หลักสูตรระยะสั้นผ่าเครื่องยนต์

harm_c220

New member
หลักสูตรระยะสั้นผ่าเครื่องยนต์

มีหลักสูตรเสารอาทิตย์หลักสูตร
ระยะสั้น หลักสูตรผ่าเครื่องยนต์มั่ยครับ
เอาในกมม.นะครับใครทราบแจ้งด้วย

ดูจากยูทูปแล้วอยากลงมือจริงครับ
 
หลักสูตรระยะสั้นผ่าเครื่องยนต์

มีหลักสูตรเสารอาทิตย์หลักสูตร
ระยะสั้น หลักสูตรผ่าเครื่องยนต์มั่ยครับ
เอาในกมม.นะครับใครทราบแจ้งด้วย

ดูจากยูทูปแล้วอยากลงมือจริงครับ

ที่จริงการถอดประกอบเครื่องยนต์ ไม่ยากสำหรับคนที่พอเป็นงานช่างขอเพียงมีเครื่องมือ มีกำลัง มีเวลา ยิ่งสมัยนี้กลัวพลาดก็ถ่ายภาพ/วิดิโอ เผื่อเยอรมันทำเกิน ได้ไม่ยาก มียูทู้ป มีเวบบอร์ดต่างๆให้ถาม

แต่สำหรับผมการวิเคราะห์หาจุดเสีย แนวทางการแก้ไข สำคัญและยากกว่าครับ ไม่ใช่รื้อดะเปลี่ยนอะไหล่ไปจนเจอที่คัน

เครื่องยนต์พอยกออกมาตั้งนอกรถ ทำง่ายครับ มันยากตรงที่ต้องปล้ำมันคาตัวถังรถ อีกอย่างในเวบมักใช้แท่นจับยึดเครื่องยนต์เวลาซ่อม การล้างก็มีตู้เครื่องฉีดล้าง ทำให้ดูเหมือนง่ายๆแต่บ้านเราใช้ไม้หน้าสาม/ยางรถ รองแทนใช้แปรงทาสี/โซล่า เบนซินล้าง และใน work shop ของเขา เครื่องมือเพียบ บ้านเราแค่มีประแจทอร์คก็ว่าหรูแล้วครับ :D

อะไหล่ก็เหมือนกับบ้านเขาช่างหาง่ายเหลือเกิน บ้านเรากว่าจะสั่งมาถึงเล่นไปเป็นอาทิตย์

แต่ผมไม่ได้บั่นทอนความตั้งใจของท่านนะครับ
ถ้าท่านสนใจจริงๆ ไปลงเรียนในวิทยาลัยการอาชีพได้ครับ กทม.ไม่รู้มีหรือเปล่า แต่บ้านนอกอย่างผมมีเยอะครับ

อยากเรียนแบบไม่เสียเงินก็ไปขอฝึกตามอู่ครับ
 
https://archeep-center.blogspot.com/2012/10/blog-post_29.html

https://archeep-center.blogspot.com/2012/09/8-10.html

https://www.facebook.com/วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร-แผนกช่างยนต์-466964380114762/


เมื่อปี 2510 ผมยังว่างงานเคยไปเรียนที่สาระพัดช่างธนบุรี
ถนนเชียงใหม่ คลองสาน ธนบุรี ถนนเยื้อง ๆ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา
คอส 1 เครื่องเบนซิน คอส 2 เครื่องดีเซล คอส 3 ระบบไฟฟ้า
และช่วงล่างรถยนต์ (สมัยนั้นเป็นรถเก่าถึงตอนนี้เป็นรถโบราณ)
ค่าเล่าเรียนคอสละ 105 บาท เรียน 3 คอส ปีกว่า ๆ

ปัจจุบันก็คงทำนองเดียวกัน เครื่องยนต์ที่เอามาให้นักษาทดลอง
เป็นเครื่องเก่าล้าสมัย หรืออาจจะเป็นเครื่องรถญี่ปุ่น คงไมมี
เครื่องเบนซ์ ผมว่าถอดประกอบ ใคร ๆ ก็สามารถลุยได้
เพียงต้องมีเครื่องมือ และต้องรู้เทคนิกจำเพาะของแต่ละรุ่น
ที่สำคัญ สเปคแรงบิด และขึ้นตอนการประกอบที่ถูกต้อง
เป็นหัวใจของการผ่าเครื่อง ผมเข้าใจว่าความรุ้ชนิดนี้ไม่มี
สอนในโรงเรียนไม่ว่าที่ไหน ยกเว้นในศนย์รถยนต์ตรงรุ่น
ที่ต้องเริ่มจากเด็กฝึกงานส่งเครื่องมือและถอดชิ้นใหญ่ๆ
ที่ต้องใช้แรงมาก ๆ จนชำนาญจึงได้มาเป็นช่างใหญ่ลา
ออกมาเปิดอยุ่เอง ถ้ารักจริง คงต้องสมัครไปเป็นลูกมือ
ช่างใหญ่ตามอู่ แต่ประเด็นคือจะไปอู่ไหนดีครับ

ถ้าเรียนสาระพัดช่างเค้าจะมี 3 รอบ เช้าถึงเที่ยง บ่ายโมงถึง
4 โมง และ 5 โมงถึง 2 ทุ่ม
 
Last edited:
คงเรียนได้แค่เสาร์อาทิตย์ล่ะครับ
วันธรรมดาต้องทำงานประจำกลับ
มาก็มืดค่ำแล้ว ที่อยากเรียนเพราะ
อยากรู้มากกว่าเห็นเค้าพูดกันเรื่อง
ชิ้นส่วนภายในเครื่องประกอบด้วย
อะไรบ้างยิ่งทวีความอยากรู้เข้าไปอีก

ดูแล้วตามพี่ๆว่าน่าจะมีหลักสูตรเสาร์
อาทิตย์ระยะสั้นเอาแบบชำแหละเครื่อง
แต่ดูแล้วน่าจะเป็นเครื่องยุ่นมากกว่าแต่ผมว่า
โดยพื้นฐานน่าจะเหมือนๆกันเอามาประยุกต์
กันได้

เห็นพี่ๆในบอรดเรา ยกเปลี่ยนเครื่องเอง
ทำตามใจอยากจะปรับเปลี่ยนตรงไหนก็
ทำตามใจ ดูแล้วน่าจะมีความสุขและพอใจ
ในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ

ยูทูปก็มีครบไล่ดูเรื่อยๆแต่อยากลงไปสัมผัส
ของจริง เผื่อเป็นแนวในการทำเครื่องรถตัวเอง
คันนี้และคันต่อๆไป

ตามอู่คงไม่ค่อยสะดวกเท่าไร เค้าคงจะทำงาน
เราคงไปเกะกะเค้ามากกว่า

ขอบคุณทุกท่านที่ให้เป็นแนวทางครับ
 
ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมคิดว่าด้วยหน้าที่การงาน เวลา อายุ แรงงาน ผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องทำเองครับ ให้มืออาชีพเขาทำ ถือว่าเป็นการกระจายรายได้ เพียงแต่เราควรมีความรู้พอสมควร คนเป็นช่างคุยกับเจ้าของรถคำสองคำเขาก็พอมองออกว่าเรามีความรู้แค่ไหนหรือแค่อวดรู้ครับ แค่เขาเห็นเราเอานิ้วลูบดูขอบในกระบอกสูบ เอาเล็บขูดดูชร์าฟอก/ชร์าฟก้าน เขาก็พอมองออก ครับ

ถ้าอยากทำจริงๆ หาเครื่องตัดหญ้าเก่ามารื้อเล่นดูก่อน หลักการเดียวกัน
ทำเครื่องตัดหญ้าให้ติด เร่งขึ้น แรงดี ไม่ง่ายเหมือนกันนะครับ บางคนดึงจนเชือกขาดก็ไม่ติด :)
 
ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมคิดว่าด้วยหน้าที่การงาน เวลา อายุ แรงงาน ผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องทำเองครับ ให้มืออาชีพเขาทำ ถือว่าเป็นการกระจายรายได้ เพียงแต่เราควรมีความรู้พอสมควร คนเป็นช่างคุยกับเจ้าของรถคำสองคำเขาก็พอมองออกว่าเรามีความรู้แค่ไหนหรือแค่อวดรู้ครับ แค่เขาเห็นเราเอานิ้วลูบดูขอบในกระบอกสูบ เอาเล็บขูดดูชร์าฟอก/ชร์าฟก้าน เขาก็พอมองออก ครับ

ถ้าอยากทำจริงๆ หาเครื่องตัดหญ้าเก่ามารื้อเล่นดูก่อน หลักการเดียวกัน
ทำเครื่องตัดหญ้าให้ติด เร่งขึ้น แรงดี ไม่ง่ายเหมือนกันนะครับ บางคนดึงจนเชือกขาดก็ไม่ติด :)

ลองเลยครับ หาซื้อเครื่องเชียงกงรุ่นเก่าหน่อยถูก ๆ
หลักพันเอามาลองรื้อเล่นเลยครับ หาหนังสือเครื่องยนต์สันดาปภายใน ของนักเรียน
ช่างยนต์ปวช.เล่ม 1มาอ่านประกอบ จะค่อยๆ เข้าใจดีขึ้นครับ

ผมก็ใช้วิธีซื้อหนังสือช่างยนต์ต่างๆของ ปวช.ปวส.มาอ่านครับ.

พื้นฐานเครื่องยนต์ 4 จังหวะเริ่มต้นเหมือนกันหมด
มาพัฒนาต่อยอดคอมพิวเตอร์คุมหมดทุกระบบในช่วงท้าย ๆ
ประมาณ 20 ปีมานี้ แต่เท่าที่ทราบเบนซ์เริ่มค้นก่อนเค้า
เกืกอบทุกระบบ แต่ไม่ค่อยได้คุยตอนโฆษณาเช่น
ระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบวาล์วแปรผัน
ที่รถญี่ปุ่นเรียกว่า VVTI เบนซ์นี้มีมานานแต่ไม่เคยโฆษณา
ยกจุดนี้มาเป็นตัวเรียกลูกค้าเลย ฯลฯ

ผมเห็นด้วยกับท่าน se278 เรื่องบางทีก็รู้ไว้
แต่ไม่ต้่องทำเองเหตุจาก สังขารและวัย
ตอนนี้ผมเองก็ไม่ค่อยซ่อมรถเองแล้วเพราะทำ
ไม่ไหวทั้งตา และสภาพสังขารไม่ให้แล้วครับ
แต่เป็นเรื่องจำเพาะบุคคล บางคนใจรัก ก็ยัง
ทำได้ ซึ่งนั่นเป็นของดีครับ ช่วยเหลือนตนเอง
ได้ยากจำเป็น ไม่ว่าจะอยู่ในท้องถิ่นห่างไกล
หรือยามมีปัญหาในการเดินทางครับ
 
อยากจะบอกว่า กว่าจะเป็น ต้องเจ็บมาเยอะครับ...555

ทั้งเจ็บจริง เกลียวน้อตบาด เครื่องหนีบ น้ำร้อนลวก หรือหนักๆก็ ของหล่นทับนิ้วแตก...

กะเจ็บแบบเสียตัง...แนว ไครจะไปรู้ฟะ...555
อันนี้มีตัวอย่าง...ผมยกเครื่องโฟลกเต่า คนเดียว ปรกติก็ทำคนเดียวเป็นประจำ แต่เจอเครื่องตัวนึง มันแปลก คือ ผ่าเสื้อลงมา เปลี่ยนลูกสูปชุดใหม่ เปลี่ยนช้าฟอก ประกอบเข้าไป พอ Torque เสื้อแล้ว เครื่องหมุนไม่ได้....
เอาละสิ...
ทำไรผิดฟะ...พยายามจน หมดมุข...สุดท้าย โทรไปถามช่างโฟลกที่รู้จักกัน...
แกถามว่า ผ่าเครื่องเป็นสองฝั่งแล้วทิ้งไว้นานไหม...
รออะไหล่ประมาณ3 วันครับ...
งั้น เสื้อแคร้ง บิดแล้วหละ...
สรุป ต้องประกบแล้วส่งไปคว้าน เสียช้าฟไปอีกชุด


เรื่องพวกนี้ ไม่มีในตำราคับ

จ้างช่างดีกว่าคับ....
 
อยากจะบอกว่า กว่าจะเป็น ต้องเจ็บมาเยอะครับ...555

ทั้งเจ็บจริง เกลียวน้อตบาด เครื่องหนีบ น้ำร้อนลวก หรือหนักๆก็ ของหล่นทับนิ้วแตก...

กะเจ็บแบบเสียตัง...แนว ไครจะไปรู้ฟะ...555
อันนี้มีตัวอย่าง...ผมยกเครื่องโฟลกเต่า คนเดียว ปรกติก็ทำคนเดียวเป็นประจำ แต่เจอเครื่องตัวนึง มันแปลก คือ ผ่าเสื้อลงมา เปลี่ยนลูกสูปชุดใหม่ เปลี่ยนช้าฟอก ประกอบเข้าไป พอ Torque เสื้อแล้ว เครื่องหมุนไม่ได้....
เอาละสิ...
ทำไรผิดฟะ...พยายามจน หมดมุข...สุดท้าย โทรไปถามช่างโฟลกที่รู้จักกัน...
แกถามว่า ผ่าเครื่องเป็นสองฝั่งแล้วทิ้งไว้นานไหม...
รออะไหล่ประมาณ3 วันครับ...
งั้น เสื้อแคร้ง บิดแล้วหละ...
สรุป ต้องประกบแล้วส่งไปคว้าน เสียช้าฟไปอีกชุด


เรื่องพวกนี้ ไม่มีในตำราคับ

จ้างช่างดีกว่าคับ....


555 สงสัยว่าเราเริ่มต้นคล้ายๆ กัน คือใช้รถเต่า
ซ่อมรถเต่าด้วยตัวเอง และยกเครื่องจริงๆครั้งแรก
ก็รถเต่า เป็นเจ้าของรถคันแรกก็รถเต่าปี 60 คันสุดท้าย
(คันที่ 4) ปี 69 ใช้รถเต่า 4 คันแต่สีเดียว คือสีฟ้า ครับ
เป็นเรื่องของความบังเอิญที่เจอะรถตอนอยากได้
มีแต่สีฟ้า เอาทำสีใหม่ ก็ใช้สีฟ้าเหมือนเดิม
รถยี่ห้ออื่นไม่เคยใช้สีฟ้าครับ
 
เกือบสามสิบปีก่อน ผมเคยมีรถโฟล์คกระบะ 3 ประตู 2 ตอน กับเขาได้มาถูกๆ เคยยกเครื่องลงทำน้อตยึดเสื้อสูบเอง แต่เสียดายผมไม่มีเงินเลี้ยงดูเพราะอยู่บ้านนอก เงินเดือนน้อย อีกอย่างมันกินน้ำมันมากและผุมาก เลยยกให้พี่ชายเอาไปใช้ที่เชียงใหม่ ตอนที่โอนจากเจ้าของเดิม จนท.ขนส่งไม่ยอมบอกว่าผมไปเจาะประตูเอง รถ 3 ประตูไม่เคยเห็น สมัยนั้นเนทก็ไม่มี ผมใช้เวลาค้นในห้องสมุดอยู่เกือบปี ถ่ายเอกสารไปเขาก็ไม่เชื่อ จนมีนักเรียนรุ่นพี่เขามาเป็นขนส่งเลยให้เพื่อนที่เป็นอาจารย์ยืมหนังสือห้องสมุดไปบอกเขา จึงโอนได้ ทุกวันนี้ยังงงอยู่ว่าตอนนั้นทำเครื่องโฟล์คได้อย่างไร แต่ก็ได้อานิสงค์เพราะผมไปได้ซูบารุมาใช้ เครื่องบ้อกเซอร์เหมือนกันก็เลยทำง่ายหน่อยครับ ขี้โม้สู่กันฟังครับ :D
 
เจอเต่าฟ้า กะ สามปะตูเข้าให้แล้ว...555
ผมชอบเต่าครับ

ใช้กันมานาน ผ่านมาผ่านไป ทั้งเต่าทั้งตู้ที่เคยเป็นเจ้าของมีทั้งหมด 13 คันบางคันใช้ไม่ถึงเดือน เพื่อนมาขับไปแล้วชอบ ไม่เอามาคืน แถมโอนตังมาให้...บอกค่ารถ...
เฮ้ย..บอกขายไว้ตอนไหนฟะ...555
มาจบที่ 1302 หน้าโหนกคอลยสปริงสีม่วงคันนี้ใช้ 7 ปีได้
ทำเครื่องเองสำหรับ LPG เลยจัดกำลังอัดไป 12 กว่าๆ วัดได้ 240 psi ได้มั้ง ลงแคมองศาสูงหน่อย 272 ขยายปั้มน้ำมันเครื่องจาก 26 เป็น 30 มิล
วิ่งไปๆกลับๆ ชลบุรี โคราช เส้นเขาปักธงชัย เติมแก็สเที่ยวละไม่ถึงห้าร้อย วิ่ง 100-120 ตลอด เสถียรดีครับ มียกเครื่องหนักๆรอบนึงตอบไปใช้ นมค เสป็กไม่สูงพอ ลูกกะทุ้งสึกจากทรงตัวT กลายเป็นตัว U คว่ำ ทุกวันนี้ยังแหยงๆ นมค ยี่ห้อนี้อยู่เลย...555

ใช้กันมาจนตัวเล็กเกิดครับ รถมันเก่า ระบบการกำจัดมลพิษและไอน้ำมันสมัยปี 1970 มันเป็นท่อพลาสติกรับไอระเหยน้ำมันจากถังหน้ารถ มาพักให้คาบิวดูดไปใช้ คล้ายถังชาโควในปัจจุบันแต่ข้างในไม่มีอะไร เป็นท่อปล้องๆโล่งๆ จะอยู่ตรงหน้าคอนโซลหลังเรือนไมล คาดยาวเลย ส่วนมากจะถูกถอดทิ้งไปหมด เจ้าคัน 1302 ยังมี แต่ร้าว เลยมีกลิ่นเบ็นซินและไอเสียโชยมาเนืองๆครับ จะเอาทารกขึ้นก็ไม่สบายใจ เลยต้องขาย แล้วไปใช้รถใหม่แทน

ผมเป็นเครื่องส่วนนึงก็มาจากเครื่องโฟลกเนี่ยแหละครับ
ของเล่นมันเยอะ แรงตามตังจริงๆ...555
เรื่องจะเรียนซ่อมเครื่อง
ยังไงๆ ผมก็ยังแนะนำให้หาช่างดีกว่า จริงๆครับ...

แต่ถ้าจะเรียนเพื่อ แต่งเครื่อง
ผมว่า
ลองมองๆแต่งระบบจ่ายไฟของรถไฟฟ้าดูไหมครับ
ทำก่อน เก่งก่อน...แล้วผมจะขอไปเรียนด้วยคน...อิอิ
 
โพสนี้ อ่านสนุก มีสาระดี
ผู้มี ปสก มาคุยกันหลายท่าน
รอท่าน cobra จะว่าอย่างไร

ขอบคุณ
 
เห็นหลายท่านซึ่งล้วนแต่มีความรู้ให้ความเห็นไปแล้ว ผมเลยไม่กล้าแสดงความเห็น

แต่อยากเปรียบเทียบให้ฟังตามประสาว่า เราไม่ได้มีอาชีพเป็นหมอ คงไม่ต้องไปเรียนวิชาหมอมากมาย เราป่วยก็สังเกตอาการแล้วหาข้อมูลรักษาเบื้องต้น มากกว่านั้นก็คงต้องพึ่งเขา

แต่ผมเจอหมอที่รักษาไม่ถูกมาเยอะ ฉีดยาให้ผิดๆ ก็มี จำเป็นต้องรักษาเอง เท่าที่รักษามารู้สึกถูกทางกว่าให้หมอรักษา

ความรู้เป็นสิ่งที่ดีหาอะไรเทียบไม่ได้ ถ้าไม่มีความรู้เจ็บนิดปวดหน่อยวิ่งไปหาหมอก็เหนื่อย แถมจะถูกผ่าตัดโดยไม่จำเป็น
 
ผมอาจจะเริ่มไม่เหมือนท่านอื่นคือเริ่มจากเครื่องยนต์ต้นกำลัง
คือสมัยเด็กๆที่บ้านรับเหมาก่อสร้าง มีเครื่องโม่ปูน ตัวหนึ่งใช้เครื่องบิ้กแอนด์สเตรตัน อีกเครื่องใช้โคเลอร์ เครื่องนี้มี 2 ระบบ ใช้ทั้งเบนซินและน้ำมันก้าด ผมงึดกับเครื่องนี้มากว่ามันติดเครื่องได้อย่างไร สมัยผมเป็นละอ่อนน้ำมันก้าดหาง่าย ก็ได้ 2 เครื่องนี้เป็นครู รู้จักเอาสบู่ปะ/อุด ถัง/ท่อ น้ำมันก็เพราะ 2 เครื่องนี้

ต่อมาไปซื้อรถลิตเติ้ลฮอนด้าเก่ามาใช้ รุ่นนี้เครื่องอยู่ในดุมล้อ ก็ปล้ำจนเละ :D ขายทิ้งไป เครื่องรถยนต์เครื่องแรกที่ผมทำคือเครื่องมาสด้า 1000 กระบะน้อยๆ ปรับจูนคาบูเรเตอร์เป็นก็รถคันนี้ ที่จริงผมซ่อมรถเวสป้าได้แต่ผมกลับไม่ชอบใช้ไม่ชอบตรงเกียร์ที่ใช้สลิง ปรับยาก :D

ถัดมาก็ไปได้มอเตอร์ไซด์ MZ. มาใช้ สมัยนั้นรถยนต์ มอเตอร์ไซด์ ญี่ปุ่นไม่ค่อยมีคนใช้ มีแต่รถฝรั่ง ในกรุงเทพฯนับรถญี่ปุ่นได้เลย เคยใช้มอเตอร์ไซด์ BSA, แอเรี่ยล4สูบ เก็บใว้สมัยนี้คงราคาดี ผมก็ได้พลอยซ่อมรถฝรั่งเป็นกับเขา รถยนต์ฝรั่งทำง่ายเพราะชิ้นส่วนอะไหล่มันใหญ่โตมากเหล็กทั้งดุ้นไม่มีอะลูมิเนียมเลย 4 สูบหายาก ส่วนมากไม่ 6 ก็ 8 สูบ เสียแต่เป็นประแจนิ้ว ใช้จนน้ำแห้งฝาไม่มีโก่งมีแต่ร้าวเพราะเป็นฝาเหล็ก :D

เคยมี triump herald เปิดประทุน หลังคาแข็ง แต่ทำกระจกบังข้างแตก และเครื่องหลวมมาก หาอะไหล่ยากร้านอะไหล่ตรงแยกประทุมวันเลิกกิจการ เลยขายไป ยังคิดเสียดาย :D

คือจะบอกว่า เราเริ่มจากเครื่องยนต์ที่เรามีอยู่ก่อนก็ได้ พอวิชาแก่กล้าแล้วค่อยๆขยับขึ้นไปเครื่องใหญ่ๆ ครับ แต่อย่างว่าสมัยก่อนวิชาเหล่านี้เขาไม่ค่อยบอกกัน ถือเป็นความลับบอกกันเฉพาะคนที่ใว้ใจหรือลูกศิตย์ สมัยก่อนไปอยู่อู่เขาได้วิชาแล้วออกมาเปิดอู่เองถูกคนประณามว่าศิตย์คิดล้างครู :D ต้องรอให้ครูตายก่อนถึงจะออกไปเปิดเองได้ ก็เลยบังคับให้เราต้องทำเองครับ

ขออภัยแก่แล้วพูดแต่เรื่องเก่าๆ
 
สาเหตุที่ผมไปเรียนช่างยนต์ที่สาระพัดช่างธนบุรี
คลองสาน เนื่องจากครอบครัวผมเป็นชาวสวน
บางมด ใช้เครื่องสูบน้ำและเรือหางยาวครับ
ผมอยากรู้การทำงานของเครื่องยนต์จึงไป
เรียนตามที่เล่ามาแล้ว ตอนนั้นที่บ้านยังไม่มี
ถนนรถยนต์มีแต่คลอง อีกหลายปีจากนั้นจึง
มีถนนและขับรถยนต์ในเวลาอีกนานต่อมาครับ
ซึ่งรถคันแรกของผมคือรถเต่าสีฟ้า ปี 1960
และเปลี่ยนเรื่อยๆ ไม่มีแอร์ จนมีลูกบอกว่า
ไม่อยากนึ่งรถพ่อร้อน รถพ่อเพื่อนเย็นๆ
จึงเลิกใช้รถเต่ามาใช้รถญี่ปุ่นคันเล็ก ๆ แทน

ที่เรียนมาก็ใช้ซ่อมเครื่องยนต์รดน้ำสวนกับ
ซ่อมเครื่องเรีอหางยาวครับ คล้ายๆ กับท่าน
se278
 
อ่านทุกเม้นแล้วไม่แปลกใจเลยที่การตอบปัญหาหรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ในกระทู้ก่อนๆ ของแต่ละท่านที่ผ่านๆ มา ใจผมยังคิดชื่นชมว่าท่านเหล่านี้ต้องมีประสบการณ์จริงมาก่อนมากมาย มิเช่นนั้นจะแลกเปลี่ยนด้วยข้อมูลลึกๆ แบบนี้ไม่ได้แน่ ผมเองคนรุ่นเก่าแต่ประสบการณ์ที่ทำด้วยตนเองจริงๆ ถือว่ามีน้อยมาก ส่วนใหญ่เพราะโชคดีมีช่างตัวจริงหรือน้องๆ สนิทๆ ทั้งที่เป็นช่างอาชีพและสมัครเล่นที่มีพื้นฐานและที่สำคัญเขามีความท้าทายใฝ่รู้แม้จะแทบไม่เคยแตะกับเครื่องยนต์รถยนต์หลังเรียนจบ ปวส.ช่างยนต์ ให้คลุกคลีช่วยเขาบ้างพร้อมๆ กับคำถามสารพัดที่เป็นหลักการและเหตุผลตามตำรา จึงพอได้เก็บเกี่ยวจดจำองค์ความรู้มาได้บ้างครับ มียานยนต์คันแรกเมื่อปี 20 เป็นมอร์เตอร์ไซด์ ยามาฮ่า LS100 เป็นไมเนอร์เช้นก่อนโฉม RX100 มีดิสเบรกซะด้วย เป็นรถใหม่ปัญหาให้ศึกษาจึงมีน้อย สำหรับรถยนต์คันแรกเป็นมือสอง Ford Cortina L (เล็ก) ปล้ำกันมาพักใหญ่สุดท้ายก็ตัดสินใจตามคำแนะนำของช่างช่วงนั้นเปลี่ยนหัวใจเป็นเครื่องแซทเทริน 1.6 ของมิตซูฯ กาแล้นท์ ต่อมาก็ตามด้วยเฟียต 124s หัวใจซันนี่ A14 มาสด้า 323 XG หัวใจ E5 1,500 ซีซี และโคโรน่า แป๊ะยิ้ม 1.6 คาร์บิว 16v โดยพื้นฐานเครื่องยนต์ไม่มีอะไรแตกต่างมากนักเพราะก็เป็นคาร์บิวและระบบไฟยังใช้จานจ่ายทุกคัน มีที่พัฒนาสุดก็คันโตโยต้าแป๊ะยิ้มที่ระบบไฟแม้ยังเป็นจานจ่ายแต่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ใช้ทองขาวแล้ว
ล่าสุดที่ได้มีประสบการณ์จริงก็ W201 2.0 ที่หลานชายไปฝืนขับแม้จะทราบว่ามีความร้อนขึ้นสูง สุดท้ายต้องเป็นภาระเปิดฝาสูบ มอบหมายให้ช่างอาชีพที่เคยเป็นช่างอู่โฟล์กมาก่อน แต่ไม่เคยซ่อมเบ๊นซ์เลย ที่ยากแรกสุดคือน็อตฝาสูบเบ๊นซ์ไม่เหมือนใคร แรกๆ นึกว่าเครื่องมือไขฝาสูบเป็นตัว T55 แบบที่มีในฟอร์ดรุ่นใหม่ๆ (เป็นแบบ M12) เปิดฝาสูบได้แล้วไปช่างวัดดูฝาสูบมีโก่งนิดๆ ไปโรงกลึงพบว่ามีฝาสูบผุหลายจุดตามที่เราๆ ท่านๆ มักต้องเจอ ตกลงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับฝาสูบและวาล์ว รวมทั้งอ๊อคพอกเชื่อมฝาสูบส่วนที่ผุด้วยอาร์กอน 4,000 บาท (ไม่แรงเลยเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายเป็นหมื่นๆ ที่ีเคยเห็นของเพื่อนๆ) หลังจากงานฝาสูบเสร็จช่างนำไปประกอบ พอติดเครื่องยนต์ได้แล้วแต่รับรู้ได้ว่าเครื่องยนต์เดินไม่สมบูรณ์นัก ปล้ำกันอยู่พักหนึ่งพอรับรู้ได้ว่าต้องมีแรงอัดรั่ว สุดท้ายต้องเปิดฝาใหม่อีกรอบ ยกฝาไปโรงกลึงพบว่าวาล์วคดไป 1 ตัว ผมไปได้วาล์วตัวนี้มาจากอู่เบ๊นซ์ จ่ายไป 200 บาท ช่างโรงกลึงแก้ไขอีกครั้งที่สำคัญสุดคือช่างโรงกลึงแจ้งว่าช่างอู่เอาหัวเชื้อน้ำมันเครื่องไม่ดีไปใส่เหรอเพราะพบว่าตัวตั้งวาล์วไฮดรอลิกบางตัวเขอะไปด้วยน้ำมันเครื่องเหนียวๆ ช่างแจ้งว่าได้ล้างทำความสะอาดให้ใหม่แล้ว เสียค่าบริการไปอีก 1200 + 200 บาท กลับมาคุยกับช่างอู่ก็มีข้อสรุปว่าช่างโรงกลึงนั่นแหละที่ล้างทำความสะอาดตัวตั้งวาล์วไฮดรอลิกไม่สะอาดเนี๊ยบพอ ก็ช่างโรงกลึงเป็นคนจัดการให้ทุกอย่าง ทั้งติดตั้งแคมป์ชาร์พให้ด้วยยังมาโยนความผิดให้ช่างอู่อีกว่าใช้น้ำมันเครื่องไม่ดี ทั้งๆ ที่ตัวเองล้างในรอบแรกหลังฮีทไม่สะอาดเองแท้ๆ เมื่อนึกถึงมิตรภาพดีๆ ผมจึงขอรับทราบแบบไม่รู้ไม่ชี้ดีกว่าไปเค้นว่าเป็นความผิดของช่างโรงกลึง งานติดตั้งครั้งหลังเรียบร้อยดีเครื่องยนต์ติดได้สมบูรณ์แล้ว เหลือเก็บงานเล็กๆ งานหนึ่งที่ยังหากันไม่เจอคือเกจความร้อนไม่กระดิกเลย เดาว่าสายเซ็นเซ่อร์คงไม่ได้เสียบ
ขอโอกาสนี้รับคำชี้แนะจากท่านผู้รู้ด้วยว่าเซ็นเซ่อร์เกจความร้อนอยู่ตำแหน่งไหนครับ ฝอยไปในเรื่องของตัวเองเสียยืดยาว ความรู้ที่ได้เพิ่มมาอีกหน่อยคือการจัดการกับฝาสูบที่เครื่องยนต์ฮีท และช่างมักพูดจนติดปากว่าฝาโก่ง แท้จริงแล้วไม่ได้โก่งทุกรายหรอกครับ ช่างรุ่นใหม่ๆ มักโยนภาระไปที่โรงกลึงเพียงเพราะแม้ไม่โก่งก็ให้โรงกลึงไสล้างฝาสูบทั้งจัดการกับวาล์วเสียเลย เป็นความจริงของช่างแต่การรับรู้ว่าฝาสูบไม่โก่งปัญหาแค่ประเก็นฝาสูบแตกร้าว ทั้งอาจเป็นรถรุ่นใหม่ๆ ใช้งานไม่นานแค่เปลี่ยนประเก็นฝาสูบก็จบโดยไม่ต้องยุ่งขิงอะไรเกี่ยวกับวาล์วเลยก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย เราก็จ่ายเงินน้อยลง อีกองค์ความรู้หนึ่งที่ชัดเจนเพราะเจอของจริงคือการนำประเก็นเดิมไปร้านตัดประเก็นย่านวรจักร ให้เขาตัดประเก็นไฟที่มีความหนากว่าของเดิม 0.5 มิล เพื่อชดเชยส่วนที่โรงกลึงไสปาดฝาออกไปครับ ค่าบริการตัดประเก็น 800 บาท ไม่ได้แรงอย่างที่ใครๆ หลายๆ ท่านเคยเห็นในบิลรายการของอู่มาก่อน (ผมเพิ่งเห็นในกระทู้ปัญหาเกี่ยวกับรถฟอร์ด ว่าช่างอู่หนึ่งเขียนสรุปรายการประเก็นฝาสูบสั่งตัดหนาพิเศษ 2,400 บาท ไปโน่น) และอีกประสบการณ์จริงคือได้ใช้งานหัวฝักบัวที่ได้เปลี่ยนผ่าปั๊มใหม่ เปลี่ยนยางโอริงใหม่ รวมค่าใช้จ่ายเป็นค่าของสัก 400 บาทเท่านั้น (ท่านใดสนใจอยาก DIY บ้างก็ยินดีแนะนำครับ)

การมีโอกาสไปเข้าคอสระยะสั้นซ่อมเครื่องยนต์ สำหรับมีคนอายุเช่นพวกเรา อาจเป็นเรื่องยากไปเสียแล้ว การมีองค์ความรู้จากแหล่งความรู้ทั้งด้วยประสบการณ์จริงและจากสื่อสารต่างๆ แล้วเก็บไว้แลกเปลี่ยนกับช่างอาชีพที่จิตใจเปิดกว้างยอมรับการแลกเปลี่ยนในอู่นั้นง่ายกว่าครับ
 
Last edited:
เดี๋ยวนี้ภาคแมคคานิคฝึกหาอ่าน หาดู ในเน็ต จนหลับตาคลำของจริงหรือบอกช่างพอได้ก็ถือว่าเยี่ยมแล้วครับ
อีกอย่างคือต้องเล่นทางคอมเพื่อวิเคราะห์อีกด้วย สมัยนี้ทิ้งไม่ได้แล้วครับ เพื่อนๆกันอายุรุ่นหนุ่มๆ 40 เปิดอู่ เริ่มต้นจาก
-ฝึกใช้คอมวิเคราะห์อาการ
-ซื้อคู่มือซ่อมรถยี่ห้อนั้นๆ
-ลงมือทำเอง ได้เลือด ได้น้ำหม้อน้ำลวก จนแข็งแกร่ง
-ปัจจุบันคิวงานยาวข้ามปี (จ้างเด็กอาชีวะมาทำแทน เจ้าของคอยวิเคราะห์-ป้อนงาน)
 
หลักสูตรระยะสั้นผ่าเครื่องยนต์

มีหลักสูตรเสารอาทิตย์หลักสูตร
ระยะสั้น หลักสูตรผ่าเครื่องยนต์มั่ยครับ
เอาในกมม.นะครับใครทราบแจ้งด้วย

ดูจากยูทูปแล้วอยากลงมือจริงครับ

ลองสอบถามศูนย์ฝีกอาชีพ กทม.ดูอะครับ... มีหลายศูนย์นะครับแยกตามเขต เห็นๆก็ที่ดินแดง วัดธาตุทอง ... เมื่อก่อนมีหลักสูตร เครื่องยนต์เบนซิน หัวฉีด มอไซด์ ทำอาหาร เรียนเสาร์ อาทิตย์ ที่สำคัญเรืยนฟรีไม่เสียกะตัง คนแก่ๆอย่างพวกเราก็ไปเรียนได้ครับ ตอนลงช็อปก็ให้เด็กๆทำครับ...ผมเคยลงเรียนนานละ...ไม่รู้ว่ายังมีป่าว ลองสอบถามดูครับ... :D:D:D
 
อ่านทุกเม้นแล้ว ....
ขอโอกาสนี้รับคำชี้แนะจากท่านผู้รู้ด้วยว่าเซ็นเซ่อร์เกจความร้อนอยู่ตำแหน่งไหนครับ .....

ผมลอกเขามา ลองพิจารณาดูครับ

 
https://www.facebook.com/tanmodifygarage/media_set?set=a.10154875520593119.678818118&type=3

ทุกอย่างต้องมีการเริ่มต้นครับ
ผมฝันว่าจะลองวางเครื่องรถเองสักครั้ง ก็เลยหาหัวตัด Volkswagen Golf มาวางดู
รื้อประกอบใหม่หมด วายสายใหม่ เครื่องตรงรุ่นกับบอดี้ไม่ต้องดัดแปลง
แต่ Rebuild ใหม่หมด ล้างให้สะอาดเอี่ยม ชิ้นไหนชำรุดก็เปลี่ยน
เครื่องมือก็ทะยอยซื้อทุกชิ้นที่จำเป็น ซื้อหนเดียวใช้ยาว
เครนยกเครื่อง แท่นประกอบเครื่อง ประแจปอนด์ บล๊อคลม
ด้ามและข้อต่อต่างๆ ทั้งๆที่ไม่เคยเรียน ก่อนลงมือวางแผนศึกษา
หาอ่านทฤษฎีและสเปคของเครื่องที่จะเล่นให้เข้าใจดีก่อน
แล้วเขียนออกมาเป็นขั้นตอนการทำงานของเราเอง
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องใจเย็น อย่าใจร้อน ค่อยๆทำ
ช้าหน่อยแต่เอาชัวร์ รถขับหน้าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ง่ายกว่าขับหลัง
ลองดูครับ ไม่ลองไม่รู้ ไม่ดูไม่เห็น ไม่ทำไม่เป็น
ทักษะไม่มีขายอยากได้ต้องลงมือครับ :D
 
Back
Top