ถ้ารู้ตัวว่ารถชนแน่ๆควรนั่งท่าไหนถึงจะปลอดภัยที่สุ ด

reywel555

Member
ถ้ารู้ตัวว่ารถต้องชนแน่ๆควรนั่งท่าไหนถึงจะปลอดภัยที่สุด ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ในกรณีผู้ขับขี่ควรจับพวงมาลัยให้มั่นแล้วเกร็งตัวหรือปล่อยตัวตามสบายอย่างไหนปลอดภัยกว่าครับ:)
 
ท่าพับเพียบไทยแลนด์แอนด์พนมมือ



ช่วงเวลานั้นจะคิดอะไรทันขนาดนั้นเหรอครับ
คงได้แต่เหยียบเบรค และเบิ่งตาโพลง
:n14::n14::n14:
 
ข้อที่1รัดเข็มขัดนิรภัย
ข้อที่2ดวงครับขอให้ดวงดีไม่เป็นอะไรมาก
 
ก็ต้องดูก่อนล่ะครับ ว่าจะชนอะไร ถ้ามีสติถึงระดับจะจัดท่าทางเพื่อรับแรงกระแทกตอนชน ก็บังคับรถให้อยู่ในลักษณะที่รับแรงกระแทกแทนเราให้มากที่สุดครับ (ให้ด้านหน้ารถและเครื่องยนต์เป็นตัวรับแรงกระแทกอีกชั้นหนึ่งครับ ถ้าเป็นรถที่มีแอร์แบ๊ก ก็จะช่วยได้อีกครับ)

แต่อย่าให้ถึงเหตุการณ์อย่างนั้นเลยครับ อันนั้นเค๊าเรียกว่า "หลังเหตุการณ์" ฉนั้นก่อนเกิดเหตุการณ์ก็มีวิธีที่จะเลี่ยงหรือช่วยให้บรรเทาไปได้บ้าง ประมาณว่า "เพิ่ม" ประสิทธิภาพของรถ เช่น ปรับปรุงระบบเบรค ระบบการทรงตัว ระบบช่วงล่าง ก็อาจช่วยได้ระดับหนึ่งครับ

ส่วนที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมรถกับ "ดวง" ล้วนๆล่ะครับ

ขอให้โชคดีสถิตย์อยู่กับผู้ขับขี่รถทุกคนครับ
 
เห็นบอกว่าพอรู้ตัว แสดงว่ายังพอตั้งตัวแต่รถไม่ยอมหยุดแหงๆๆ
แบบนี้ก็อย่างเช่นมีรถยูเทริน ตัดหน้าขณะที่เรามาตรงและก็เร็ว เบรคเอบีเอี็้๊ยดแล้วรถก็ยังไถ แถดๆๆๆๆไปหาคู่กรณี
หรือไม่ก็คันหน้าหยุดกระทันหัน เราก็เบรคตัวโก่งแล้ว แต่ตูดคันหน้าก็ลอยเข้ามาหาเรา
หรือไม่ก็แหกโค้งแถบไหลๆแถดๆออกไปเห็นๆ

ถ้าเป็นอย่างงี้จากที่เคย อิๆๆ ขายันให้เต็มเท้าเลยทั้งเบรคทั้งพักเท้า เเขนเหยียดให้ตึงมากที่สุด
จนกดลำตัวท่อนบนให้ไหลลงต่ำแบบขับรถผ่านหน้าบ้านแฟนเก่าแล้วไม่อยากให้เขาเห็นน่ะ อิๆๆ
ห่อไหล่เก็บคาง แบบเอาหัวไหล่หนีบต้นคอเลย

ถ้าเป็นผู้โดยสารไม่รู้คับ เคยแต่ขับคนเดียวแล้วไปชน

ถ้าชนแบบอื่นก็แล้วแต่ระบบเซพตี้ของรถละครับว่าออกแบบมารองรับการกระแทกดีแค่ไหน
นี่คือเหตุผลข้อหลักที่ผมเลือกใช้เบนซ์

ปล. ถ้าเป็นผู้โดยสารคิดว่าน่าจะนั่งท่าเดียวกับท่านั่งรองรับเครื่องบินตกน่ะครับ
 
คอยทนายเอาะสุดหล่อมาตอบดีกว่า
ประสบการณ์เพียบบบบบบบบบบบบ

:p

กลัวว่าจนตอนนี้ก็ยังนึกไม่ออก ว่าตัวเองอยู่ท่าไหน ณ. เวลาหลายๆ นั้น :eek:
 
ท่าคงคิดไม่ทัน เก็บคอไว้ก่อนเลยครับ
 
ไม่อยากคิดครับ เพราะ

คนเราทุกคน ไม่อยากตกอยู่ในสถาณการณ์แบบนั้นแต่ถ้เลือกใด้ขอเบรคเอาใว้ก่อนแต่ไกลๆครับ แต่ถ้าจวนตัวต้อง นั่งท่า ทำใจชนิดเม็ดครับ
 
สัญชาติญาณจะสั่งงานล้วนๆเรย


เคยประสบเหตุเองหนนึง ( เล่าซ้ำ ) วิ่งบนทางด่วน ราว 160 ในเลนขวา


ข้างหน้าห่างไปราว 7 -80 ม. มีพิคอัพ วิ่งอยู่เลนกลาง เค้าวิ่งทับไม้ระแนง ยาวราว 1 ม.

ไม้ระแนง ปลิว ลอยสูงขึ้นมาในจังหวะที่ผมไปถึงพอดี

เห็นไม้ลอยตรงมาตีตรงที่นั่งผมแน่นอน

ผมก้มหัวลงหลบไปหน้าคอนโซลกลาง โดยอัตโนมัติ

ไม้อันนั้นตีกระจก + คิ้วกระจก เสียงดังมาก ยังมีรอยจนทุกวันนี้

ถ้าไม้ปลิวมาในจังหวะ เอาปลายไม้พุ่งแทงกระจก คงตรงตัวผมพอดีเลย :1:
 
อีกครั้งนึง ...

ชายแต่งกายครึ่งท่อน ...เมา วิ่งอยู่เลนกลาง พวกทำท่าจะเข้าขวามาวิ่งหน้าผม

แต่ผมไม่ลดความเร็วลงให้เค้าเข้า ( ไม่ได้เพิ่มความเร็วนะ ) เรียกว่าจังหวะเค้ายังช้าไป

แต่พวกไม่คิดอย่างนั้น ไม่ช้า พวกมาใหม่

คราวนี้ กะแซงซ้ายแล้วปาดหน้าผมแน่นอน ตอนนั้นยังเป็น แค่ 300 E อยู่ ...กำลังไม่ดีพอให้เร่งหนีได้ แต่พอพวกพุ่ง ขึ้น ถึงข้างรถผมได้ ผมกดเบรค (ใหญ่ ) ก่อนเลย

พวกก็พุ่งขึ้นหน้าไปอย่างเร็ว ไปชนท้ายรถ คันข้างหน้า

มองกระจกหลัง จึงเห็นเป็นชายหนุ่ม ใส่เสื้อยึดคอกลมสีขาว กางเกงสีน้ำตาล ออกมาเจรจาอยู่กับคู่กรณี :icon_e_sad:

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เบรคใหญ่มีแต่ช่วยชีวิต ส่วนจะหมดค่าเบรคไปเท่าไหร่ก็คุ้มเงินมาก
 
อีกครั้ง...


วิ่งข้าม วิภา ฯ ซึ่งเป็นสพาน ...ขาลง ขณะฝนตกหนักมาก ทัศนวิสัย สั้น


วิ่งมาด้วยความเร็ว ...ใกล้ร้อย แต่ข้างหน้า ระยะไม่ห่างมาก เค้าหยุดกันแล้ว


กดเบรคอย่างแรงจน ABS ทำง่าน ปัง...ปัง...ปัง... แต่รถยังวิ่งไปด้วยความเร็ว ที่จะชนท้ายเค้าแน่นอน

หนทางสุดท้าย ..กดเบรคลงไปอีก ชนิดที่ไม่เคยเหยียบเบรคแรงขนาดนี้มาก่อนเลย แต่ได้ผล เบรคยังทำงานมากขึ้นตามกำลังเท้ากด ทำให้ระยะหยุดสั้นลงมาก ...รอดตัวไปอีกหนนึง :n15:

ทั้ง 3 เหตุการณ์เป็นการแก้ปัญหา แบบอัตโนมัติล้วนๆ คับ
 
ขออีกๆ ลุงกาลังมันส์เลย:D อันที่สองนี่สะจายมั่กเลยคับ







ต่อด้วยของจารย์น๊ะจารย์:n27:
 
คิดว่าควรทำอย่างที่ท่าน kanon ว่า ท่าคงคิดไม่ทัน เก็บคอไว้ก่อนเลยครับ คอเป็นส่วนที่บอบบาง (ยกเว้น คอทองแดง) ถ้าจะให้ปลอดภัยต้องเอามือประสานไว้ที่ท้ายทอย ด้วย แล้วงอเข่าเล็กน้อย ให้ดีต้องหลับตาด้วย เมื่อรถชนจนเกิดเสียงดัง แล้วเราตกใจตื่น จะรู้สึกว่าเราไม่เป็นอะไรเลย
 
สิ่งที่ช่วยได้ยามเกิดอุบัติเหตุคือ เข็มขัดนิรภัย และแอร์แบค รัดเข็มขัดให้เรียบร้อยมีความตึงพอเหมาะ นั่งท่าปรกติ คนขับรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุชนกันก็จะจับพวงมาลัยแน่นโดยสัญชาติญาณอยู่แล้ว อย่าเอามือไปขวางทางการระเบิดของแอร์แบคที่แป้นแตรมืออาจหักได้ ส่วนผู้โดยสารก็คงนั่งเกร็งตัวเก็บคอรอรับแรงกระแทก ถ้าเป็นรถที่มีแอร์แบคก็อาจจับเบาะให้แน่น อย่าเอามือไปขวางทางแอร์แบคข้างหน้าเช่นเดียวกัน ถ้าเป็นรถที่ไม่มีแอร์แบคก็อาจใช้มือเตรียมยันคอนโซลหน้าถ้าเกิดการกระแทกอย่างรุนแรง และตั้งสติภาวนา พุทโธๆ ขอให้ปลอดภัยอยู่ในใจ .....ขอให้ปลอดภัยทุกท่านครับ :)
 
ประสบการณ์ผมคือสมัยก่อนเมามากจำความไม่ได้สลบไปพักใหญ่ สร้อยปากกานาฬิกาเกลี้ยงครับแต่สมัยพ่อผมหนุ่ม ๆ เล่าให้ฟังว่ามีรถพุ่งมาชนแน่นอนหลบซ้ายหลบขวาก็ไม่ได้พ่อผมเข้าเกียร์ว่างรอไว้เพื่อลดแรงกระแทกจากการปะทะและตั้งสติประคองรถครับสรุปพ่อผมคอเข็ดนิดหน่อย เล่าสู่กันฟังครับ
เบิ้ม
 
สำหรับผม ขอเล่าประสบการณ์นิดหน่อยครับ เจอกับตัวเอง ฝนตก ยางไม่ค่อยจะมีดอกสักเท่าไร ตอนนั้นขับ โคโรน่า ท้ายโด่ง 95 ขับความเร็วประมาณ 110-120 กม./ชม หักเลี้ยวขวายาวๆ ปรากฏว่าเจอแอ่งน้ำน่าจะลึกไม่ต่ำกว่า 1-2 นิ้วไ้ด้ครับ พอเทโค้งปรากฏว่า ฉแลบเลยครับ แล้วดันแตกเบรค รถหมุนแต่จำได้ว่าหมุนแบบเอาท้ายไปก่อนหัว แล้วไปกระแทกกับแถบกันโค้งทำให้รถหมุนกลับมาแล้วไปฟาดกับที่กันโค้งระหว่างทางแยก ชนระหว่างล้อหน้ารถซ้ายไปถึงกระโปรงหลัง ขับคนเดียวถ้ามีคนนั่งซ้ายคงเจ็บหนัก เพราะเบาะที่นั่งถูกอัดมาเกือบชนกับด้านคนขับ ดีที่ตอหม้อช่วยไว้ ไม่งั้นเจอเสาไฟเต็ม ๆ จังหวะนั้นทำไรไม่ถูกมึนๆ แต่ไม่บาดเจ็บอะไรมานัก ออกจากรถชาวบ้านมุงกันตรึม บอกว่าโค้งนี้สองอาทิตย์ก่อน ตาย 3 ศพ ผมละเงียบเลย ไม่นานนักรถขึ้นไม่ได้ กรมทางมาพอดี ต้องจ่ายค่าชนราวกั้นโค้ง 28000- ตั้งแต่นั้นมาฝนตกไม่กล้าสาดโค้งเลยครับ จังหวะชนผมว่าประสบการณ์มันจะสอนและพาไปเองครับ คือแบบว่าคิดตอนนั้นสมองสั่งการไม่ทันครับ จากที่เจอมา ปัจจุบันถ้าไม่เร่งรีบ เลยขับ 80+- ปลอดภัย ประหยัดน้ำมัน ครับผม
 
Back
Top