เครื่องยนต์ ปะเก็นฝาสูบ และ การบดวาล์ว รวมถึง ยางซีลวาล์ว ครับ

akekapol

Member
รบกวนสอบถามเป็นความรู้สักนิดครับ :n43:

W140 S320 ใช้เครื่อง M104 มีอาการน้ำหาย กำลังเครื่องยนตร์ลดลงไปประมาณ 30% :eek:
ผมใช้เคมีตรวจสอบ CO2 ที่ใช้ตรวจปะเก็นโดยตรง ผ่านไอระเหย CO2ที่ออกมาจากหม้อพัก
เคมีบอกผลว่า ปะเก็นฝา รักษาแรงดันไว้ไม่ได้แล้ว จึงวางแผนจะเปลี่ยนปะเก็น :)

ผมได้ปรึกษา กับช่าง ดังนี้ครับ :n32:

ซึ่งช่าง ท่านแนะนำให้ทำการ บดวาล์ว และเปลี่ยน ยางซีลวาล์วด้วย
ผมเช็คข้อมูลในนี้พบว่า หลายท่าน ไม่นิยมใช้ของ Elring เท่าใดนัก และแนะนำให้ใช้ของ Benz
ไปเลย ซึ่งทนทาน และคุ้มค่า :n31:


จึงอยากเรียนสอบถาม พี่ๆ ดังนี้ครับว่า :n18:

1. การบดวาล์ว มีข้อเสียต่อเครื่องยนตร์รึไม่ ครับ
2. ยางซีลวาล์ว ยี่ห้อทั่วไป ราคาของอู่ ตัวละ 200 กว่าบาท ใช้ 24 ตัว
แต่ศูนย์บอกใช้ Part 612-050-00-58 ชุดนึงมี 3 ตัว ใช้ทั้งหมด 6 ชุด ซึ่งแค่ 18 ตัว ราคาศูนย์รวม 6 ชุด เกือบ 7,000

* ตกลง 24 ตัว รึ 18 ตัว กันแน่ แล้วยางทั่วไป ใช้ดีไหมครับ เพราะราคาห่างกันมากโขอยู่?

3. ปะเก็นฝาสูบ ถ้าไม่ใช้ของ Benz มียี่ห้ออื่นที่ทนทานพอกันไหมครับ ?
ท่านที่เคยใช้ ปะเก็น Benz แท้ๆ คุณภาพเป็นอย่างไร ทนกว่ามากไหมครับ
 
Last edited:
บดวาวล์

ไม่มีผลเสียต่อเครื่องยนต์ แต่เมื่อย และ ถือว่า ต้องรื้อเยอะ
มากที่เดียว ถ้าจะทำ ก้อแปลว่า

ฝาสูบผุ แล้ว แกะวาวออก เพื่อ เอาไปพอก เชื่อม อาจพอคุ้มทำ


แต่ถ้าฝา ไม่เป็นไร ไม่ยุ่งกับมันดีกว่า

รวมทั้งซีลวาวด้วย ถ้าไม่ถอดออกมา ก้อไม่ต้องเปลี่ยน

เครื่องรุ่นนี้ ไม่ค่อยมีปัญหาซีลวาว


วาวรุ่นนี้ สูบละ 4 วาว

6สูบ × 4 =24 แน่นอนที่สุด


ประเก็น ของเอิลลิ่ง พอใช้ได้

ผมเคยเปลี่ยนมา สองคัน ทั้งสองคัน ผ่านมา หลายปีดีดัก




ปล จากที่ อ่านค่า ไม่แน่ว่าเป็นที่ประเก็น อาจจะฝาผุ

บริเวณขอบๆ ซึ่งเป็นกันบ่อย รุ่นนี้

จะพอก ก้อเสียเยอะ

บางที ซื้อฝาถอด สวยๆ จบง่ายกว่า
 
ผมค้นเจออีกข้อมูลนึงครับ ทางเว็บไซต์ของ elring ได้แนะนำวิธีดูปะเก็นจริง กับของปลอม

http://www.elring.de/fileadmin/Date..._Faelschung/2074_Original_Faelschung_14_7.pdf

http://www.elringparts.co.uk/original-and-imitation/


เข้าใจว่า คนที่บอกของ Elring ไม่ทน อาจจะไม่ได้ใช้ของแท้ครับ

ผมจะลองหา Elring แท้ๆมาใส่ดูครับ รึไม่ก็ใช้ Benz ไปเลยครับ

ขอบคุณพี่สมชายครับ
 
Last edited:
เปลี่ยนแหวน บดวาล์ว เป็นวลีสั้นๆ ที่ช่างซ่อมเครื่องยนต์นำมาใช้จนติดปาก เครื่องยนต์ที่ใช้งานไประยะเวลาหนึ่งจนเกิดความสึกหรอ ผลของการสึกหรอคือกำลังอัดในลูกสูบลดลง กินน้ำมันเครื่องเนื่องจากแหวนเริ่มหลวมไม่สามารถกวาดน้ำมันหล่อลื่นได้หมด สิ่งที่ช่างจะแนะนำให้เจ้าของรถต้องตัดสินใจคือการเปลี่ยนแหวนลูกสูบโดยยังคงใช้ไซด์ Standard เพราะการสึกหรอยังไม่มากนัก สิ่งที่ตามมาจากการต้องเปิดฝาสูบช่างจะมีเหตุผลในเชิงช่างสารพัด..ที่สุดท้ายแล้วเจ้าของรถก็จะยินยอมครับ ได้แก่ เจียร์วาวล์ เจียร์บ่าวาวล์ และตามด้วยการเปลี่ยนยางหมวกวาวล์ (ในกรณีที่ตรวจพบว่าหลอดวาวล์หรือที่เรียกว่าไกด์วาวล์สึกหรอมากก็ต้องเปลี่ยนครับ ขั้นตอนนี้โรงกลึงเป็นคนทำให้ครับ สมัยก่อนโน้นโรงกลึงเมื่อดำเนินการเสร็จก็เป็นหน้าที่ของช่างที่รับงานเรา สิ่งแรกที่ช่างต้องทำก่อนประกอบชิ้นส่วนนี้ คือการบดวาวล์เหตุผลหลักคือให้วาวล์ตัวนั้นๆ แนบสนิทได้ดีกับบ่าวาวล์ช่องนั้นๆ และสูบนั้นๆ ด้วย การแนบสนิทหมายถึงระดับที่ช่างเทน้ำมันเบนซินในช่องวาวล์ตัวนั้นๆ และน้ำมันไม่ซึมออก ถ้าซึมออกต้องบดวาวล์ตัวนั้นใหม่ครับ ขั้นต่อไปคือการต้องใส่ยางหมวกวาวล์ตัวใหม่ และประกอบชิ้นส่วนให้ครบดังเดิมทั้งฝาสูบ ค่าแรงในโรงกลึงคงไม่มากนักมากน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนวาวล์ และขนาดของเตรื่องยนต์ อันนี้เป็นสูตรสำเร็จเราไม่ทำให้ครบช่างก็อาจไม่รับงานเรา (ดีแล้วช่างไม่รับงานเราทำเองดีกว่า..ไม่ง่ายหรอกครับ)
ก้าวเดินไปไกลในยุคสื่อสารออนไลน์ ทำให้เจ้าของรถที่เดิมไม่ใช่ช่างสามารถเข้าถึงแหล่งที่เป็นองค์ความรู้ เรามักพยายามเสาะหาองค์ความรู้ใหมากๆ จนอาจจะถือว่าตามให้ทันช่าง บางครั้งก็สามารถโต้แย้งจนช่างต้องยอมครับ (ช่างอาจรำคราญมากไป) ตัวอย่างดังในเคสที่หารือมา ประเก็นเราอาจเลือกยี่ห้อได้ เปลี่ยนประเก็นฝาสูบอย่างเดียวนะ อย่างอื่นอย่ายุ่งไม่อยากบานปลาย (ปานปลายไปไกลแน่หากเป็น MB และเลือกใช้อะไหล่แท้ๆ ก็อย่างที่ท่านสมชายฯ บอกไว้ว่ายางหมวกวาวล์ทนทานมากไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน วาวล์ก็ไม่ต้องยุ่งไปเจียร์รวมทั้งบ่าวาวล์ด้วย) สุดท้ายก็เปลี่ยนประเก็นฝาสูบอย่างเดียวเว้นแต่โชคร้ายไปพบความชำรุดบกพร่องอื่น
ปัจจุบันแค่ช่างบกฝาสูบไปโรงกลึง โรงกลึงจัดการให้เสร็จ เสร็จแบบยกฝาสูบที่โรงกลึงทำให้แม้การบดวาวล์ (บดวาวล์ด้วยเครื่องนะครับไม่ใช่ช่างทำแบบต็อกๆๆๆ เช่นเมื่อเก่าก่อน กลับมาประกอบตามที่จะตกลงกันว่าต้องทำอะไรบ้าง)
เอาแบบที่ท่านสมชายฯ ว่าไว้ไม่จำเป็นอย่าไปยุ่ง (วาวล์ไม่รั่วไม่สึกหรอมากไปเจียร์ทำไม) ข้ความที่เริ่มยาวๆ ขอเป็นแค่ส่วนหนึ่งเรื่องวาวล์เท่านั้นครับ
 
เป็นประโยชน์มาก ขออนุญาตแก้ไขให้อ่านง่ายนะครับพี่

------------------------------------------------------------------------------------

เปลี่ยนแหวน บดวาล์ว เป็นวลีสั้นๆ ที่ช่างซ่อมเครื่องยนต์นำมาใช้จนติดปาก
เครื่องยนต์ที่ใช้งานไประยะเวลาหนึ่งจนเกิดความสึกหรอ ผลของการสึกหรอคือ

กำลังอัดในลูกสูบลดลง กินน้ำมันเครื่องเนื่องจากแหวนเริ่มหลวมไม่สามารถกวาดน้ำมัน
หล่อลื่นได้หมด สิ่งที่ช่างจะแนะนำให้เจ้าของรถต้องตัดสินใจคือการเป ลี่ยนแหวนลูกสูบ
โดยยังคงใช้ไซด์ Standard เพราะการสึกหรอยังไม่มากนัก สิ่งที่ตามมาจากการต้องเปิดฝาสูบ

ช่างจะมีเหตุผลในเชิงช่างสารพัด ที่สุดท้ายแล้วเจ้าของรถก็จะยินยอมครับ

ได้แก่ เจียร์วาวล์ เจียร์บ่าวาวล์ และตามด้วยการเปลี่ยนยางหมวกวาวล์ (ในกรณีที่ตรวจพบว่าหลอดวาวล์หรือที่เรียกว่าไกด์วาล์ว สึกหรอมากก็ต้องเปลี่ยนครับ

ขั้นตอนนี้โรงกลึงเป็นคนทำให้ครับ สมัยก่อนโน้นโรงกลึงเมื่อดำเนินการเสร็จก็เป็นหน้าที ่ของช่างที่รับงานเรา สิ่งแรกที่ช่างต้องทำก่อนประกอบชิ้นส่วนนี้ คือการบดวาวล์

เหตุผลหลักคือให้วาวล์ตัวนั้นๆ แนบสนิทได้ดีกับบ่าวาวล์ช่องนั้นๆ และสูบนั้นๆ ด้วย การแนบสนิทหมายถึงระดับที่ช่างเทน้ำมันเบนซินในช่องว าวล์ตัวนั้นๆ และน้ำมันไม่ซึมออก

ถ้าซึมออกต้องบดวาวล์ตัวนั้นใหม่ครับ ขั้นต่อไปคือการต้องใส่ยางหมวกวาวล์ตัวใหม่ และประกอบชิ้นส่วนให้ครบดังเดิมทั้งฝาสูบ ค่าแรงในโรงกลึงคงไม่มากนักมากน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนวาล์ว และขนาดของเตรื่องยนต์

อันนี้เป็นสูตรสำเร็จเราไม่ทำให้ครบช่างก็อาจไม่รับงานเรา (ดีแล้วช่างไม่รับงานเราทำเองดีกว่า..ไม่ง่ายหรอกครับ)


ก้าวเดินไปไกลในยุคสื่อสารออนไลน์ ทำให้เจ้าของรถที่เดิมไม่ใช่ช่างสามารถเข้าถึงแหล่งที่เป็น
องค์ความรู้ เรามักพยายามเสาะหาองค์ความรู้ใหมากๆ จนอาจจะถือว่าตามให้ทันช่าง

บางครั้งก็สามารถโต้แย้งจนช่างต้องยอมครับ (ช่างอาจรำคราญมากไป) ตัวอย่างดังในเคสที่หารือมา ประเก็นเราอาจเลือกยี่ห้อได้ เปลี่ยนประเก็นฝาสูบอย่างเดียวนะ อย่างอื่นอย่ายุ่งไม่อยากบานปลาย (ปานปลายไปไกลแน่หากเป็น MB และเลือกใช้อะไหล่แท้ๆ ก็อย่างที่ท่านสมชายฯ บอกไว้ว่ายางหมวกวาวล์ทนทานมากไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน วาล์ว ก็ไม่ต้องยุ่งไปเจียร์รวมทั้งบ่าวาวล์ด้วย)

สุดท้ายก็เปลี่ยนประเก็นฝาสูบอย่างเดียวเว้นแต่โชคร้ายไปพบความชำรุดบกพร่องอื่น
ปัจจุบันแค่ช่างพกฝาสูบไปโรงกลึง โรงกลึงจัดการให้เสร็จ เสร็จแบบยกฝาสูบที่โรงกลึงทำให้แม้การบดวาวล์ (บดวาวล์ด้วยเครื่องนะครับไม่ใช่ช่างทำแบบต็อกๆๆๆ เช่นเมื่อเก่าก่อน กลับมาประกอบตามที่จะตกลงกันว่าต้องทำอะไรบ้าง)

เอาแบบที่ท่านสมชายฯ ว่าไว้ไม่จำเป็นอย่าไปยุ่ง (วาวล์ไม่รั่วไม่สึกหรอมากไปเจียร์ทำไม)
ข้อความที่เริ่มยาวๆ ขอเป็นแค่ส่วนหนึ่งเรื่องวาวล์เท่านั้นครับ
 
Last edited:
ขอบพระคุณคุณ Akekapol ที่กรุณาชมเชยทั้งยังเรียบเรียงถ้อยคำให้ใหม่อีกครั้ง ยืนยันว่าผมไม่ใช่ช่างและเก่งกล้าอะไรใน Bon มีท่านกูรูอญุ่มากมาย ที่ผมเขียนไปก็เป็นเพียงหลักการกว้างๆ ที่ได้รับรู้มาส่วนหนึ่งเกิดจากความช่างสอดรู้ ทั้งคลุกคลีกับช่างแบบบ้านๆ ที่การมีประสบการณ์มากแม้เรียนมาน้อยครับเขามารับงานเปลี่ยนแหวน บดวาวล์รถผมที่เป็นรถเฟียต 124s แต่เครื่องยนต์เป็น Nissan A14 คาร์บิวเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน เคยต้องช่วยช่างหยิบจับโน่นนี่บ้างรวมทั้งการช่วยบดวาวล์แบบต็อกๆๆๆ เหนื่อยพอดูครับ
....W140 S320 ใช้เครื่อง M104 มีอาการน้ำหาย กำลังเครื่องยนตร์ลดลงไปประมาณ 30%
ผมใช้เคมีตรวจสอบ CO2 ที่ใช้ตรวจปะเก็นโดยตรง ผ่านไอระเหย CO2ที่ออกมาจากหม้อพัก
เคมีบอกผลว่า ปะเก็นฝา รักษาแรงดันไว้ไม่ได้แล้ว จึงวางแผนจะเปลี่ยนปะเก็น....

เครื่องยนต์มีอาการน้ำหายและทดสอบจนมั่นใจแล้วว่าประเก็นฝารับแรงดันไม่ได้ โดยมีผลให้กำลังเครื่องยนต์ลดลงไปประมาณ 30% นั้น ถือว่าหนักเอาการนะครับ โดยปกติหากเครื่องยนต์ไม่ได้ Over Heat ประเก็นฝาสูบก็ไม่น่าจะเสียหายจนมีผลให้กำลังเครื่องลดลงมาก ประเก็นอาจแค่แตกรั่วเพียงบางสูบแรงอัดรั่วไปในระบบหล่อเย็นและดันน้ำออกมาภายนอกแล้วหายลับไป (คงไม่ใช่รูน้ำรั่วและน้ำหลุดไปพร้อมกับการจุดระเบิดกระมังครับ) ช่างทดสอบกำลังอัดในแต่ละสูบไหมครับ แรงอัดยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยังรับได้ไหมครับ ถ้าทดสอบแล้วมีสูบไหนที่แรงอัดน้อยกว่าเขาบ้างไหม แรงอัดที่วัดแล้วมีน้อยๆ คงเป็นปัญหาที่การสึกหรอของลูกสูบ/แหวนลูกสูบ ทั้งระบบวาวล์ไอดี ไอเสีย ที่สึกหรอมาก/มีคราบเขม่ามากจึงปิดไม่สนิท คงมีแง่คิดเล็กๆ วันนี้ว่าประเก็นฝาสูบไม่ดี ไหม้ แตกร้าว รั่ว เพัยงอย่างเดียวก็เปลี่ยนแค่ประเก็น ส่วนฝาสูบอื่นๆ ยังดี ก็ให้ทำใจแข็งๆ และทำความเข้าใจกับช่างดีๆ ก่อนครับ ช่างมักบอกไหนๆ รถก็ใช้งานมานานแล้ว (เป็นแสนโล) เปิดฝาสุบมาแล้ว เสียค่าแรงแล้วก็ทำอย่างอ่นเสียเลย ไม่ทำอีกไม่นานก็ต้องทำแล้วจะเสียค่าแรง 2 ต่อทำไม๊
ขอให้โชคดี วินิจฉัยปัญหาได้อย่างถูกต้องชัดเจนยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือตัดสินใจถูกต้องสมเหตุผลครับ
 
W280 ของผมปะเก็นผุ นมค.ไหลเยิ้มออกมา เปิดฝาเปลี่ยนปะเก็นชุดบนสามพันกว่าบาท ส่งฝาไปโรงกลึงเชื่อมพอกมุมฝาสูบกร่อน และบดวาล์วอีกห้าพัน สองวันเส็ดเอากลับมาประกอบ ตอนประกอบต้องช่างฝีมือ มีประสบการณ์ เทคนิคและขั้นตอนเยอะพอสมควร เปลี่ยนแคมชาฟเซนเซอร์ด้วยเพราะเครื่องมือวิเคราะห์แจ้งว่าเสีย
รวมหมดไปสองหมื่นห้า วิ่งใช้มาเกือบปีแล้ว นิ่งเงียบ พุ่งและประหยัดกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
 
Back
Top