เมื่อหลายเดือนก่อนผมทำสีรถทั้งคันกับน้องที่ทำงานเดิมก่อนเกษียณ โดยผมไปหาซื้อสีตรานกแก้ว/สีรองพื้นสแตนด็อก/แลคเกอร์/ทินเนอร์ พร้อมอุปกรณ์อื่นๆมาเอง เค้าคิดแต่ค่าแรง หมดเงินไปไม่ถึง20,000.-มีรายการเพิ่มเป็นค่าเบียร์และกับแกล้มแบบกินด้วยกัน อิๆๆๆ

เมื่อตอนผมเริ่มใช้รถใหม่ ๆ เมื่อหลายปีมาแล้วผมทำงานด้านสินเชื่อของธนาคาร
มีเจ้าของอู่ที่เพิ่งเริ่มตั้งตัวแยกตัวออกมาทำอู่ของตัวเอง มาปรึกษาเรื่องขอกู้เงิน
สร้างอู่ มีอยู่ 2-3 อู่ที่อยู่คนละย่านเค้าจึงไม่รู้จักกัน แต่เค้ารู้จักผมแต่เริ่มต้น
และมีอู่บางอู่เค้าเป็นลูกค้าของ ผจก.แน่นอน อู่นั้นต้องใหญ่เบิ้มๆ ทำรถ BenZ BM
และรถแพงๆประเภททำสีรถ ต้องเอาเส้นเชือกยัดขอบยางให้สีแลบเข้าไปใต้
ขอบยางนิดหน่อย คือเรียกว่าประณีตกันแบบไม่มีที่ติกันเลยทีเดียว
อู่พวกนี้ผมไม่ค่อยคุ้นเคยกะเค้าเพราะทำสีคันละเป็น8 หมื่นบ้างเกิน แสนบ้าง
ทางด้านอู่เล็ก ผมคุ้นเคย(และเค้าว่าผมมีบุญคุณกับเค้า) ผมทำสีกะพวกเค้า
เค้าคิดราคามิตรภาพ และให้ข้อมูลเรื่องสีแบบคนเริ่มต้นใหม่ๆ ยังไม่เขี้ยว
ผมทำสีรถราคามิตรภาพกับพวกเค้ามาหลายปี จนตอนหลังก็แยกย้ายห่างกันไป
ผมก็ใช้รถของที่ทำงานไม่ค่อยต้องเข้าอู่สี ได้ความรู้จากอู่สีว่า พวกเค้าไม่ค่อย
มีช่างประจำ จะมีคนอยู่กลุ่มหนึ่ง รับงานเป็นชิ้นๆเจ้าของอู่คิดต้นทุนได้ตั้งแต่
ยังไม่ได้ทำรถ แต่พวกช่างตะเวณไปทุกอู่ มีช่างเคาะ ช่างโป๊ว
ช่างสี ทำเสร็จก็ไปอู่อื่นต่อ ดังนั้นจะใช้สีอะไรรองพื้่นอะไร ก็แล้วแต่เจ้าของอู่จัด
แต่ด้านเจ้าของอู่ มันเริ่มคุยกับเจ้าของรถถูกสุด ของดีที่สุด จนเจ้าของรถสบายใจ
แต่ที่ไหนได้เวลาทำงานจริง เค้าก็ดูลูกค้าว่ามีอิทธิพล หรือความสัมพันธ์กับเค้า
ขนาดไหน ถ้าเห็นว่ารายนี้มาหนเดียวก็ไป เค้าก็ทำแบบให้ผ่าน ๆ ไป ไม่ใช้สีและ
วัสดุที่ดีมาก(พวกสแตนด๊อก นกแก้วฯ2K 3K) ให้จริงๆ อาจจะมีแต่สีทับหน้าเท่านั้น
ที่ทำสีแบบนั้นให้แต่วัสดุสำคัญพวกรองพื้นและสีโป๊วไม่เอาของดีให้เรา แต่กับคน
สนิทสนมกัน หรือมีบุญคุณ มีอิทธิพลต่อกัน ก็ใช้ของดีเต็มสูตร รถมันก็ออกมาดี
หลายอู่ไม่ยอมใช้ของที่สูกค้าซื้อมา จะต้องเป็นของของเค้าเท่านั้น ที่เจ็บปวด
กว่านั้นคือลูกค้าซื้อของเองเอาของดีมา แต่อู่รับไว้ แต่ใช้จริงเอาของห่วยๆ ทำให้
อย่างนี้ก็เคยได้ยิน เท็จจริงอย่างไร อยู่กับคนเล่า ส่วนผมคนเอามาโม้เฉยๆ