รบกวนคุณ421 เรื่องออยเกียร์คูลเลอร์

Chalanthorn

New member
ผมสนใจติดออยเกียร์คูลเลอร์ตามที่คุณ421 แนะนำ ทางผู้จำหน่ายแนะนำให้ติดออยเกียร์คูลเลอร์ อย่างเดียว โดยไม่ผ่านหม้อน้ำ เพราะหากผ่านหม้้อน้ำ จะมีปัญหา หากหม้อน้ำรั่ว น้ำจะไปปนกับนำ้มันเกียร์ ทำใ้หเกียร์พังได้ รบกวนคุณ 421 ผู้รู้ และผู้มีประสพการณ์ท่านอื่นด้วยครับ รถผม W210 ปี 98 สี่เกียร์ครับ ขอบคุณครับ
 
จริงคับ รถหลายยี่ห้อ มีัชื่อเสีย เรื่องออยด็ในหม้อน้ำชอบแตกในหม้อน้ำ ทำให้ น้ำเข้าไปปนกับน้ำมันเกียร์

แต่ เบนซ์ไม่เป็นเช่นนั้นคับ ออยดืเบนซ์ทนทานไม่แตกคับ


สำหรับ 124 , 210 , 202 เครื่อง 4 สูบ ควร ใช้ ออยด์ ของหม้อน้ำ แล้ว พ่วงออยด์ เกียร์ ขนาดเล็กเข้าไป

แต่สำหรับ เครื่อง 6 สูบ ก็ไม่ควรใช้ออยด์ในหม้อน้ำครับ ควรใช้ออยด์ แยกขนาดใหญ่ อันเดียวไปเลยคับ


ที่มันยุ่ง มันยาก เพราะว่า ..

ถ้าเรายืนหันหน้าเข้าหารถ น้ำร้อนออกจากเครื่องจะใหล เข้าหม้อน้ำ ทางด้านขวา - ใหลที่ตามแนวนอน ( ต่างจากรถยุ่นที่ใหลแนวตั้ง ) - มายัง ฝาหม้อน้ำทางด้านซ้ายมือ ซึ่งเป็นที่ติดตั้งหลอดออยด์เกียร์ เมื่อน้ำมาถึงตรงนี้ จะมีความร้อนราว 70 องศา จาก ต้นทาง 90 แล้วก็กลับเข้าเครื่องทางท่อด้านล่าง ในเครื่อง 4 สูบ น้ำมันเกียร์ ก็จะมีอุณหภูมิราว 70 ซึ่งก็ไม่ร้อนเกินไป ...พอใช้ได้ แต่ถ้าเรา ต่อออยด์แยกเพิ่มจาก ตรงนี้ ก็จะช่วยลดความร้อยลงได้อีกชั้นนึงคับ


ส่วนหม้อน้ำของ เครื่อง 6 สูบ น้ำจะใหลจาก ขวามา ซ้ายเช่นกัน แล้วใหลไปกลับไปทางด้านขวา ของหม้อน้ำส่วนล่าง แต่หลอดออยด์เกียร์ ที่อยู่ในฝาข้างหม้อน้ำด้านซ้าย ซึ่งเป็นครึ่งเดียวของทางเดินน้ำทั้งหมด ตรงนี้จึงยังมีความร้อนสูง 80 จากต้นทาง 90

เพราะน้ำมันเกียร์ยังร้อนถึง 80 จึงจำเป็นต้องใช้ออยด์แยกช่วย แล้วความร้อนที่ลดแล้วก็ยังสูงมาก ก็เท่ากับว่า หม้อน้ำ ช่วยลดความร้อนน้อยไปหน่อย แบบว่า " ลำบากนักก็อย่าช่วยซะเลยจะดีกว่า " สู้มาใส่ ออยด์แยก ขนาดใหญ่ อันเดียวจบไปเลยหมดเรื่องคับ
 
จริงคับ รถหลายยี่ห้อ มีัชื่อเสีย เรื่องออยด็ในหม้อน้ำชอบแตกในหม้อน้ำ ทำให้ น้ำเข้าไปปนกับน้ำมันเกียร์

แต่ เบนซ์ไม่เป็นเช่นนั้นคับ ออยดืเบนซ์ทนทานไม่แตกคับ


สำหรับ 124 , 210 , 202 เครื่อง 4 สูบ ควร ใช้ ออยด์ ของหม้อน้ำ แล้ว พ่วงออยด์ เกียร์ ขนาดเล็กเข้าไป

แต่สำหรับ เครื่อง 6 สูบ ก็ไม่ควรใช้ออยด์ในหม้อน้ำครับ ควรใช้ออยด์ แยกขนาดใหญ่ อันเดียวไปเลยคับ


ที่มันยุ่ง มันยาก เพราะว่า ..

ถ้าเรายืนหันหน้าเข้าหารถ น้ำร้อนออกจากเครื่องจะใหล เข้าหม้อน้ำ ทางด้านขวา - ใหลที่ตามแนวนอน ( ต่างจากรถยุ่นที่ใหลแนวตั้ง ) - มายัง ฝาหม้อน้ำทางด้านซ้ายมือ ซึ่งเป็นที่ติดตั้งหลอดออยด์เกียร์ เมื่อน้ำมาถึงตรงนี้ จะมีความร้อนราว 70 องศา จาก ต้นทาง 90 แล้วก็กลับเข้าเครื่องทางท่อด้านล่าง ในเครื่อง 4 สูบ น้ำมันเกียร์ ก็จะมีอุณหภูมิราว 70 ซึ่งก็ไม่ร้อนเกินไป ...พอใช้ได้ แต่ถ้าเรา ต่อออยด์แยกเพิ่มจาก ตรงนี้ ก็จะช่วยลดความร้อยลงได้อีกชั้นนึงคับ


ส่วนหม้อน้ำของ เครื่อง 6 สูบ น้ำจะใหลจาก ขวามา ซ้ายเช่นกัน แล้วใหลไปกลับไปทางด้านขวา ของหม้อน้ำส่วนล่าง แต่หลอดออยด์เกียร์ ที่อยู่ในฝาข้างหม้อน้ำด้านซ้าย ซึ่งเป็นครึ่งเดียวของทางเดินน้ำทั้งหมด ตรงนี้จึงยังมีความร้อนสูง 80 จากต้นทาง 90

เพราะน้ำมันเกียร์ยังร้อนถึง 80 จึงจำเป็นต้องใช้ออยด์แยกช่วย แล้วความร้อนที่ลดแล้วก็ยังสูงมาก ก็เท่ากับว่า หม้อน้ำ ช่วยลดความร้อนน้อยไปหน่อย แบบว่า " ลำบากนักก็อย่าช่วยซะเลยจะดีกว่า " สู้มาใส่ ออยด์แยก ขนาดใหญ่ อันเดียวจบไปเลยหมดเรื่องคับ

ขอขอบคุณคุณ 421 เป็นอย่างสูง ผมติดตาม BON มาตั้งแต่ก่อนซื้อรถ จนกระทั่งซื้อรถเมื่อ ธค 52 หลังจากนั้นก็ติดตามมาตลอด ได้ึความรู้มากมาย แต่ยังไม่มีโอกาสมาแนะนำตัว ลูกชายเพิ่งจะสอนวิธีโพสข้อความเมื่อไม่นาน ขอถือโอกาสนี้แนะนำตัว ฝากไว้ใน BON ด้วย ขอบคุณครับ
 
ยินดีคับ

ไม่ทราบว่ารถพี่ยังใช้พัดลมเครื่องอยู่ป่าว หรือ เป็นพัดลมไฟฟ้าแล้วคับ ?

ถ้ายังเป็นพัดลมเครื่องอยู่ ขอแนะว่า เปลี่ยนเป็นพัดลมไฟฟ้าซะเถอะพี่ จะได้ประโยชน์หลายสถานมากคับ

1. จะได้กำลังเครื่องเพิ่มขึ้น จากการที่ไม่ต้องเสียกำลังไปหมุนใบพัดไงคับ เอากำลังส่วนนี้มาขับเคลื่อนรถ จะทำให้รถน่าขับขึ้นอีกเยอะเลยพี่

2. วงใบพัดเครื่อง ใบใหญ่ใบเดียว ดูดลมเข้ามา แต่ลมไม่ได้ไปช่วยระบายความร้อน คอมแอร์ เล้ย ทำให้แอร์เย็นน้อยกว่าที่ควร และ คอมฯจะไม่ค่อยทนคับ เพราะคอมแอร์เวลาทำงานมันจะร้อนมากๆๆๆ ถ้าได้ลมเป่าช่วยมันมั่ง มันจะสบายขึ้นเยอะคับ

3. ระบบแอร์ ถ้ามีการระบายความร้อนที่ดีพอ มันจะไม่งอแง ไม่เสีย ไม่รวน ไม่รั่วคับ

210 ถ้าจะใส่ พัดลม ไฟฟ้า โดยเอาของยุ่นมาใส่ มันใช้เงินน้อยมากเมื่อเทียบกับ 124 จึงไม่ต้องคิดมากคับ
 
ลุงครับ แล้ว Oil gear แยก Spec ของ 6 สูบควรใช้ Number ขนาดใดดีครับ Haden 1404 หรือ 677 ครับ
 
ขอสนับสนุนอีกหนึ่งเสียงครับ ว่า แยกออยคุลเลอร์ ผลออกมาดีมากครับ
ของผม w140/S280 ก่อนทำ ระบบเกียร์ มีปัญหา วิ่งเร็ว160 up น้ำมันเกียร์ร้อนมากระบายไม่ทันเกิดเป็นไอ พ่นออกทางรูหายใจด้านบน โดนท่อควันขาว หลังจากติดตั้งแยกไปแล้ว วิ่งแช่ ยาว 200 ยังสบาย ไม่มีไอนม.พ่นอีกเลย และความร้อน แตะไม่เกิน 80 ต่อแบบพี่สี่ว่า ใช้เพียวๆไม่ผ่านหม้อน้ำแล้วครับ เกียร์วิ่งนุ่มขึ้น แรงขึ้น ด้วยครับ
 
ลุงครับ แล้ว Oil gear แยก Spec ของ 6 สูบควรใช้ Number ขนาดใดดีครับ Haden 1404 หรือ 677 ครับ


404 ก็พอ หรือ 405 ไปเลย เผื่อเหลือ ดีกว่าเผื่อขาดคับ
 
ยินดีคับ

ไม่ทราบว่ารถพี่ยังใช้พัดลมเครื่องอยู่ป่าว หรือ เป็นพัดลมไฟฟ้าแล้วคับ ?

ถ้ายังเป็นพัดลมเครื่องอยู่ ขอแนะว่า เปลี่ยนเป็นพัดลมไฟฟ้าซะเถอะพี่ จะได้ประโยชน์หลายสถานมากคับ

1. จะได้กำลังเครื่องเพิ่มขึ้น จากการที่ไม่ต้องเสียกำลังไปหมุนใบพัดไงคับ เอากำลังส่วนนี้มาขับเคลื่อนรถ จะทำให้รถน่าขับขึ้นอีกเยอะเลยพี่

2. วงใบพัดเครื่อง ใบใหญ่ใบเดียว ดูดลมเข้ามา แต่ลมไม่ได้ไปช่วยระบายความร้อน คอมแอร์ เล้ย ทำให้แอร์เย็นน้อยกว่าที่ควร และ คอมฯจะไม่ค่อยทนคับ เพราะคอมแอร์เวลาทำงานมันจะร้อนมากๆๆๆ ถ้าได้ลมเป่าช่วยมันมั่ง มันจะสบายขึ้นเยอะคับ

3. ระบบแอร์ ถ้ามีการระบายความร้อนที่ดีพอ มันจะไม่งอแง ไม่เสีย ไม่รวน ไม่รั่วคับ

210 ถ้าจะใส่ พัดลม ไฟฟ้า โดยเอาของยุ่นมาใส่ มันใช้เงินน้อยมากเมื่อเทียบกับ 124 จึงไม่ต้องคิดมากคับ

ขอขอบคุณ คุณ421 สำหรับคำแนะนำ พัดลมไฟฟ้า ออยเกียร์ แมกซ์ 18 นิ้ว เล็งไว้อยู่ครับ แต่ขอเป็นงบในปีหน้า ปีนี้ใช้ตังค์ไปเยอะแล้วครับ ขอบคุณครับ
 
ขอขอบคุณ คุณ421 สำหรับคำแนะนำ พัดลมไฟฟ้า ออยเกียร์ แมกซ์ 18 นิ้ว เล็งไว้อยู่ครับ แต่ขอเป็นงบในปีหน้า ปีนี้ใช้ตังค์ไปเยอะแล้วครับ ขอบคุณครับ


พี่คับ 210 จะเสียตัง แค่

1. พัดลม 2 ตัว 1100

2. ตีบังลม 1200

3. เดินสายไฟ , ใส่รีเลย์ + ติดตั้ง อย่างเก่งก็ 3000

รวมแล้ว 6000 มีทอนแน่นอน ไม่ต้องรอปีหน้าหรอกพี่ ทำทีเดียวพร้อมใส่ออยด์แยกไปเลย ทีเดียวจบคับ อ้อ พอ+ ออยด์ ด้วย ยังไม่ถึง หมื่นเลยพี่ ....มาแล้วมาเลยพี่ อย่าผลัดไปปีหน้าเลยพี่ :n43:

แล้ว แมกซ 18 พี่แกล้งลืมไปเลยพี่

1. แมกซมันหนักมาก ถ้าลง Forged ต้องมี 4 หมื่น up

2. ยางหน้ากว้าง 225 มันกว้างมากเกินกำลังเครื่องนะพี่ ใส่แล้วจะวิ่งไม่ออกคับ ดีแต่สวย กินไม่ได้คับ
 
Last edited:
Back
Top