อื่นๆ เบ็ดเตล็ด ระหว่าง benz ดีเซล กับ เบนซิน+แก๊ส ตัวไหนที่จุกจิกมากกว่ากันครับ

Serpentclan

New member
คือ เท่าที่อ่านๆมาศึกษามา ตามที่ผมเข้าใจนะครับ
ที่บ้านใช้ รถสามห่วงติดแก๊ส
ข้อดี ขับแล้วสบายใจ ไม่ต้องห่วงค่าแก๊ส
ข้อเสีย ต้องดูแลเครื่องยนต์ การติดเครื่องรถยนต์ น้ำมันเครื่อง หม้อน้ำมากขึ้น
จุกจิกกว่าเดิม
อยากถามว่า ระหว่าง ดีเซล กับ เครื่องเบนซิน กับ เบนซินติดแก๊ส อะไรจุกจิกน้อยที่สุดครับ
เข้าใจว่า ดีเซลน่าจะจุกจิกน้อยที่สุด เดาเอานะครับ ที่บ้านไม่เคยเล่นเครื่องดีเซล
 
ดีเซลจุดจิกน้อยกว่าระบบถึกๆ แต่ดีเซลรุ่นใหม่ๆระบบสารพัดใกล้เคียงเครื่องเบนซินเหมือนกันมีกล่องมีเซ็นเซอร์ระบบไฟฟ้ามากขึ้นกว่าดีเซลยุคก่อน ถ้าเป็นเบนส์ผมมองว่ายังไงเบนซินช่างซ่อมคุ้นเคยมากกว่า เวลาซ่อมอะไหล่เซียงกงเบนซินจะมีให้เลือกมากกว่า
 
เครื่อง Benz ดีเซล ยุคปี 80 - 90 จุกจิกน้อย ทนถึกจริง

แต่ในบ้านเรา Benz เบนซิน มีเยอะกว่ามาก อะหลั่ย เพียบกว่า
 
Last edited:
ถามกว้างเหลือหลาย ไม่ยอมระบุรุ่น คนตอบสามารถตอบไปคนละทิศละทางได้เลยล่ะครับ

ยกตัวอย่างเช่น W203 เครื่องเบนซินก็มีใช้กันตามปกติเต็มถนน อะไหล่รถทั้งเก่าและใหม่ก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านปกติไม่มีปัญหาอะไร การใช้งานเรื่องความทนทานเป็นรองดีเซล
แบบนี้จะเรียกว่าจุกจิกได้รึเปล่าครับ

ส่วนเครื่องดีเซลของW203 ใช้ดี ประหยัดและทนทานมาก แต่อะไหล่หายากมาก รถบ้านเราแทบไม่มีใช้กันเลย อะไหล่ใหม่ต้องสั่งนอกสถานเดียว ส่วนอะไหล่เก่ามือสอง ลืมไปได้เลยครับ

แล้วแบบนี้จะเรียกว่าจุกจิกหรือไม่ล่ะครับ

ระหว่างใช้งานได้ มีอะไหล่ กับใช้ดี แต่ไม่มีอะไหล่
 
คุณ x ตอบได้ชัดเจนมากครับ

ส่วนผมอ่านคำถามตั้งแต่แรกแล้วไม่รู้จะตอบยังไง

1 เรื่องเครื่อง สำหรับรถเก่า มันเป็นแค่ส่วนเดียวที่ต้องซ่อม ผมว่ามันแค่ไม่ถึงครึ่งนึงของรายการซ่อมนะ มีรายการอื่นให้ซ่อมอีกแยะ รถ ไม่ได้เสียเฉพาะเครื่อง และ บอดี้เดียวกัน เบนซินกะดีเซล ต่างกันที่แค่เครื่อง

2 ตั้งแต่ใช้เบนซินกะแก๊สมา ผมไม่เห็นว่ามันจะจุกจิกถ้ารีบๆเก็บงานให้หมดตั้งแต่ซื้อมาแรกๆมันก็ใช้ยาว เอาละว่าดีเซลมันจุกจิกน้อยกว่าแน่ แต่ถ้าให้เลือกระหว่าง ซ่อมปีละครั้งแต่ซ่อมง๊ายง่าย กับซ่อมสามปีครั้งแต่หาอะไหล่ไม่ได้ ผมเลือกซ่อมปีละครั้งดีกว่า

3 คำว่า จุกจิก ซ่อมกี่ครั้งต่อปีล่ะถึงเรียกว่าจุกจิก ถ้าเบนซินซ่อมปีละครั้ง ดีเซลซ่อมสามปีครั้ง คุณจะเรียกว่าเบนซินจุกจิกกว่าก็ได้ แต่ผมอาจบอกว่า ไม่จุกจิกทั้งสองเครื่อง

เรื่องจุกจิกไม่จุกจิก เอาแบบทั้งคันนะครับ รถเก่า ยังไง๊ก็บอกไม่ได้ เบนซินบางคันอาจซ่อมน้อยกว่าดีเซลก็ได้ครับ มีเรื่องให้ซ่อมเยอะแยะ ทั้ง ช่วงล่าง เกียร์ ภายใน ระบบลม ระบบน้ำ ระบบไฟ ระบบแอร์ กันสะเทือน ยางต่างๆ จิปาถะเยอะแยะ คุณจะได้รถแบบไหนมาล่ะ รถน้อยก็มีให้เลือกน้อย รถมากก็เลือกได้สบายจะเอาสภาพดีขนาดไหนเลือกไปเดี๋ยวก็เจอ

สำหรับผมถ้าจะแนะนำใครให้ซื้อ ถ้าเขาห่วงเรื่องซ่อมแบบคุณถาม ผมว่าเรื่องจุกจิกมันอยู่ที่สภาพและความกล้าทุ่มทุนเก็บงาน ผมเน้นเรื่อง หารถที่สภาพดีๆที่ชาวบ้านใช้ร่วมกันเยอะแยะมากกว่าครับ

จุกจิกไม่จุกจิกมันแค่เสี้ยวเดียวของตารางการให้คะแนนในการตัดสินใจครับ
 
เข้ามาตอบคำตอบแนวเดิมว่าเครื่องดีเซลนั้นห่างๆมันไว้หนะดีแล้วครับ เช็คราคาหัวฉีดดูก่อนได้ว่ามันแพงขนาดไหน รวมถึงน้ำมันบ้านเรายังไม่ได้ตามมาตรฐานฝรั่งเค้าครับ หากต้องการประหยัดผมว่าติดแก๊สขับสบายใจกว่าเยอะครับ เสียงไม่ดัง ควันไม่ดำ อะไหล่หาง่ายกว่าตั้งเยอะ
 
คือ เท่าที่อ่านๆมาศึกษามา ตามที่ผมเข้าใจนะครับ
ที่บ้านใช้ รถสามห่วงติดแก๊ส
ข้อดี ขับแล้วสบายใจ ไม่ต้องห่วงค่าแก๊ส
ข้อเสีย ต้องดูแลเครื่องยนต์ การติดเครื่องรถยนต์ น้ำมันเครื่อง หม้อน้ำมากขึ้น
จุกจิกกว่าเดิม
อยากถามว่า ระหว่าง ดีเซล กับ เครื่องเบนซิน กับ เบนซินติดแก๊ส อะไรจุกจิกน้อยที่สุดครับ
เข้าใจว่า ดีเซลน่าจะจุกจิกน้อยที่สุด เดาเอานะครับ ที่บ้านไม่เคยเล่นเครื่องดีเซล

ตอบให้ตรงคำถาม

ดีเซล จุกจิกน้อยกว่าครับ

:)
 
เบนซ์เก่งเครื่องดีเซลพอตัวเลยทีเดียว ทั้งรถนั่ง รถสปอร์ต บรรทุก เครื่องจักรหนัก
เครื่องไม่น่าห่วง ห่วงอะไหล่ กับช่างครับ
เครื่องดีเซลมองเผินๆเหมือนเบนซิลยิ่งรุ่นใหม่ๆยิ่งเหมือน แต่ถ้าพิจารณาลึกๆแล้วหลักการทำงานมันต่างกันครับ
 
Last edited:
Back
Top