ยาง runflat ใส่ได้ใหม

natteester

New member
ผมสงสัยถ้าเอายาง runflat มาใส่ล้อ CDI จะได้หรือเปล่าครับ เห็นรถรุ่นใหม่ๆ BMW ติดมาจากโรงงานและสามารถวิ่งได้เป็น ร้อยโล(80 กม./ชม.)โดยไม่มีลม ผมจะได้ไม่ตองแบกยางอะไหล่ไว้ท้ายรถ
 
จารย์ครับและ มันหนักกี่มากน้อย เบอร์ 205/55-16 ถ้าไม่มากเกินไปก็น่าสนมั๊ยครับ เพราะล้อเบาอยู่แล้ว คงต้องลองขอชั่งดูที่ร้านถ้าเปลี่ยนยางใหม่...ครั้งต่อไป(เอา นน.ที่เกินรวมกัน 4 ล้อ เทียบกับ นน.ล้ออะไหล่) ค่อยตัดสินใจ...
 
ม่ายเคยชั่ง ช่างมันเหอะ

เอาง่ายๆ
มันรันแฟลตปลาทอง รั่วก้อวิ่งได้
แสดงว่ามันต้องหนา หนาก้อหนักงัย
แสดงว่ามันต้องแข็ง...ม่ายง้าย รั่วมันยอยแย๊บ
ของใหม่เทคโนโลยีใหม่ พวกต้องบวกค่าขึ้นครู....เอ๊ย....ค่าโนว์เห่า มันก้อแพงดิ
ทำมาให้รถใส่ มันก็ต้องใส่ได้ดิ ม่ายง้านจะทำมาขายให้เรือใส่รึงั๊ยยยย :n25:


:D:D
 
จารย์ครับและ มันหนักกี่มากน้อย เบอร์ 205/55-16 ถ้าไม่มากเกินไปก็น่าสนมั๊ยครับ เพราะล้อเบาอยู่แล้ว คงต้องลองขอชั่งดูที่ร้านถ้าเปลี่ยนยางใหม่...ครั้งต่อไป(เอา นน.ที่เกินรวมกัน 4 ล้อ เทียบกับ นน.ล้ออะไหล่) ค่อยตัดสินใจ...

นน.ที่อยู่กับตัวรถจะมีผลต่ออัตราเร่งน้อยกว่า นน.ที่อยู่กับล้อมากถึงหกเท่าทีเดียวครับ เช่น นน.ที่ล้อ(ที่ใส่รถอยู่) 50 กก. จะมีผลเท่ากับน้ำหนักที่ตัวถังรถถึง 300 กก.ทีเดียว เนื่องจากผลของ Angular Momentum ที่เกิดจากการหมุนของล้อจะมีแรงต้านมากกว่า Linear Momentum ของตัวรถที่เคลื่อนที่เป็นเชิงเส้นเมื่อคิดจาก นน.เท่ากันครับ :)
 
จากประสบการณ์ตรง ที่เคยลองมาแล้ว RE050A 225/45/17

ประเด็นแรกคือน้ำหนักที่กังวล บอกได้เลยครับว่าหนักมากๆ อืดขึ้นแน่นอน
ยางอย่างเดียวไม่รวมแม๊กไม่เติมลม หนักราวๆยางธรรมดา 2 วงรวมกัน

ประเด็นที่สองราคาที่ค่อนข้างจะแพง ถ้าเทียบที่ขอบ 17 ตกวงละ หมื่นพอดี

ประเด็นสุดท้าย สำหรับยางรุ่นที่ผมพูดถึงคือมันไม่ทนครับ วิ่งได้ไม่ถึงปี
ยางบวม กินขอบด้านใน ทั้งที่พอเปลี่ยนยางใหม่ (ชุดปัจจุบัน) ปีกว่าแล้ว
ก็ไม่มีอาการกินขอบ ไม่มีบวม โช้คช่วงล่างก็เหมือนเดิมทุกอย่าง
 
ผมสงสัยถ้าเอายาง runflat มาใส่ล้อ CDI จะได้หรือเปล่าครับ เห็นรถรุ่นใหม่ๆ BMW ติดมาจากโรงงานและสามารถวิ่งได้เป็น ร้อยโล(80 กม./ชม.)โดยไม่มีลม ผมจะได้ไม่ตองแบกยางอะไหล่ไว้ท้ายรถ

คิดผิดหรือเปล่าเพื่อน ไม่แบกยางอะไหล่เบาๆ แต่เลือกเอาวิ่งด้วยยางหนักตลอดชีพ
ยางเท่ากัน แต่หนักถึง 6 เท่ายามวิ่งตามพี่มานิตย์ว่า ทีนี้เลือกยางหนัก 2 เท่า
พอเอาไปวิ่ง เท่ากับหนัก 12 เท่า ยังไม่คิดรวมค่ายางเลย เหนื่อยแย่เลยเพื่อน
 
ขออนุญาตถามนอกเรื่องนะครับ
แล้วยางยี่ห้อ nitto ละครับ มีใครเคยใช้ แล้วเป็นอย่างไร กันบ้างครับ
 
ขอบคุณพี่มานิตย์และเพื่อนchui ก็ไม่รู้ง่ะ.. จะได้เป็นความรู้ไง แต่ๆๆๆ สงสัย(อีกและ?)และถ้ามันเป็นอย่างที่ว่าแล้วจะคิดผลิตใส่รถมาทำไมบริษัท BMW น่าจะมีเหตุผลเรื่องอื่นๆ เช่น ไม่ต้องเสียเวลามาเปลี่ยนยางกำลังรีบๆ อยู่(สะดวก)แลกกับ ผลเสียที่ว่า ดุ้มมั้ย ยางแบนก็ไม่น่าจะบ่อย นับครั้งได้แถมถนน ต่างประเทศก็ไม่ใช่แบบบ้านเราใส่ขอบ 18-19 วิ่งสบายๆ หรือมีเหตุผลอื่น
 
Last edited:
สงกะสัยว่าบาเยินเอ๊ยบีเอ็ม ลืมออกแบบที่เก็บยางอะไหล่ เลยตามเลย

... ล้อเล่นนะคร้าบ......
 
ผมเดาว่ายาง Run Flat น่าจะเหมาะกับรถที่มีลักษณะพิเศษ เช่น รถบุคคลสำคัญ ที่น่าจะหุ้มเกราะด้วยอีกต่างหาก เป็นรถที่ต้องหยุดไม่ได้ ไม่งั้นจะเสี่ยงต่อการถูกโจมตีซ้ำ ไงๆก็ต้องวิ่งไปให้พ้นจากตรงนั้นให้ได้ เอ...แต่ว่าบ้านเราในทางเปลี่ยวๆ พวกมาดักด้วยเรือใบให้ยางรั่วเพื่อรอปล้นก็มีสภาพคล้ายๆเหมือนกันนะ..หึ..หึ :icon_eek: สรุปว่าอยู่ที่ความต้องการใช้งานว่าจะต้องอยู่ในความเสี่ยงแค่ใหนถ้าจอดเมื่อยางรั่วแค่นั้นเอง งานนี้คงไม่เกี่ยวกับน้ำหนักยางแต่อย่างใดครับ...:)
 
เหตุผลหนึ่งนอกจากที่พี่มานิตย์ว่า

การตลาดไงคับ
คนทั่วไปขี้เกียจเปี่ยนยาง ยิ่ว สภสต ด้วยแร้ว

ลดพื้นที่เก็บยาง ทำให้ได้พื้นที่ห้องเก็บของได้มากขึ้น

อีกอย่าง
มันดูแร้วไฮเท็คงัยคับ

;)
 
เหตุผลหนึ่งนอกจากที่พี่มานิตย์ว่า

การตลาดไงคับ
คนทั่วไปขี้เกียจเปี่ยนยาง ยิ่ว สภสต ด้วยแร้ว

ลดพื้นที่เก็บยาง ทำให้ได้พื้นที่ห้องเก็บของได้มากขึ้น

อีกอย่าง
มันดูแร้วไฮเท็คงัยคับ

;)

ผมก็ว่าน่าจะเป็นการตลาดทำให้ดูน่าซื้อ แต่มีอีกอย่างคือแก้มยางมันแข็งมากๆครับ ทำให้ช่วงล่างแข็งอย่างช่วยไม่ได้ ผมไม่เคยนั่งหรอกครับ แต่เคยไปเที่ยวกับคนขับbm พอถึงที่หมาย แต่ละคนลงมาแล้วบอกขากลับขอย้ายไปนั่งอีกคันเลย แข็งโคร.....ๆตอนนี้เจ้าของรถก็เปลี่ยนเป็นยางธรรมดาแล้วครับ แล้วอีกอย่างเคยอ่านในหนังสือรถ ถ้ารถที่ไม่ได้ออกแบบมาใช้ยางรันแฟลต ช่วยล่างจะไปเร็วมากๆ จากน้ำหนักและความกระเทือนนี่แหละ
 
มาจากรถของ บอนด์ ไงครับ อีกหน่อยอาจจะมีจรวจออกท้ายแบบรถ จอนนี่อิงริช
 
ยาง runflat มันวิ่งได้ที่ 80 กม/ชม เวลาลมรั่ว..
ปัญหาก็คือ มันรั่วแล้วมันวิ่งได้ แล้วเวลาขับเราจะรู้ได้ยังไงว่ามันรั่วไปแล้วละคับ :rolleyes:
พอเราขับโดยไม่รู้ ก็ขับกันปกติ เกินความเร็วกำหนดอีก ตานี้ก็งานเข้าละ:n41:
สำหรับ BMW ที่ใช้นั้น ข่าวไม่เฟิมเขาว่ามันติดเซนเซอร์ไว้ตรวจจับลมยางด้วย ถึงรู้ได้:n15:
ผมว่า เอามาใช้กับรถเราๆ ท่านๆ ก็คงไม่ได้ใช้ประโยชน์สูงสุดหรอกมั้ง:n35:
มันก็เลยจะกลายเป็นแบกภาระไปนะสิ:n08:
 
Last edited:
ขอบคุณพี่มานิตย์และเพื่อนchui ก็ไม่รู้ง่ะ.. จะได้เป็นความรู้ไง แต่ๆๆๆ สงสัย(อีกและ?)และถ้ามันเป็นอย่างที่ว่าแล้วจะคิดผลิตใส่รถมาทำไมบริษัท BMW น่าจะมีเหตุผลเรื่องอื่นๆ เช่น ไม่ต้องเสียเวลามาเปลี่ยนยางกำลังรีบๆ อยู่(สะดวก)แลกกับ ผลเสียที่ว่า ดุ้มมั้ย ยางแบนก็ไม่น่าจะบ่อย นับครั้งได้แถมถนน ต่างประเทศก็ไม่ใช่แบบบ้านเราใส่ขอบ 18-19 วิ่งสบายๆ หรือมีเหตุผลอื่น

แท้จริงแล้ว มันเป็นเหตุผลเรื่องของความปลอดภัยครับ
เพราะรถระดับซุปเปอร์คาร์ ตอนที่ออกจากโรงงานจะใส่ ยางประเภท RFT มาทั้งนั้น
ด้วยเหตุผลก็คือ มันไม่ระเบิดง่ายๆ เหมือนยางรถทั่วไป และด้วยระดับความเร็วที่ว่ารถเหล่านี้วิ่งๆ กัน
หากมันระเบิดขึ้นมาคงเอาไม่อยู่แน่ๆ เค้าก็เลยเพิ่มระดับความปลอดภัยให้มากขึ้นครับ

ส่วน ยี่ห้อ finixx นี่มันไม่เหมือน RFT ครับ เพราะแก้มยางไม่ได้แข็งแบบ RFT
แต่เน้นที่ตัวเนื้อยางที่สามารถประสานตัวได้ ทำให้ลมรั่วออกน้อยมากหากโดนอะไรทิ่มถูก
เจ้านี้เค้าเน้นด้านยางสำหรับการทหารมาก่อน เพิ่งจะหันมาเล่นกับตลาดรถบ้าน
คิดดูง่ายๆ กำลังรบๆ ยิงๆ กันอยู่หากต้องลงมาเปลี่ยนยางคงฮา...น่าดู
 
Back
Top