หม้อน้ำอลูฯกับทองเหลืองมีผลต่อความร้อนมากไหมครับ

878333

New member
124 300E ครับ เพราะเหลือเพียงหม้อน้ำที่ยังเป็นทองเหลืองไม่ทราบว่าถ้าเปลี่ยนเป็นของBehrอลํูมิเนียมจะช่วยเรื่องความร้อนได้เยอะไหมครับ รบกวนสมช.อีกครั้งครับ
 
124 300E ครับ เพราะเหลือเพียงหม้อน้ำที่ยังเป็นทองเหลืองไม่ทราบว่าถ้าเปลี่ยนเป็นของBehrอลํูมิเนียมจะช่วยเรื่องความร้อนได้เยอะไหมครับ รบกวนสมช.อีกครั้งครับ

ช่วยใด้แยะครับแต่ไม่รู้พอหรือเปล่าไม่เคยใช้300อีครับ:D
 
ตอนสมัยเป็นเด็กแว้นน หม้อน้ำ อลูช่วยได้เยอะมากครับ
 
ใช้อยู่เหมือนกันคับ 300E แต่ยังไม่เคยเปลี่ยนหม้อน้ำ ขอเข้ามาติดตามดูด้วยคับกำลังคิดจะเปลี่ยนเหมือนกันคับ :D
 
ต้นทางความร้อนมาจากเครื่องครับ
ระบบระบายความร้อนเป็นแค่ที่ผ่องถ่ายมันทิ้งไปบ้างเท่านั้นครับ

ถ้าต้นทางไม่ไหวแล้ว มาหวังปลายทางนี่ อาจผิดทิศทางได้นะครับ

น้องอภิสิทธิ์
 
ขอข้อมูลจากสมช.ว่าท่านใดใช้หม้อน้ำอลูฯท่านใดใช้ทอง เหลืองครับ

ผมขอเป็นข้อมูลในการตัดสินใจหน่อยครับ ว่าสมช.ท่านใดใช้หม้อน้ำอลูฯ กับท่านที่ใช้หม้อน้ำทองเหลือง ว่าสมช.เลือกใช้วัสดุตัวไหนมากกว่ากัน รบกวนด้วยครับ เพราะรถผมเป็นทองเหลืองครับ และแก้ไขปัญหาตัวร้อนยังไม่ขาดครับ และเหลือเพียงจุดเดียวที่ยังไม่ได้เปลี่ยน/แก้ไขครับ :n42:
 
ผมขอเป็นข้อมูลในการตัดสินใจหน่อยครับ ว่าสมช.ท่านใดใช้หม้อน้ำอลูฯ กับท่านที่ใช้หม้อน้ำทองเหลือง ว่าสมช.เลือกใช้วัสดุตัวไหนมากกว่ากัน รบกวนด้วยครับ เพราะรถผมเป็นทองเหลืองครับ และแก้ไขปัญหาตัวร้อนยังไม่ขาดครับ และเหลือเพียงจุดเดียวที่ยังไม่ได้เปลี่ยน/แก้ไขครับ :n42:

มันก็พอ ๆ ทองแดงคลายความร้อนช้าก็ร้อนช้า..อลูคลายความร้อนเร็วก็ร้อนเร็ว..ล้างมันดี ๆ 500 ใช้ได้อีกยาว..อลูเปลี่ยนอย่างเดียว..เพราะล้างไม่ได้หลายพันนะ..ของเดิมทองเหลืองหรือทองแดงล้างดี ๆ เหมือนซื้อใหม่..ผมก็ใช้ล้างครับส่วนเรื่องความร้อนหม้อน้ำมันไม่ช่วยแก้ปัญหาซักเท่าไหร่ครับ
 
ขอบคุณมากครับ

มันก็พอ ๆ ทองแดงคลายความร้อนช้าก็ร้อนช้า..อลูคลายความร้อนเร็วก็ร้อนเร็ว..ล้างมันดี ๆ 500 ใช้ได้อีกยาว..อลูเปลี่ยนอย่างเดียว..เพราะล้างไม่ได้หลายพันนะ..ของเดิมทองเหลืองหรือทองแดงล้างดี ๆ เหมือนซื้อใหม่..ผมก็ใช้ล้างครับส่วนเรื่องความร้อนหม้อน้ำมันไม่ช่วยแก้ปัญหาซักเท่าไหร่ครับ
นึกไม่ออกพอท่านชี้แจงมาเห็นทางสว่างเลยครับ เพราะไม่เคยล้างเลยครับ และก็อย่างที่ท่านว่าครับทองเหลือง/ทองแดงล้างได้ แต่ถ้าอลูฯหมดสิทธิ์เปลี่ยนอย่างเดียว เพราะน้ำยาที่ล้างมันจะกัดอลูฯทะลุได้ขอบคุณครับ :n20:
 
ข้อสงสัยครับ

แต่มีข้อสงสัยครับว่า น้ำในหม้อพักพลาสติกมันสามารถบ่งชี้ได้ไหมครับว่าหม้อน้ำตันหรือสกปรก คือ สีของมัน เพราะผมเติมน้ำยาหม้อน้ำอยู่สีของมันก็ยังปกติอยู่ครับ รบกวนผู้รู้อีกครั้งครับ :confused:
 
สีน้ำบอกได้แต่ไม่แน่นอน เชื่อถือไม่ได้ถ้าตันมากล้างดีกว่าครับ
 
ของผม 300e ก้อมีปัญหาเรื่องหม้อน้ำมาเหมือนกันคับ
จะชนิดไหนผมว่าคงต่างกันๆม่มากคับ
แต่ที่น่าจะสำคัญคือ พยายามใส่น้ำยาหม้อน้ำเรื่อยๆ คับ
ผมพลาดตรงใส่น้ำยาแค่ตอนแรกๆ หลังจากนั้นก้อน้ำเปล่าเรียด
หลังๆ เจอปัญหาความร้อนสะสม หลังจากรถวิ่งนานๆ แบบพอติดปุ๊บ ร้อนปั้บ
หมดเงินไปกะหลายอู่ ก้อไม่จบ
ถ่ายตะกรันออกไปหลาย ก้อช่วยได้ระดับนึง แต่ก้อไม่ใช่ต้นตอ
สุดท้ายที่คาดว่าน่าจะจบจิงคือ หม้อน้ำตันคับ วันนี้เตรียมไปรับรถออกจากอู่
ผลจะเปนไงเด๋วขอลองสักพักแล้วจะมาอัพเดทคับ
 
Last edited:
อะลูระบายความร้อนได้ดีกว่า(นิดหน่อย) สวยกว่า แพงกว่า
ทองแดงล้างได้ ซ่อมได้เมื่อมีรอยรั่ว

เลือกเอาครับ
 
อยากให้ดูข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ประกอบการคุยกันนะครับ
ค่าการนำความร้อนของโลหะที่เราพบกันบ่อยๆ มีดังนี้ (หน่วย m-K) เงื่อนไข โลหะที่กล่าวถึง เป็น pure 100%
ไททาเนียม .....21.9
โครเมี่ยม .......93.9
เหล็ก............80.4
ทองแดง.........401
สังกะสี...........116
ตะกั่ว.............35.3
อะลูมิเนียม.......237
ค่ายิ่งสูงยิ่งเป็นตัวนำความร้อนดีกว่าตัวค่าต่ำ
ทีนี้มาดูราคาโลหะที่เราคุยกันเล่นๆ ในกระทู้นี้กันดู ต่อ 1 ตัน ครับ
อะลูมิเนียม ตันละ ประมาณ 2,267 ยูเอส/ดอลล่าร์
ทองแดง ตันละ ประมาณ 7,042 ยูเอส/ดอลล่าร์
ต่อไปคือความร้อนหรือความเย็นต้องอาศัย 1.การนำ (conduction) 2.การพา(convection) 3.การแผ่รังสี (radiation)
ในด้านโลหะวิทยาเราคุยกันที่จุดนี้ แต่ในด้านวิศวกรรม โลหะที่เราพูดถึงกัน คงไม่ pure 100% เป็นแน่แท้ (ความเห็นส่วนตัว) อาจมีการพัฒนา ปรับปรุงประยุกต์การนำมาใช้ ให้ได้ในราคาที่ต้นทุนถูกแต่ประสิทธิภาพด้อยลงบ้าง เป็นต้น แต่หลักเบื้องต้นของการระบายความเย็นและความร้อน จะดีขึ้นอย่างไรนั้น อยู่ที่ความกว้าง ยาวและความหนา ของตัวระบาย (เช่น คอยเย็นแอร์ หม้อน้ำ) ผมไม่มีความรู้ด้านนี้ จึงขอกล่าวถึงข้อมูลเบื้องต้นประกอบการคุยกันในเวปเท่านั้นครับ.:)
 
ล้างมาแล้วครับ

ล้างมาแล้วครับ 800.00 บาท ได้ผลอย่างไรจะแจ้งให้สมช.ทราบอีกทีครับ ใช้เวลา 2.5 ชม.
 
ณ ตอนนี้พอใจครับ

ตอนนี้ถือเป็นที่น่าพอใจครับ :)
 
ขอนำบทความมาลงเพื่อเป็นข้อมูลครับ

เป็นบทความจากคลับอื่นครับ :) หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยสมช.ทุกท่านด้วยครับ

ผมขอแนะนำแง่คิดในการเลือกใช้หม้อน้ำอลูมิเนียม กับหม้อน้ำทองแดงครับ
ในฐานะที่ผมเป็นผู้ออกแบบ และผลิตอะไหล่รถยนต์ในการระบายความร้อนจำหน่ายไปทั่วโลก

สินค้าที่ออกแบบมีทั้งทองแดง และอลูมิเนียมครับ

ประเด็นที่พิจารณา
1 ประสิทธิภาพการระบายความร้อน
2 ความคุ้มค่า (ประสิทธิภาพเทียบกับราคา)
3 ความเหมาะสมกับสภาพการใช้งาน

ประเด็นที่ 1 ประสิทธิภาพการระบายความร้อน
หม้อน้ำอลูมิเนียมของรถรุ่นใหม่ๆ ระบายความร้อนได้ดีกว่าหม้อน้ำทองแดงแน่นอนครับ
เนื่องมาจาก
- โครงสร้างในการออกแบบ และผลิต ที่ทันสมัยกว่า สังเกตุได้จากขนาดและน้ำหนักที่น้อยลงเรื่อยๆครับ (ผู้ผลิตส่วนใหญ่ทั่วโลกเลือกที่จะพัฒนาสินค้าอลูมิเนียม ทำให้การวิจัยพัฒนาและลงทุนเทคโนโลยีการผลิตไปในแนวทางอลูมิเนียม)
- ทองแดงถึงจะมีคุณสมบัติการถ่ายเทความร้อนที่ดีกว่าอลูมิเนียม แต่หม้อน้ำทองแดงหมายถึง หม้อน้ำที่ใช้ท่อทองเหลืองเคลือบตะกั่ว ฝาครอบก็เป็นทองเหลือง และมีฟินเป็นทองแดง ดังนั้นประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนจึงต้องคำนึงถึงการถ่ายเทความร้อนของทองเหลืองและตะกั่วด้วยครับ ซื่งหม้อน้ำอลูมิเนียมชนะขาดครับ
- หม้อน้ำอลูมิเนียมเบากว่า ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมรถดีกว่าครับ
- เสริม หม้อน้ำอลูมิเนียมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า หม้อน้ำทองแดงที่ใช้ตะกั่วครับ

ประเด็นที่ 2 ความคุ้มค่า (ประสิทธิภาพเทียบกับราคา)
ประเด็นนี้ผมขอให้แง่คิดแบบนี้ครับ
- หม้อน้ำอลูมิเนียมถูกกว่าหม้อน้ำทองแดง เกือบครึ่ง ถ้าอายุหม้อน้ำอลูมิเนียมเฉลี่ย 4 ปี (ตามการใช้งานปกติ) การเปลี่ยนหม้อน้ำอลูมิเนียม 2 ครั้ง ภายในระยะเวลา 8 ปี ในราคาใกล้เคียงกับหม้อน้ำทองแดง ผมว่าดีกว่า เอาหม้อน้ำทองแดงมาซ่อมนะครับ (ของใหม่แกะกล่องตามปกติดีกว่าของซ่อม เพราะการซ่อมส่วนมากซ่อมโดยช่างที่มาตรฐานการซ่อมไม่เท่ากันครับ)
- ยกตัวอย่าง สินค้าในปัจจุบันทั้งหลาย ผลิตด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยทำให้ต้นทุนถูกลงมาก แนวโน้มสินค้าในปัจจุบันจะไม่คุ้มค่าที่จะซ่อม เปลี่ยนใหม่จะถูก และน่าเชื่อถือกว่า
- ประสิทธิภาพเทียบกับราคาของหม้อน้ำอลูมิเนียมสูงกว่าหม้อน้ำทองแดง เป็นเหตุผลให้ผู้ออกแบบรถยนต์ส่วนมากทั่วโลกเปลี่ยนมาใช้หม้อน้ำอลูมิเนียม ไม่ยกเว้นรถยุโรปต่างๆด้วย (รุ่นใหม่ๆเป็นหม้อน้ำอลูมิเนียมแล้วครับ)

ประเด็นที่ 3 ความเหมาะสมของสภาพการใช้งาน
เนื่องจากหม้อน้ำทองแดงมีข้อดีที่สามารถซ่อมได้ง่ายไม่ต้องใช้เทคโนโลยีสูง ทำให้ช่างทั่วไปสามารถซ่อมเองได้ และหม้อน้ำอลูมิเนียมใช้ฝาพลาสติกที่มีอายุเฉลี่ย 5-8 ปี ครับ แล้วแต่การใช้งาน
- ถ้าสภาพการใช้งานรถ หรือการออกแบบรถรุ่นนั้นๆ มีความเสี่ยงที่หม้อน้ำจะรั่วได้สูงเฉลี่ยกว่า 2 ปี/ครั้ง ก็สมควรเลือกใช้หม้อน้ำทองแดงครับ เพราะถ้าหม้อน้ำทองแดงยังไม่เก่าหรือสภาพยังดีก็ซ่อมดีกว่าเปลี่ยนครับ

สุดท้ายนี้ผมหวังว่าข้อคิดและประสบการณ์ผมจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยต่อผู้อ่านนะครับ


จากบทความ นั่นหมายถึงหม้อน้ำของรถรุ่นใหม่ๆ
 
หม้อน้ำอลูมิเนียมติดรถโรงงานดีกว่าแน่นอน แต่ที่ซื้อตามร้านอะไหล่พลาสติกABSมันคนละอย่างกัน เคยเจอวีโก้ 2 เดือนพลาสติกระเบิด เครื่องพัง(ไม่รู้ว่าร้านขายหม้อน้ำหรืออู่จะรับผิดชอบ) ส่วนทองแดงก็มีหลายเกรดอีกนั่นแหละ(หนาก็ 7-8พัน บางก็3-4พัน) จำนวนหลอดก็มีผลต่อการระบายความร้อนนะ
 
Last edited:
หม้อน้ำอลูมิเนียมติดรถโรงงานดีกว่าแน่นอน แต่ที่ซื้อตามร้านอะไหล่พลาสติกABSมันคนละอย่างกัน เคยเจอวีโก้ 2 เดือนพลาสติกระเบิด เครื่องพัง(ไม่รู้ว่าร้านขายหม้อน้ำหรืออู่จะรับผิดชอบ) ส่วนทองแดงก็มีหลายเกรดอีกนั่นแหละ(หนาก็ 7-8พัน บางก็3-4พัน) จำนวนหลอดก็มีผลต่อการระบายความร้อนนะ

ขอบคุณ e220ce นี่คือข้อมูลเชิงวิศวกรรมที่แท้จริง คงตาสวางเสียที ส่วนตัวโง่มานาน และหมดตังมากด้วย
 
รายงานความคืบหน้าครับ

ช่วงนี้อากาศไม่ค่อยร้อนมีฝนตก จึงยังไม่สามารถสรุปผลจากการล้างหม้อน้ำทองแดงได้ครับ แต่ได้ข้อสังเกตบางอบ่างคือ ความร้อนขึ้นช้าและค่อนข้างนิ่งที่ 98 องศา บางครั้งเกือบ 100องศา แต่ที่สังเกตเพิ่มเติมคืิอ เวลาดับเครื่องยนต์ แล้วเอามือแตะด้านหลังหม้อน้ำมีความรู้สึกว่าแผงรังผึ้งร้อนขึ้นกว่าเดิมจากตอนก่อนล้างหม้อน้ำ ซึ่งน่าจะหมายความถึง ว่าการถ่ายเทความร้อนที่ดีขึ้น ซึ่งจากเดิมก่อนล้างจะแค่อุ่นๆ สามารถเอามือแตะและแช่มือได้นาน แต่ตอนนี้เรียกว่าร้อนเลยเอามือแตะได้แป๊ปเดียวครับ
 
การระบายความร้อนของรังผึ้งหม้อน้ำทุกชนิด ในระบบระบายความร้อนแบบของเหลวสู่อากาศ เช่น น้ำมันสู่อากาศ (ONAN) หรือน้ำสู่อากาศ (WNAN) ต้องดู
1. Flow rate ของของไหล ที่ไหลผ่าน ไม่ว่าจะเป็นน้ำ หรือน้ำมัน หรือของเหลวอื่นๆ เพื่อบอกถึงปริมาตรที่ไหลผ่าน
2. Flow rate ของอากาศ ที่ไหลผ่าน เพื่อนำความร้อน
3. การนำความร้อนของของเหลวนั้น
4. การนำความร้อนของแผงรังผึ้ง หรือครีบระบาย และอื่นๆอีกหลายอย่าง

กรณีของรถยนต์ หากนำมาเปรียบเทียบกันโดยตรงระหว่างหม้อน้ำอลูมิเนียมกับทองแดง ต้องควบคุม Flow rate และปริมาตรของน้ำที่จะผ่านหม้อน้ำให้เท่ากัน จึงจะพิสูจน์ได้ชัดครับ

ปัจจุบันหม้อน้ำรถยนต์ทำจากอลูมิเนียม ผมเขื่อว่าเป็นเรื่องของทางการตลาด ที่ต้องเปลี่ยนตามอายุใช้งาน (บริษัทฯขายของใหม่ได้ตลอด) และลดต้นทุนเพื่อการแข่งขัน เพราะตลาดทองแดงมีความต้องการและแรงซื้อจากกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้ากำลัง รวมทั้งอิเลคทรอนิคส์ ที่สูงมากด้วยครับ

ผิดถูกประการใด ขออภัยไว้ด้วย เป็นความเห็นส่วนตัวครับ :)
 
Back
Top