ติดแก๊สอะไรดี

Stag 4 มีสองเวอร์ชั่นครับ
Stag 4 ECO กับ Stag 4 Plus สำหรับราคานี้ไม่ทราบว่าเป็นรุ่นไหน?
สำหรับการทำงาน Stag 4 Plus ถือว่าใกล้เคียงกับ Stag 300 ISA2 คือมีการเอาค่าอุณหภูมิแก๊สมาใช้
ในการประมวลผลสำหรับการจ่ายแก๊สด้วย มีจุดต่างแค่เพียงไม่มีฟังค์ชั่น ISA2

ความเ็ห็นส่วนตัวนะครับ
ผมว่าเบ้นซ์เป็นรถที่เรื่องมากสุดๆ เพราะอีซียูเบ้นซ์ละเอียดมาก
ผมติด Stag 300 Plus ตอนหลังอัพเฟิรม์แวร์ เป็น 300 ISA2
จุดเด่นของ ISA2 หลายท่านทราบกันเป็นอย่างดีแล้ว แต่ผมขออนุญาตเอามาเล่าซ้ำอีกที
ฟังค์ชั่น ISA2 ทำงานเสมือน OBDII ในเวอร์ชั่นที่สูงกว่า (Stag 300 Premium)
แต่รถหลายยี่ห้อไม่สามารถใช้ประโยชน์จาก OBDII ได้เพราะมันไม่ได้ออกแบบมาให้รู้จักกันก็เลยเปล่าประโยชน์
แต่ก็มีบางท่านใช้ได้ แต่ก็พบว่าเป็นปัญหาพอสมควรเพราะมันเลียนค่าน้ำมันตลอดเวลา
จนทำให้บางครั้งระบบน้ำมันมีปัญหา ระบบแก๊สก็มีปัญหาตามไปด้วย ทำให้ต้องปิดการทำงานของ OBDII ไป

สำหรับผมเอง ผมชอบฟังค์ชั่น ISA2 เป็นอย่างมาก เพราะผมไม่ได้มีความรู้เรื่องแก๊สอะไรมาก
จูนแก๊สก็ไม่ค่อยได้เรื่อง เมื่อก่อนตอนที่ติดตั้งใหม่ๆ ตอนที่ยังเป็น 300 Plus ยังไม่มีฟังค์ชั่นนี้
ไปอู่จูนก็ไม่เนียนสักที เพราะอู่มีเวลาให้เราน้อย ทั้งการใช้งานจริงไม่ใช่แค่วิ่งๆ ไม่กี่นาที
ทำให้ต้องศึกษาเอง จูนเอง แต่ก็ปวดหัวพอควร
หลังจากที่อัพเกรดเฟริม์แวร์เป็น ISA2 ผมก็แค่ขับน้ำมันไปเรื่อยๆ โปรแกรมก็เก็บค่าน้ำมันไว้
พอได้ค่าครบทุกช่วงกราฟ โปรแกรมก็จัดการปรับลด-เพิ่ม ให้ในแต่ละช่วง จนพอเหมาะ
ถือว่า AC คิดไว้ละเอียดมากทั้งอุณหภูมิแก๊สและรอบเครื่อง

เล่ามายาว ผมอยากบอกตอนจบว่า
ถ้าไม่เน้นว่าต้องประหยัดเงิน และต้องการซื้ออนาคต
ผมเชียร์ 300 ISA2 เหมือนซื้อคอมพิวเตอร์มาเครื่องนึง
วันหน้ามีซอฟ์แวร์ออกใหม่ ก็สามารถอัพเกรดได้ ล่าสุดเฟริม์แวร์ออกเวอร์ชั่นใหม่อีกแล้ว
เหมือนกับว่าทางผู้ผลิตเค้าคิดอะไรได้ ก็ค่อยๆ เอามาปรับปรุงซอฟ์แวร์ ทำให้เราได้ประโยชน์เพิ่มเรื่อยๆ
สัปดาห์ก่อนพึ่งถามมาอู่ดังแห่งเวปเราราคา 4 สูบ + โดนัท = 34000 บาท ครับ (แต่ถังแค่ 33 ลิตร นะครับ)
อ๋อ ลืมไปร้านนี้เค้าตัดปั๊มติ๊กให้ด้วยนะครับ

ปล ถ้าติดถังโดนัท อยากให้ไปเสริมเหล็กรองหลุมยางอะไหล่ไว้ก่อน วันหน้าจะได้ไม่ต้องรื้อถังมาทำทีหลัง
ผมเชื่อว่าอู่ติดแก๊สไม่มีอู่ไหนเค้าทำให้หรอก เพราะมันใช้เวลากับค่าใช้จ่ายพอสมควร
ลองอ่านดูตามนี้ครับ ตัวอย่างรอยแตกหลังจากแบกโดนัท 59 ลิตร มา 6 ปี
http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=51942

ขอบคุณมากๆๆๆครับ
 
ขอบพระคุณคุณ imagฯ อย่างสูงครับ คุยแบบนี้ผมเห็นว่าเราใช้พื้นที่เว็บเป็นประโยชน์จริงๆครับ

คือว่า ที่ผมเรียนถามเนื่องจาก

1. เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องของผม เนื่องจากเดิมไม่เคยได้ลงลึกในรายละเอียด
2. เพื่อความเข้าใจของท่านอื่น เนื่องจาก เมื่ออ่าน โฆษณา ของผลิตภัณท์แล้ว หลายท่านรวมทั้งผมแว่บแรกที่ได้อ่าน เข้าใจว่ามันทำงาน real time ตลอดเวลาการขับขี่ ที่จะปรับตามเครื่องเช่นเดียวกับกล่องเครื่อง แต่จริงแล้วมันมีไว้เพื่อง่ายต่อการจูน ซึ่งไม่ได้หมายความว่ามันจะปรับตามเท้าคนขับที่ต่างกันเหมือนกล่อง ecu เครื่อง ที่จะปรับตัวเองตลอดเวลา

ดังนั้นผมสรุปเพื่อความเข้าใจของทุกท่านว่า

1. จ่ายเงินอีกนิดถ้ายอมจ่าย เพื่อได้ฟังก์ชั่นที่ดีกว่า สบายใจกว่า สะดวกมากขึ้น แต่ก็ไม่สรุปได้เสมอไปว่า ดีกว่าแบบจูนด้วยมือ

2. แต่ ถ้าไม่เคยคิดจะปรับจูนเอง จิ้มคอมต่อเครื่องเอง ขับจูนเอง โปรแกรมนี้ซื้อมาก็ไม่ได้ใช้อะไรสำหรับเจ้าของรถและระหว่างใช้งานเลย สิ่งที่ได้คือ ให้คนจูนทำง่ายขึ้น อาจดีกว่าจูนด้วยคนถ้าคนจูนมือไม่ถึง และจูนเองได้ง่ายไม่ต้องไปร้านแก๊ส เปรียบเทียบเหมือนกันจูนช่วงล่างด้วยคอม กับจูนด้วยคนด้วยกลไก ต่างมีข้อดีต่างกัน หากแบบกลไกได้คนมือเยี่ยมเหมือนร้านเก๋าๆอาจดีกว่าแบบคอมก็เป็นได้

3. ดังนั้น ยังไม่เป็นข้อสรุปที่ว่า แบบมีโปรแกรมช่วย จะดีกว่าแบบธรรมดาบ้านๆ เสมอไป ทั้งนี้อยู่ที่มือคนจูนเป็นหลัก

สรุปท้าย เพิ่มเงินมา มีของพิเศษ ก็ย่อมดีกว่าไม่มี ถ้าสบายใจที่จะจ่ายมีไว้ก็ไม่เสียหลาย แต่คงบอกว่า มันต่างจากแบบธรรมดาเสียจริงๆคงไม่ได้ เนื่องจากมันคือฐานกล่องตัวเดียวกันที่ต่อยอดการจูนออโต้ทุกช่วงเข้ามาเท่านั้น ช่วยได้ ณ เวลาที่ต้องการจูน เท่านั้น

สำหรับท่านที่ไม่เคยจับคอมจูนและไม่คิดจะทำ มันดีกว่าตรงที่ทำให้ช่างจูนสบายขึ้น ช่างที่มือไม่เซียนจูนให้แบบวางใจได้มากขึ้น ครับ

ผมสรุปแบบนี้มีความเห็นว่าอย่างไรบ้างครับ


ทั้งนี้เพื่อการตัดสินใจเลือกยี่ห้อรุ่นแก๊สของทุกๆท่านครับ
 
ขอบพระคุณคุณ imagฯ อย่างสูงครับ คุยแบบนี้ผมเห็นว่าเราใช้พื้นที่เว็บเป็นประโยชน์จริงๆครับ

คือว่า ที่ผมเรียนถามเนื่องจาก

1. เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องของผม เนื่องจากเดิมไม่เคยได้ลงลึกในรายละเอียด
2. เพื่อความเข้าใจของท่านอื่น เนื่องจาก เมื่ออ่าน โฆษณา ของผลิตภัณท์แล้ว หลายท่านรวมทั้งผมแว่บแรกที่ได้อ่าน เข้าใจว่ามันทำงาน real time ตลอดเวลาการขับขี่ ที่จะปรับตามเครื่องเช่นเดียวกับกล่องเครื่อง แต่จริงแล้วมันมีไว้เพื่อง่ายต่อการจูน ซึ่งไม่ได้หมายความว่ามันจะปรับตามเท้าคนขับที่ต่างกันเหมือนกล่อง ecu เครื่อง ที่จะปรับตัวเองตลอดเวลา

ดังนั้นผมสรุปเพื่อความเข้าใจของทุกท่านว่า

1. จ่ายเงินอีกนิดถ้ายอมจ่าย เพื่อได้ฟังก์ชั่นที่ดีกว่า สบายใจกว่า สะดวกมากขึ้น แต่ก็ไม่สรุปได้เสมอไปว่า ดีกว่าแบบจูนด้วยมือ

2. แต่ ถ้าไม่เคยคิดจะปรับจูนเอง จิ้มคอมต่อเครื่องเอง ขับจูนเอง โปรแกรมนี้ซื้อมาก็ไม่ได้ใช้อะไรสำหรับเจ้าของรถและระหว่างใช้งานเลย สิ่งที่ได้คือ ให้คนจูนทำง่ายขึ้น อาจดีกว่าจูนด้วยคนถ้าคนจูนมือไม่ถึง และจูนเองได้ง่ายไม่ต้องไปร้านแก๊ส เปรียบเทียบเหมือนกันจูนช่วงล่างด้วยคอม กับจูนด้วยคนด้วยกลไก ต่างมีข้อดีต่างกัน หากแบบกลไกได้คนมือเยี่ยมเหมือนร้านเก๋าๆอาจดีกว่าแบบคอมก็เป็นได้

3. ดังนั้น ยังไม่เป็นข้อสรุปที่ว่า แบบมีโปรแกรมช่วย จะดีกว่าแบบธรรมดาบ้านๆ เสมอไป ทั้งนี้อยู่ที่มือคนจูนเป็นหลัก

สรุปท้าย เพิ่มเงินมา มีของพิเศษ ก็ย่อมดีกว่าไม่มี ถ้าสบายใจที่จะจ่ายมีไว้ก็ไม่เสียหลาย แต่คงบอกว่า มันต่างจากแบบธรรมดาเสียจริงๆคงไม่ได้ เนื่องจากมันคือฐานกล่องตัวเดียวกันที่ต่อยอดการจูนออโต้ทุกช่วงเข้ามาเท่านั้น ช่วยได้ ณ เวลาที่ต้องการจูน เท่านั้น

สำหรับท่านที่ไม่เคยจับคอมจูนและไม่คิดจะทำ มันดีกว่าตรงที่ทำให้ช่างจูนสบายขึ้น ช่างที่มือไม่เซียนจูนให้แบบวางใจได้มากขึ้น ครับ

ผมสรุปแบบนี้มีความเห็นว่าอย่างไรบ้างครับ


ทั้งนี้เพื่อการตัดสินใจเลือกยี่ห้อรุ่นแก๊สของทุกๆท่านครับ

ยินดีครับ
สำหรับผมแล้ว ผมเทใจให้กับระบบ ISA2
เพราะว่าเมื่อก่อนผมใช้ emme ติดใจที่หน้าแม็บของ emme ละเอียดมาก
แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะเข้าไปถึงได้ง่าย เพราะว่าติดฮาร์ดล็อค
แต่พอจะเข้าไปได้แล้ว ก็ยังติดขัดอีกว่าจูนไปแล้วใช่รึป่าว? เพราะไม่มีอะไรมาบอกยืนยันว่าที่ค่าที่ใส่ไปมันพอดี

คราวนี้มาเจอ AC ก็ดีใจเพราะโปรแกรมของ AC เปิดให้หมดไม่มีกั๊กเหมือน emme
แต่ก็เจออาการเดิมใส่ค่าไปแล้วก็ไม่รู้ว่าพอดีรึป่าว พอมีตัวช่วย ISA2 คลอดออกมาก็เลยสมใจผม
เพราะแม็บละเอียดที่ผมพูดถึงมันไม่ได้จ่ายแก๊สแบบพื้นๆ บนเส้นกราฟเท่านั้น
มันปรับเวลาหัวฉีดตามรอบเครื่องด้วย ช่างมือเทพๆ ที่จูนเก่งๆ ก็ยังไม่ได้ใช้หน้านี้กัน

ที่สำคัญผมเห็นว่ามีประโยชน์มากสำหรับเืพื่อนๆ ที่อยู่ห่างช่าง (โดยเฉพาะท่านที่อยู่ต่างจังหวัดไกลๆ)
เข้าใจถึงความลำบากในแต่ละครั้งที่ต้องขับรถไปให้ช่างจูน ทำให้บางครั้งมีความจำเป็นต้องเป็นช่างซะเอง

ปล ผมอาจจะค่อนข้างโรคจิต พอเสียเงินซื้อของมาแล้วก็ต้องใช้ให้คุ้ม เค้าให้อะไรมาก็ต้องลองให้หมดครับ
 
ขออนุญาตShareความเห็นเพิ่มเติม จากข้อมูลที่ทั้งสองท่านตอบไว้
ในฐานะคนเคยจูน เคยสัมผัส E320ตากลมของพี่ที่ใช้ACนี้ มานานกว่า 2 ปีครับ
ซึ่งผมเคยจูนให้ตั้งแต่เริ่มติดตั้ง แล้วกลับมาดูผลต่าง ๆ เมื่อผ่านไป 1 ปี


1. ตัว ISA คล้ายกับการจูนแบบอัตโนมัติ ใช่หรือเปล่าครับ
คือต้องขับน้ำมันทุกห้วงทุกแบบทุกลีลา แล้วให้โปรแกรมมันปรับตัวเอง
ไม่ใช่การปรับแบบ real time อย่างนั้นถูกหรือเปล่า ต่างจาก OBD ที่ปรับแบบ real time อย่างนั้นหรือเปล่า


การทำงานของ ISA2 เหมือนกับการทำงานของ OBDII ครับ
ต่างกันที่ OBDII ไม่ต้องเปิดโปรแกรมทิ้งไว้ ถ้าสั่ง On กล่องอีซียูแก๊สก็จะปรับค่าตลอดเวลา
แต่ ISA2 ต้องเปิดโปรแกรมแก๊สไว้ แล้วเข้าเมนู Auto Adaptation สั่ง On กล่องอีซียูถึงจะปรับค่าให้ครับ
สรุปว่า ทั้งสองอย่างเป็น real time เหมือนกันครับ
OBDII ปรับค่าอัตโนมัติผ่านกล่องแก๊ส (Hardware)
ISA2 ปรับค่าอัตโนมัติผ่านโปรแกรมแก๊ส (Software)

สำหรับผม ผมไม่คิดว่า ISA2 มันเป็น Real time ครับ
เนื่องจากว่า มันจำค่าน้ำมัน ณ เวลาที่ีเราเก็บค่าเท่านั้น
สภาพความเป็นจริง ECU รถปรับตัวตลอดเวลา ตามสภาพแวดล้อม และเท้าคนขับครับ
เช่น อุณหภูมิ ความชื้น ซึ่งผมว่าหลายท่านน่าจะเคยสัมผัส การขับรถที่อากาศเย็น ๆ ฝนตกพรำ
มวลอากาศหนาแน่น รถเราจะวิ่งน้ำมัน ได้ดีกว่าตอนที่แดดจัด ๆ ร้อน ๆ ครับ
ซึ่งถ้าเราเก็บค่าน้ำมันไว้ สภาวะไหน ระบบแก๊สISA2 ก็จะพยายามปรับตัวเข้าสภาวะนั้น เท่านั้นครับ
ซึ่งต่างจาก OBD ที่เป็นแบบ Real Time สมองกลแก๊ส เชื่อมต่อกับ สมองกลของรถ
ISA2 สำหรับผมมันจึงอยู่ตรงกลางระหว่าง ระบบธรรมดา และ OBD2 นั่นเองครับ
ผู้ผลิต ก็ได้ประโยชน์ที่มี รุ่นนี้ สำหรับดึงกลุ่มตลาด ที่รถไม่มี OBD2 ครับ

อย่างไรก็ดี ผมได้ทดสอบการใช้ ISA2 ด้วยการลองจูนให้ผิดมาก ๆ
ระบบก็ปรับเข้าหาน้ำมันได้จริงครับ



2. หากใช่ แสดงว่าสำหรับการขับแบบปกติ condition ถึง ก็ตัดเป็นแก๊ส
มันก็จะไม่ได้ปรับอะไรอีกหลังจากข้อ 1 มันก็เหมือนกับตัวอื่นๆทั่วไป หรือเปล่า
และหากต้องการให้มันปรับปรุงตัวเองอีก ก็ต้องขับน้ำมันยาวๆอีกครั้ง อย่างนั้นหรือเปล่าครับ


การใช้ ISA2 จะต้องมีค่าน้ำมันทุกช่วงความเร็ว (รอบเครื่องด้วย) เพียงพอ ระบบถึงทำการปรับค่าให้
ทีนี้จะรู้ได้ไงว่าค่าของน้ำมันพอรึยัง ในเมนู AutoAdaptation จะมีสีบอกครับ
1 สีเทา = ค่ายังไม่เพียงพอสำหรับการปรับ
2 สีเหลือง = ระบบสามารถทำการปรับค่าให้ได้ แต่ยังมีบางช่วงที่ยังไม่มีค่าน้ำมัน ทีนี้พอเราเปิด On แล้ว ขณะที่ระบบ
กำลังปรับค่าให้อยู่ ถ้าเกิดขับขี่แล้วไปอยู่ในช่วงที่ยังไม่มีค่าน้ำมันอยู่ ระบบจะตัดมาที่น้ำมันทันทีเพื่อเก็บค่าต่อจนเสร็จ
ก็จะตัดกลับไปเป็นแก๊ส (ทีนี้หลายท่านที่ใช้ฟังค์ชั่นนี้แล้วตัดติ๊กจะเจอปัญหารถดับ ก็เลยกลัวกัน)
3 สีเขียว = ระบบได้เก็บค่าน้ำมันไว้ครบหมดทุกช่วงแล้ว

เพื่อความสมบูรณ์ เราควรเก็บค่าน้ำมันใหม่เป็นประจำครับ
ข้อนี้ยืนยันได้จาก E320 คันที่ผมได้ทดสอบ พอเปิดโปรแกรมดู
น้ำมันที่เราเคยเก็บค่าไว้เมื่อปีที่แล้ว มันมีค่าต่าง ๆ เปลี่ยนไปจากเดิมที่เราเก็บค่าไว้เมื่อปีที่แล้วครับ
ตอนติดตั้งเจ้าของเก่า ขับไว้แบบนึง พอใช้ ๆ ไป เจ้าของใหม่ที่เท้าหนักกว่า ขับอีกแบบ
ค่าต่าง ๆ ของน้ำมันเลยเปลี่ยนไปครับ
อธิบายง่าย ๆ ก็ความจำใน ECU น้ำมันของเท้าคนขับครับ เอาตัวอย่าง Jass ก็แล้วกันครับ
ผมจูนมา 4-500 คัน เจอรถรุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน เลขไมล์เท่ากันมาเยอะ
แต่คันนี้ ทำไมวิ่งน้ำมันดีกว่าอีกคัน ทั้ง ๆ สภาพเหมือนกัน พึ่งออกจากศูนย์
เหตุก็เนื่องจากคันแรก สาวเจ้าของรถเท้าหนัก ชอบมุด กดเป็นมา
แต่คันหลัง คุณป้าขับแบบ เต่ากัดยาง ค่อย ๆ เร่ง ค่อย ๆ เบรก ขับสู้คันแรกไม่ได้
ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองคันไม่ได้ดัดแปลงอะไรรถเลย



3. สรุปว่า มีฟังก์ชั่นนี้ก็ดี คือ เพิ่มความสะดวกในการจูนขณะขับ ไม่ต้องหาคนช่วยจูนเหมือนอย่างอื่น

ผมคิดว่างั้นนะครับ เพราะผมเองก็จูนไม่ค่อยได้เรื่อง พอใช้งานฟังค์ชั่นนี้ก็แค่เปิดโปรแกรมแก๊สจูนแก๊สให้พอได้
แล้วที่เหลือก็ขับไปเรื่อยๆ ผมจะใช้เวลาตอนขับไปต่างจังหวัดทางยาวๆ ขับแบบเรื่อยๆ ทุกๆ ช่วงความเร็ว
แค่เวลาไม่นานก็ได้ค่าครบครับ สะดวกมากเพราะระหว่างที่ขับขี่
ถ้าเปิด On ระบบจะมีเสียงเตือนหลายแบบ เช่น เร่งเครื่องเพื่อเก็บค่า หรือว่าเก็บค่าครบแล้ว

เห็นด้วยกับทั้งสองท่านครับ


4. สรุปว่า ดี สำหรับการจูนอัตโนมัติทุกห้วง มีไว้ก็ดี แต่ควรขับน้ำมันเป็นระยะๆเพื่อได้รับประโยชน์

ตรงนี้ผมไม่ฟันธง เพราะมีบางท่านบอกว่าจูนแมนนวลแล้วรู้สึกว่าขับดีกว่า สนุกกว่า
แต่สำหรับผมเอง ผมประทับใจกับค่าที่จูนได้จากฟังค์ชั่นนี้เพราะผมใช้แล้วรถไม่มีปัญหา ทั้งอัตราเร่ง และการบริโภค
อย่างที่เล่าว่าเมื่อก่อนจูนแมนนวลเองก็ยังไม่ดีสักที (ยอมรับครับว่ามือสมัครเล่น)

สำหรับ คำถามที่ว่า ควรขับน้ำมันเป็นระยะๆ เพื่อได้รับประโยชน์รึป่าว?
ผมไม่ได้ทำอย่างนั้นเลยครับ ทำแค่ครั้งเดียวแล้วก็จบ ยกเว้นระบบแก๊สมีปัญหา ค่อยมาดูอีกที
ส่วนใหญ่ จะเป็นกรองแก๊ส หม้อต้ม แม๊บเซ็นเซ่อร์ หรือเซ็นเซ่อร์อุณหภูมิ พอมีอะไรที่เออเร่อร์ก็จะทำให้
ระบบแก๊สเพี้ยนไป ค่าที่จูนไว้ก็เลยใช้ไม่ได้ ต้องย้อนกลับไปดูที่ต้นเหตุของปัญหาครับ
สรุปว่า ผมจูนทีเดียวจบ แล้วก็ลืมเลยครับ

เพื่อความสมบูรณ์ของการใช้แก๊ส ISA2 ควรเก็บค่าน้ำมันใหม่บ้างเป็นระยะ
จากเหตุผลที่ได้นำเรียนไว้ข้างต้นครับ

ผมขอสรุปสั้น ๆ แบบนี้ครับ

กล่องแก๊สแบบปกติทั่ว ๆ ไป เราจูนผิดได้ไม่เกิน +-5%
เพราะ ECUน้ำมัน สามารถปรับตัวเองได้บ้างครับ

กล่องแก๊สOBD2 เราสามารถจูนผิดได้ประมาณ +-10%
เนื่องจาก มีการพูดคุยสื่อสารกันระหว่าง กล่องรถ กับกล่องแก๊ส

กล่องแก๊สISA2 เราสามารถจูนผิดได้ประมาณ +-10%
ตามสภาวะค่าน้ำมันที่เราเคยเก็บไว้ครับ

สุดท้าย ถ้าเราใช้ความสามารถ จูนแก๊สกล่องธรรมดา ให้ผิดไม่เกิน +-3%
รถคันนั้นจะวิ่งแก๊สได้ดีกว่า รถที่ใช้กล่องOBD2 แล้วจูนไว้ผิด 10% ครับ;)

แล้วคิดดูว่า ถ้าเราสามารถจูนแก๊สกล่อง OBD2 ให้ผิดไม่เกิน 3%บ้าง
รถคันนั้นก็จะยิ่งใช้แก๊สได้ดี ไม่ต้องจูนซ้ำบ่อย ๆ ครับ
กล่องธรรมดาควรจูนใหม่ทุก 3-6 เดือน
กล่อง OBD2 ก็ยืดเวลาการจูนใหม่ออกไปได้อีกเล็กน้อยครับ

ลองชั่งน้ำหนักให้ดี เทียบกับเงินที่เราต้องจ่ายครับ
ความคุ้มค่าของแต่ละคนไม่เท่ากัน เจ้าของรถตอบได้ดีกว่าคนอื่นอยู่แล้วครับ
 
Last edited:
เสริมคุณAIDS นิดนึงครับ
ISA เป็นการเลียนแบบค่าน้ำมัน คือ กล่องECU สั่งจ่ายน้ำมันไปแล้ว แล้ว ISA เก็บค่ามาเลียนแบบ ฉะนั้นจะนับว่าเป็นREAL TIME คงไม่ได้ ไม่เท่ากับ OBD ครับ

OBD เอาค่า TRIM ทั้ง shot และ longของน้ำมัน(ค่าคำนวณการจ่ายล่วงหน้าของกล่องECU น้ำมันระยะสั้นและระยะยาว )มาคำนวณการจ่ายแก๊สซึ่งทำให้ ระบบ มีการจ่ายแก๊สได้เป็นREAL TIME

ISA ไม่ได้ใจผมครับ เมื่อเทียบกับราคาที่ต้องจ่าย เนื่องด้วย ISA มีการจ่ายที่ช้ากว่า ดังกล่าว และไม่ใช่REAL TIME จนบางครั้งมีความรู้สึกว่า ISA มารบกวนการจูนของเราด้วยซ้า จากการทดสอบและใช้งานจริง จากรถที่ผมขับอยู่ (W210/320)

อย่างที่คุณAIDS บอก เราสามารถจูนให้ระบบธรรมดา ใกล้เคียงได้
และไม่โดนรบกวนจากเก็บค่าน้ำมันที่ช้าของ ISA

และเป็นที่น่าแปลก สำหรับ AC ที่เวลาจูนเดินเบาของBENZ ต้องจ่ายค่าแก๊สให้หนากว่าค่าที่ควรจะเป็นครับ เผื่อจะเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่ใช้ AC แล้วอยากจูนเองครับ:)
 
ขอขุดกระทู้ขึ้นมารายงานผลการใช้ isa2

จากที่เคยเขียนไว้ว่าผมได้ทดลองเปิดใช้ระบบ Auto Adaptation ของ ระบบ isa2

เมื่นวานได้ต่อสายจูนเช็คกราฟดู ปรากฏว่ากราฟแก็สอยู่ต่ำกว่าน้ำมันตลอดเส้น ห่างกันประมาณ 1-2 มิล ที่สงสัยเพราะว่าเกิดการกระตุกมากขึ้นเวลาเปลี่ยนเกียร์เมื่อใช้แก๊ส (น้ำมันไม่เป็น)

จึงได้ทำการออโต้จูน จูนอยู่กับที่ ลบกราฟน้ำมัน วิ่งเก็บค่าน้ำมัน แล้ววิ่งรถจูนแก๊สตามการใช้งาน ค่อยๆปรับจนเส้นกราฟทับกันตลอดเส้น ยกเว้นช่วงต้น และปลาย แก๊สยังสูงกว่าน้ำมันเล็กน้อย ค่าความคาดเคลื่อนอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้

ผลปรากฏว่าการวิ่งออกตัว เปลี่ยนเกียร์ ไม่มีอาการกระตุก ลากรอบได้ เร่งแซงด้ไวขึ้น เมื่อต้องการแซงกดคันเร่งรถก็จะพุ่งออกไปได้ไม่อืดเหมือนที่เคยเป็นมา

สรุปว่าจูนเองดีกว่าครับ

จะอาศัยความฉลาดของโปรแกรมซักหน่อย กะว่าจะใช้ให้คุ้มค่ากับเงินที่ซื้อมา ผลการทำงานที่ได้ไม่ประทับใจครับ.......
 
ขอบคุณมากครับ
ไปติดมาแล้วครับ ตามพี่ๆแนะนำ ac 300 พลัสครับ
ดีครับไม่ต่างกับใช้น้ำมันครับ
 
ขอบคุณมากครับ
ไปติดมาแล้วครับ ตามพี่ๆแนะนำ ac 300 พลัสครับ
ดีครับไม่ต่างกับใช้น้ำมันครับ[/QUOTE

ขอทราบชื่ออู่ + ราคา ทาง pm ด้วยครับ

ขอบคุณ
 
ตอบแบบไม่ต้องคิด AC กับ AG อะไรก็ได้ ติดกันไปเยอะแล้วไม่มีปัญหา
แต่ถ้าคิดว่าอยากเสี่ยง Atiker เห็นราคาแล้วน่าลุ้นดี
กำลังดูๆ อยู่กะจะเอามาติดกับรถญี่ปุ่น สเปกตามนี้
4 สูบ + ถังโดนัท = 18,900 บาท
หัวฉีด Rail, หม้อต้ม Tomasetto, กล่องกับถังโดนัทเป็นของ Atiker

ที่ภูเก็ตแพงจังฮู้นิ!เมื่อเช้าไปเปลี่ยนสวิทส์ระดับแกส+ตัดต่อแกส-น/ม =1800 เลยถามว่าระบบดูดเป็นหัวฉีด?ราคา= 19,000บ.(ใช้ถังเดิม)ยี่ห้อนี้เลยAtiker 4 สูบ

ไม่สงสัยเลยที่เคยได้ยินว่า " กูเข็ด " ไม่ใช่ " ภูเก็ต " จากคนต่างจ.ว.ที่มาเมืองนี้ (เมือง ท/ท):n44::football4::curse:
 
Back
Top