สตาร์ตยาก 190E 2.0 Auto

punpone

New member
ไม่ว่าตอนเครื่องร้อนหรือเครื่องเย็น สตาร์ตทุกครั้งต้องเหยียบคันเร่งช่วย แต่มีข้อสังเกตุว่าหลังปิดเครื่องไม่นานเช่นจอดเติมน้ำมัน หรือจอดรถข้ามคืนจนเครื่องเย็นสนิทแล้วจะสตาร์ตติดได้ง่าย(ยังต้องเหยียบคันเร่งช่วยบ้าง) แต่ถ้าขับรถมาแล้วจอดทิ้งไว้สักพักใหญ่ จะสตาร์ตยากมากถึงแม้จะเหยียบคันเร่งช่วยสุดๆแล้ว ต้องมีลุ้น2-3ครั้ง อาการแบบนี้น่าเกิดจากสาเหตุอะไรครับ
อีกอย่างเวลาเกียร์อยู่ที่ตำแหน่ง N แล้วลองบิดกุญแจให้สุด(เหมือนจะสตาร์ต)บางครั้งจะได้ยินเสียงปั้มติกทำงาน ทั้งๆที่มันไม่ควรมีอาการตอบสนองอะไร
 
" ลองบิดกุญแจให้สุด(เหมือนจะสตาร์ต)บางครั้งจะได้ยินเสียงปั้มติกทำงาน ทั้งๆที่มันไม่ควรมีอาการตอบสนองอะไร "

บิดกุญแจเตรียมสตาร์ท จะได้ยินเสียงปั๊มติ๊กทำงาน อยู่แล้วครับ เรื่องปกติ
 
สตารท์ติดยากต้องเหยียบคันเร่งสุด เมื่อเครื่องติดลองให้ใครอยู่ท้ายรถพิสูจน์กลิ่นหน่อยครับ ว่ามีกลิ่นน้ำมันฉุนกึกหรือไม่ ถ้าได้กลิ่นน้ำมันแสดงว่าน้ำมันท่วมแล้วครับ อาจเกิดจากซีลกันน้ำมันบางตัวในระบบน้ำมันเริ่มรั่วซึมทำให้มีน้ำมันไปค้างอยู่ที่ก้นท่อไอดี ทำให้ส่วนผสมหนามากเกินไปทำให้ติดยาก ที่เวลาจอดเดี๋ยวเดียวยังติดได้ไม่ยากเนื่องจากน้ำมันยังรั่วลงไปน้อย ถ้าจอดนานหน่อยละก็นองก้นท่อไอดีเลยครับ แต่ถ้าจอดค้างคืนอาจระเหยไปเกือบหมดก็กลับมาติดง่ายอีก ลองเอาไฟฉายส่องดูก้นท่อไอดีผ่านลิ้นเร่งลงไปถ้ามีน้ำมันรั่วอยู่จะมองเห็นครับ
icon_smile.gif
 
แล้วถ้าเห็นว่ามีน้ำมันนองอยู่นี่ควรจะแก้ไขอย่างไรครับ (จุดใดเป็นที่แรก) สามารถทำเองได้หรือป่าว หรือถ้าต้องเข้าอู่นี้จะเสียค่าใช้จ่ายประมาณเท่าใดครับ

เพิ่งได้รถมาก ออกมาวันแรกไม่มีปัญหา วันที่สองเอารถไปให้พระท่านเฉิมซะหน่อย ทำพิธีเสร็จเป็นเลยสตารท์ยากมาก ตอนแรกนึกว่าเป็นทีเดียวเพราะท่านเฉิมให้ (อิทธิฤทธ์พระคุณเจ้า) ที่ไหนได้เป็นเพราะรถเราเอง เหอๆ
icon_eek.gif
ขอบคุณล่วงหน้าคราบ

ปล. รถผม 300E อะครับ
 
300E ผมก็เป็นครับเมื่อ 2 ปีที่แล้ว อาการแบเดียวกันเลย เปลี่ยนทุกอย่างก็ไม่หาย เช่น วาร์วกักล่าง-กรองเบนซิน-รีเลย์ปั้มติ้ก-Idle-sensor airflow-รถถัง-หัวเทียน-สายหัวเทียน-คอร์ย-โรเตอร์-จานจ่ายและเติมหัวเชื้อที่ถังน้ำมันที่เขาบอกว่าช่วยล้างระบบน้ำมัน ...ก็ไม่หายครับ :lol:
... ผ่านมา 2 ปีแล้วครับ แต่เมื่อ 4-5 วันที่แล้วจนถึงวันนี้อาการเดิมมันมาอีกแล้วครับ :-D !!! ...คำตอบคือ..ช่างมัน
icon_biggrin.gif
 
ถ้าพิสูจน์แล้วว่าเป็นอาการที่เกิดจากน้ำมันรั่วซึมจากซีลลูกสูบจ่ายน้ำมัน การถอดฝักบัวออกมาเปลี่ยนซีลลูกสูบจ่ายน้ำมันนั้น ถ้ามีประสพการณ์เรื่องถอดๆรื้อๆเครื่องยนต์กลไกมาบ้างก็ไม่น่าจะยากครับ เพียงแต่อาศัยความเป็นคนช่างสังเกตและละเอียดรอบคอบหน่อย อันใหนที่กลัวจำไม่ได้ก็ถอดเรียงไว้บนกระดาษเขียนหนังสือกำกับไว้ด้วยว่าเป็นชิ้นใหน อันใหนถอดก่อนอันใหนถอดหลัง เมื่อเปลี่ยนส่วนที่เสียแล้วก็ใส่กลับเข้าไปอย่างเดิม ด้วยความแน่นเท่าเดิม ก็น่าจะโอเคแล้วครับ แต่ถ้ายังไม่แน่ใจในฝีมือตัวเองก็ควรให้ช่างที่รู้เรื่องนี้เป็นคนจัดการจะดีกว่า 8)

เอ้า ใครรู้แหล่งขายซีลตัวนี้บ้างครับ ผมว่ารถหลายๆคันที่มีอายุเกินสิบขึ้นไปมันก็คงใก้ลจะหมดอายุขัยเต็มที และมาเจอฤทธิ์แก้สโซฮอลซ้ำเข้าไปอีกเนี่ย มันคงอยากกลับเยอรมันกันตามๆแล้วละครับ
icon_smile.gif
 
อย่าไปหลงเชื่อพี่ Manit รื้อ ฝักบัว เองซ่อมเอง เชียวนะ งานนี้ถึงตายจะบอกให้ ช่างเบนซ์ทั่วไปยังไม่ซ่อมเลย พวกเล่นเปลี่ยนของมือสองทั้งลูกเลย ราคาราวๆ 6 - 8 พัน เท่าที่รู้ ช่าง " นิกร " ซ่อมได้ ค่าซ่อมไม่แพง แต่อู่นิกร ย้ายจากที่เดิมไปอยู่แถว ฝั่งขวา ก่อนข้ามสพานพระนั่งเกล้า เบอร์โทร. ผมไม่มี ท่านใดมีเบอร์ช่วยลงทีครับ

ม่ายก็ช่าง "บาน " 083 1361663
 
อู่นิกรที่อยู่ก่อนข้ามสะพานพระนั่งเกล้านี้ ข้ามจากฝั่งไหนไปฝั่งไหนครับ บังเอิญว่าผ่านแถวนั้นบ่อยนะครับจะได้สังเกตุดู
icon_biggrin.gif
[/code][/quote]
 
ง่ายสุด ...... โทร.ถามช่างบานว่า "งานนี้รับซ่อมป่าว ? " ถ้าไม่ ก็ให้ถามว่า "อู่ช่างนิกรอยู่หนใด ?" เค้าเป็นเพื่อนกัน
 
Back
Top