รถพี่ๆอืดเป็นบางวันมั่งมั้ยครับ

puttmc

New member
รู้สึกว่าทำไมรถอืดเป็นบางวัน บางวันก็พุ่งดี มันเป็นเพราะอากาศหรือว่าอะไรในรถมันเสื่อมๆรึเปล่าคับ
อย่างเช่น ในกทม.สองวันที่ผ่านมานี่ทำไมมันอืดๆ แต่ก่อนหน้านั้นสองวันพุ่งดีจัง
ผมเครื่อง m102 ใช้แก๊ส จูนดูจากaf ก็ไม่หนาไม่บางกำลังพอดี
แต่วันที่ผ่านมาทั้งหมดไม่ได้จูนใหม่เลย ดูafก็ขึ้นเหมือนกันทุกวันคือกลางๆค่อนไปทางหนาอ่ะครับ
สงสัยว่าทำไมมันเป็นอย่างงั้น
ที่ผมสงสัยคือถ้าอากาศไม่ดี เช่นความกดอากาศต่ำ ทำให้มวลอากาศบาง af ก็ต้องอ่านได้เป็นเชื้อเพลิงหนาขึ้นจากเดิมนิดหน่อย แต่นี่มันก็ขึ้นเท่าเดิม

หรือความกดอากาศที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้มีผลต่อเครื่องจนเห็นได้ชัดขนาดนั้น
สงสัยมานานแล้วคับ
 
Last edited:
รถเบนซ์จะอืด หรือ วิ่ง เพราะ ก่องมันให้ค่า closeloop ต่างกัน ไม่เหมือนกันทุกครั้งที่ติดเครื่องหรอก บางครั้งก็จึงวิ่งดี บางครั้งก็วิ่งไม่เอาอ่าวเล้ย ... สรุปว่าปกติ
ยังมีเรื่องอากาศ ถ้ามีแดดจัดก็วิ่งไม่ออก ถ้าไม่มีแดด อากาศค่อนข้างเย็นก็จะวิ่งดี ...เบื่อๆเหมือนกันคับ :curse:
 
เอิ๊ก...เอิ๊ก.... ขนาด 320 ของ ลุง ยังเบื่อ ... :n43: :n43:
 
ผมสังเกตุดูเหมือนกันครับลุงสี่ว่าช่วงนี้รถอืดและกินน้ำมันมากจังเลยเมื่อก่อนเคยได้ 10 กม/ลิตร


แต่ช่วงนี้ลดลงมาเหลือ 8 เป็นไปได้รึเป่าครับว่าที่ลำปางอากาศช่วงนี้เย็นและฝนตกมากซึ่งต่าง

จากช่วงที่ผ่านมา อุณภูมิจะอยู่ที่ 75 ถึง80 เท่านั้นยังไงก็ไม่เกินแต่ช่วงหน้าร้อนจะอยู่ที่

80 นิดๆครับ
 
บางอ้อเลยเรา

ก้อแปลกใจ ทำไมพอคิดจะเปลี่ยนเครื่อง พ่อก้อวิ่งดีขึ้นมาซะงั้น

นึกว่ามันมีจิตใจ แต่.......

it ' s too late..
 
บางอ้อเลยเรา

ก้อแปลกใจ ทำไมพอคิดจะเปลี่ยนเครื่อง พ่อก้อวิ่งดีขึ้นมาซะงั้น

นึกว่ามันมีจิตใจ แต่.......

it ' s too late..


งี้หนีเที่ยวได้
หม่าม๊าไล่ไม่ทันแหง๋ม :D:D
 
อากาศชื้น หรือมีความชื้นในอากาศมากทำให้รถวิ่งดีครับ
 
อันว่าเครื่องยนต์สันดาบภายในนั้นแรงม้าและแรงบิดได้มาจากการขยายตัวของอากาศที่ได้รับความร้อนจากเชื้อเพลิง ดังนั้นตัวแปรที่สำคัญก็คือความหนาแน่นของอากาศ ยิ่งอากาศมีความหนาแน่นมากก็จะสามารถขยายตัวได้มาก จึงดันลูกสูบได้แรงมากขึ้น

ในแต่ละวันความกดอากาศจะไม่เท่ากัน ปัจจัยที่สำคัญคืออุณหภูมิของอากาศในวันนั้นรวมไปถึงความชื้นด้วย คือถ้าสองอย่างนี่อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างสูง ความหนาแน่นของอากาศจะลดลง นั่นย่อมหมายความว่าความกดอากาศจะลดลงด้วย

ดังนั้นจะสังเกตได้ว่าถ้าวันใหนอากาศเย็นซึ่งความชื้นมักจะต่ำด้วย รถจะวิ่งดีกว่าทุกวัน ถ้าวันใหนอากาศร้อนแถมฝนตกอึมครึมทั้งวันรถจะวิ่งไม่ออก
ผู้ออกแบบเครื่องยนต์ก็ได้พยายามติดเซนเซอร์ไว้มากมายเพื่อวัดทั้งอุณหภูมิและความดันรวมทั้งปริมาณการไหลของอากาศที่จะมาเข้าเครื่องยนต์ เพื่อคำนวณการจ่ายเชื้อเพลิงให้พอดีกับปริมาณอากาศในแต่ละโหลดที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเรื่องความหนาแน่นของอากาศเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นกำลังของเครื่องยนต์(NA)จึงยังต้องลดลงตามความหนาแน่นของอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย แต่อาจมีกรณีที่เป็น Forced Induction คือพวกติดคอมเพรสเซอร์หรือเทอร์โบ อาจตั้งโปรแกรมชดเชยให้กำลังใกล้เคียงกันได้เนื่องจากมีอากาศส่วนเกินที่ต้องโบลทิ้งอยู่แล้วโดยการปล่อยทิ้งให้น้อยลง

เนี่ยแสดงว่าชาว BON นี่ความรู้สึกไวกันทั้งนั้นเลยนะ :D

http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=3320
 
Last edited:
อันว่าเครื่องยนต์สันดาบภายในนั้นแรงม้าและแรงบิดได้มาจากการขยายตัวของอากาศที่ได้รับความร้อนจากเชื้อเพลิง ดังนั้นตัวแปรที่สำคัญก็คือความหนาแน่นของอากาศ ยิ่งอากาศมีความหนาแน่นมากก็จะสามารถขยายตัวได้มาก จึงดันลูกสูบได้แรงมากขึ้น

ในแต่ละวันความกดอากาศจะไม่เท่ากัน ปัจจัยที่สำคัญคืออุณหภูมิของอากาศในวันนั้นรวมไปถึงความชื้นด้วย คือถ้าสองอย่างนี่อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างสูง ความหนาแน่นของอากาศจะลดลง นั่นย่อมหมายความว่าความกดอากาศจะลดลงด้วย

ดังนั้นจะสังเกตได้ว่าถ้าวันใหนอากาศเย็นซึ่งความชื้นมักจะต่ำด้วย รถจะวิ่งดีกว่าทุกวัน ถ้าวันใหนอากาศร้อนแถมฝนตกอึมครึมทั้งวันรถจะวิ่งไม่ออก
ผู้ออกแบบเครื่องยนต์ก็ได้พยายามติดเซนเซอร์ไว้มากมายเพื่อวัดทั้งอุณหภูมิและความดันรวมทั้งปริมาณการไหลของอากาศที่จะมาเข้าเครื่องยนต์ เพื่อคำนวณการจ่ายเชื้อเพลิงให้พอดีกับปริมาณอากาศในแต่ละโหลดที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเรื่องความหนาแน่นของอากาศเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นกำลังของเครื่องยนต์(NA)จึงยังต้องลดลงตามความหนาแน่นของอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย แต่อาจมีกรณีที่เป็น Forced Induction คือพวกติดคอมเพรสเซอร์หรือเทอร์โบ อาจตั้งโปรแกรมชดเชยให้กำลังใกล้เคียงกันได้เนื่องจากมีอากาศส่วนเกินที่ต้องโบลทิ้งอยู่แล้วโดยการปล่อยทิ้งให้น้อยลง

เนี่ยแสดงว่าชาว BON นี่ความรู้สึกไวกันทั้งนั้นเลยนะ :D

http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=3320

ยอดเยี่ยมเลยครับพี่มานิตย์
 
ผมสังเกตุดูเหมือนกันครับลุงสี่ว่าช่วงนี้รถอืดและกินน้ำมันมากจังเลยเมื่อก่อนเคยได้ 10 กม/ลิตร


แต่ช่วงนี้ลดลงมาเหลือ 8 เป็นไปได้รึเป่าครับว่าที่ลำปางอากาศช่วงนี้เย็นและฝนตกมากซึ่งต่าง

จากช่วงที่ผ่านมา อุณภูมิจะอยู่ที่ 75 ถึง80 เท่านั้นยังไงก็ไม่เกินแต่ช่วงหน้าร้อนจะอยู่ที่

80 นิดๆครับ


ไม่ทราบว่า ทำหน้อน้ำ +พัดลมไฟฟ้าหรือยัง ?

ถ้ายังรีบเลย เพราะใช้พัดลมเครื่อง ที่หมุนตามรอบเครื่องโดยไม่สนใจว่าเครื่องร้อนหรือเย็น แต่ถ้าเป็นพัดลมไฟฟ้าแล้ว การคุมความร้อนจะทำได้ดีกว่ามาก ด้วยสวิทความร้อน
 
ดีใจจังกระทู้ผมอาจานมากันครบเลย อิอิ
ขอบคุณทุกท่านครับ
 
เคยนึกสงสัยเหมือนกัน และก็เข้าใจว่าคงคิดไปเอง

แต่ตอนนี้กระจ่างแล้วครับ ขอบคุณผู้ที่ถาม และผู้ที่ให้ความรู้ด้วยครับ ;)
 
รายงานผลคับ วันนี้เวลา บ่าย2 ณ สะพานพระราม5 อืดอีกแล้วคับ อากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน
 
รถอืด กินน้ำมัน

ผมแนะให้ดู

ลมยาง

กรองอากาศ

2 อย่างนี้

คนไม่ค่อยตรวจกัน

เห็นผลทันตา
 
รถผมก็อืด อืดตลอดตั้งแต่ได้มาครับ
หัวเทียนเปลี่ยนใหม่ กรองอากาศยังได้ ของเหลวเปลี่ยนหมด
ยังไม่ได้ตรวจท่อและหม้อพักไอเสีย
กับแรงอัดในสูบว่าเป็นงัีย
เดี๋ยวคงต้องไปอู่บ้านเร็วๆนี้
นึกว่าขับเรือเอี้ยมจุ๊นอยู่ทุกวัน :n15:

อ้อ E230 ปี96 พัดลมเครื่องครับ
 
รถผมก็อืด อืดตลอดตั้งแต่ได้มาครับ
หัวเทียนเปลี่ยนใหม่ กรองอากาศยังได้ ของเหลวเปลี่ยนหมด
ยังไม่ได้ตรวจท่อและหม้อพักไอเสีย
กับแรงอัดในสูบว่าเป็นงัีย
เดี๋ยวคงต้องไปอู่บ้านเร็วๆนี้
นึกว่าขับเรือเอี้ยมจุ๊นอยู่ทุกวัน :n15:

อ้อ E230 ปี96 พัดลมเครื่องครับ

อืดขนาดไหน

ลองเล่าสู่กันฟังบ้าง
 
E230 ตากลมรุ่นแรกๆใช้เกียร์จุดสี่
พี่อย่าหวังอะไรกะมันมากนัก
น้องๆเกวียน


จะดีหน่อยก็ต้องตัวหลังๆหน่อย
มากะเกียร์จุดหก





ทัมจายคับ
ถ้าทัมมะด้าย
หาหัวตัดวีหกจุดหกไปเยย จะจบยาวกว่า
อยัาไปหวังให้ของเดิมๆมันดักว่านี้เลย
เสียเงิน เสียเวลา เสียหมอง เครียดป่าวๆคับ :D
 
คือ ผมคิดงี้นะ อาจาน

ผมว่า รถพี่แก บอดี้ 210

ช่วงล่างมันจะนุ่ม เวลาขับ จะ นุ่มนวล นิ่ง

ทำให้ ฟีลลิ่ง ของ พี่ pocoyo

รู้สึกไปเองรึป่าว

ว่า รถมันอืด



ผมว่า ถ้าเอา 124 E220
ไปวิ่ง คู่ กะ 210 E230

ผมเชื่อว่า 210 ไปได้สวยกว่าคับ
 
ไม่สวยก่าอ่ะคับ

ลองมาแล้ว
ตากลมรุ่นแรกๆยังใช้พัดลมเครื่องด้วย
เกียร์ก็ยังไม่ฉลาด เอาของ124 มาใส่ดื้อๆ
น้ำหนักมากก่า 124 ด้วย
100 ซีๆ ที่เพิ่มมาไม่ได้ช่วยอะไรเรย
 
ขอบคุณความเห็นคุณ Xtrium Dalat และ อ.Kaz ครับ
คันเก่าคือ E220 W124 วิ่งกว่าจริงๆครับ
คันนี้ถ้าออกตัวเหยียบมืดนี่ เซ็งเลย เหมือนไม่มีแรง:n15:
ต้องพอสักหกสิบแปดสิบขึ้นค่อยวิ่ง :confused:
แล้วเสียงเครื่องมันออกจะแฝ่ดๆ เกือบคล้ายดีเซลคับ
ไม่แน่ใจ ท่อไอเสียมีรั่วมั้ย หรือปัจจัยอื่นๆ

แต่วิ่งทางไกลประหยัดกว่า E220 คันเก่าครับ ได้เกือบสิบสองโลลิตร
 
Back
Top