เชื้อเพลิง แก๊ส หัวฉีดไฟฟ้าลง M102 2.3L

ได้เป้าแล้ว ... กล่อง ECU ของ Bosch รุ่น Motornic 1.7 ใช้ในรถ BMW 318i/iS/IC ปี 1992 เครื่อง M42B18 กำลัง 134 แรงม้าที่ 6000 รอบ 4 สูบ อัตราการกินน้ำมัน ในเมือง 6.7 km/L ทางตรง 9.5 km/L

mf3S0XnT7yWSPTqHl1h3uXQ.jpg


Motornic เป็น digital ECU ของ Bosch รุ่น 1.7 ใช้ direct coil ส่วนรุ่น 1.3 หรือ 1.5 ใช้จานจ่าย เห็นมีแต่กล่อง 6 สูบ น่าจะเหมาะืั้ละจับมาคุมเครื่อง M103
 
solution guide

แนวทางตอนนี้ก็คือ

ECM
1. ใช้กล่อง Motronic 1.7 ของ Bosch เห็นขายกันไม่เกิน 3000 ใน eBay

ระบบจุดระเบิด
2. รื้อชุดจุดระเบิดเดิม มีคอลย์จุดระเบิดกับจานจ่าย ... เอาไปชั่งกิโลขาย
3. ใช้ coil on plug ของเครื่อง M42 ของใหม่ราคาราวๆ หัวละ 1500 บาท ทำที่ยึดดีๆ
4. เอาชุดวัดตำแหน่งไปติดแทนจานจ่ายเดิม เพื่อทำสัญญาณ crankshaft position .. น่าจะเป็น opto sensor เพราะมันเล็กดี
5. Knock sensor หาที่วางใกล้กระบอกสูบ (กล่องที่มี knock sensor แปลว่ามันมีระบบตั้งไฟแก่อ่อนอัตโนมัต)
6. MAP sensor ติดเพิ่ม เจาะท่อร่วมไอดีแบบที่ช่างแก๊สเขาทำ

ระบบจ่ายน้ำมัน
7. เอา oil solenoid valve มาติดหัวฉีดเดิม 4 หัว
8. ใช้ fuel pressure regulator เดิม ยกหัวฝักบัวออกแล้วทำ chamber เล็กๆ เอาไว้กักน้ำมันต่อเข้ากับ regulator แล้วทำข้อต่อเข้ากับ cold start fuelinjector กับต่อไปหา oil solenoid valve ทั้ง 4 ตัว
9. Thermo-time sensor สำหรับ cold start น่าจะไม่ได้ใช้ ทิ้งไว้ไม่ต้อเอาออกก็ได้
10. cold start fuel injector ใช้ตัวเดิม

Lamda closed loop
11. air intake temp sensor ใช้ตัวเดิม
12. coolant temp sensor ใช้ตัวเดิม
13. HO2S ใช้ตัวเดิม
14. air-flow sensor ใช้ตัวเดิม
15 Throttle position sensor ใช้ตัวเดิม
** ใช้ตัวเดิมได้หมด เพราะ KE-Jet มันก็เป็น lamda closed loop อยู่แล้ว

Idle speed
16. เจาะไอดีก่อนลิ้นปีกผีเสื้อ 1 รู หลัง 1 รู ต่อท่อแล้วหา solenoid valve มาต่อทำเป็น idle speed valve ส่วน idle speed motor ตัวเดิมก็เอาออก .... ปั้มตัวนี้ราคาพอๆ กับราคาปั้มน้ำที่บ้านเลย :n34:

17. ต่อสายไฟ จัดสายดีๆ

18... แล้วจากนั้นก็แล้วแต่เวรแล้วแต่กรรม :D

การเปลี่ยนระบบหัวฉีด มันไม่ได้ทำให้เครื่องประหยัดน้ำมันได้มากกว่าระบบเดิมเลยนะครับ เท่าที่หาข้อมูลดู เครื่องระดับเดียวกัน 136 แรงม้า จะกินน้ำมันพอๆ กัน คือ 9 กิโลลิตร ไม่ว่าจะใช้ระบบหัวฉีดแบบใหน (ในเมืองกิน 6-7 กิโลกิตร) ที่จะทำเพราะระบบเดิมมันเริ่มงอแง ทำงานเพี้ยน อะใหล่ราคาแพงมาก หัวฉีดสมัยใหม่อะใหล่หาง่ายกว่า ราคาไม่แพง และเป็นระบบ digital :)

งบประมาณอาจจะไม่ได้ถูกอย่างที่หลายๆ ท่านกะๆ เอาไว้นะครับ เพราะชิ้นส่วนที่ติดเพิ่มส่วนมากใช้ของใหม่ หรือจะหาของใช้แล้วมาติด ก็น่าจะประหยัดงบลงไปได้บ้าง ... ยังไงก็ไม่น่าถึง 3 หมื่น :p

ตอนนี้รอทำฝาสูบให้เสร็จก่อน แล้วจะเริ่มโครงการ หรือพี่ๆ ท่านใหนเครื่องแรงจะแซงไปก่อนก็ได้นะครับ :D
 
m102 2.3 ใช้ระบบจานจ่าย จะเอาหัวฉีดมาลงต้องจากเครื่องยุ่นทีใช้จานจ่ายจะง่ายสุดเช่นจากโต้ตา 3S
แต่ว่าช่างที่เคยทำ 3S ไม่รับแล้วทำไงดี เอา m111 มาใส่ก้อหลายตังค์ หรือติดแก๊ 100% หากเครื่องยังดี

โทรหาช่างอ้วน บางบัวทองอีกครั้งครับ แกเพิ่งโทรหาผมว่า ได้ช่างกลึง,เชื่อมอาร์กอนและชุบซิ้งค์รวมทั้งงานสวยกว่าเดิม ในราคาเดิมครับ25,000฿ใช้เวลา 2อาทิตย์ครับ:D
 
โทรหาช่างอ้วน บางบัวทองอีกครั้งครับ แกเพิ่งโทรหาผมว่า ได้ช่างกลึง,เชื่อมอาร์กอนและชุบซิ้งค์รวมทั้งงานสวยกว่าเดิม ในราคาเดิมครับ25,000฿ใช้เวลา 2อาทิตย์ครับ:D

ไม่ใช้กล่อง 3S-FE แต่ใช้กล่อง BMW 318iS ไม่รู้ว่าอู่จะรับทำหรือเปล่าครับ?
 
โทรหาช่างอ้วน บางบัวทองอีกครั้งครับ แกเพิ่งโทรหาผมว่า ได้ช่างกลึง,เชื่อมอาร์กอนและชุบซิ้งค์รวมทั้งงานสวยกว่าเดิม ในราคาเดิมครับ25,000฿ใช้เวลา 2อาทิตย์ครับ:D

ยังไม่ได้โทรเลยครับ ผมนึกว่ายังไม่มีเบอร์ช่าง ที่จริงแล้วคุณ andamanboy แนบมาแล้ว ขอบคุณมากครับ แล้วผมจะโทรหาครับ และ Inbox ของ คุณ andamanboy เต็มนะครับ ผมส่ง pm ไปแล้วมันตีกลับครับ ฟ้องว่า inbox เต็มนะครับ ด้วยความขอบคุณครับผม
 
ไม่ใช้กล่อง 3S-FE แต่ใช้กล่อง BMW 318iS ไม่รู้ว่าอู่จะรับทำหรือเปล่าครับ?

โทรปรึกษาดีกว่าครับ;)081/2988458:D
 
จริงๆ น้ำมันไม่ได้หายไปใหนหรอกนะครับ เพราะอากาศมันจะใหลทางเดียว คือใหลเข้าลูกสูบ น้ำมันที่ฉีดตอนวาวล์ไอดีไม่เปิด มันก็เป็นจะเป็นละอองอยู่ในท่อ พอวาวล์เปิด มันก็ถูกดูดเข้าไปในกระบอกสูบหมดเหมือนกัน ผมเดาๆ ว่ามันน่าจะทำให้น้ำมันผสมกับอากาศได้ทั่วถึงมากขึ้น .. หรือเปล่าก็ไม่รู้

บางกล่องมันแบ่งเป็น 2 bank ถ้าเป็น 4 สูบมันก็ฉีดทีละ 2 หัวสลับกัน ถ้าเป็น 6 สูบก็ฉีดทีละ 3 หัว น้ำมันคงไม่ได้ฉีดออมามากครั้งเดียว ไม่งั้นน้ำมันท่วม เครื่องคงจะน๊อค ... ถ้าสมมุติว่าการจุดระเบิด 1 ครั้งใช้น้ำมัน 1 ml มันน่าจะฉีดครั้งละ 0.25 ml

ถ้าเราติด L-jetronic เราก็ไม่ต้องใช้สัญญาให้จังหวะจาก crankshaft แค่ติดหัวฉีดไฟฟ้า กับดัดแปลงวงจร air-flow เดิมนิดหน่อย หากล่อง L-jetronic มาใส่ มันก็จะใช้ได้เลย ... แต่ไม่รู้ว่ากล่องแก๊สมันจะมาคร่อมได้หรือเปล่า?

BMW 518i E36 มันก็ใช้ L-Jetronic ไม่รู้ว่ามีพี่ๆ คนใหนเคยขับรุ่นนี้บ้างครับ?
ฉีดแบบ Sequential ดีกว่าเพราะฉีดปุ๊บดูดเข้าห้องเผ่าไหม้ทันทีจะผสมอากาศได้ดีกว่า
แบบฉีดพร้อมกันดูดทันทีแค่สูบเดียว ที่เหลือรอจนเป็นหยดน้ำมันผสมอากาศไม่ดี
 
โทรหาช่างอ้วน บางบัวทองอีกครั้งครับ แกเพิ่งโทรหาผมว่า ได้ช่างกลึง,เชื่อมอาร์กอนและชุบซิ้งค์รวมทั้งงานสวยกว่าเดิม ในราคาเดิมครับ25,000฿ใช้เวลา 2อาทิตย์ครับ:D
ขอบคุณครับ เดิมคิดจะลุยเองติดว่า 5S แพงไปหน่อยดูแล้วไม่ง่ายด้วย เดี๋ยวมีไฟเมื่อไรจะไปคุยอยากได้ 5S
 
ฉีดแบบ Sequential ดีกว่าเพราะฉีดปุ๊บดูดเข้าห้องเผ่าไหม้ทันทีจะผสมอากาศได้ดีกว่า
แบบฉีดพร้อมกันดูดทันทีแค่สูบเดียว ที่เหลือรอจนเป็นหยดน้ำมันผสมอากาศไม่ดี

ขอบคุณครับ ... เท่าที่ผมหาข้อมูลมาหลายวัน กล่องเก่าๆ ส่วนมากไม่ได้สั่งฉีดทีละหัว อย่างมากก็แบ่งเป็น bank กล่อง 3S-FE กับ Motornic ก็เหมือนกัน ก็เห็นมีกล่อง 5S-FE ที่ฉีดทีละหัว
 
ดู จขกท อยากทำ DIY จิงๆ สำหรับผมมันเป็นงานช้าง ขอเชียร์อย่างเดียว
หากทำได้ในราคาไม่สูงนัก k-jet จะคืนชีพมาอีกเยอะ ขอให้ทำสำเร็จ
คำแนะนำเท่าที่นึกได้มี
- ECU ใช้รุ่นใดบุคลิก การตอบสนอง การทานน้ำมัน จะเป็นไปตามรุ่นนั้น
- ของรุ่นหลังอย่าง M111,M104 ต้องมี Camshaft Sensor ติดอีกตัวด้วย
- sensor ต่างๆ คุณสมบัติอาจไม่แม็ทช์กันกับ ECU
- องศาปีกผีเสื้ออาจไม่มีหรือมีแต่ไม่แม็ทช์กับ ECU
 
ขอบคุณครับ เดิมคิดจะลุยเองติดว่า 5S แพงไปหน่อยดูแล้วไม่ง่ายด้วย เดี๋ยวมีไฟเมื่อไรจะไปคุยอยากได้ 5S

ตอนนี้ราคากล่อง 5S-FE ที่ขายใน eBay มีราคาระหว่าง $50-$160 ครับ ค่าส่งของอีกพันห้า ภาษีไม่น่าเกิน 700

http://www.ebay.com/bhp/5sfe-ecu
 
ตอนนี้ราคากล่อง 5S-FE ที่ขายใน eBay มีราคาระหว่าง $50-$160 ครับ ค่าส่งของอีกพันห้า ภาษีไม่น่าเกิน 700

http://www.ebay.com/bhp/5sfe-ecu
กล่องโตต้าไม่น่ากังวลอะไรผมเคยเช็คเหมือนกันไม่แพง แต่มี part ย่อย celica ,mr2 ,sedan รู้สึกต่าง option กัน
แล้วบางรุ่นเป็นจานจ่าย หลังๆ หน่อยเป็น twin direct coil
ที่หาจะเอาแบบครบๆ ทั้งหมด ecu, สายไฟเครื่อง, จานจ่าย , คอลย์ ,ท่อไอดี ,ลิ้นเร่ง,สารพัดเซ็นเซอร์
หาทีละตัวจะเหนี่อยเสียเวลาแล้วไม่รู้ดีหรือเสียจะเช็คได้ไงตอนนั้นคิดจะลุยจึงคิดหาเครื่องทั้งชุดดีกว่า
แต่มาติดตรงชอบแบบ direct coil แต่ต้องฝัง crankshaft sensor นี่แหร่ะ
 
ดู จขกท อยากทำ DIY จิงๆ สำหรับผมมันเป็นงานช้าง ขอเชียร์อย่างเดียว
หากทำได้ในราคาไม่สูงนัก k-jet จะคืนชีพมาอีกเยอะ ขอให้ทำสำเร็จ
คำแนะนำเท่าที่นึกได้มี
- ECU ใช้รุ่นใดบุคลิก การตอบสนอง การทานน้ำมัน จะเป็นไปตามรุ่นนั้น
- ของรุ่นหลังอย่าง M111,M104 ต้องมี Camshaft Sensor ติดอีกตัวด้วย
- sensor ต่างๆ คุณสมบัติอาจไม่แม็ทช์กันกับ ECU
- องศาปีกผีเสื้ออาจไม่มีหรือมีแต่ไม่แม็ทช์กับ ECU

ก็ถึงมามองๆ หา ECU อยู่นี่ไงละครับ :D เลือกผิดงานเข้าเลย กล่องรุ่นใหม่ๆ ที่เริ่มมีระบบวาวล์แปรฝันคงไม่น่าเอามาใช้หรอกครับ ดูจะลงทุนสูงไป bypass ก็ไม่ได้ ยิ่งมีพวก turbo/ABS/Gear ฯ มาด้วย ถึงดีกว่าจริงๆ ก็คงเอามาใช้ไม่ได้

ตัว sensor ต่างๆ มันก็พอมีวิธีต่อวงจรปรับแต่งให้เข้ากับกล่องใหม่ได้อยู่ครับ ถ้าไม่ได้จริงๆ ค่อยหามาเปลี่ยน พวกนี้พอดูใน datasheet ได้ ดูคุณสมบัติทางไฟฟ้า เหมือนกันก็ใช้ด้วยกันได้ครับ รูปร่างหน้าตาจะมีผลตอนติดตั้ง ไม่ต้องเดาสุ่ม

ส่วนอัตราการกินน้ำมันของรถรุ่นต่างๆ ผมหาใน web :-

http://www.fueleconomy.gov/feg/findacar.shtml

พอแรงม้าเท่าๆ กัน กันก็กินเหมือนๆ กันทุกยี่ห้อแหละครับ เครื่องขนาด 130 แรงม้า ไม่ว่าจะเป็น 1800cc หรือ 2300cc มันก็ 9-10 กลิโลลิตรเหมือนกัน รวมไปถึงเครื่อง KE-jet ตัวเดิมของเราด้วย ... ถ้ามันยังฟิตอยู่ ... เพราะฉะนั้นเรื่องการประหยัดน้ำมันมากขึ้นเป็นอันตกไป เอาแต่ใช้ได้นานไม่เพี้ยนเหมือนระบบกลไกหรือระบบอนาลอกก็พอครับ ถ้าเป็นระบบดิจิตอลพอมันเริ่มพี้ยนก็ซ่อมให้ทำงานได้เหมือนเดิมไม่ยาก

ถ้าจะให้ประหยัดได้หน่อย กล่อง 5S-FE นี่แหละเหมาะสมที่สุด (ถ้าไม่เลือกค่าย) มันมี knock sensor ทำให้ ECU คำนวนองศาไฟให้เหมาะกับสภาพเชื้อเพลิงแต่ละชนิดได้ ไม่ว่าจะใช้ 98/95/91/โซฮออล หรือ แก๊ส เปลี่ยนไปปลี่ยนมาก็ไม่ต้องตั้งไฟ

พูดถึงเรื่ององศาไฟ หรือที่เรียกว่าการตั้งไฟอ่อนแก่ ก็ขออธิบายสำหรับสมาชิกที่อาจจะยังไม่มีข้อมูลใจุดนี้ ... เรื่องมันมีอยู่ว่า เชื้อเพลิงแต่ละชนิด เวลาเผาใหม้มันให้พลังงานไม่เท่ากัน แล้วระยะเวลาในการเผาใหม้ก็ต่างกัน เริ่มตั้งแต่หัวเทียน spark เชื้อเพลิงที่ผสมกับอากาศมาดีแล้วก็จะเริ่มลุกใหม้ กว่าจะใหม้หมดจนได้แรงอัดสูงสุด มันก็ต้องใช้ชั่วระยะระยะเวลาหนึ่ง ตอนตั้งไฟ (ignition time) เราก็ต้องกะให้หัวเทียนทำงานก่อนที่ลูกสูบจะเคลื่อนจนไปถึงตำแหน่งบนสุด (TDC - top death center) ให้พอดีกับเวลาที่ลูกสูบกำลังจะเคลื่อนลง เราจะต้องได้กำลังสูงสุดตรงนั้นพอดี ถ้าเราจุดระเบิดเร็วไป (ไฟแก่) แรงอัดกันก็จะสวนกับการเคลื่อนของลูกสูบ แรงก็ตก บางทีมีเสียงดัง (knock) มาจากกระบอกสูบ จุดช้าไป (ไฟอ่อน) ลูกสูบเริ่มเคลื่อนลงแต่แรงยังไม่มา แรงเครื่องก็ตก พอแรงตก เราก็จะเหยียบคันเร่งมากขึ้นอีกอีก ผลก็คือเปลืองน้ำมัน ถ้าเราตั้งไฟไม่พอดี

ที่ผม(จะ)ทำไม่ได้เรียกว่า D.I.Y (Did it your self) หรอกนะครับ แค่จับแพะชนแกะ เอาของที่มันมีอยู่แล้วมาประกอบเข้าด้วยหันให้ใช้ได้ (matching) ไม่ได้ทำอะไรเองเลยครับ :p
 
กล่องโตต้าไม่น่ากังวลอะไรผมเคยเช็คเหมือนกันไม่แพง แต่มี part ย่อย celica ,mr2 ,sedan รู้สึกต่าง option กัน
แล้วบางรุ่นเป็นจานจ่าย หลังๆ หน่อยเป็น twin direct coil
ที่หาจะเอาแบบครบๆ ทั้งหมด ecu, สายไฟเครื่อง, จานจ่าย , คอลย์ ,ท่อไอดี ,ลิ้นเร่ง,สารพัดเซ็นเซอร์
หาทีละตัวจะเหนี่อยเสียเวลาแล้วไม่รู้ดีหรือเสียจะเช็คได้ไงตอนนั้นคิดจะลุยจึงคิดหาเครื่องทั้งชุดดีกว่า
แต่มาติดตรงชอบแบบ direct coil แต่ต้องฝัง crankshaft sensor นี่แหร่ะ

ตอนนี้เครื่องคุณพี่ติด 3S-FE อยู่ใช่หรือเปล่าครับ? แบบว่า เอากล่อง 5S-FE ใส่ลงไปเลยน่าจะได้นะครับ เอา crankshaft sensor ของ Nissan ใส่เพิ่มไปอีกตัวเดียวเอง :D รื้อจานจ่ายออก ใส่ไปที่ตำแหน่งของจานจ่ายเดิม แล้วทำเป็น direct coil
 
ตอนนี้เครื่องคุณพี่ติด 3S-FE อยู่ใช่หรือเปล่าครับ? แบบว่า เอากล่อง 5S-FE ใส่ลงไปเลยน่าจะได้นะครับ เอา crankshaft sensor ของ Nissan ใส่เพิ่มไปอีกตัวเดียวเอง :D รื้อจานจ่ายออก ใส่ไปที่ตำแหน่งของจานจ่ายเดิม แล้วทำเป็น direct coil
ยังเป็นเครื่องเดิม m102 w123 สัญญาณ Throttle position sensor ก้อไม่มีทำไงดี
การฝัง crankshaft sensor ยากสำหรับผม รอมีผู้นำทางก่อนดีกว่า
 
ยังเป็นเครื่องเดิม m102 w123 สัญญาณ Throttle position sensor ก้อไม่มีทำไงดี
การฝัง crankshaft sensor ยากสำหรับผม รอมีผู้นำทางก่อนดีกว่า

crankshaft sensor ผมมองว่าไม่ยากครับ เอารูปให้ช่างดูเป็นแนว ช่างไทยทำได้สบายอยู่แล้วครับ

เครื่องของผมมันเป็น W124 KE-Jetronic แล้วสิครับ เครื่อง M102.982 ของคุณพี่น่าจะเป็น M102.980 K-Jetronic

mB3Ibn4U6r8w7jsanOhi41Q.jpg


Throttle position sensor จริงๆ มันก็เป็นตัวต้านทานปรับค่าได้ ตัวไม่ใหญ่ หาทางเอาแกนหมุนของลิ้นปีกผีเสื้อต่อเข้ากับแกนหมุนของตัว sensor ให้ได้ ก็เป็นอันใช้ได้ มีหลายรูปแบบ

TPS-PARTS.jpg
=
225px-Potentiometer.jpg


หรือไ่ม่ก็ต่อขาเอาไปติดกับกระเดื่องสักจุดของปีกผีเสื้อก็น่าจะได้ ตัว Throttle body ของ w123 ผมยังไม่เคยเห็น เลยนึกไม่ออกว่าจะฝัง sensor ลงไปได้ง่ายๆ อย่างไรดี?

throttle-position-sensor.jpg


... ชักจะเริ่มงาน D.I.Y :icon_razz:
 
Last edited:
ผมกำลังให้พรรคพวกหาหัวฉีดแบบซิงเกิลพอยต์แบบกลไกให้อยู่ จะลองทำเล่น เพราะมีเครื่องยนต์อีกเครื่องกองอยู่ อุปกรณ์ครบแค่ทำแท่นเครื่องก็น่าจะติดเครื่องได้

แต่วัตถุประสงค์กับแนวคิดของผมกับท่านเจ้าของกระทู้ต่างกัน รถผมใช้แกส LPG เป็นหลัก แค่อยากให้มันใช้โซฮอลได้เพราะน้ำมันมันถูกหาได้ทุกปั้มผิดกับ 95 ธรรมดาที่ต้องวิ่งหาที่เติมและไม่ต้องห่วงเรื่องชุดฝักบัวเปื่อย ชำรุดเพราะโซฮอล วิธีคิดคือใช้น้ำมันแค่ตอนติดเครื่องกับตอนแกสหมดวิ่งหาปั้มแกส ดังนั้นแนวความคิดจึงต่างกัน ดังนั้นเทคโนโลยีของผมจึงเป็นแค่พื้นๆเพราะไม่ได้จบมาทางนี้ คงแค่กลึงท่อเอาชุดหัวฉีดครอบท่อร่วมไอดี สำคัญคือไม่สนใจว่าจะกินน้ำมันเท่าไหร่ ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ตอนใช้น้ำมันโดยระบบนี้จะเป็นอย่างไร ขอให้เดินเบาได้วิ่งได้ระดับ 80 กม./ชม. พอแล้ว

แต่คิดไปคิดมาพอเรื่องถังแกสสำรองแว๊บเข้ามา คือทำสายแกสด้านหนึ่งทำหัวต่อเข้าถังแกส (อาจจะเป็นถังรถตุ๊กๆ หรือเผลอๆเล่นมันแกสปิ๊กนิก น้ำหนักเบาหน่อย) ปลายสายอีกด้านทำหัวต่อเข้ากับที่เติมแกสของที่รถ น่าจะง่ายกว่าเทคโนโลยีบ้านๆ เอาแค่วิ่งได้สัก 50 กิโลเมตร ก็คงพอวิ่งถึงปั้มแกสหรือหมู่บ้านได้ คงไม่ต้องติดปั้มช่วยดันเพราะแรงดันมันคงต่างกันพอควรคงไหลเข้าถังในรถ เพราะที่เติมอยู่สูงกว่าถัง ทำให้ไม่อยากคิดต่อ :D

แต่อย่างไรแล้วก็ชื่นชมในความพยายามของท่าน และจะคอยติดตามจนกว่าจะประสพความสำเร็จครับ :ylsuper::n45:
 
ผมกำลังให้พรรคพวกหาหัวฉีดแบบซิงเกิลพอยต์แบบกลไกให้อยู่ จะลองทำเล่น เพราะมีเครื่องยนต์อีกเครื่องกองอยู่ อุปกรณ์ครบแค่ทำแท่นเครื่องก็น่าจะติดเครื่องได้

แต่วัตถุประสงค์กับแนวคิดของผมกับท่านเจ้าของกระทู้ต่างกัน รถผมใช้แกส LPG เป็นหลัก แค่อยากให้มันใช้โซฮอลได้เพราะน้ำมันมันถูกหาได้ทุกปั้มผิดกับ 95 ธรรมดาที่ต้องวิ่งหาที่เติมและไม่ต้องห่วงเรื่องชุดฝักบัวเปื่อย ชำรุดเพราะโซฮอล วิธีคิดคือใช้น้ำมันแค่ตอนติดเครื่องกับตอนแกสหมดวิ่งหาปั้มแกส ดังนั้นแนวความคิดจึงต่างกัน ดังนั้นเทคโนโลยีของผมจึงเป็นแค่พื้นๆเพราะไม่ได้จบมาทางนี้ คงแค่กลึงท่อเอาชุดหัวฉีดครอบท่อร่วมไอดี สำคัญคือไม่สนใจว่าจะกินน้ำมันเท่าไหร่ ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ตอนใช้น้ำมันโดยระบบนี้จะเป็นอย่างไร ขอให้เดินเบาได้วิ่งได้ระดับ 80 กม./ชม. พอแล้ว

แต่คิดไปคิดมาพอเรื่องถังแกสสำรองแว๊บเข้ามา คือทำสายแกสด้านหนึ่งทำหัวต่อเข้าถังแกส (อาจจะเป็นถังรถตุ๊กๆ หรือเผลอๆเล่นมันแกสปิ๊กนิก น้ำหนักเบาหน่อย) ปลายสายอีกด้านทำหัวต่อเข้ากับที่เติมแกสของที่รถ น่าจะง่ายกว่าเทคโนโลยีบ้านๆ เอาแค่วิ่งได้สัก 50 กิโลเมตร ก็คงพอวิ่งถึงปั้มแกสหรือหมู่บ้านได้ คงไม่ต้องติดปั้มช่วยดันเพราะแรงดันมันคงต่างกันพอควรคงไหลเข้าถังในรถ เพราะที่เติมอยู่สูงกว่าถัง ทำให้ไม่อยากคิดต่อ :D

แต่อย่างไรแล้วก็ชื่นชมในความพยายามของท่าน และจะคอยติดตามจนกว่าจะประสพความสำเร็จครับ :ylsuper::n45:

ระบบ sing point fuel injection ของ Bosch มันเรียก Mono-Jetronic มีระบบ Lamda closed loop คือ ไม่ได้ฉีดมั่ว ^_^

รื้อหัว k-jet ออก แล้วใช้หัวฉีด cold start เป็นหัวจ่ายน้ำมันหลักได้เลยครับ ไม่ต้องใส่หัวฉีดเพิ่ม แล้วหากล่องมาคุม รูหัวฉีดเดิมก็เอาเป็นทางเข้าของแก๊ส :D
 
Back
Top