วิ่งแก๊สLPGออกตัวเครื่องสะดุด

Eakkarat_13

New member
สวัสดีพี่ๆชาวBenzOwnerทุกท่านครับ วันนี้ผมมีปัญหามีปรึกษาพี่ๆอีกครั้ง

ผมใช้รถE220 W124 ตอนที่วิ่งแก๊สLPG เวลากดคันเร่งแรงๆจะรู้สึกว่าเครื่องจะสะดุดนิดนึงแล้วถึงจะไปได้ต่อ ถ้ากดคันเร่งลงไปแรงมากก็จะสะอึกแรงมากเช่นกันครับ อาการนี้เป็นเฉพาะเวลาออกตัวเท่านั้นครับ พอออกตัวไปได้ทุกอย่างไม่มีปัญหา วันนี้ผมจะเลี้ยงกลับรถพอกดคันเร่งไปเครื่องสะดุดต้องรอแปบนึงถึงจะเร่งไปได้ครับ รู้สึกหวาดเสียวมากเพราะรถทางตรงกำลังจะมา อาการนี้เกิดเฉพาะตอนวิ่งแก๊สเท่านั้นครับ วิ่งน้ำมันกดคันเร่งรอบมาตามปกติครับ ผมได้เข้าร้านแก๊สไปเปลี่ยนกรองแก๊สแล้ว และให้ช่างจูนแล้วก็ยังไม่หายช่างบอกว่าเป็นสายหัวเทียนรั่ว

ผมเลยอยากถามพี่ๆว่า เป็นไปได้หรือป่าวครับว่าเป็นที่สายหัวเทียนรั่วหรือว่าปัญหาจากการจูนแก๊สครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ

ปล.สัปดาห์ที่แล้วผมเพิ่งเปลี่ยนหัวเทียนไปทั้ง4อันครับ
 
เป็นไปได้ครับ ทั้งสายหัวเทียน หัวเทียน คอยล์ การจูน และอีกหลายอย่าง
ต้องไล่ดูครับ อย่างของผม โดนคอยล์ไปเปลี่ยนแล้วหายกริ๊บ อิอิ ^__^
 
นำประสบการณ์ที่เคยเป็นเหมือนกับและแก้ใขสำเร็จแล้วมาเล่าให้ฟังเป็นแนวทาง ปัญหานี้เกิดจากตำแหน่งการเจาะท่อแก็สไกลไป ท่อส่งแก๊สจากหัวฉีดเข้าท่อไอดียาวไป ทำให้การจ่ายแก๊สในช่วงเร่งไม่ทันกับความต้องการของเครื่องยนต์ จูนแก็สช่วยให้หนาก็หายแต่ไม่นานก็กลับมาเป็นอีกเพราะกล่องDMEจะทำปรับสัญญาณการฉีดให้น้อยลง และส่งผลให้ตอนเช้าน้ำมันติดยากด้วย วิธีแก้เจาะท่อไอดีใหม่ให้มุมองศาการฉีดใกล้เคียงหัวฉีดน้ำมัน สายยาวแก้ใขโดยเปลี่ยนเป็นหัวฉีดแก๊สแบบแยกหรือแบบตลับคู่ จูนแก๊สใหม่อาการที่เป็นจะหายไป :D:D:D ส่วนหัวเทียนเปลี่ยนให้เย็นลงหนึ่งหรือสองเบอร์:icon_e_geek::icon_e_geek:
 
ในรถคันเดียวกันเวลาใช้น้ำมันวิ่งดี แต่พอสลับเป็นแก๊สแล้วมีปัญหา
อันดับแรกเลยให้เช็คความสมบูรณ์ระบบไฟจุดระเบิด เพราะการใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงต้องการไฟจุดระเบิดที่สมบูรณ์กว่าการใช้เบนซินเป็นเชื้อเพลิง คือถ้ามีการรั่วของไฟเพียงเล็กน้อย หรือไฟที่จ่ายมาจากคอยล์แรงเคลื่อนไฟฟ้ามันดร๊อป หรือจ่ายบ้างไม่จ่ายบ้าง ขณะใช้น้ำมันอาจไม่รู้สึกอะไร แต่พอเปลี่ยนเป็นแก๊สเราจะรับรู้ความไม่ปกติได้ทันที ถ้ามั่นใจว่าระบบจุดระเบิดสมบูรณ์ ค่อยไล่ไปเช็คจุดอื่นครับ
 
ผมว่าน่าจะเกิดจากแรงดันแก๊สที่ตั้งไว้อาจมีแรงดันต่ำไปหน่อยนึงลองปรับที่หม้อต้มดูสิครับ

ตรงหม้อต้มจะมีหัวสกรูที่เป็นร่องให้ปรับหมุนตามเข็มนาฬิกามาประมาณ 1 ใน 4 รอบ

ลองดูครับไม่มีไรเสียหายถ้าไม่ใช่:icon_idea::icon_idea:
 
ขอบคุณพี่ๆทุกท่านครับ เดี๋ยวผมจะลองแก้จากเล็กไปหาใหญ่ครับ

แต่ตอนนี้ปัญหาเก่ายังไม่หายปัญหาใหม่เพิ่งมาสดๆร้อนๆเมื่อสักครู่นี้เองครับ อยู่ดีๆรอบเครื่องก็เร่งขึ้นมาเองถึง1500รอบตอนปิดแอร์ พอเปิดแอร์รอบเครื่องก็กลับลงมาเป็นปกติ (ประมาณ800-900รอบ) ก่อนหน้านี้ปิดแอร์แล้วก็ดับเครื่องก็ไม่เป็นเพิ่งจะมาเป็นตอนถึงบ้านครับ มันเกิดมาจากอะไรหรอครับ

ถ้ามีปัญหามาให้แก้ตลอดรถคันนี้ผมอาจจะต้องปล่อยออกไปแล้วครับ ไม่ไหวแก้ปัญหาครับ :(:(:(
 
อย่าเพิ่งท้อนะครับผมว่าไม่เป็นอะไรมากหรอกหากซ่อมถูกจุดแล้วใช้กันยาวเลยนะครับ

รถ MB ดีกว่ารถยุ่นตรงที่พอเปลี่ยนอะไหล่ตัวไหนแล้วละก็ใช้กันยาวสำหรับอะไหล่ตัวนั้นบางตัวเป็น

10 ปีเลยทีเดียวรถยุ่น 2-3 ปีเดี๋ยวก็เปลี่ยนอีก

ส่วนที่รอบค้างนั้นลองสังเกตุดูว่าเป็นบ่อยรึเป่าถ้านานๆเป็นทีก็ถือว่าปกติเพราะอาจจะเกิดจากระบบเชื้อ

เพลิงที่เข้ามาห้องเผาไหม้มาไม่สม่ำเสมอก็ได้หรืออาจจะเกิดจากสมองสั่งให้ไอเดิลเปิดชดเชยรอบ

แต่พอเปิดแล้วอาจค้างนิดหน่อยเนื่องจากไอเดิลสกปรกทำให้ปิดช้าจึงทำให้เครื่องเร่งเดี๋ยวเดียวก็หาย

แต่ถ้าอยากให้หายก็ถอดไอเดิลออกมาล้างให้สะอาดและถ้าถอดไอเดิลออกมาแล้วก็เปิดฝาดำ

ออกมาหาจารบีทาตามเฟืองข้างในให้เค้าด้วยรับรองว่าหายแน่ครับ
 
ใช้แก๊สระบบอะไร ยี้ห้ออะไรครับ
 
ใช้แก๊สระบบอะไร ยี้ห้ออะไรครับ

ตัวจริงเสียงจริงเรื่องการปรับปรุงมาแล้วครับ
ปูเสื่อรอฟังครับผม

น้องอภิสิทธิ์ @ Japan
 
เช็คอาการถ้าใช้น้ำมันก็เป็น ลองสลับแอร์แมสหน่อยครับ
 
ไม่รู้จะเหมือนกันรึป่า่วครับ
ที่ผมเจอมาคือ ตอนกดคันเร่งลงไปทีแรกจะวอดไปนิดนึง
แล้วรอบถึงค่อยกวาดขึ้นตามปกติ จะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง

อาการที่ว่าผมได้มาจากสองเหตุ คือ
จูนแก๊ส ไม่ดีหนา-บางไป กับ อีกสาเหตุคืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบแก๊ส
เริ่มเสื่อมสภาพ เช่นหม้อต้มคุมแรงดันไม่อยู่ ทำให้ค่าที่จูนไว้ใช้ไม่ได้
กล่องอีซียูรถพยายามปรับค่าตามจนเพี้ยน

ลองหาโค้ดเออเร่อร์เช็คดูครับ อาจจะมีโค้ด 13 อยู่
ถ้าเป็นอย่างที่ผมว่าไว้เครีย์โค้ด แล้วหาสาเหตุว่ามาจากอะไร
ส่วนเรื่องรอบแอร์ที่กระโดดสูงมาก อาจเกิดจากไซด์เอ็ฟเฟ็คของอันนี้ก็ได้ครับ
เพราะถ้าจูนแก๊สตอนรอบเดินเบาไม่ดี ตอนที่มีโหลด กับไม่มีโหลด
แอร์ทำงานทีอาจจะดับ หรือรอบกระโดดอย่างที่เห็นได้
 
ไม่รู้จะเหมือนกันรึป่า่วครับ
ที่ผมเจอมาคือ ตอนกดคันเร่งลงไปทีแรกจะวอดไปนิดนึง
แล้วรอบถึงค่อยกวาดขึ้นตามปกติ จะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง

อาการที่ว่าผมได้มาจากสองเหตุ คือ
จูนแก๊ส ไม่ดีหนา-บางไป กับ อีกสาเหตุคืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบแก๊ส
เริ่มเสื่อมสภาพ เช่นหม้อต้มคุมแรงดันไม่อยู่ ทำให้ค่าที่จูนไว้ใช้ไม่ได้
กล่องอีซียูรถพยายามปรับค่าตามจนเพี้ยน

ลองหาโค้ดเออเร่อร์เช็คดูครับ อาจจะมีโค้ด 13 อยู่
ถ้าเป็นอย่างที่ผมว่าไว้เครีย์โค้ด แล้วหาสาเหตุว่ามาจากอะไร
ส่วนเรื่องรอบแอร์ที่กระโดดสูงมาก อาจเกิดจากไซด์เอ็ฟเฟ็คของอันนี้ก็ได้ครับ
เพราะถ้าจูนแก๊สตอนรอบเดินเบาไม่ดี ตอนที่มีโหลด กับไม่มีโหลด
แอร์ทำงานทีอาจจะดับ หรือรอบกระโดดอย่างที่เห็นได้


ใช้เลยครับอาการเหมือนที่พี่ว่าเลยครับ กดคันเร่งที่แรกจะวอดและรอบก็กลับมาเป็นปกติครับ มีบางครั้งถอยหลังก็ดับเลยครับ
 
ใช้แก๊สหัวฉีด ของSECครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ

ตอนไปให้ช่างจูน เขาได้วิ่งจูนไหมครับ หรือว่าแค่เบิ้ลเครื่อง แล้วก็หันมาบอกว่าเสร็จแล้ว

ลองจูนใหม่ให้พอดีก่อนดีไหมครับ
ซึ่งเราสามารถ ตรวจสอบได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ โดยไม่ต้องใช้Comซักนิด

ลองใช้น้ำมัน No load ติดเครื่องอย่างเดียว(เครื่องร้อนแล้ว) สมมุติว่า 750 รอบต่อนาที
ถ้าเปลี่ยนเป็นแก๊ส แล้วรอบเครื่องสูงขึ้น เช่น 800 แปลว่า หนาไปครับ
แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นแก๊สแล้ว แล้วรอบเครื่องต่ำลง เช่น 600 แปลว่า บางไปครับ
ถ้าจูนพอดี รอบเครื่องก็ต้องเท่ากันกับตอนที่เราใช้น้ำมัน

สมมุติตอนใช้น้ำมัน เปิดแอร์ รอบเครื่อง 850
ถ้าจูนพอดี เปลี่ยนเป็นแก๊ส ก็ต้อง 850 เท่ากันครับ
ถ้าเปลี่ยนเป็นแก๊สแล้ว รอบเครื่องสูงขึ้น ก็หนาไป
ถ้าเปลี่ยนเป็นแก๊สแล้ว รอบเครื่องต่ำลง ก็บางไป

ตอนFull load ก็เช่นกันครับ เปิดทุกอย่างที่มีในรถ
แอร์ ไฟหน้า ไฟสูง เกียร์R ไฟตัดหมอก ไล่ผ้าหลัง
จูนพอดี รอบเครื่องต้องเท่ากัน

ตอนเราขับ ก็ตรวจสสอบได้นะครับ เช่น
ขับแก๊สที่ความเร็วซัก 100 ค้างเท้าที่คันเร่งนิ่ง ๆ ไว้
จากนั้นก็กดที่ปุ่ม เปลี่ยนเป็นน้ำมัน (เท้านิ่ง ๆ เหมือนเดิม)
ถ้าความเร็วสูงขึ้นเป็น 105 แปลว่า ที่ความเร็ว 100 เราจูนบางไปครับ
แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นน้ำมันแล้ว ความเร็วลดลงเหลือ 90 ก็แปลว่าเราจูนหนาไปครับ

ซึ่งเราสามรถลองได้ทุกช่วงความเร็วที่เราอยากรู้ ตั้งแต่ 60 80 100 120 140 150 ครับ
เน้นย้ำว่าให้เปลี่ยนจากแก๊ส เป็น น้ำมัน เท่านั้นนะครับ
เพราะหัวฉีดแก๊สอยู่ไกล จากลูกสูบ การที่เรากดเปลี่ยน จากแก๊สเป็นน้ำมัน
เชื้อเพลิงไม่ขาดตอน ไม่สะดุดครับ
ห้ามกดเปลี่ยน จากน้ำมันเป็นแก๊ส ในช่วงความเร็วสูง โดยไม่จำเป็น
เพราะกว่า แก๊สจะเดินทางมาถึงลูกสูบ ก็จะมีช่วงขาดตอนสั้น ๆ เกิดความสึกหรอได้ครับ

ถ้ามั่นใจว่าจูนพอดีแล้ว ยังไม่หาย ค่อยหาสาเหตุอื่นต่อไป
แต่ถ้ารู้ว่ายังจูนไม่พอดี ก็ลองจูนใหม่ก่อน จะเสียเงินเปลี่ยนอะไหล่ครับ
 
Last edited:
ตอนไปให้ช่างจูน เขาได้วิ่งจูนไหมครับ หรือว่าแค่เบิ้ลเครื่อง แล้วก็หันมาบอกว่าเสร็จแล้ว

ลองจูนใหม่ให้พอดีก่อนดีไหมครับ
ซึ่งเราสามารถ ตรวจสอบได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ โดยไม่ต้องใช้Comซักนิด

ลองใช้น้ำมัน No load ติดเครื่องอย่างเดียว(เครื่องร้อนแล้ว) สมมุติว่า 750 รอบต่อนาที
ถ้าเปลี่ยนเป็นแก๊ส แล้วรอบเครื่องสูงขึ้น เช่น 800 แปลว่า หนาไปครับ
แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นแก๊สแล้ว แล้วรอบเครื่องต่ำลง เช่น 600 แปลว่า บางไปครับ
ถ้าจูนพอดี รอบเครื่องก็ต้องเท่ากันกับตอนที่เราใช้น้ำมัน

สมมุติตอนใช้น้ำมัน เปิดแอร์ รอบเครื่อง 850
ถ้าจูนพอดี เปลี่ยนเป็นแก๊ส ก็ต้อง 850 เท่ากันครับ
ถ้าเปลี่ยนเป็นแก๊สแล้ว รอบเครื่องสูงขึ้น ก็หนาไป
ถ้าเปลี่ยนเป็นแก๊สแล้ว รอบเครื่องต่ำลง ก็บางไป

ตอนFull load ก็เช่นกันครับ เปิดทุกอย่างที่มีในรถ
แอร์ ไฟหน้า ไฟสูง เกียร์R ไฟตัดหมอก ไล่ผ้าหลัง
จูนพอดี รอบเครื่องต้องเท่ากัน

ตอนเราขับ ก็ตรวจสสอบได้นะครับ เช่น
ขับแก๊สที่ความเร็วซัก 100 ค้างเท้าที่คันเร่งนิ่ง ๆ ไว้
จากนั้นก็กดที่ปุ่ม เปลี่ยนเป็นน้ำมัน (เท้านิ่ง ๆ เหมือนเดิม)
ถ้าความเร็วสูงขึ้นเป็น 105 แปลว่า ที่ความเร็ว 100 เราจูนบางไปครับ
แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นน้ำมันแล้ว ความเร็วลดลงเหลือ 90 ก็แปลว่าเราจูนหนาไปครับ

ซึ่งเราสามรถลองได้ทุกช่วงความเร็วที่เราอยากรู้ ตั้งแต่ 60 80 100 120 140 150 ครับ
เน้นย้ำว่าให้เปลี่ยนจากแก๊ส เป็น น้ำมัน เท่านั้นนะครับ
เพราะหัวฉีดแก๊สอยู่ไกล จากลูกสูบ การที่เรากดเปลี่ยน จากแก๊สเป็นน้ำมัน
เชื้อเพลิงไม่ขาดตอน ไม่สะดุดครับ
ห้ามกดเปลี่ยน จากน้ำมันเป็นแก๊ส ในช่วงความเร็วสูง โดยไม่จำเป็น
เพราะกว่า แก๊สจะเดินทางมาถึงลูกสูบ ก็จะมีช่วงขาดตอนสั้น ๆ เกิดความสึกหรอได้ครับ

ถ้ามั่นใจว่าจูนพอดีแล้ว ยังไม่หาย ค่อยหาสาเหตุอื่นต่อไป
แต่ถ้ารู้ว่ายังจูนไม่พอดี ก็ลองจูนใหม่ก่อน จะเสียเงินเปลี่ยนอะไหล่ครับ

ขอบคุณมากๆครับสำหรับคำแนะนำดีๆมีประโยชน์ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมลองเช็คดูครับ

ช่างที่จูนแก๊สไม่ได้ลองวิ่งดูเลยครับ เอารถเข้าไปจูน เร่งเครื่องแล้วก็บอกว่าเสร็จแล้ว แล้วบอกว่าอาการนี้แก้ไม่หายให้ไปเปลี่ยนสายหัวเทียนครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมลองเช็คตามที่พี่ได้บอกอีกทีครับ
 
ขอบคุณมากๆครับสำหรับคำแนะนำดีๆมีประโยชน์ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมลองเช็คดูครับ

ช่างที่จูนแก๊สไม่ได้ลองวิ่งดูเลยครับ เอารถเข้าไปจูน เร่งเครื่องแล้วก็บอกว่าเสร็จแล้ว แล้วบอกว่าอาการนี้แก้ไม่หายให้ไปเปลี่ยนสายหัวเทียนครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมลองเช็คตามที่พี่ได้บอกอีกทีครับ

แค่มีสายจูน พร้อมโปรแกรม ก้อสามารถ จูนแก๊สกับคุณ aids ทีบ้านคุณเองได้เลยครับ
 
เรียนถามท่านaids..ของผมw202c220อาการเดียวกันเลย.. แก๊สหัวฉีด ag ครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ พึ่งซื้อต่อเค้ามา ช่างแก๊สAG ที่ไหนก็ไม่รู้จัก ขอคำแนะนำด้วยครับ หรือจะไปพบท่านได้ที่ไหนครับ..อ๊อดครับ//T.0811704420
 
เช็คระบบจุดระเบิดเลยครับ คงอย่างใดอย่างหนึ่ง
รถผมก็เป็นอาการอย่างนี้เลยครับ ใช้น้ำมันไม่เป็นสักนิด แต่แก๊สเป็น อาการก็เหมือน จขกท เด๊ะๆ

สรุป เปลี่ยนคอยล์หาย

รีบเปลี่ยนอย่าทนใช้เน้อ มันเสียวตอนกลับรถครับ:eek:
 
เรียนถามท่านaids..ของผมw202c220อาการเดียวกันเลย.. แก๊สหัวฉีด ag ครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ พึ่งซื้อต่อเค้ามา ช่างแก๊สAG ที่ไหนก็ไม่รู้จัก ขอคำแนะนำด้วยครับ หรือจะไปพบท่านได้ที่ไหนครับ..อ๊อดครับ//T.0811704420

ถ้าซื้อรถต่อมา เราควรตั้งต้นดูแลใหม่ครับ
1. เปลี่ยนกรองแก๊สทั้ง 2 ตัว
2. เปลี่ยนท่อยางของแก๊สทุกเส้น
3. Calibrateหัวฉีดแก๊ส ให้จ่ายแก๊สได้เท่ากันทุกสูบ
จากนั้นค่อยจูนใหม่

ผมเป็นผู้ใช้รถคนหนึ่งครับ ไม่มีธุรกิจอะไรกับแก๊สครับ
ติดต่อผมได้ที่ 081-8441244 ครับ
 
มารายงานผลให้น้าๆสมาชิกBONทราบครับ จากการที่ไม่มีเวลาเพิ่งเอารถเข้าไปเช็คที่อู่วันนี้ ช่างที่อู่ก็ได้ลองเอาสายหัวเทียน ไอเดิ้ล แอร์แมส มาเปลี่ยนก็ไม่หาย อาการเดิมยังคงเป็นอยู่ จากนั้นก็ได้เปลี่ยนเอาชุดเดิมของเก่ามาใส่ให้ สุดท้ายช่างได้เปลี่ยนคอยล์จุดระเบิดอาการดังกล่าวก็หายเลยครับ ตามที่่น้าV230แนะนำผมมา ตอนนี้ผมใส่ของเก่าที่เอาไว้ลองของที่อู่ เดี๋ยววันอังคารช่างให้เข้าไปเปลี่ยนของใหม่ครับ ขอขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำดีๆจากสมาชิกBONครับ
 
Back
Top