ขออนุญาตแย้งที่ตอบข้อ 4 เพียงข้อเดียวดังต่อไปนี้
ความจริงที่ดึงมาจากโจทย์
-ต้ากับไผ่อยู่ตรงข้ามกันคนหนึ่งซื่อสัตย์อีกคนต้องโกหก --->"ต้าบอกว่าไผ่โกหก"
-คนซื่อสัตย์พูดจริงทุกครั้ง --->"คนซื่อสัตย์ไม่เคยโกหกเลย"
-คนโกหกอาจพูดจริงหรือโกหกก้อได้ --->"คนชอบพูดโกหกประจำ"ตรงนี้เห็นชัดที่ข้อ 1. วินว่าต้าและไผ่ซื่อสัตย์ซึ่งเป็นจริงกับคนหนึ่งแต่อีกคนโกหก
1. วิน และสไปร์ท ชอบพูดโกหก เต้ยไม่เคยโกหก(ซื่อสัตย์) - อันนี้เป็นไปตามเงือนไขที่กำหนดให้คนซื่อสัตย์มี 2 คน
2. ทั้ง ต้า และไผ่บอกได้ตรงตามข้อ 1. ว่าสไปร์ทชอบโกหก แต่จะซื่อสัตย์ทั้งคู่ไม่ได้ ต้องคนใดคนหนึ่งเมื่อบวกเต้ยไปเป็น 2 คนจึงเป็นไปตามเงื่อนไขของโจทย์
จากข้อ 2. ไม่มีจุดใดชี้ชัดว่าไผ่เป็นคนที่ซื่อสัตย์ และต้าเป็นคนโกหก
จึงยังเห็นว่าโจทย์ไม่สมบูรณ์ ตอบข้อ 2. หรือ 4. เป็นไปได้ไม่ข้อใดข้อหนึ่ง
ขออนุญาตไล่ประเด็นอีกครั้งนะครับ โดยอ้างจากข้อความด้านบน
จาก ข้อ 1. วิน และสไปร์ท ชอบพูดโกหก เต้ยไม่เคยโกหก(ซื่อสัตย์) - อันนี้เป็นไปตามเงือนไขที่กำหนดให้คนซื่อสัตย์มี 2 คน
ถ้ายอมรับได้ว่า เต้ย เป็นคนซื่อสัตย์ จะเห็นว่า คนที่บอกว่า เต้ย พูดโกหก ซี่งไม่จริง คือ สไปร์ท ซึ่ง สไปร์ท บอกว่า เต้ย พูดโกหก แสดงว่า ตัว สไปร์ท เองพูดโกหก
จากข้อ 2. ไม่มีจุดใดชี้ชัดว่าไผ่เป็นคนที่ซื่อสัตย์ และต้าเป็นคนโกหก
ถ้ายอมรับได้ว่า สไปร์ท พูดโกหก จากตรรกะที่ว่า
-คนซื่อสัตย์พูดจริงทุกครั้ง --->"คนซื่อสัตย์ไม่เคยโกหกเลย"
-คนโกหกอาจพูดจริงหรือโกหกก้อได้ --->"คนชอบพูดโกหกประจำ"
คนที่เจาะจงพูดว่า สไปร์ท พูดโกหก มีเพียง ไผ่ เพียงคนเดียว แล้วก็ไม่สามารถจะแยกเป็น 2 กรณีที่มี 2 ตัวแปร ว่า A และ B เป็นคนซื่อสัตย์ หรือ C และ D พูดโกหก
ซึ่งในขณะเดียวกันที่ ต้า สามารถเป็นคนพูดโกหก หรือเป็นคนซื่อสัตย์ ได้จากกรณีที่สามารถวัดจาก 2 ตัวแปรได้
ฉะนั้นแล้ว หากยอมรับได้ว่า เต้ย เป็นคนซื่อสัตย์ สไปร์ท เป็นคนพูดโกหก ไผ่ ซึ่งบอกว่า สไปร์ท พูดโกหก ไม่สามารถเป็นคนพูดโกหกได้ ไผ่ ต้องเป็นคนซื่อสัตย์ เท่านั้น
ดังนั้นแล้ว ต้องยกผลประโยชน์ให้กับ ไผ่ ซึ่งมีน้ำหนักในการเป็นคนซื่อสัตย์มากกว่า ต้า ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าทั้ง ไผ่ และ สไปร์ท พูดโกหก ในขณะเดียวกันที่ ไผ่ สามารถพิสูจน์ได้ว่า ตัวเองเป็นคนซื่อสัตย์ จากที่บอกว่า สไปร์ท พูดโกหก
ขอยืนยันคำตอบเดิม ข้อที่ 4. ไผ่ และ เต้ย ครับผม
ปล. ยังรอคำตอบที่ถูกต้องอยู่นะครับ