ระหว่าง w124 e220 กับ w202 c220การซ่อมบำรุง

llkd

New member
พอดีมองหาอยู่ 2 รุ่น การซ่อมบำรุง เรื่องอะไหล่และความจุกจิก สองรุ่นนี้ ต่างกันอย่างไรครับ
และ w202 ควรพิจารณาที่ปีใหนดีครับ ขอบคุณครับ
 
ผมมีอยู่ทั้ง 2 รุ่นเลยครับ

ความจริงมันขึ้นอยู่กับว่าใจเราชอบแบบไหนทรวดทรงแบบอ่อนหวานหรือชอบแบบดุดันซึ่งทั้ง 2 รุ่นมันมีอยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้วแต่ถ้ามองในแง่การซ่อมบำรุงคงไม่แตกต่างกันเพราะของมือสองเพียบ
และราคาแทบไม่แตกต่างกันเลยแต่ใจผมน่ะเอนเอียงไปทาง w124 ซะมากกว่ามันทนดีการทรงตัว
ใหญ่กว้างขวางและผมว่าอีก 10 ปีก็ยังดูดีเหมือนเดิมเพราะมันมีการออกแบบมาได้ทันสมัยตลอดถึงแม้ว่าจะอายุอานามกว่า10กว่าเกือบ 20 แล้วก็ตามส่วนปีน่าจะดูตั้งแต่ปี 95 ขึ้นไปและถ้าได้ประกอบนอกยิ่งดีครับ
 
เทรนการออกแบบแนวเหลี่ยมเน้นสันกลับมาอีกแล้ว เพราะฉะนั้น 124 ตรงตามเทรนพอดี
 
รุ่นไหนดี อยู่ที่ใช้งาน

มีคนนั่งหลังประจำต้อง E ใหญ่กว่า

ขับคนเดียวประจำต้อง C คล่องตัวกว่า

รูปลักษณ์ E ดูผู้ใหญ่กว่าภูมิฐานกว่า C ดูทันสมัยกว่าโฉบเฉี่ยวกว่า

ปีไหนดี ถ้าหาได้สภาพดีๆเหมือนกันให้เอาปีใหม่สุดดีสุด C ได้แอร์จอยาวยิ่งดี หรือได้ C240 ยิ่งดี

เรื่องซ่อมบำรุง ถ้าได้ปีใหม่สุดมา C ย่อมดีกว่า เพราะปีใหม่กว่า ได้ถึงปี 2000 ได้มาสองคันจะซ่อมคันไหนมากกว่าตอบยากเพราะอยู่ที่เดิมเขาใช้มาอย่างไรดูแลดีขนาดไหนแต่พูดพื้นๆปีใหม่กว่าย่อมดีกว่า

ตัดสินใจเอาคันไหนอยู่ที่การใช้งานของคุณแล้วละครับ

E ควร 280 เป็นอย่างน้อย
C ควร 220 เป็นอย่างน้อย

อันไหนดีกว่าอันไหนเถียงกันตาย อะไรดีที่สุดสำหรับคุณเหรอ คุณและคนที่จะใช้รถกับคุณเท่านั้นที่รู้ได้ครับ
 
ผมมีW202 C220 คันใช้มาก็หลายปีแล้ว ไม่เคยมี W124

ขนาดหลาย ๆ อย่างผมซื้ออะไหล่มาซ่อมได้เองบ้าง ผมยังเบื่อเลย
ซ่อมอยู่นั่นแล้ว เดี๋ยวไอ้นั่น ไอ้นี่ ไอ้โน่น เสียไม่เว้นแต่ละเดือน
ล่าสุดเมื่อเช้านี้ซ่อมเปลี่ยนปั้มติ๊ก เพราะไอ้ลูกเก่าอายุ 1 ปี 3 เดือน
มันเจ๊ง หลงโทษว่ามันห่วย แต่จริงๆ ไม่ใช่ ต้นเหตุมันคือถังน้ำมัน
มันมี 2 ห้อง ดูเกจว่ามันยังเหลือครึ่งถัง จริง ๆ มันก็เหลือครึ่งถัง
แต่มันไม่ไหลมาเข้าปั้มติ๊ก ปั้มติ๊กจึงไม่มีน้ำมันเข้ามา ก่อนตายมัน
ร้องหวีดหวิวอยู่ราว 3-4 วัน แต่ผมใช้แก๊ส สตาร์ทด้วยเบนซิน จึงไม่
สนใจมัน ในที่สุดเมื่อวานมันก็ขาดใจตายไป เพราะน้ำมันเหลือครึ่งถัง
แต่ไม่ไหลเข้าปั้มติ๊ก


ตอนนี้เบรคหลังก็ส่งเสียงดังแจ๊กกกกก (เพิ่งเปลี่ยนผ้าเบรคหลัง)แต่ไม่ได้
เจียรจาน ตอนนี้ซื้อจานใหม่มารอไว้แล้ว ยังขี้เกียจเปลี่ยน ฝนมันตก
โรงรถเปียกแฉะ ไว้ท้องฟ้าแจ่มใส ค่อยเปลี่ยน ใช้รถเก่ามันน่าเบื่อทุกคัน
แหละ ต้องทำใจ ทำใจไม่ได้ก็ซื้อ Prius ใหม่ ๆ ไปเลย ก็คิด ๆ อยู่
 
แอะแอ้..พี่ถ้วยฯจะถอดใจซะแล้ว แบบนี้สมาชิกชมรมช่างวันหยุดคงหงอยอะดิ:D:D
 
แอะแอ้..พี่ถ้วยฯจะถอดใจซะแล้ว แบบนี้สมาชิกชมรมช่างวันหยุดคงหงอยอะดิ:D:D


ยัง ๆ ยังก่อน เรื่องซื้อรถมันง่ายนิดเดียวปานพลิกฝ่ามือ
แต่เรื่องหาเงินมาจ่ายค่ารถที่ซื้อนี่ซิ มันยากส์...
 
ผมมีW202 C220 คันใช้มาก็หลายปีแล้ว ไม่เคยมี W124

ขนาดหลาย ๆ อย่างผมซื้ออะไหล่มาซ่อมได้เองบ้าง ผมยังเบื่อเลย
ซ่อมอยู่นั่นแล้ว เดี๋ยวไอ้นั่น ไอ้นี่ ไอ้โน่น เสียไม่เว้นแต่ละเดือน
ล่าสุดเมื่อเช้านี้ซ่อมเปลี่ยนปั้มติ๊ก เพราะไอ้ลูกเก่าอายุ 1 ปี 3 เดือน
มันเจ๊ง หลงโทษว่ามันห่วย แต่จริงๆ ไม่ใช่ ต้นเหตุมันคือถังน้ำมัน
มันมี 2 ห้อง ดูเกจว่ามันยังเหลือครึ่งถัง จริง ๆ มันก็เหลือครึ่งถัง
แต่มันไม่ไหลมาเข้าปั้มติ๊ก ปั้มติ๊กจึงไม่มีน้ำมันเข้ามา ก่อนตายมัน
ร้องหวีดหวิวอยู่ราว 3-4 วัน แต่ผมใช้แก๊ส สตาร์ทด้วยเบนซิน จึงไม่
สนใจมัน ในที่สุดเมื่อวานมันก็ขาดใจตายไป เพราะน้ำมันเหลือครึ่งถัง
แต่ไม่ไหลเข้าปั้มติ๊ก


ตอนนี้เบรคหลังก็ส่งเสียงดังแจ๊กกกกก (เพิ่งเปลี่ยนผ้าเบรคหลัง)แต่ไม่ได้
เจียรจาน ตอนนี้ซื้อจานใหม่มารอไว้แล้ว ยังขี้เกียจเปลี่ยน ฝนมันตก
โรงรถเปียกแฉะ ไว้ท้องฟ้าแจ่มใส ค่อยเปลี่ยน ใช้รถเก่ามันน่าเบื่อทุกคัน
แหละ ต้องทำใจ ทำใจไม่ได้ก็ซื้อ Prius ใหม่ ๆ ไปเลย ก็คิด ๆ อยู่
ผมก็อาการเดียวกันครับ
 
ช้าก่อนท่านจอมยุทธทั้งหลาย อย่าเพิ่งหนีจากยุทธภพ
ข้าพเจ้าเพิ่งได้รถมาสองเดือนเอง
มายืนเข้าแถวเตรียมถอยกันแบบนี้
ขวัญเสียหมด

อี หรือ ซี
อู่นอกหรืออะหลั่ยเทียบ ราคาก็ต่างกันไม่มากแล้วครับ
ถ้าไม่นับเรื่องความชอบ หรือรูปร่างหน้าตา
ตามหลักการผม
ก็คงดูตามการใช้งานเป็นหลักครับ
เดินทางไกลบ่อย ๆ รถใหญ่กว่าย่อมได้เปรียบ
หนักแน่นมั่นคง
ใช้ในเมือง รถเล็กคล่องตัวกว่า กินน้ำมันน้อยกว่า
แต่รถเล็กวิ่งทางไกล
ก็เห็นวิ่งกันหูดับตับไหม้เหมือนกัน เจ้าซีเนี่ยะ

ส่วนคันไหนระหว่างสองรุ่นนี้ ที่จะจุกจิกมากกว่ากัน
ผมคิดว่าเรื่องนี้ฟันธงลงไปยาก
ขึ้นอยู่กับเจ้าของเดิมเขาดูแลกันมาแค่ไหน อย่างไร
นอกจากนั้น อุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์บางอย่าง
สามารถเจ๊งได้ทันที โดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า
ไอโฟนซื้อใหม่แกะกล่องยังต้องมีเคลมเลย

ถ้าซื้อรถมาเพื่อใช้งาน
อย่าให้ระดับชั้นของยี่ห้อ
หรือสมรรถนะของรถเมื่อสิบกว่าปีก่อนมารบกวนการตัดสินใจ
ผมคิดว่าคนใช้รถอายุเกือบยี่สิบปี
มากกว่าครึ่ง เป็นพวกที่ชอบหรือหลงไหลมากกว่า
สมรรถนะที่ได้มา เป็นสิ่งที่คนกลุ่มนี้พยายามบูรณะหรือบำรุงรักษาไว้
ซึ่งต้องใช้เวลาและความใส่ใจพอสมควรในการทำให้ดี
ยังไม่นับสตางค์ที่ต้องจ่ายไปเพื่อการนี้ ก็มิใช่น้อย
เรียกว่าถ้าไม่รักจริง ใครจะไปทนไหว

ถ้าเอาใช้งานสำราญ ไม่จุกจิกกวนใจนัก
เท่าที่เคยผ่านมือมา
ผมยังเชื่อว่ารถญี่ปุ่นขนาดกลาง
ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่ หรือมือสองช่วงสี่ห้าปี
แม้ว่าอาจจะมีซ่อมบ้าง แต่ความแพร่หลายของรถ และชิ้นส่วนอะหลั่ย
จะทำให้การใช้งานได้คุ้มค่ากว่าครับ
 
ช้าก่อนท่านจอมยุทธทั้งหลาย อย่าเพิ่งหนีจากยุทธภพ
ข้าพเจ้าเพิ่งได้รถมาสองเดือนเอง
มายืนเข้าแถวเตรียมถอยกันแบบนี้
ขวัญเสียหมด

อี หรือ ซี
อู่นอกหรืออะหลั่ยเทียบ ราคาก็ต่างกันไม่มากแล้วครับ
ถ้าไม่นับเรื่องความชอบ หรือรูปร่างหน้าตา
ตามหลักการผม
ก็คงดูตามการใช้งานเป็นหลักครับ
เดินทางไกลบ่อย ๆ รถใหญ่กว่าย่อมได้เปรียบ
หนักแน่นมั่นคง
ใช้ในเมือง รถเล็กคล่องตัวกว่า กินน้ำมันน้อยกว่า
แต่รถเล็กวิ่งทางไกล
ก็เห็นวิ่งกันหูดับตับไหม้เหมือนกัน เจ้าซีเนี่ยะ

ส่วนคันไหนระหว่างสองรุ่นนี้ ที่จะจุกจิกมากกว่ากัน
ผมคิดว่าเรื่องนี้ฟันธงลงไปยาก
ขึ้นอยู่กับเจ้าของเดิมเขาดูแลกันมาแค่ไหน อย่างไร
นอกจากนั้น อุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์บางอย่าง
สามารถเจ๊งได้ทันที โดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า
ไอโฟนซื้อใหม่แกะกล่องยังต้องมีเคลมเลย

ถ้าซื้อรถมาเพื่อใช้งาน
อย่าให้ระดับชั้นของยี่ห้อ
หรือสมรรถนะของรถเมื่อสิบกว่าปีก่อนมารบกวนการตัดสินใจ
ผมคิดว่าคนใช้รถอายุเกือบยี่สิบปี
มากกว่าครึ่ง เป็นพวกที่ชอบหรือหลงไหลมากกว่า
สมรรถนะที่ได้มา เป็นสิ่งที่คนกลุ่มนี้พยายามบูรณะหรือบำรุงรักษาไว้
ซึ่งต้องใช้เวลาและความใส่ใจพอสมควรในการทำให้ดี
ยังไม่นับสตางค์ที่ต้องจ่ายไปเพื่อการนี้ ก็มิใช่น้อย
เรียกว่าถ้าไม่รักจริง ใครจะไปทนไหว

ถ้าเอาใช้งานสำราญ ไม่จุกจิกกวนใจนัก
เท่าที่เคยผ่านมือมา
ผมยังเชื่อว่ารถญี่ปุ่นขนาดกลาง
ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่ หรือมือสองช่วงสี่ห้าปี
แม้ว่าอาจจะมีซ่อมบ้าง แต่ความแพร่หลายของรถ และชิ้นส่วนอะหลั่ย
จะทำให้การใช้งานได้คุ้มค่ากว่าครับ


ยัง ยังไม่หนีหรอกครับท่าน ที่ไม่หนีน่ะ เพราะไม่มีอาวุธ จะหนี และเพราะว่า
C Class รุ่นนี้อะไหล่แท้มือสองเพียบ ผมก็ได้อาศัยพี่คนขายรูปหล่อนิสัยดี
ในเวปนี้แหละ ถ้าไม่มีพี่ท่านนี้ ผมอาจจะเลิกใช้เบนซ์ไปแล้ว อะไหล่แท้มือ 1
ผมสู้ไหวแค่เพียงบางชิ้น แต่อะไหล่แท้มือสอง มันดีกว่าอะไหล่ใหม่ของจีน
หรือไต้หวัน หลายขุมครับท่าน


คันของผมปีนี้นับอายุได้ 19 ปี กำลังเป็นสาวเต็มตัวเปล่งปลั่งเลย เคยพาผมไป
เหนือไต้ออกตกรอบทิศมาแล้ว แต่ถึงวันนี้เธอเริ่มป่วยกระเสาะกระแสะทำตัวน่า
หมั่นใส้เป็นบางครั้งบางคราว ต้องอบรมกันอยู่บ่อยเกือบทุกเดือน จนเริ่มรำคาญ
เท่านั้นครับ เลยมาเตือน ๆ ท่านที่จะเข้ามาใหม่ ต้องทนจุดนี้ให้ได้ไม่งั้นจะเบื่อ
10 ปีแรกมันไม่จุกจิกเลย อะไหล่มากับรถ ทนอึดมาก ๆ อะไหล่ใหม่ ไม่มีน้ำอด
น้ำทนเลย ปีสองปี ก็อ้อน อยากเปลี่ยนใหม่ อีกแล้ว เดี๋ยวก๊อกเดี๊ยวแก๊ก เดี๋ยวจี๊ด
แกรก ๆ ไปหมดทั้งคันซิน่า ไม่อยากทน ก็ต้องทน เพราะเรามันหมดเขี้ยวเล็บแล้ว
 
Last edited:
ขอบคุณทุกความเห็นครับ

ผมอ่านทุกตัวอักษรของแต่ละท่าน ก็สรุปได้ว่า ค่าบำรุงรักษาไม่ต่างกันมาก เรื่องการขับขี่นี่คงสู้ E ไม่ได้ จะเก็บไว้เป็นแนวทางครับ ตอนนี้ใช้ volvo 850 van ค่อนข้างจุกจิกน่าดู ต้องมีให้ซ่อมทุกเดือนไป แต่อะไหล่มือสองถือว่าค่อนข้างถูก แต่ไม่รู้ว่าหนีเสือปะจรเข้ป่าว อิอิ
 
ช้าก่อนท่านจอมยุทธทั้งหลาย อย่าเพิ่งหนีจากยุทธภพ
ข้าพเจ้าเพิ่งได้รถมาสองเดือนเอง
มายืนเข้าแถวเตรียมถอยกันแบบนี้
ขวัญเสียหมด

อี หรือ ซี
อู่นอกหรืออะหลั่ยเทียบ ราคาก็ต่างกันไม่มากแล้วครับ
ถ้าไม่นับเรื่องความชอบ หรือรูปร่างหน้าตา
ตามหลักการผม
ก็คงดูตามการใช้งานเป็นหลักครับ
เดินทางไกลบ่อย ๆ รถใหญ่กว่าย่อมได้เปรียบ
หนักแน่นมั่นคง
ใช้ในเมือง รถเล็กคล่องตัวกว่า กินน้ำมันน้อยกว่า
แต่รถเล็กวิ่งทางไกล
ก็เห็นวิ่งกันหูดับตับไหม้เหมือนกัน เจ้าซีเนี่ยะ

ส่วนคันไหนระหว่างสองรุ่นนี้ ที่จะจุกจิกมากกว่ากัน
ผมคิดว่าเรื่องนี้ฟันธงลงไปยาก
ขึ้นอยู่กับเจ้าของเดิมเขาดูแลกันมาแค่ไหน อย่างไร
นอกจากนั้น อุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์บางอย่าง
สามารถเจ๊งได้ทันที โดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า
ไอโฟนซื้อใหม่แกะกล่องยังต้องมีเคลมเลย

ถ้าซื้อรถมาเพื่อใช้งาน
อย่าให้ระดับชั้นของยี่ห้อ
หรือสมรรถนะของรถเมื่อสิบกว่าปีก่อนมารบกวนการตัดสินใจ
ผมคิดว่าคนใช้รถอายุเกือบยี่สิบปี
มากกว่าครึ่ง เป็นพวกที่ชอบหรือหลงไหลมากกว่า
สมรรถนะที่ได้มา เป็นสิ่งที่คนกลุ่มนี้พยายามบูรณะหรือบำรุงรักษาไว้
ซึ่งต้องใช้เวลาและความใส่ใจพอสมควรในการทำให้ดี
ยังไม่นับสตางค์ที่ต้องจ่ายไปเพื่อการนี้ ก็มิใช่น้อย
เรียกว่าถ้าไม่รักจริง ใครจะไปทนไหว

ถ้าเอาใช้งานสำราญ ไม่จุกจิกกวนใจนัก
เท่าที่เคยผ่านมือมา
ผมยังเชื่อว่ารถญี่ปุ่นขนาดกลาง
ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่ หรือมือสองช่วงสี่ห้าปี
แม้ว่าอาจจะมีซ่อมบ้าง แต่ความแพร่หลายของรถ และชิ้นส่วนอะหลั่ย
จะทำให้การใช้งานได้คุ้มค่ากว่าครับ

ไม่ใด้หนีไปใหนครับใช้รถเก่าต้องทำใจเพราะทุกส่วนของรถไม่ใด้เรื่มจาก0อายุการใช้งานมีจะต้องเก็บให้สมบูรณแล้วใช้กันยาว
ถามว่าจะขาย124ทิ้งใหมก็บอกว่าไม่ขายครับผมสนุกที่ใด้ทำรถ
เวลาแต่ละช่วงมีปันหาเข้ามาแล้วมาเจอรถเสียผมเองก็ท้อครับแต่ไม่ถอย
 
ผมอ่านทุกตัวอักษรของแต่ละท่าน ก็สรุปได้ว่า ค่าบำรุงรักษาไม่ต่างกันมาก เรื่องการขับขี่นี่คงสู้ E ไม่ได้ จะเก็บไว้เป็นแนวทางครับ ตอนนี้ใช้ volvo 850 van ค่อนข้างจุกจิกน่าดู ต้องมีให้ซ่อมทุกเดือนไป แต่อะไหล่มือสองถือว่าค่อนข้างถูก แต่ไม่รู้ว่าหนีเสือปะจรเข้ป่าว อิอิ

ถ้าพี่ชื้อรถที่สมบรูณซึ่งมานจะแพงหน่อยพี่ก็ไม่เจอคำว่าหนีเสือปะจรเข้
ถ้าพี่เน็นจะชื้อรถที่ถูกพี่เจอแน่หนีเสือปะจรเข้
 
ผมอ่านทุกตัวอักษรของแต่ละท่าน ก็สรุปได้ว่า ค่าบำรุงรักษาไม่ต่างกันมาก เรื่องการขับขี่นี่คงสู้ E ไม่ได้ จะเก็บไว้เป็นแนวทางครับ ตอนนี้ใช้ volvo 850 van ค่อนข้างจุกจิกน่าดู ต้องมีให้ซ่อมทุกเดือนไป แต่อะไหล่มือสองถือว่าค่อนข้างถูก แต่ไม่รู้ว่าหนีเสือปะจรเข้ป่าว อิอิ


เล่นวอลโว่ได้ รถยุโรป(ในท้องตลาดไม่ใช่รถประหลาด)ทุกยี่ห้อ
เล่นได้หมดไม่มีอะไรน่ากลัวแล้ว จากวอลโว 850 มาเบนซ์(พวก 124/202)
เหนื่อยน้อยกว่านั่งสบายกว่า จ่ายค่าซ่อมน้อยกว่า แน่นอน :ylsuper::ylsuper::ylsuper:
ไม่มีเสือ ไม่มีจรเข้หรอก มีแต่งูเหลือม :n45::n45::n45:
 
ขออนุญาต เสริม หน่อยครับ ที่บ้านผมใช้รถสองยี่ห้ออยู่ครับ volvo กับ benz ผมคิดว่า จุดอ่อนของ volvo อยู่ที่พวกคอนโซนอย่างรุ่น 850 นี้อะครับ แต่เรื่องเครื่องยนต์ หลักการทำงานก็เหมือนกันครับ แต่ต่างที่ benz ขับหลัง volvo ขับหน้า benz ใช้โซ่ราวลิ้น volvo ใช้สายพานราวลิ้น volvo ใช้พัดลมไฟฟ้า ของ benz ใช้พัดลมหน้าเครื่อง benz มีระบบลมเข้ามาเกี่ยวข้อง มีไฟฟ้ามากก็อาจจะจุกจิกแต่อันนนี้ไม่ใช้ประเด็นของรถปีต่ำกว่า ปี2000 ครับ หลัง ปี2000 มีไฟฟ้าเยอะกว่าอีกน่าจะมีเรื่องให้ปวดหัวมากกว่า ครับ ผมมานั่งเปลียบเทียบราคาอะไหล่บ้างอย่าง ของ benz ค่อนข้างจะถูกกว่าและมีตัวเลือกมากกว่าครับ ผมคิดว่า การซ่อมบำรุง benz พี่ๆในเว็บนี้ มีชั่วโมงการซ่อมกันเยอะครับ สามารถให้เรานั่ง service รถอยู่ที่บ้านได้เลย ครับ เรื่องของเรื่องคือ ต้องมีเวลาให้รถ ซักหน่อยครับ แต่รถเก่ายังไงก็มีเรื่องให้ซ่อมแน่ๆ ซ่อมทีมันก็อยู่ได้นานครับ benz มันทนอยู่นะครับ ครับแต่อย่างพึ่งไปถอดใจนะครับ ครับ :n12: แต่ดีกว่าไปขับรถ ยุ่น แน่นอนครับ การวิ่ง ความนุ่มนวล ความปลอดภัย
 
ใจชื้น...
ยังมีเพื่อนร่วมยุทธภพ

ในบรรดารถยุโรปด้วยกัน ไม่นับรถอังกฤษพวกจากัวร์ โรเวอร์
รถปราบเซียนอีกยี่ห้อน่าจะเป็นซีตรองครับ
ของพอหาพอแปลงได้ แต่ช่างรู้ใจรถมีน้อยเหลือเกิน
เพื่อนสนิทกัน น้ำมันไฮโดรลิคเข้าเส้นเลือดแล้ว
ภรรเมียเพิ่งบังคับขายซองเตีย
ยังแอบหนีไปซื้อซีเอ็กซ์จีทีไอมาซ่อนไว้อีกคัน
ตอนนี้ก็กำลังบูรณะกันอยู่

ถ้าพี่ขับแวน ไม่ลองเหล่ ๆ E220T ดูบ้าง
นั่นรถในฝันของผมเลย
แต่ติดว่าราคาเอสเตทงาม ๆ
ซื้อซีดานได้สองคันเลยฝันค้างครับ แฮ่...
 
ใจชื้น...
ยังมีเพื่อนร่วมยุทธภพ

ในบรรดารถยุโรปด้วยกัน ไม่นับรถอังกฤษพวกจากัวร์ โรเวอร์
รถปราบเซียนอีกยี่ห้อน่าจะเป็นซีตรองครับ
ของพอหาพอแปลงได้ แต่ช่างรู้ใจรถมีน้อยเหลือเกิน
เพื่อนสนิทกัน น้ำมันไฮโดรลิคเข้าเส้นเลือดแล้ว
ภรรเมียเพิ่งบังคับขายซองเตีย
ยังแอบหนีไปซื้อซีเอ็กซ์จีทีไอมาซ่อนไว้อีกคัน
ตอนนี้ก็กำลังบูรณะกันอยู่

ถ้าพี่ขับแวน ไม่ลองเหล่ ๆ E220T ดูบ้าง
นั่นรถในฝันของผมเลย
แต่ติดว่าราคาเอสเตทงาม ๆ
ซื้อซีดานได้สองคันเลยฝันค้างครับ แฮ่...
ผมเองก็เล็งแวนตากลมอยู่:Dมีแวนในฝันอีก2คันไม่รู้ชาตินี้จะใด้มีหรือเปล่าw140แวนกับw220แวน
 
มีทั้งสองคันเหมือนกันครับ 94 E220 95 C220

C220 อัตราเร่งดีกว่า แต่ E220 ขับสบายกว่าครับ

ซ่อมพอกันครับ แต่ C220 เปราะกว่านิดหน่อย
 
ผมเองก็เล็งแวนตากลมอยู่:Dมีแวนในฝันอีก2คันไม่รู้ชาตินี้จะใด้มีหรือเปล่าw140แวนกับw220แวน

เงี้ยเหรอครับ งามครับ

140exterior.jpg

mercedesw220stationwago.jpg
 
ผมเองก็เล็งแวนตากลมอยู่:Dมีแวนในฝันอีก2คันไม่รู้ชาตินี้จะใด้มีหรือเปล่าw140แวนกับw220แวน



ขอนอกเรื่องนิดหน่อยครับ ผมคิดว่าน่าจะหายากยิ่งกว่า หรือ เท่ากันอันนี้ไม่ทราบ อิอิ เคยเห็นขับผ่านครั้งนึงชอบมากๆw124 limousine ครับ
ld154.jpg
 
Last edited:
Back
Top