Aorha
Active member
ช่วงเช้าของวันพุธประมาณตีห้าที่เพิ่งผ่านมานี้ ผมได้เกิดอาการเจ็บที่หลังด้านซ้ายตรงปั้นท้ายบวมปูดแข็งโดยไม่ทราบสาเหตุ ความเจ็บปวดที่ได้รับเป็นเหตุให้ไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้มาก ไม่สามารถออกจากคอนโดได้ ความเจ็บปวดเชื่อมต่อไปถึงระบบประสาทที่รัดโยงใยเป็นพังผืด บีบให้กระเพาะอาหารเกิดการบีบตัวจนต้องอาเจียนออกมา จนผมไม่สามารถนอนบนเตียงปกติ ต้องนอนบนเครื่อง Hang ที่สามารถเรียงกระดูกให้ตรงได้ แฟนผมซึ่งเป็นแพทย์หญิง เธอได้ฉีดยาชาเฉพาะที่เพื่อระงับการปวดให้ และ ได้เตรียมยาแก้ปวด และ ยาคลายกล้ามเนื้อ ให้ผมทานเป็นระยะๆ
ไอ้เครื่อง hang หน้าตาอย่างนี้แหละครับ ผมต้องนอนท่านี้อย่างเดียว

ในวันดังกล่าว ผมมีนัดกับลูกความรายหนึ่ง ซึ่งเป็นนักกายภาพบำบัด ประมาณ 9 โมงเช้า ผมได้โทรไปแจ้งประมาณ 9.20 เพื่อเลื่อนการนัดหมาย เป็นวันอื่น เนื่องจากสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ แต่ลูกความผมดูเหมือนไม่ค่อยพอใจนักกับการเลื่อนการนัดหมาย เพราะเธอต้องเลื่อนนัดคนไข้หลายคนเพื่อนัดหมายกับผมในวันนี้ ผมจึงได้ไปทำกายภาพบำบัดในช่วงเช้ากับ นักไคโรแพรคติค ลูกความผมแบบผมไม่ค่อยจะเต็มใจไปนัก ที่ตรงแถวบิ๊กซี ทางไปบางปู สมุทรปราการ และหลังจากนั้นในช่วงบ่าย นักกายภาพคนนี้ผมเคยไปบำบัดเมื่อปีก่อน เพราะจากสรีระของผมที่สูงถึง 185 cm จึงมีโอกาสที่หลังจะได้รับบาดเจ็บหากสภาวะการยืน เดิน นั่น นอน ใช้อย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากโอกาสที่หมอนรองกระดูกจะบิดเบี้ยวไปทับเส้นประสาทจะมีสูงสำหรับคนที่สูงเกิน 175 cm ขึ้นไป
การรักษา เริ่มต้นด้วยการแช่เท้าในน้ำอุ่นค่อนข้างร้อนเป็นเวลาประมาณ 20 นาที
หลังจากนั้นจะใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าโดยเราจะเอาฝ่าเท้าไปวางที่เครื่องกระตุ้น เป็นเวลาอีกราว 30 นาที
ต่อจากนั้นจะมีการจัดสรีระของร่างกายบนเครื่อง Hang อีกราวๆ 30 นาที
ช่วงบ่ายผมอาการดีขึ้น แต่ยังต้องไปหน่วยงานราชการเพื่อค้นหาข้อมูลในการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ในงานที่ทำเกี่ยวกับทนายความ และ ในช่วงเย็นตอนที่ผมขับรถเพื่อกลับคอนโดนั้น อาการปวดหลังติดตามมา จนกระเพาะอาหารเกิดการบีบตัว ผมต้องหาถุงพลาสติกเพื่อที่จะอาเจียนสำรอกอาหารที่เพิ่งกินเข้าไปพร้อมกับยาแก้ปวด และ ยาคลายกล้ามเนื้อ
ใครที่ไม่เคยผ่านอาการเจ็บปวดทรมานคงไม่ค่อยเข้าใจ ว่าในขณะนั้นผมคิดถึงอยู่แค่ ทำยังไงถึงจะกระทืบ 3.6 AMG แบบดึงคันเกียร์ลงเกียร์สองตลอดเวลา ให้ผ่านสภาวะรถติดสุดสุดจากหลังเซ็ลทรัล บางนา มุ่งหน้า คอนโดที่บีทีเอสเอกมัย เพราะห้องที่คอนโดมี Hang ที่ผมสามารถนอนแล้วบรรเทาความเจ็บปวดได้เพียงอย่างเดียว
หลังจากสามารถเข้าห้องได้สำเร็จในสภาพร่อแร่ เพราะอาเจียนในช่วงรถติดสุดตรงพระโขนงมุ่งหน้าเอกมัย ต่อเนื่องมาถึงที่จอดรถ ชั้น 3 จนกระทั่งต้องเกาะราวในลิฟท์ เพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ฟุบไปกับพื้น
ไขกุญแจห้องได้สำเร็จ ผมถอดเสื้อผ้าออกเหลือแต่ บอกเซอร์ไปนอนอยู่บน Hang เผื่อผ่อนคลายความเจ็บปวด สลับกับอาเจียนในหัองน้ำจนแทบไม่เหลืออาหารใดๆในท้องอีก แฟนผมซึ่งมีงานกว่าจะกลับมาก็ประมาณห้าทุ่ม ในแต่ละชั่วโมงที่ผ่านไปจึงเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานสำหรับผม
เมื่อเธอกลับมา เธอได้ฉีดยาชาเฉพาะที่ให้กับผมอีกครั้ง พร้อมฝังเข็ม และ ฉีดยาแก้อักเสบ เพื่อผ่อนคลายความเจ็บปวด แต่ผมก็ยังต้องลุกไปนอนบน Hang สลับกับการนอนบนเตียงปกติ ตลอดทั้งคืน พร้อมกับกินยาแก้ปวด และ ยาคลายกล้ามเนื้อ
วันพฤหัสเช้าผมตื่นขึ้นมาความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาหาผมอีกครั้ง ผมไม่สามารถออกไปไหนได้ แต่ถึงกระนั้น ผมมีสัญญากับเพื่อนคนหนึ่งใน Bon ว่าจะเตรียมร่างสัญญาที่เพื่อนผมต้องใช้ให้ แม้ในสภาวะร่างกายไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะหากรับปากแล้วไม่อาจทำได้ เพื่อนผมอาจต้องตกในที่นั่งลำบาก ผมจึงฝืนร่างกายดูจนสัญญาแล้วเสร็จ แล้วส่งไปให้เพื่อนของผมทางอีเมล์
ในครานี้ ผมได้กลับมานึกย้อนอดีต ถึงความเจ็บปวดนี้ว่าเคยได้รับความเจ็บมากี่ครั้ง
ครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงผมเรียนเอแบค ที่บ้านเพื่อนแถวอ่อนนุช ผมถูกส่งเข้าโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท เพื่อฉีดยาระงับการปวด อาการหายไป
ครั้งที่ 2 ผมติดการนอนในโซฟาภายในห้องนอนที่บ้านหลังเก่า การนอนจะเป็นการนอนแนว 145 องศา
ในครั้งนั้น ผมหายจากการไปหา หมออดุลย์ หมอชาวบ้านที่โด่งดังจากการจัดกระดูกที่จังหวัดราชบุรี ที่รู้จักจากคำบอกเล่าของ แม่ยายของเจ้านายเก่าสมัยที่ยังเป็นทนายความฝึกหัดอยู่
ครั้งที่ 3 ผมเจ็บสมัยที่ออกมาเป็นทนายความอิสระจริงๆแล้ว ในครั้งนั้นเจ็บเหมือนในครั้งนี้ ผมได้พบกับหมอการแพย์ทางเลือกคนหนึ่งชื่อ หมอต่อ ที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ผมปวดจนหมดสิ้นหนทางในการรักษา ความเจ็บปวดมาเป็นระยะทุกๆวันพระ มีเพื่อนคนหนึ่งแนะนำให้ไปหาหมอต่อ แต่ติดตรงที่ไกล แต่ในครั้งนี้ผมไปไม่รอดแล้ว จึงตัดสินใจขับรถไปเองเลย
เมื่อได้สนทนา ทำให้ทราบว่าเดิม หมอต่อเคยเป็นหมอแมะ ที่จับชีพจรแล้วจะทราบว่าเราป่วยเป็นอะไร แต่เนื่องจากหมอต่อเป็นนักปฎิบัติธรรมด้วย ความสามารถในการรักษาจะสูงขึ้นไปอีกระดับ หากมีกรรมในอดีตชาติที่ติดตามเรามาให้ผลร้าย
ผมได้ทราบจาก หมอต่อว่า ในอดีตชาติ ชาติหนึ่งของผม ผมได้เกิดเป็นมนุษย์ ประกอบอาชีพนักมวย และ ได้ไปทำร้ายบุคคลหนึ่งจนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณช่องท้อง ในชาตินี้ ผลกรรมในอดีตได้ติดตามผมมาแล้ว ถ้าอยากหายให้ทำบุญใส่บาตรด้วยข้าวเหนียว ไก่ย่าง มะละกอสุก ซึ่งเป็นอาหารที่เจ้ากรรมนายเวรของผมชอบเป็นจำนวน 5 ครั้ง ทุกครั้งที่ใส่บาตรให้น้อมจิตเชิญเจ้ากรรมนายเวรมาเป็นเจ้าภาพด้วย แต่หากต้องการให้ได้ผลเร็ว ให้ถวายไตรจีวร แด่พระสงฆ์จำนวน 1 ชุด โดยน้อมเชิญเจ้ากรรมนายเวรมาเป็นเจ้าภาพ อุทิศให้เขาโดยตรง ในครั้งนั้น แค่ผมคิดจะถวาย ความเจ็บปวดเบาลงไปครึ่งหนึ่ง พอหลังจากถวายเสร็จความเจ็บปวดหายไปอย่างอัศจรรย์ แต่ผมก็ยังทำบุญด้วยข้าวเหียว ไก่ย่าง มะละกอสุก ครบอีก 5 ครั้ง ตามคำแนะนำของหมอต่อ จนครบ
อาการเจ็บปวดที่ว่าหายไปยาวนาน จนมาโผล่อีกทีเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผมเกิดข้อสงสัยว่า ครั้งนี้ต้นเหตุมาจากกรรมเก่า หรือ การใช้สรีระร่างกายที่ไม่ถูกต้องยาวนานเป็นเหตุ
ผมโทรศัพท์ไปหาแม่ชี คนหนึ่งคืนวันพฤหัส ซึ่งสามารถเห็นเหตุการณ์ในอดีตและอนาคตได้ ผมได้รับการช่วยเหลือที่แม่นยำเกี่ยวกับของที่หายแล้ว หาไม่เจอซึ่งแม่ชีคนนี้สามารถบอกตำแหน่งได้แม่นยำ ว่าอยู่ไหนทางโทรศัพท์ ครั้งนี้แม่ชีบอกผมว่า เจ้ากรรมนายเวร ตามมาเอาคืน ให้ตบเบาๆที่เจ็บ 2 ที แล้วบอกว่าจะอุทิศส่วนกุศลไปให้ อาการเบาลงแต่ไม่หาย แฟนผมฉีดยาชา ให้อีกครั้ง พร้อมกินยาแก้ปวด และ ยาคลายกล้ามเนื้อ เหมือนเดิม ผมหลับได้หลังจากความเจ็บปวดทุเลา
วันรุ่งขึ้นเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา อาการเจ็บปวดมาอีกครั้ง ยาชาของแฟนผมหมด เธอใช้วิธีฉีดโบทอกซ์เพื่อคลายกล้ามเนื้อให้แต่ไม่ได้ผลกว่าโบทอกซ์จะออกฤทธิ์ก็ต้องใช้เวลาหลายวันๆ แฟนผมเธอความหายาชาเฉพาะที่จากทุกคนที่เธอรู้จัก จนได้มาอีกครั้งในเวลา 10 โมง ระหว่างที่เธอลงไปรับยาชาที่ด้านล่างคอนโดนั้น ผมจึงโทรไปหาหมอต่อ เพื่อยืนยันสิ่งที่ผมคิดอีกครั้ง หมอต่อ บอกว่าเจ้ากรรมนายเวร รายเดิมเค้ามาอีกแล้ว ให้เขาคราวนั้น แล้วหายไปเลย ถึงเวลาเขาก็มาเอาคืนอีก ให้ทำเหมือนเดิม แฟนผมขึ้นมาพร้อมกับยาชา เธอฉีดมันให้กับผมอีกครั้ง ในครั้งนี้ยาชาไม่ได้ผลอีกแล้ว ความเจ็บปวดมีมากขึ้น อาการอาเจียนแต่เช้าจนท้องไม่มีอะไรเลยเป็นเรื่องทรมานมากจนทนแทบไม่ไหว
ผมบอกเธอว่า เราไปถวายไตรจีวรที่วัดธาตุทองซึ่งอยู่ตรงข้ามคอนโดก่อนเถอะ ผมเดินด้วยอาการร่อแร่ ไปซื้อไตรจีวร ระหว่างทางเราเจอมะละกอสุก จึงได้ทีในการหาข้าวเหนียวไก่ย่าง ถวายเป็นสังฆทานในครั้งเดียว ถวายเสร็จผมยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ ผมกลับมาที่คอนโด
แฟนผมได้ติดต่อหาหมอนวดที่อยู่ประจำศูนย์ไคโรแพรคติค ที่เอกมัย ซึ่งเป็นหมอนวดคนที่เก่งที่สุดมาให้ผม โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุดของหมอนวด เมื่อเธอจับร่างกายของผม เธอแจ้งว่าเส้นตึงมากจนน่ากลัว เธอนวดให้ผมเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง ทุกๆแรงกดที่เธอทำเพื่อคลายเส้นที่ติด โดยเฉพาะเส้นประสาทที่เชื่อมไปยังกระเพราะอาหารทำให้อาเจียน และ ทำให้ผมร้องด้วยความเจ็บปวดตลอดเวลา จนกระทั่งถึงจุดที่เป็นต้นเหตุให้ผมเจ็บที่สุดในครั้งนี้ คือ หลังด้านล่างซ้าย ที่ผนังพังผืดยึดเกาะจนผิดปกติ
หลังจากการนวดเสร็จ ผมไม่มีอาการอยากกอาเจียนอีกแล้ว แต่ยังมีอาการปวดระบม พ่อผมเดินทางมาหาที่คอนโดพร้อมนำกับข้าว และ ข้าวต้มอาหารต่างๆ มาให้ ผมเข้าใจตอนนั้นเลยว่า ทำไมถึงเรียกคนป่วยว่าต้องหยอดน้ำข้าวต้ม เพราะตอนนั้นมันกินอะไรไม่ลงจริงๆ
ผมบอกกับพ่อว่า ช่วยพาไปหาหมออดุลย์ที่ราชบุรีในวันพรุ่งนี้เช้าด้วย
วันรุ่งขึ้นเช้าวันเสาร์ตอนตีสี่ พ่อมารับผมจากคอนโดที่เอกมัย เราไปถึงบ้านหมออดุลย์ที่ราขบุรี ตอนหกโมงเช้า ที่นี่จะเปิดรักษาตั้งแต่หกโมงเช้าถึงเที่ยงเท่านั้น หยุดทุกวันวันพระ สมัยก่อนบ้านแกอยู่ที่แถวตรงข้ามแขวงการทางราชบุรี ตอนนี้ย้ายไปอยู่แยกดอนแจง
หมออดุลย์ยังคงรักษาตามมาตรฐานเดิม ใช้เวลาแค่ 2-3 นาที เท่านั้นในการรักษา จัดกระดูกให้เข้าที่
ค่ารักษา 209 บาท แกจัดกระดูก กร็อบ แกร๊บ อยู่ 2 ครั้ง อาการก็รู้สึกดีขึ้นกว่าเดิม
ผมกลับมาพัก ต้องกินยาแก้ปวดบ้าง แต่อาการดีขึ้นมาก ตอนเย็นเริ่มกินข้าวปกติได้ กลางคืนนอนไม่ค่อยปวดแล้ว
วันนี้เช้าวันอาทิตย์ ร่างกายเร่ิมกลับมาประมาณ 95 %
อยากบอกทุกคนว่า เราไม่รู้ว่าวันไหนที่เราทำงานหนัก และ เจ็บป่วยล้มลงกะทันหัน
ถ้าไม่มีรายได้ ไม่มีคนดูแล ไม่มีหมอที่เหมาะสมจะเป็นอย่างไร
ในชีวิตปัจจุบัน เราคิดหาแต่เรื่องเงิน จนลืมไปว่าจริงๆแล้ว เราเกิดมาเพื่ออะไร
ใช้ชีวิตให้เหมาะสม สวดมนต์บำเพ็ญบุญทานให้มาก อุทิศแด่เจ้ากรรมนายเวร กรรมเก่าในอดีตชาติจะได้ห่างไกลจากเรา เพราะสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ผมเคยบวชเรียนมาปีกว่า เรื่องมหัศจรรย์คนอ่านจิต รู้อดีตที่เรากระทำมาในชาตินี้ ผมเจอมาหมด ของพวกนี้ต้องเจอด้วยตัวเองไม่งั้นไม่มีทางเชื่อ การใช้ชีวิตในโลกปัจจุบัน ที่มีตัณหาความอยากมีอยากได้เป็นที่ตั้ง ทำให้เราลืมนึกไปถึงความพอดี เพราะถ้าเราพอเป็นก็จะเย็นใจ
ที่สำคัญเงินสำรองฉุกเฉินเป็นเรื่องจำเป็นจริงๆ ทำรถได้ แต่อย่าทุ่มทุกอย่างจนหมดไปกับรถ
นี่คือสิ่งที่ผมอยากบอกกับทุกคนครับ
ขอบคุณที่ตามอ่านจบจบครับ
และ ขอให้เครดิตกับบุคคลที่ทำให้ผมยังพิมพ์ข้อความเผยแพร่ ประสพการณ์ผ่านตัวหนังสือ คือ พ่อบิดาผู้ให้กำเนิดที่มีพระคุณเหลือล้น และ แฟนผมแพทย์หญิงที่สละเวลาหาทุกหนทางจนผมอาการดีขึ้นในวันนี้.......
ไอ้เครื่อง hang หน้าตาอย่างนี้แหละครับ ผมต้องนอนท่านี้อย่างเดียว

ในวันดังกล่าว ผมมีนัดกับลูกความรายหนึ่ง ซึ่งเป็นนักกายภาพบำบัด ประมาณ 9 โมงเช้า ผมได้โทรไปแจ้งประมาณ 9.20 เพื่อเลื่อนการนัดหมาย เป็นวันอื่น เนื่องจากสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ แต่ลูกความผมดูเหมือนไม่ค่อยพอใจนักกับการเลื่อนการนัดหมาย เพราะเธอต้องเลื่อนนัดคนไข้หลายคนเพื่อนัดหมายกับผมในวันนี้ ผมจึงได้ไปทำกายภาพบำบัดในช่วงเช้ากับ นักไคโรแพรคติค ลูกความผมแบบผมไม่ค่อยจะเต็มใจไปนัก ที่ตรงแถวบิ๊กซี ทางไปบางปู สมุทรปราการ และหลังจากนั้นในช่วงบ่าย นักกายภาพคนนี้ผมเคยไปบำบัดเมื่อปีก่อน เพราะจากสรีระของผมที่สูงถึง 185 cm จึงมีโอกาสที่หลังจะได้รับบาดเจ็บหากสภาวะการยืน เดิน นั่น นอน ใช้อย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากโอกาสที่หมอนรองกระดูกจะบิดเบี้ยวไปทับเส้นประสาทจะมีสูงสำหรับคนที่สูงเกิน 175 cm ขึ้นไป
การรักษา เริ่มต้นด้วยการแช่เท้าในน้ำอุ่นค่อนข้างร้อนเป็นเวลาประมาณ 20 นาที
หลังจากนั้นจะใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าโดยเราจะเอาฝ่าเท้าไปวางที่เครื่องกระตุ้น เป็นเวลาอีกราว 30 นาที
ต่อจากนั้นจะมีการจัดสรีระของร่างกายบนเครื่อง Hang อีกราวๆ 30 นาที
ช่วงบ่ายผมอาการดีขึ้น แต่ยังต้องไปหน่วยงานราชการเพื่อค้นหาข้อมูลในการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ในงานที่ทำเกี่ยวกับทนายความ และ ในช่วงเย็นตอนที่ผมขับรถเพื่อกลับคอนโดนั้น อาการปวดหลังติดตามมา จนกระเพาะอาหารเกิดการบีบตัว ผมต้องหาถุงพลาสติกเพื่อที่จะอาเจียนสำรอกอาหารที่เพิ่งกินเข้าไปพร้อมกับยาแก้ปวด และ ยาคลายกล้ามเนื้อ
ใครที่ไม่เคยผ่านอาการเจ็บปวดทรมานคงไม่ค่อยเข้าใจ ว่าในขณะนั้นผมคิดถึงอยู่แค่ ทำยังไงถึงจะกระทืบ 3.6 AMG แบบดึงคันเกียร์ลงเกียร์สองตลอดเวลา ให้ผ่านสภาวะรถติดสุดสุดจากหลังเซ็ลทรัล บางนา มุ่งหน้า คอนโดที่บีทีเอสเอกมัย เพราะห้องที่คอนโดมี Hang ที่ผมสามารถนอนแล้วบรรเทาความเจ็บปวดได้เพียงอย่างเดียว
หลังจากสามารถเข้าห้องได้สำเร็จในสภาพร่อแร่ เพราะอาเจียนในช่วงรถติดสุดตรงพระโขนงมุ่งหน้าเอกมัย ต่อเนื่องมาถึงที่จอดรถ ชั้น 3 จนกระทั่งต้องเกาะราวในลิฟท์ เพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ฟุบไปกับพื้น
ไขกุญแจห้องได้สำเร็จ ผมถอดเสื้อผ้าออกเหลือแต่ บอกเซอร์ไปนอนอยู่บน Hang เผื่อผ่อนคลายความเจ็บปวด สลับกับอาเจียนในหัองน้ำจนแทบไม่เหลืออาหารใดๆในท้องอีก แฟนผมซึ่งมีงานกว่าจะกลับมาก็ประมาณห้าทุ่ม ในแต่ละชั่วโมงที่ผ่านไปจึงเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานสำหรับผม
เมื่อเธอกลับมา เธอได้ฉีดยาชาเฉพาะที่ให้กับผมอีกครั้ง พร้อมฝังเข็ม และ ฉีดยาแก้อักเสบ เพื่อผ่อนคลายความเจ็บปวด แต่ผมก็ยังต้องลุกไปนอนบน Hang สลับกับการนอนบนเตียงปกติ ตลอดทั้งคืน พร้อมกับกินยาแก้ปวด และ ยาคลายกล้ามเนื้อ
วันพฤหัสเช้าผมตื่นขึ้นมาความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาหาผมอีกครั้ง ผมไม่สามารถออกไปไหนได้ แต่ถึงกระนั้น ผมมีสัญญากับเพื่อนคนหนึ่งใน Bon ว่าจะเตรียมร่างสัญญาที่เพื่อนผมต้องใช้ให้ แม้ในสภาวะร่างกายไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะหากรับปากแล้วไม่อาจทำได้ เพื่อนผมอาจต้องตกในที่นั่งลำบาก ผมจึงฝืนร่างกายดูจนสัญญาแล้วเสร็จ แล้วส่งไปให้เพื่อนของผมทางอีเมล์
ในครานี้ ผมได้กลับมานึกย้อนอดีต ถึงความเจ็บปวดนี้ว่าเคยได้รับความเจ็บมากี่ครั้ง
ครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงผมเรียนเอแบค ที่บ้านเพื่อนแถวอ่อนนุช ผมถูกส่งเข้าโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท เพื่อฉีดยาระงับการปวด อาการหายไป
ครั้งที่ 2 ผมติดการนอนในโซฟาภายในห้องนอนที่บ้านหลังเก่า การนอนจะเป็นการนอนแนว 145 องศา
ในครั้งนั้น ผมหายจากการไปหา หมออดุลย์ หมอชาวบ้านที่โด่งดังจากการจัดกระดูกที่จังหวัดราชบุรี ที่รู้จักจากคำบอกเล่าของ แม่ยายของเจ้านายเก่าสมัยที่ยังเป็นทนายความฝึกหัดอยู่
ครั้งที่ 3 ผมเจ็บสมัยที่ออกมาเป็นทนายความอิสระจริงๆแล้ว ในครั้งนั้นเจ็บเหมือนในครั้งนี้ ผมได้พบกับหมอการแพย์ทางเลือกคนหนึ่งชื่อ หมอต่อ ที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ผมปวดจนหมดสิ้นหนทางในการรักษา ความเจ็บปวดมาเป็นระยะทุกๆวันพระ มีเพื่อนคนหนึ่งแนะนำให้ไปหาหมอต่อ แต่ติดตรงที่ไกล แต่ในครั้งนี้ผมไปไม่รอดแล้ว จึงตัดสินใจขับรถไปเองเลย
เมื่อได้สนทนา ทำให้ทราบว่าเดิม หมอต่อเคยเป็นหมอแมะ ที่จับชีพจรแล้วจะทราบว่าเราป่วยเป็นอะไร แต่เนื่องจากหมอต่อเป็นนักปฎิบัติธรรมด้วย ความสามารถในการรักษาจะสูงขึ้นไปอีกระดับ หากมีกรรมในอดีตชาติที่ติดตามเรามาให้ผลร้าย
ผมได้ทราบจาก หมอต่อว่า ในอดีตชาติ ชาติหนึ่งของผม ผมได้เกิดเป็นมนุษย์ ประกอบอาชีพนักมวย และ ได้ไปทำร้ายบุคคลหนึ่งจนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณช่องท้อง ในชาตินี้ ผลกรรมในอดีตได้ติดตามผมมาแล้ว ถ้าอยากหายให้ทำบุญใส่บาตรด้วยข้าวเหนียว ไก่ย่าง มะละกอสุก ซึ่งเป็นอาหารที่เจ้ากรรมนายเวรของผมชอบเป็นจำนวน 5 ครั้ง ทุกครั้งที่ใส่บาตรให้น้อมจิตเชิญเจ้ากรรมนายเวรมาเป็นเจ้าภาพด้วย แต่หากต้องการให้ได้ผลเร็ว ให้ถวายไตรจีวร แด่พระสงฆ์จำนวน 1 ชุด โดยน้อมเชิญเจ้ากรรมนายเวรมาเป็นเจ้าภาพ อุทิศให้เขาโดยตรง ในครั้งนั้น แค่ผมคิดจะถวาย ความเจ็บปวดเบาลงไปครึ่งหนึ่ง พอหลังจากถวายเสร็จความเจ็บปวดหายไปอย่างอัศจรรย์ แต่ผมก็ยังทำบุญด้วยข้าวเหียว ไก่ย่าง มะละกอสุก ครบอีก 5 ครั้ง ตามคำแนะนำของหมอต่อ จนครบ
อาการเจ็บปวดที่ว่าหายไปยาวนาน จนมาโผล่อีกทีเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผมเกิดข้อสงสัยว่า ครั้งนี้ต้นเหตุมาจากกรรมเก่า หรือ การใช้สรีระร่างกายที่ไม่ถูกต้องยาวนานเป็นเหตุ
ผมโทรศัพท์ไปหาแม่ชี คนหนึ่งคืนวันพฤหัส ซึ่งสามารถเห็นเหตุการณ์ในอดีตและอนาคตได้ ผมได้รับการช่วยเหลือที่แม่นยำเกี่ยวกับของที่หายแล้ว หาไม่เจอซึ่งแม่ชีคนนี้สามารถบอกตำแหน่งได้แม่นยำ ว่าอยู่ไหนทางโทรศัพท์ ครั้งนี้แม่ชีบอกผมว่า เจ้ากรรมนายเวร ตามมาเอาคืน ให้ตบเบาๆที่เจ็บ 2 ที แล้วบอกว่าจะอุทิศส่วนกุศลไปให้ อาการเบาลงแต่ไม่หาย แฟนผมฉีดยาชา ให้อีกครั้ง พร้อมกินยาแก้ปวด และ ยาคลายกล้ามเนื้อ เหมือนเดิม ผมหลับได้หลังจากความเจ็บปวดทุเลา
วันรุ่งขึ้นเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา อาการเจ็บปวดมาอีกครั้ง ยาชาของแฟนผมหมด เธอใช้วิธีฉีดโบทอกซ์เพื่อคลายกล้ามเนื้อให้แต่ไม่ได้ผลกว่าโบทอกซ์จะออกฤทธิ์ก็ต้องใช้เวลาหลายวันๆ แฟนผมเธอความหายาชาเฉพาะที่จากทุกคนที่เธอรู้จัก จนได้มาอีกครั้งในเวลา 10 โมง ระหว่างที่เธอลงไปรับยาชาที่ด้านล่างคอนโดนั้น ผมจึงโทรไปหาหมอต่อ เพื่อยืนยันสิ่งที่ผมคิดอีกครั้ง หมอต่อ บอกว่าเจ้ากรรมนายเวร รายเดิมเค้ามาอีกแล้ว ให้เขาคราวนั้น แล้วหายไปเลย ถึงเวลาเขาก็มาเอาคืนอีก ให้ทำเหมือนเดิม แฟนผมขึ้นมาพร้อมกับยาชา เธอฉีดมันให้กับผมอีกครั้ง ในครั้งนี้ยาชาไม่ได้ผลอีกแล้ว ความเจ็บปวดมีมากขึ้น อาการอาเจียนแต่เช้าจนท้องไม่มีอะไรเลยเป็นเรื่องทรมานมากจนทนแทบไม่ไหว
ผมบอกเธอว่า เราไปถวายไตรจีวรที่วัดธาตุทองซึ่งอยู่ตรงข้ามคอนโดก่อนเถอะ ผมเดินด้วยอาการร่อแร่ ไปซื้อไตรจีวร ระหว่างทางเราเจอมะละกอสุก จึงได้ทีในการหาข้าวเหนียวไก่ย่าง ถวายเป็นสังฆทานในครั้งเดียว ถวายเสร็จผมยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ ผมกลับมาที่คอนโด
แฟนผมได้ติดต่อหาหมอนวดที่อยู่ประจำศูนย์ไคโรแพรคติค ที่เอกมัย ซึ่งเป็นหมอนวดคนที่เก่งที่สุดมาให้ผม โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุดของหมอนวด เมื่อเธอจับร่างกายของผม เธอแจ้งว่าเส้นตึงมากจนน่ากลัว เธอนวดให้ผมเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง ทุกๆแรงกดที่เธอทำเพื่อคลายเส้นที่ติด โดยเฉพาะเส้นประสาทที่เชื่อมไปยังกระเพราะอาหารทำให้อาเจียน และ ทำให้ผมร้องด้วยความเจ็บปวดตลอดเวลา จนกระทั่งถึงจุดที่เป็นต้นเหตุให้ผมเจ็บที่สุดในครั้งนี้ คือ หลังด้านล่างซ้าย ที่ผนังพังผืดยึดเกาะจนผิดปกติ
หลังจากการนวดเสร็จ ผมไม่มีอาการอยากกอาเจียนอีกแล้ว แต่ยังมีอาการปวดระบม พ่อผมเดินทางมาหาที่คอนโดพร้อมนำกับข้าว และ ข้าวต้มอาหารต่างๆ มาให้ ผมเข้าใจตอนนั้นเลยว่า ทำไมถึงเรียกคนป่วยว่าต้องหยอดน้ำข้าวต้ม เพราะตอนนั้นมันกินอะไรไม่ลงจริงๆ
ผมบอกกับพ่อว่า ช่วยพาไปหาหมออดุลย์ที่ราชบุรีในวันพรุ่งนี้เช้าด้วย
วันรุ่งขึ้นเช้าวันเสาร์ตอนตีสี่ พ่อมารับผมจากคอนโดที่เอกมัย เราไปถึงบ้านหมออดุลย์ที่ราขบุรี ตอนหกโมงเช้า ที่นี่จะเปิดรักษาตั้งแต่หกโมงเช้าถึงเที่ยงเท่านั้น หยุดทุกวันวันพระ สมัยก่อนบ้านแกอยู่ที่แถวตรงข้ามแขวงการทางราชบุรี ตอนนี้ย้ายไปอยู่แยกดอนแจง
หมออดุลย์ยังคงรักษาตามมาตรฐานเดิม ใช้เวลาแค่ 2-3 นาที เท่านั้นในการรักษา จัดกระดูกให้เข้าที่
ค่ารักษา 209 บาท แกจัดกระดูก กร็อบ แกร๊บ อยู่ 2 ครั้ง อาการก็รู้สึกดีขึ้นกว่าเดิม
ผมกลับมาพัก ต้องกินยาแก้ปวดบ้าง แต่อาการดีขึ้นมาก ตอนเย็นเริ่มกินข้าวปกติได้ กลางคืนนอนไม่ค่อยปวดแล้ว
วันนี้เช้าวันอาทิตย์ ร่างกายเร่ิมกลับมาประมาณ 95 %
อยากบอกทุกคนว่า เราไม่รู้ว่าวันไหนที่เราทำงานหนัก และ เจ็บป่วยล้มลงกะทันหัน
ถ้าไม่มีรายได้ ไม่มีคนดูแล ไม่มีหมอที่เหมาะสมจะเป็นอย่างไร
ในชีวิตปัจจุบัน เราคิดหาแต่เรื่องเงิน จนลืมไปว่าจริงๆแล้ว เราเกิดมาเพื่ออะไร
ใช้ชีวิตให้เหมาะสม สวดมนต์บำเพ็ญบุญทานให้มาก อุทิศแด่เจ้ากรรมนายเวร กรรมเก่าในอดีตชาติจะได้ห่างไกลจากเรา เพราะสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ผมเคยบวชเรียนมาปีกว่า เรื่องมหัศจรรย์คนอ่านจิต รู้อดีตที่เรากระทำมาในชาตินี้ ผมเจอมาหมด ของพวกนี้ต้องเจอด้วยตัวเองไม่งั้นไม่มีทางเชื่อ การใช้ชีวิตในโลกปัจจุบัน ที่มีตัณหาความอยากมีอยากได้เป็นที่ตั้ง ทำให้เราลืมนึกไปถึงความพอดี เพราะถ้าเราพอเป็นก็จะเย็นใจ
ที่สำคัญเงินสำรองฉุกเฉินเป็นเรื่องจำเป็นจริงๆ ทำรถได้ แต่อย่าทุ่มทุกอย่างจนหมดไปกับรถ
นี่คือสิ่งที่ผมอยากบอกกับทุกคนครับ
ขอบคุณที่ตามอ่านจบจบครับ
และ ขอให้เครดิตกับบุคคลที่ทำให้ผมยังพิมพ์ข้อความเผยแพร่ ประสพการณ์ผ่านตัวหนังสือ คือ พ่อบิดาผู้ให้กำเนิดที่มีพระคุณเหลือล้น และ แฟนผมแพทย์หญิงที่สละเวลาหาทุกหนทางจนผมอาการดีขึ้นในวันนี้.......