๆ ก็ ลำบากหน่อย
 
ผมเองเคยทำสีเอง เคาะตัวถังเอง(ที่ไม่เยินมาก) มีปั๊มลม กาพ่นสี ชุดฆ้อนเคาะตัวถัง ชุดเหล็กตู๊(เหล็กรองเคาะ) เหล็กโป๊ว ซื้อตำราฝรั่ง/ไทยมาศึกษา ไปแอบดูช่างเขาทำงาน ตอนนี้จ้างเขาดีกว่าครับ สีเทียบยังไงก็ต้องมาแก้อีก ไม่มี 100% สี 2K พ่นยากแถมอันตรายต่อปอดสุดๆเพราะมันมี Cyanide ผสมอยู่ด้วย ถ้าไม่มีห้องอบเจอแมงบินมาเกาะสีเปียกก็ใกล้บ้าแล้วครับ ต้องขัดพ่นใหม่อีกรอบ ช่างพ่นสีอายุไม่ยืนซักคนนะครับ ด้วยความเป็นห่วงครับ
 
ของผมตอนพ่นสีใช้ผ้าปิดจมูกครับ ก่อนพ่นก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วก็รีบๆพ่น กะว่าหายใจไม่เกิน 3 เฮือกก็เสร็จ 1 รอบ เหลือขั้นตอนลูบกระดาษทรายน้ำให้เรียบเตรียมลงเคลียร์แลคเกอร์ครับวันนี้ไม่มีแดดทั้งวันเลยไม่ได้ทำ เด๋วรอพรุ่งนี้ลองใหม่ครับ ท่านใดมีคำแนะนำในขั้นตอนนี้ก็ขอความกรุณาด้วยครับ
 
แนะนำ พี่ morakot ว่าก่อนพ่นก็ใช้กาพ่นสีพ่นลมเป่าชิ้นงานอีกสักครั้งเพื่อไล่ละอองที่เกาะอยู่ที่ผิว

และระวังละอองแลคเกอร์ให้มากครับ หากเกาะที่ใดแล้วจะเช็ดออกยากคร้าบบ...:n02:

และอย่าลืมดูกาบชิ้นอื่นๆ ว่าเงามากเงาน้อยครับ...
 
Last edited:
แนะนำ พี่ morakot ว่าก่อนพ่นก็ใช้กาพ่นสีพ่นลมเป่าชิ้นงานอีกสักครั้งเพื่อไล่ละอองที่เกาะอยู่ที่ผิว

และระวังละอองแลคเกอร์ให้มากครับ หากเกาะที่ใดแล้วจะเช็ดออกยากคร้าบบ...:n02:

และอย่าลืมดูกาบชิ้นอื่นๆ ว่าเงามากเงาน้อยครับ...

ขอบคุณครับคุณแจ้ ผมไม่มีกาครับ ใช้พ่นสเปรย์อัดกระป๋อง คงใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆลูบเอาก่อนครับ ว่าแต่กาบชิ้นอื่นๆที่ไม่ได้พ่นสีในคราวนี้ถ้าเราล้างให้สะอาดแล้วพ่นรวมไปเลยจะได้มั้ยครับกลัวว่าจะเป็นเงาไม่เท่ากันครับ[/B][/SIZE]:)
 
ช่วงนี้หยุดหลายวันมีเวลาแยะ ก็เลยเอากาบกันชนหลังที่ซื้อมาใหม่และพ่นสีสเปรย์เรียบร้อยแล้วมาดำเนินการต่อ โดยอ้อน ผบ.ให้ช่วยเป็นผู้กำกับ(ที่จริงเป็นลูกมือ อิๆๆ) จัดการถอดกันชนหลังออกมาอย่างง่ายดาย แล้วค่อยๆแกะกาบเก่าที่ร้าวออก ทีละเปลาะๆ จนออกหมด แล้วเอากาบที่พ่นสีสเปรย์ด้วยฝีมือเราเองมาใส่แทน ช่วงนี้ต้องใจเย็นมาก ทั้งดัน ทั้งยัด ทั้งโยก พลิกคว่ำ พลิกหงาย หลายท่าช่วยกันกับ ผบ.จนเหงื่อโทรมกาย โอวว.. มันฟิตมาก...แต่..: ในที่สุด...มันก็เข้าไปได้ อา...สุขใจซะนี่กระไร เด๋วพรุ่งนี้เช้าค่อยเอากันชนท้ายเข้าที่ วันนี้หมดแรงแล้ววววว:) อิๆๆๆๆๆ
 
ช่วงนี้หยุดหลายวันมีเวลาแยะ ก็เลยเอากาบกันชนหลังที่ซื้อมาใหม่และพ่นสีสเปรย์เรียบร้อยแล้วมาดำเนินการต่อ โดยอ้อน ผบ.ให้ช่วยเป็นผู้กำกับ(ที่จริงเป็นลูกมือ อิๆๆ) จัดการถอดกันชนหลังออกมาอย่างง่ายดาย แล้วค่อยๆแกะกาบเก่าที่ร้าวออก ทีละเปลาะๆ จนออกหมด แล้วเอากาบที่พ่นสีสเปรย์ด้วยฝีมือเราเองมาใส่แทน ช่วงนี้ต้องใจเย็นมาก ทั้งดัน ทั้งยัด ทั้งโยก พลิกคว่ำ พลิกหงาย หลายท่าช่วยกันกับ ผบ.จนเหงื่อโทรมกาย โอวว.. มันฟิตมาก...แต่..: ในที่สุด...มันก็เข้าไปได้ อา...สุขใจซะนี่กระไร เด๋วพรุ่งนี้เช้าค่อยเอากันชนท้ายเข้าที่ วันนี้หมดแรงแล้ววววว:) อิๆๆๆๆๆ


วู๊ยยยยยยยส์
บรรยายซะเห็นภาพเลยท่านพี่
เห็นแล้วอยากทำบ้าง :n04:



สีกระป๋องร้านผสมสีทั่วไปเค้ารับอัดหรือเปล่าครับ
หรือต้องไปจรัญ

ของผมกันชนหน้า-หลังมันถลอกนิด ถลอกหน่อยประจำ
นี่ก็พึ่งจอดใส่เกียร์ปาร์ค แล้วมันยังไหลไปชนฟุตบาท แตกไป 2 นิ้ว
เซร็งสุด ๆ พึ่งทำสีมา
ถ้าทำได้เองก็แจ่มเลยครับท่านพี่

เรื่องทำสีไม่ต้องห่วง ลูกน้องเก่าเป็นอู่ทำสี ปอกลอกได้สบาย
ติดตรงที่ สีอัดกระป๋องครับ

:n20:
 
ร้านอื่นไม่ทราบครับเพราะหามานานไม่เจอสักที ได้ลายแทงที่จรัญ ก็เลยลองทำดู อาศัยท่านอื่นที่สำเร็จบ้างพลาดบ้างเอามาเป็นครู ผสมกับตำราจากหลายท่านในเว็ป แล้วก็ถามร้านผสมสีบ้าง แล้วมาชั่งเอา บวกความใจเย็น อันนี้สำคัญมากครับ เมื่อกี้เพิ่งเอากันชนกลับเข้าที่ โดยขอแรง ผบ.เป็นผู้กำกับอีกเช่นเคย เรียบร้อยครับ แต่มันยังสากๆอยู่ กะว่าเอาซิลิโคนเกลสเคลือบๆไปก็คงลื่นขึ้นครับ สรุปแล้วประหยัดตังค์ไปร่วม 2000.-แถมยังได้ช่างพ่นสีจำเป็นฝีมือพอได้เพิ่มอีกคน(ผบ.บอก) อิๆๆ
 
ระวัง รถที่จอดอยู่ข้างๆด้วยนะครับ
ละอองสีปลิวไปโดนละยุ่งเลย เผลอๆ ขัดไม่ออกนี่ งานเข้าครับ
 
กันชนหน้ามีรอยหินบินกระเด็น ถลอก ครูด หลายจุด เริ่มน่าเกลี่ยดขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ได้ฤกษ์เลยขัดพ่นสีซะ เอาสีสเปรย์ที่สั่งอัดกระป๋องไว้ตั้ง 5 กระป๋องมาเตรียม ขัดแล้วพ่น เจ้ากรรมฟ้ามืดครึ้ม แต่ก็ดันทุรังพ่นไป (ใจร้อนนน) ผลปรากฎว่าสีย้อย และบางจุดลืมโป๊ว เลยไม่เรียบ ดูใกล้ๆแล้วไม่ค่อยมีชาติตระกูล เด๋วพรุ่งนี้ลองใหม่ครับ
 
วันนี้แดดดีจัง เอากระดาษทรายน้ำมาขัดลูบๆๆ เอาสีโป๊วมาบี้ลงไปเอาไม้บรรทัดพลาสติกเล็กแทนเกรียงมาปาดแล้วก็ลูบๆจนไม่สะดุดมือแล้วก็พ่นๆๆ สามรอบสี่รอบ ลูบๆๆ เบาๆลงแลคเกอร์ 2-3 ครั้ง โอ้โฮเงาแว็บๆ เสร็จแล้วครับ ไม่ต้องไปหาช่าง ประหยัดตังค์ ไปซื้อพวงมาลัยรถได้ 1 พวง อิๆๆๆ
 
เมื่อเช้าเอาคุณเขียวพา ผบ.ไปทานข้าวถึงร้านให้ ผบ.ลง แล้วก็ขยับรถให้ชิดขอบทางหน่อย เวรกรรมตอนถอยมองไม่เห็นเสาเหล็ก หรือมันไม่ยอมหลบก็สุดเดา ได้ยินเสียงครูดๆ พร้อม ผบ.ร้องว้ายยย งานเข้าเยย ลงมาดูข้างซ้ายกันชนหลังเป็นรอยยาว บอกช่างวันหยุดมีงานทำแย้วว กลับมาบ้านค้นดูอุปกรณ์พร้อม ก็ลุยเลยเพิ่งเสร็จนี่แหละครับ ผลงานพอได้แต่เคลือบแลคเกอร์แล้วมันไม่ค่อยเงาแว๊ป อยากขอคำแนะนำท่านผู้มีประสบการณ์ด้วยครับ:D
 
เดือนที่แล้วคันไม้คันมืออยากลองบ้างเลยจัดการเจ้ารีเจ้นท์ซะจากแค่รอยถลอกที่กระจกมองข้างด้านซ้ายตามรูปครับ
Legend1-1.jpg

ทำไปทำมาปรากฏว่าเละครับ แถมส่วนอื่นๆโอนด้วย เลยรู้ตัวเองว่าไม่มีทักษะทางด้านช่างเลย555 สุดท้ายก็เลยต้องทำสีใหม่ทั้งคัน (ก็เลยเลือกสีที่สว่างขึ้นหน่อย) เข้าตำรา "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย" เลยได้ออกมาตามรูปครับ เข็ดแล้วจริงๆ
Legend9.jpg

Legend3.jpg
 
เรื่องพ่นสีผมจะกล้าเลือกพ่นซ่อมเฉพาะส่วนกันชนหน้าหลังและภายในที่เป็นพลาสติกถอดออกมาได้เท่านั้น ส่วนอื่นมิกล้าเลย กลัวมันลามแล้วงานใหญ่ครับ เพราะ กาพ่นก็ไม่มีปั๊มลมก็ไม่มาย่อมทำงานละเอียดกว่านี้มิได้ คราวหน้าจะลองพ่นล้อcdiดูบ้างเพราะเริ่มถลอกเยอะแล้ว และหาที่ซื้อสีไฮเปอร์ได้แล้ว แค่เอาไปอัดกระป๋องเท่านั้น แค่นี้ก็ประหยัดไปเยอะ ที่สำคัญได้ฝึกความใจเย็นได้ดีมากครับ:D:D
 
ต้องใจเย็นๆ ครับ

ผมได้ลองมาแล้วเลยมาให้ข้อมูลร้านที่รับผสมสีอักกระป๋องครับ
1.ร้านไทยนครพัฒนา ถ.รามคำแหง 44 (ยูเทิร์นแยกลำสาลีก่อนถึงสนามกีฬา) / โทร.02-3770737, 3774020-1 ,3770448 ผสมและรับอัดใส่กระป๋องละ (2K) 250.-
2.บจก.อาร์ ซี อาร์ เคหะภัณฑ์ 112/25 ถ.จรัลสนิทวงศ์ ระหว่าง ซ.18 กับ 20 เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 โทร.02-4126100, 4113526 ผสมและรับอัดใส่กระป๋องละ (2K) 250.-
3.บี คัลเลอร์ ตรงข้าม กรมยุทโยธาทหารบก ถ.เกษตร – นวมินทร์ ตัดใหม่ (ตอม่อที่ 25 ) โทร.02 5794108 ผสมและส่งไปอัดที่อื่น ค่าอัดกระป๋องละ 180.- (ต้องรอ 1 วัน) ค่าสีต่างหาก

ส่วนขั้นตอนการซ่อมสีตัวถังอย่างง่ายและเนียน

1. ล้างทำความสะอาดพี้นผิวที่ต้องการซ่อม
2. เคาะชิ้นงานที่ต้องการซ่อมให้เข้ารูป
3. ขัดกระดาษทรายบนแผล และรอบๆ ให้เรียบ พร้อมพ่นสีรองพื้นเกาะเหล็ก จำนวน 1 เที่ยว
ในกรณีที่มีการซ่อมตั้งแต่ชั้นผิวโลหะ หรือ พ่นสีรองพื้น 2K บนพื้นผิวสีเดิมในกรณีไม่ถึงผิวโลหะ
4. ทำการโป๊วด้วย สีโป๊วเนื้อละเอียดพร้อมทำการแต่งเนื้อสีโป๊วให้เรียบเข้ากับผิวชิ้นงาน ด้วยกระดาษทรายเบอร์หยาบก่อน (ขัดแห้งเพื่อให้เข้ารูปได้ง่าย) แล้วตามด้วยกระดาษทรายน้ำเบอร์ละเอียด
5. พ่นสีรองพื้น 2K อีกครั้งประมาณ 2 เที่ยว เมื่อแห้งแล้วจึงทำการขัดแต่งเก็บรอยเพื่อให้พื้นผิวเรียบด้วยกระดาษทรายน้ำเบอร์ละเอียด อาจจะขัดลูบแบบแห้งก็ได้แล้วเช็ดคราบด้วยน้ำยาเช็ดคราบหรืออาจใช้ทินเนอร์ก็ได้
6. เมื่อแน่ใจว่าสีรองพื้นมีความเรียบเนียน ไร้รูตามด หรือ ไร้รอยต่อระหว่างสีเดิมกับสีรองพื้นแล้ว ก็สามารถพ่นสีจริงได้เลยประมาณ 2 – 3 เที่ยว เว้นระยะห่างแต่ละเที่ยวประมาณ 10 - 15 นาที
( ขั้นตอนในการซ่อมสีจริงในกรณีซ่อมแผล ต้องมีการแต่งสีโดยความชำนาญของช่างแต่งสี เพราะรถแต่ละคันผ่านการใช้งานมา หรือ แม้กระทั่งรถป้ายแดงก็จำเป็นต้องแต่งสีเพื่อให้สีที่ต้องการซ่อมกลมกลืนกับสีเดิมมากที่สุด ส่วนใหญ่ช่างแต่งสีจะถอดฝาถังน้ำมันตัวรถมาเป็นตัวอย่างในการแต่งสีแล้วทำการพ่นสีเทียบกับฝาถังน้ำมันจนกว่า สีที่แต่งจะเหมือนหรือใกล้เคียงมากที่สุด เมื่อแน่ใจแล้วก็ทำการพ่นสีจริงได้เลย พ่นสีจริงประมาณ 2-3 เที่ยว (สี 2K กระป่องละประมาณ 750 บาท ขึ้นไป) ขึ้นอยู่กับเฉดสี เพราะสีบางเฉดกลบตัวยาก เช่น สีมุก หรือ สีโปร่งๆ เพื่อกลบตัวเท่านั้นโดยไม่จำเป็น ต้องพ่นหนา แต่ถ้าเป็นสี 1K แห้งเร็ว (กระป๋องละประมาณ 400-550 บาท) และ สีไนโตรเซลลูโลส หรือ ภาษาช่างเรียกว่า “สีเบอร์” ซึ่งบ้านเราจะมีประมาณ 2 ยี่ห้อ คือ ตราพัด ตราผึ้ง ซึ่งจะราคาถูกประมาณกระป๋องละ 300 กว่าบาท ส่วนมากสีประเภทนี้จะนำมาพ่นรถแท็กซี่ หรือ พ่นรถเต้นท์ย้อมแม้วราคาถูก หรือ ไม่ก็สำหรับอู่บางอู่ที่โฆษณาว่าพ่นสี 2 K เต็มระบบ ราคาถูก ก็ให้สันนิษฐานได้เลยว่าคงเป็นสีประเภทนี้ )
7. เมื่อพ่นสีจริงเที่ยวสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว ทิ้งช่วงประมาณ 10-15 นาที หลังจากนี้ก็ทำการพ่นเคลียร์แล็กเกอร์ ประมาณ 1- 3 เที่ยว เว้นระยะแต่ละเที่ยวเช่นเดียวกับการพ่นสีจริง เป็นอันเสร็จ
8. เมื่อพ่นสีจริงและเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ควรทิ้งให้เคลียร์แล็กเกอร์แห้งผิวไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง แล้วค่อยทำการขัดเงา (ขั้นตอนการขัดเงา บางครั้งอาจไม่จำเป็น หรือ ยิ่งทิ้งไว้ให้นานแล้วค่อยมาขัดจะยิ่งดี จะทำให้ผิวเคลียร์มีความแข็ง เงางามทนทาน หากเห็นว่าผิวแลคเกอร์ไม่เรียบเนียนควรใช้กระดาษทรายน้ำเบอร์ละเอียดขัดแห้งผิวแลคเกอร์ให้เรียบก่อนจะทำให้ชิ้นงานสวยเนียนยิ่งขึ้น)
รูตามดส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในขั้นตอนของการพ่นสี สาเหตุเกิดจากการทำความสะอาดพื้นผิวก่อนพ่นสีจริงสะอาดไม่เพียงพอนั่นเอง
ลองทำดูครับหากสั่งผสมสีไม่เพี้ยนยังไงก็เนียนครับ ค่าใช้จ่ายไม่มากหรอก สีและอุปกรณ์ที่เหลือเอาไว้ฝึกความชำนาญต่อได้อีก
( สีโป๊วสำเร็จรูป หยาบกระป๋องละ 70.- ละเอียดกระป๋องละ 120.-สีรองพื้นกระป๋องละ 70.- สีจริง 250.- แลคเกอร์ กระป๋องละ 250.- (สั่งอัดเหมือนกัน) กระดาษทรายเบอร์ 300 กับ เบอร์ 1000 รวมๆ สัก 100.- )
 
จากกระทู้นี้

ผมได้ข้อมูลมากพอที่จะลองทำเองดูด้วยความอยากรู้อยากลอง ขอขอบคุณ
ผม เลยไปสั่งอัดสีกระป๋องจากร้านหมายเลข 2 โพสต์ข้างบนก่อนโพสต์ของผม
อัดมา 2 กระป๋อง อยากจะบอกว่าเขาใช้วิธีเทียบสีเอาจากแคตตาล๊อกแล้ว
เพิ่มแม่สีเอา แค๊ตตาล๊อกเป็นของสี Nax ของ Nippon Paint Automotive
Paint มันไม่มีทางเหมือน 100% ไปได้เลย แต่ใกล้เคียง รถที่ผมเอามาลอง
เป็นรถเปอร์โยต์อายุ 20 ปีพอดี เมื่อปีกลายผมเอาไปทำสี ยังไม่ทันจะ ครบปีดีสีฝา
กระโปรงแตก 2-3 แผลร่อนถึงเนื้อเหล็ก เอากลับไปให้เขาดู เขาบอกว่าจะซ่อมสี
นี้ต้องจ่ายเงินเพิ่ม เขาได้กำไรน้อย ผมเลยเอารถกลับบ้านไม่ใช้บริการเขาต่อ







สีที่ซื้อมากระป๋องซ้ายมือ กระป๋องละ 250.-บาท 400 ซีซี พ่นได้ประมาณ 2.5 ตร.ฟุต.
ในจำนวน 3 เที่ยว ตอนที่ไปสั่งทำสีกระป๋องเอาฝาที่ปิดเติมน้ำมันไปเทียบสี ใช้เวลารอคอยประมาณ 1 ชั่วโมง




พ่นแล้วขัดกระดาษทราย ขัดกระดาษทรายแล้วโป๊ว โป๊วแล้วพ่น พ่นแล้วขัดกระดาษทราย 3 รอบ



พ่นเสร็จรอแห้ง 1 วันแล้วขัด ออกมารอยตะปุ่มตะปั่มเพียบ



ผลงานทำเองขัดเอง ได้ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ของที่ต้องการ


มีหมาคอยลุ้น 2 ตัว


1.สี สเปรย์ กระป๋องละ 250.-บาท เอาฝาปิดที่เติมน้ำมันไปเทียบ อัดมา 2 กระป๋อง
เท่าที่เห็นใช้ไป 1 กระป๋อง ยังเหลืออีก 1 กระป๋องเก็บไว้ก่อน

2.กระดาษทรายเบอร์ 1000 1 แผ่น 12 บาท

3.กระดาษเทปกาว 1 แถว 5 ม้วน 30 บาท ใช้ไปไม่ถึงครึ่งม้วน จริงๆซื้อม้วนเดียวก็พอ 10 บาท

4.สีโป๊ว 2K กระป๋องเล็ก 120 บาท เป็นสีเหลืองอ่อน ผสมทีละนิด แห้งเร็วมาก
โป๊วแล้วจะขัดน้ำได้ภายใน 30 นาที

5.สีรองพื้นสีเทาเกาะเหล็ก Pylac 1 กระป๋อง 70 บาท


6.สีสเปรย์ clear (แล๊คเคอร์) Pylac 1 กระป๋อง 70 บาท

7.ฟองน้ำแข็งสำหรับรองกระดาษขัด 1 ชิ้น 20.-บาท(ใช้รองเท้าฟองน้ำตัดเอาก็ได้)

ประเด็นสำคัญของการทำงานอยู่ที่ความใจเย็น ผมใจร้อน ออกมาไม่ได้เรื่อง
ดีกว่าเดิมนิดหน่อยเท่านั้นเองตรงที่มันคุ้มเนื้อเหล็กฝากระโปรงไม่ให้เป็นสนิม
ได้เท่านั้นเอง ถ้ารถของคุณเก่า 20 ปีอย่างรถผม ก็ลองได้ ถ้าเบนซ์เอาให้อู่ทำ
ดีกว่า เราไม่ใช่มืออาชีพ ทำประณีตขนาดไหนก็ยังมีรอย เอาแค่ขัดกระดาษทรายน้ำ
อย่างเดียว กว่าจะเรียบดั่งใจ ก็คางเหลืองแล้ว ถ้าไม่มีเครื่องช่วยขัด เหนื่อยมาก
 
Last edited:
พี่ถ้วยกาแฟครับ ถ้าเหนื่อยมาก ขอแรงซูโม่หน้ารถช่วยนวดดิครับ อิๆๆๆๆ:p:p
 
Back
Top