เครื่องยนต์ มี 300E w 124 น่าจะซ่อมต่อ หรือเปลี่ยนดีคับ

noappear

New member
สมาชิกใหม่คับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยคับ
ตอนนี้มีคำถาม (ที่น่าเวียนหัวมากๆ) ว่า ตอนนี้รถที่บ้านใช้ 300E เครื่องเดิม ไม่ติด gas คับ
สภาพตัวถังภายนอกสวยอยู่ ภายในก็ดูีดีตามกาลเวลา คือเดิมๆ แต่ไม่ได้มีช้ำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำำเพราะไม่ได้ทำเครื่องเสียงคับ ปัญหาคือเครื่องยนต์ อยากรู้ว่าตอนนี้ขับไปซ่อมไปเป็นเวลาหลายปีแล้วคับ ตกเฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 50000 บาท ต.ย. เช่น ปัญหาน้ำมันเครื่องซึม ก็เปลี่ยนซีน ปะเก็น ซื้อของก็ซื้อของแท้หลังวัดโสมกะมือเอง ให้ช่างเปลี่ยน ปรากฎว่าใช้งานได้ 6 เดือน เด๋วก็ซึมใหม่ สักพัก ก็บอกเครื่องร้อน ก็เปลี่ยนฝาบน คราวนี้ให้ร้านหาให้บวกกะประกัน ก็โดนไป 3 หมื่นกว่า อีกซักพัก แอร์ไม่เย็น ตอนรถติด หรือแอร์ตัดแบบไปไม่กลับในบางเวลา หาประมาณ 3 ช่าง รื้อคนละจุด ไม่มีใครให้อาการไปในแนวทางเดียวกันเรย และมันก็เปนอาการซ้ำๆ แบบนี้วนไปวนมา ไม่จบ สำคัญอีกเรื่องคือ การติด gas เอารถไปร้านไหน ถามความมั่นใจเรื่องติด gas ช่างตอบให้วาง j มาก่อน ค่อยคุยกันดีกว่ามั้ย

ปัญหา คือ ผมก็ควรทำไงดีคับ
1. ถึงรถไม่ได้ใช้งานหนัก ออก ตจว. แต่ว่าผมมีรถยุ่นอยู่ 2 คันที่บ้านแล้ว ก็อยากมียุโรปซักคัน แบบที่วิ่งไปมา แล้วไม่ขายขี้หน้าว่าเครื่องดับตอนจอด หรือว่าแอร์ไม่เย็นอย่างนี้อ่ะคับ มันเลยไม่อยากเอาคันนี้ออกไปไหนไกลๆ เรย
2. ผมเคยเอารถไป overhaul เกียร์ กะช่างคนนึงระแวกหมอชิต ซึ่งค่อนข้างจะไปที่รู้จักในหมู่ร้านขายอะไหล่ว่าเก่ง ผมเลยไปทดลอง ผมอยากรู้ว่า 300E ตอนออกมาใหม่ๆ เนี่ย เวลาตอนรถออกตัวหรือเปลี่ยนเกียร์เนี่ย มันจะรู้สึกหน่วงๆ คล้ายเบรคมือค้างหรือป่าวคับ เพราะตอนเด็กๆ ผมนั่งอย่างเดียวไม่เคยขับคับ เพิ่งมาได้คับหลังๆ ที่เกียร์ใกล้พัง กะหลัง overhaul แล้วคับ ตอนออกตัวจะออกแนวกระชากแบบหลังติดเบาะนิดๆ ขนาดคนขับยังเวียนหัว แล้วคนนั่งจะขนาดไหน
3. กินน้ำมันดุประมาณ 5 โล/ลิตรคับ เลยจะเอาไปติด gas ก่อนถามร้าน เค้าบอกว่าสบายๆ แต่พอเอารถไปให้ติดจริงๆ เค้ากลับว่าไม่น่าติด กลัวเบาดับ อะไรก็จำไม่ค่อยได้แล้วคับ สรุปว่าอยากให้วาง j ก่อนแล้วค่อยคุยกันใหม่ แต่ไม่มีความรู้เรื่องวางเครื่องว่าควรวางJ หรือ 2J ดีคับ ราคาประมาณเท่าไร อะไรที่จะเสียในระบบบ้างเช่น คันเกียร์ หน้าปัท เข็ม หรืออะไรที่ผมไม่รู้่อะคับ ช่วยแนะนำด้วยคับ
4. ใจลึกๆ อยากลองดูพวกตากลม หรือพวก c class ในราคาไม่เกินล้าน หรือล้านสองคีือกัดฟันแล้วอ่ะคับ ช่วยแนะนำให้ได้มั้ยคับ ว่าควรจะเปนตัวไหนดีคับ หรือถ้าไม่ work ให้กลับมาเล่น 124 ต่อ ก็โปรดแนะนำทีคับ ถ้าซ่อมให้จบคราวนี้ก็คงใช้ยาว หรือถ้าไม่ไหว ผมก็ว่าจะขาย ถ้ารุ่นที่ดูๆ ไว้ ไปต่อไม่ไหว ผมก็ว่าจะไปสาย camry ละคับ ติดที่ว่ามีบ้านมีรถยุ่นอยู่ 2 คันแล้ว ถึงจะเปน 124 แต่ความรู้สึกในใจ มันก็ยังเปนหน้าตาเปนตาของครอบครัวมากกว่า nissan หรือ mazda อ่ะคับ ท้ั้งหมดซื้อมาป้ายแดง แต่ความผูกพันทางใจมันก็ตายกับ 124 มากกว่าคับ แต่หลังๆ เศรษฐกิจแบบนี้ชักไม่ไหวจริงๆ จะให้ขาย 124 มาเล่น vios ที่บ้านคงรับไม่ได้ (ไม่งั้นคงขายไปนานแล้วคับ)
ปล. ทั้งหมดนี้ คุณลูกอย่างผมเปนคนซ่อม และคุณพ่อและคุณแม่ของผมเปนคนใช้ ขับไปหาเพื่อน จ่ายตลาด เดินห้าง (อะไรแนวๆ นี้ ที่มันตายกลางทางแล้วหาคนลากกลับได้อ่ะคับ) เห็นมันตายบ่อยแล้วชักใจไม่ดี กลัว accident แล้วคับ เอา mazda tribute ไปให้ก็ไม่เอา ผมก็ไม่รู้จะทำไงดีเนี่ยคับ ปวดหัวคับ ช่วยแนะนำด้วยคับ
 
รถมีปัญหามากมายเนื่องจากเป็นผู้ใช้อย่างเดียวไม่ได้เจอะปัญหาและแก้ไขเองมาตามลำดับ
ฉะนั้น ลองอ่านปัญหาเก่า ๆ ของคนใช้ 300 E
ดูก่อนสักพักดีไม๊

http://www.google.co.th/search?q=ปั...f.,cf.osb&fp=466c5ac4867dba74&biw=975&bih=533
 
ใจลึกๆ อยากลองดูพวกตากลม หรือพวก c class ในราคาไม่เกินล้าน หรือล้านสอง
จริงๆ จะให้ขาย 124 มาเล่น vios
ปวดหัวคับ ช่วยแนะนำด้วยคับ




มีงบ ตั้งล้าน ปวดหัวอะไรอะครับ??
แล้วมีงบตั้ง ล้าน-ล้านสอง มันไหลไป vios ได้ไงอะครับ??:n06:

300+M104 3.2หัวตัดพร้อมแพล่าง+เบาะภายในญี่ปุ่นครบๆ+สีใหม่= 6แสนก็ได้แล้วครับ

ใจเย็นครับ ถามง่ายๆรวบยอดดีกว่าครับ พี่ๆเขาจะได้ตอบถูก

อยากแนะนำให้เริ่มจาก งบประมาณ ที่ชัดเจนครับ
 
แนวทางแก้ปัญหาครับ

ถ้าอยากจบปัญหาจริงๆ ตามที่คุณ mikex แนะนำครับ
1. หาหัวตัด W124 E320 สมรรถนะดีกว่าเดิมมากๆ(เครื่องยนต์หกสูบติดแก๊สได้สบาย ติดแล้วไม่เบาดับเหมือนเครื่อง M103 300E ตอนนี้ครับ) ถ้าเป๋นคนขับรถไม่เร็วก็หาหัวตัด E220 เครื่องยนต์ 4สูบ 150 แรงม้า(ติดแก๊สได้ไม่มีปัญหาครับ) ราคาหัวตัดก็ประมาณ 1-1.5 แสนบาท(ถ้าเปิดโอเวอร์ฮอน+ติดแก๊สก็จะจบที่ 2 แสนนิดๆ)
2. ถ้าเราไม่ต้องการแปลงตัวถังเป็นอีหน้าเราก็หาเฉพาะเครื่อง,เกียร์,เฟืองท้าย,กล่อง ECU,หน้าปัดไมล์ครับ วางแบบเปิดโอเวอณฮอนหมดน่าน่าเหยีบ 1 แสน
3. เครื่องเจวางจบๆ ก็พอๆ กันครับ แต่ก็จบตามความพอใจของเจ้าของรถครับ
4. อู่ที่พี่เคยซ่อมอยู่ ณ ตอนนี้เลิกเข้าไปเลยครับ อ่านดูแล้ว หรอกฟันแล้วไม่รู้จริง ศึกษาข้อมูลในเว็บนี้เยอะๆ เปิดอ่านกระทู้ต่างๆ ให้มากๆ ได้ความรู้ดีๆ เยอะแยะ แล้วจะเข้าใจรถครับ พี่ๆเค้าซ่อมกันที่ไหนก็ตามๆ เค้าไปครับ

* ต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติมโพสถามได้เลยครับ เดี๋ยวพี่ๆ ใจดีทั้งหลายช่วยตอบครับ
เครื่องเดิมตัดใจขายทิ้งไปเลยครับได้ 1-2 หมื่น ช่างมันวางเครื่องตามที่บอกด้านบนจบแน่นอนครับ
 
จะเล่นรถเก่า ต้องมีความรู้เรื่องช่างพอประมาณ สำหรับการแก้ไขสถานการณ์ ไม่ให้กินข้างลิงข้างถนน

จะเล่นรถเก่า ต้องรู้แหล่งอะไหล่ทั้งของใหม่ และของมือสอง

จะเล่นรถเก่า ต้องรู้จักอู่ที่ซ่อมรถเบนซ์ อย่างเดียว

จะเล่นรถเก่า ต้องรับสภาพให้ได้ เรื่องการบำรุงรักษาที่ตามมา

ลองตัดสินใจดูคับ
 
ถ้าทำให้จบ อย่าครึ่งๆ กลางๆ แล้วจะวิ่งดีกว่า 2 คันที่มีครับ ..รับประกัน...
 
มาเป็นกำลังใจให้แล้วกันสู้ต่อครับ อย่างผมแต่ก่อนขับเบนซ์มาแล้วขี้เกียจซ่อมอย่างคุณว่าแล้วก็ขายไปซื้อรถญี่ปุ่นมาขับ แต่สุดท้ายผมก็กลับมาซื้อเบนซ์เหมือนเดิม เพราะถามใจเราลึกๆเราชอบครับ
ขับแล้วสบายใจ ถึงจะซ่อมจะดูแลกันบ้าง ผมว่าก็มีความสุขสนุกไปอีกแบบครับ สู้ๆๆครับ
 
ประเด็นคือ kjet ติดแก็สเบาดับ ใช้ไม่นานก็รวน ผมแนะนำเปลี่ยนเครื่องคับ ถ้าเปลี่ยนเครื่อง
2200 กับ 3200 ราคาค่าเปลี่ยนหนีกันไม่เท่าไรคับ จึงแนะนำ 3200 คับ นั่ง 4 5 คน ไม่มีอืด
แนวทางคับ
ถ้าตัวถังสวยๆ ไม่มีผุึ รักมาก เปลี่ยนไม่ได้ เป็นผมวางเครื่องคับ ก็ซื้อชุดวางเครื่องมาวางและติดแก็สคับ
1ชุดวางe320w124 100000 + ติดแก็ส 50000+ ค่าวางเครื่อง 30000 + เก็บงานจุกจิกนิดหน่อย
2ซื้อยกคันหัวตัดท้ายรื้อe320 160000 +ค่่า่วางรวมย้ายของ 35000 บ. ได้ภายในใหม่เป็น e320 w124 จากยุ่น (ของที่เหลือจากคันเก่า เครื่องkjet อะไหล่โค๊ด a ขายได้ไม่เท่าไร)
3 ขายคันนี้ ไปหาโค๊ด c ประกอบนอก ไม่ผุตัวถังสวย สภาพงาม eหน้า 400000-450000 มาและซื้อยกคันหัวตัดท้ายรื้อe320 160000 +ค่่า่วางรวมย้ายของ 35000 บ. ได้ภายในใหม่เป็น e320 w124 จากยุ่น(ของที่เหลือจากคันเก่าเป็นเครื่อง 111 อะไหล่โค๊ด c ฝากระโปรงหน้าหลัง กันชนหน้าหลัง เครื่องภายใน แยกขายได้ราคาแพงกว่าหัวตัดที่ซื้อมาอีกคับ แต่ต้องใช้เวลา)ทำดีๆหารถดีๆ อาจจบไม่เกิน 650000-700000 บ.
หักค่าของที่ขายได้แล้วนะคับ


ถ้าวางเครื่องผมเพิ่งวางเสร็จ มีหลงทางบ้าง สำคัญที่อู่ที่รับวางและการวางแผนในการวางคับ มีข้อเสนอแนะคับ (ส่วนถ้าตัดสินใจวางเครื่องได้ก็ pm นะคับ มีลายแทงและทุกสิ่งทุกอย่างจากประสบการณ์)
:chased:วางเครื่องถ้าเน้นใช้งาน 320 พอคับ นึกถึงเวลาเสีย จะมีอะไหล่มือสองมากหน่อยคับ คิดถึงพวก ecu ไอเดิ้ลสปีด รีเลย์ต่างๆ
อีกอย่าง เครื่อง3200 เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง 8 ลิตรรวมกรอง 3000+-นะคับ ไหนจะพวกหัวเทียน อะไหล่ต่างๆ เครื่องใหญ่ ค่าบำรุงก็มากด้วย ถ้าใช้รถมากๆ ต้องเปลี่ยนพวกนี้บ่อยนะคับ
การวางเีครื่อง ไม่มีที่ไหน ทำให้ได้ถูกใจ 100 % คับ ทำแล้วต้องเก็บงานต่ออีก คับ
ก่อนวางหาข้อมูลให้มากมายคับ วางแผนดีๆ เตรียมของที่ต้องใช้ด้วยพวกกันโครง ของแต่ง จะได้ให้ช่างเปลี่ยนให้เลยตอนวางเครื่อง ได้ไม่ต้องเสียค่าแรง (พวกกระจกตัดแสง โช็ค สปริง กันโครง อื่นๆ)
ทุกอู่มีข้อดีข้อเสียทั้งนั้นคับ อยู่ที่ท่านจะรับได้ไม่ได้ในข้อดีข้อเสียนั้นๆ
ก่อนวาง ถามข้อมูล รายละเอียดการทำ ระยะเวลาวางเสร็จ ข้อตกลง ค่าใช้จ่าย พวกน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรค ใช้แบบไหนเกรดไหน ถ้าให้ไม่ดี ก็ขอเพิ่มเงินและให้จัดของดีไป เอาให้ท่านสบายใจคับ อย่าเกรงใจช่าง รอบคอบคับ ไม่ใช่โยนเงินแล้วจบคับ และสอบถามพี่ๆที่วางในนี้แต่ละคน ถามข้อดีข้อเสียของอู่ที่วางคับ เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัดคับ
(เสต็บ ตามนี้ 1 เสร็จไป 2 เสร็จไป 3)
1วางเครื่องที่ไหน อู่ ข้อดีข้อเสีย รับได้ไม่ได้ (อันนี้สำคัญมากมาย)
2ติดแก็สที่ไหน คนในนี้ส่วนใหญ่ติดที่เดียวคับ ระบุช่างด้วยนะ(ที่อื่นอาจเก่งกว่า ถ้าหาไม่ได้ ไม่ชัวว์ก็ตามเขานะ เดี่ยวหลงทาง)
3ทำแอร์ เช็คระบบล้างตู้ที่ไหน เก่งๆ มีคับในนี้ ลองดู


ผมกล้าพูดเพราะผมก็เพิ่งวาง 320 ไปคับ งานโอเคคับจบ เรียบร้อย คับ ( แต่มีหลายส่วนที่หงุดหงิดบ้าง ขอไม่พูดละกัน)
การวางเครื่องมันไม่ใช่วางแล้วจบนะคับ อาจต้องมีสิ่งที่มองไม่เห็น พวก หม้อน้ำพัดลมไฟฟ้า ช่วงลาง เบรค โช็ค สปริง

และสำคัญนะคับ ถ้าให้อู่หาของให้ได้ก็ดีคับ เพราะอู่เขาจะหาร้านที่ประกันให้ แต่ไปดูของด้วยตัวเอง เช็คของให้ละเอียดสภาพต่างๆ (เตรียมกล้องไปด้วย ถ้าตกลงซื้อ ก็ถ่ายภาพไว้ให้ละเอียดและเอาปากกาที่เขียนแล้วลบไม่ ได้ไปเขียนไว้ที่ชิ้นสวนอะไหล่ กันของถูกสับเปลี่ยนหรือสูญหายภายหลัง)
ถ้าหาเอง พวกหัวตัด ก็ต้องซื้อกับเจ้าที่ไว้ใจและต้องตกลงให้เขาประกันให ้ด้วย พวก ecu ไอเดิ้ลสปีดคับ เครื่อง เกียร์
ถ้าวางเครื่องแนะนำให้ฮอลเครื่องไปเลยนะคับ จะได้ใช้ยาวๆ ซ่อมเครื่องมันเสียเวลาค่าช่างแพง ส่วนเกียร์ไม่จำเป็นเท่าไร ถ้าขับปกติ เพราะฮอลไม่แพง และไม่ยาก

วางจริงๆ อาจไม่จบนะคับ 150000 มันอาจต้องมีเพิ่ม เพราะการวางเครื่องคือการย้ายของจากหัวตัดไปที่ตัวรถ คับ และก็เช็คระบบต่างๆ อาจจะต้องทำเพิ่มเดิมเก็บงานอีกคับและอาจจะต้องเสียเ งินเพิ่ม พัดลมหม้อน้ำไฟฟ้า 22000(แก้ไขปัญหาความร้อน) ทำระบบแอร์ ล้างแอร์ เปลี่ยนตู้แอร์ใหม่10000 พวกของที่ได้มาไม่ดีหรือใช่การไม่ได้ พวกชุดซ่อมเบรค ผ้าเบรค โช็คสปริง จานเบรค อะไหล่จุกจิง อาจต้องติดแก็ส 50000 วางแผนดีๆคับ เก็บข้อมุลให้มาก
ช้าๆแต่มั่นคงคับ เงินของเรา อย่าแคร์หรือเกรงใจใคร

สุดท้ายคับ สำคัญ ถ้าไม่พร้อมในสิ่งนี้ ก็คิดให้ดีคับ
1 เงิน ต้องพร้อมคับ จะไม่ปวดหัว และก็ต้องเผื่อไว้ด้วยคับ มันมีไหลแน่นอน
2 เวลา ต้องไปดูไปลุ้น เวลาเขาวางคับ เล็กๆก็ เกือบเดือน นานหน่อยก็เดือนกว่า
3 สภาพจิตใจ อารมณ์ที่ต้องหวุดหงิดคับ บางที่ ที่มันไม่ได้ดังใจที่ท่านคิดท่่านคาดหวังไว้คับ
4 การที่รถทำเสร็จแล้วต้องมาคอยเก็บงาน ต้องซ่อมเพิ่ม เก็บรายละเอียดต่างๆ
 
Last edited:
Back
Top